D-Boon ดีบูนเน่ ฟื้นฟูกระดูกและข้อต่อ เพิ่มเเคลเซียม

D-Boon ดีบูนเน่ ฟื้นฟูกระดูกและข้อต่อ เพิ่มเเคลเซียม ดีบูน บำรุงกระดูกและข้อ ช่วยดูเเลเ? Shark Cartilage (กระดูกอ่อนปลาฉลาม) 100 มก. Pine Bark Extract Powder (สารสกัดจากเปลือกสน) 60 มก.

D-Boon (ดีบูน)
อาหารเสริมที่มียอดขายสูงสุดทั้งในยุโรปและอเมริกา ที่เสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและข้อต่อด้วยส่วนผสมที่ลงตัวเพื่อการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระดูกอ่อนรอบๆข้อต่อ เอ็นร้อยหวาย และเอ็นยึดข้อ
ส่วนประกอบที่สำคัญ
สารสกัดที่เป็นส่วนประกอบของดีบูน แคปซูล DBoon Capsule อาหารเสริมบำรุงกระดูกและข้อ
Active Ingredient ส่วนประกอบสำคัญ
Salmon Collagen Peptide (คอลลเจนจากปลาทะเล) 250 มก. Ascorbic Aci

d (แอสคอร์บิค เอซิด) 60 มก. Turmeric Extract Powder (สารสกัดจากขมิ้น) 30 มก. Vitamin D3 100 SD/S (วิตามิน ดี3) 2 มก. Inactive Ingredient
Maltodextrin (USP)
Capsule No. 096
– Gelatin 94.08 มก. (USP)
– Titanium Dioxide 1.92 มก. (USP)
สรรพคุณของสารสกัดที่เป็นส่วนประกอบของดีบูน แคปซูล DBoon Capsule อาหารเสริมบำรุงกระดูกและข้อ
Glucosamine HCL น้ำตาลอะมิโน
เป็นสารอาหารที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างเซลล์กระดูกอ่อน โดยเป็นสารตั้งต้นที่สร้างของเหลว เช่น น้ำไขข้อ ช่วยลดอาการข้อเสื่อม และลดการทุกข์ทรมานจากอาการปวดกระดูกได้อย่างชัดเจน
Condroitin
สารสกัดจากกระดูกอ่อนของครีบปลาฉลาม เสริมเยื่อเมือก ลดการเสียดสีของกระดูกบริเวณข้อ ช่วยในการคงสภาพของน้ำไขข้อกระดูก บรรเทาและฟื้นฟูอาการข้อเสื่อม
Hydrolized Fish Collagen
เป็นองค์ประกอบของโครงสร้างหลัก และสารเคลือบผิว กระดูกอ่อน กระดูกและอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์ ปริมาณของ Collagen ที่สะสมในเนื้อเยื่อ มักจะลดลงจากปัจจัยของอายุที่เพิ่มขึ้น และจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม ดังนั้นในชีวิตประจำวันเราควรให้ความใส่ใจ และเติมสารอาหารในปริมาณพอเพียงต่อความต้องการของร่างกาย
Pine Bark Extract สารสกัดจากเปลือกสน
เป็นสารจำพวก MSM หรือสาร Methylsulfonymethane ที่เป็นแหล่งธรรมชาติของสารอาหารซัลเฟอร์ ที่สร้างความแข็งแรงให้กับไขข้อกระดูก เป็นองค์ประกอบของการสังเคราะห์สารคอลลาเจนภายในไขข้อ
Vitamin C วิตามินซี
วิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีประโยชน์กับผิวหนัง คือวิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ละลายในน้ำได้ จะช่วยลดริ้วรอย ทำให้ผิวเต่งตึง และช่วยให้เซลล์ผิวหนังได้ปรับสภาพคอลลาเจนที่เป็นใยโปรตีนในหนังแท้ ทำให้ผิวดูสวยงาม
Vitamin D3 วิตามินดี
ป้องกันโรคกระดูกอ่อน ป้องกันโรคกระดูกพรุน กระดูกหัก กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myopathy) การลื่นล้ม งานวิจัยพบว่าการกินวิตามินดี 3 วันละ 700 – 800 IU ควบคู่กับแคลเซียมเสริมวันละ 500 – 1,200 มก. สามารถช่วยลดความเสี่ยงของอาการกระดูกพรุน กระดูกหัก จากการลื่นล้มของผู้สูงอายุ อายุ 62-85 ปีได้
Turmeric ผงขมิ้น
ช่วยบรรเทาอาการปวดจากไขข้ออักเสบ มีฤทธิ์สามารถลดอาการอักเสบและช่วยยับยั้งการสร้างเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสังเคราะห์สารที่ก่อให้เกิดการอักเสบได้
Pearl Calcium
แคลเซียมสกัดจากไข่มุก เสริมสร้างและเชื่อมต่อกระดูกอ่อนได้ดีมาก
Calcium Carbonate (แคลเซียม คาร์บอเนต)
ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัวได้เป็นปกติ ที่สำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจ ควรพยายามรับประทาน แคลเซียม ให้เพียงพอและต่อเนื่องทุกวัน ซึ่งจะทำให้ร่างกายไปสะสมแคลเซียม ที่กระดูก และทำให้กระดูกแข็งแรง หากเราได้รับแคลเซียมไม่เพียงพอ ก็จะทำให้กระดูกบางลง และทำให้กระดูกหักได้ง่าย ความสูงไม่เพิ่มขึ้น หรือเตี้ยกว่าที่ควรจะเป็น หรือรับประทานอาหารเสริมแคลเซียม ก็จะช่วยลดความเสี่ยงของการสูญเสียมวลกระดูก และการเกิดอาการกระดูกหักได้ อีกทั้งในรายที่มีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดหลัง ลองรับประทาน แคลเซียม ร่วมกับ แมกนีเซียม ซึ่งจะช่วยทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และลดอาการดังกล่าวได้
เหมาะสำหรับ
~ โรคข้อเข่าเสื่อม
~ โรคกระดูกพรุน
~ โรคข้ออักเสบ,รูมาตอย,เก๊าท์
~ โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน, กระดูกทับเส้นประสาท
~ นิ้วล็อค โรคฮิตของคนทำงาน
~ กลุ่มนักกีฬา
~ ผู้ที่ต้องการเพิ่มความสูง
~ ช่วยเรื่องความเสื่อมของอวัยวะต่างๆในร่างกาย
~ ผู้ที่ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อเข่า สันหลัง ไหล่บ่า คอ
~ วัยหมดประจำเดือน ขาดแคลเซียม
~ อาชีพที่ต้องยืนนาน
#ดีบูน #ดีบูนเน่ #กระดูกและข้อ #หมอนรองกระดูก #บำรุงกระดูก #เพิ่มเเคลเซียม

18/04/2019

หน้าร้อนเมืองไทยนิละลายได้ทุกสิ่งเเม้กระทั่งใจคน 5555 ฮ้อนโพดโพ😜😁😁😂

11/04/2019

สงกรานต์ขับรถกลับบ้านดีๆ ระมัดระวัง เดินทางปลอดภัยค่ะทุกๆ ท่าน ....

13/02/2019

PM.2.5 มากมายดูเเลสุขภาพกันด้วยนะจ๊ะ 😍😍

19/01/2019

สุขภาพดี...เราสร้างเองได้ 🏊🚴🏃😀

ปวดเมื่อยตรงไหนให้ Relax ดูเเลได้ สมุนไพรไทยสอบถามเพิ่มเติมได้ค่ะ Line :  😁😁😀😀😀😀😀😀😀
07/09/2018

ปวดเมื่อยตรงไหนให้ Relax ดูเเลได้ สมุนไพรไทย
สอบถามเพิ่มเติมได้ค่ะ
Line :
😁😁😀😀😀😀😀😀😀

ร่างกายคนเราถูกใช้งานเสื่อมโทรมลงไปทุกวัน...เพราะฉะนั้นเราควรดูเเล เเละเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ให้กับเซลล์หรือกระดูกเพ...
06/07/2018

ร่างกายคนเราถูกใช้งานเสื่อมโทรมลงไปทุกวัน...เพราะฉะนั้นเราควรดูเเล เเละเพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์ให้กับเซลล์หรือกระดูกเพื่อการทำงานที่ดีขึ้นของร่างกายเราเอง...
สอบถามข้อมูลกับเราได้ค่ะ คลิกไลน์...
http://line.me/ti/p/%40tnn4271u

มาป้องกัน...กระดูกพรุนกันเถอะปัจจุบันโรคกระดูกพรุนกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของสตรีวัยกลางคนขึ้นไป โดยพบว่ามีอุบัติ...
25/05/2018

มาป้องกัน...กระดูกพรุนกันเถอะ
ปัจจุบันโรคกระดูกพรุนกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของสตรีวัยกลางคนขึ้นไป โดยพบว่ามีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นในหลายประเทศรวมทั้งประเทศไทยเนื่องจากประชากรมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นและการเปลี่ยนสังคมชนบทมาเป็นสังคมเมือง โรคนี้ถือเป็นภัยเงียบเพราะผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการผิดปกติใดๆในระยะเริ่มแรกจนกระทั่งมีความรุนแรงมากขึ้นจึงแสดงอาการ

โรคกระดูกพรุนคืออะไร ?
โรคกระดูกพรุน คือ สภาวะที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดลงร่วมกับการเสื่อมและการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงสร้างภายในของกระดูกทำให้เกิดความผิดปกติทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพเป็นผลให้กระดูกเปราะบาง มีความแข็งแรงลดลงและเกิดการแตกหักได้ง่าย ในสภาวะปกติตลอดช่วงชีวิตของมนุษย์ กระดูกจะมีการซ่อมแซมตัวเองด้วยการสลายของเก่าที่สึกหรอและสร้างของใหม่ขึ้นทดแทนเป็นวงจรการหมุนเวียนของกระดูกที่เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยในระยะแรกของชีวิตจะมีการสร้างมากกว่าการสลาย ทำให้มีเนื้อกระดูกสะสมมากขึ้นเรื่อยๆจนมีความหนาแน่นมากที่สุดเมื่ออายุประมาณ 25 – 30 ปี และจะคงที่อยู่ระยะหนึ่งจนถึงอายุประมาณ 40 ปี จากนั้นเมื่อมีอายุมากขึ้นการสลายของเนื้อกระดูกจะค่อยๆเพิ่มขึ้นจนการสร้างตามไม่ทันทำให้ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกทั่วร่างกายค่อยๆลดลง และจะลดลงอย่างรวดเร็ว (3-5% ต่อปี)ในระยะ 5 ปีแรกหลังหมดประจำเดือนเนื่องจากขาดฮอร์โมนเพศเอสโตรเจนทำให้การสลายกระดูกขาดตัวยับยั้งหลังจาก 5 ปีไปแล้วอัตราการสูญเสียเนื้อกระดูกจะเป็น 0.5-1% ต่อปีไปเรื่อยๆ สำหรับผู้ชายจะมีการลดระดับฮอร์โมนเพศเทสโทสเตอโรนอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามอายุที่มากขึ้น จึงทำให้มีการสูญเสียเนื้อกระดูก 0.5-1% ต่อปีเช่นเดียวกันแต่ไม่มีช่วงที่มีการสูญเสียเนื้อกระดูกมากๆ อย่างในหญิงวัยหมดประจำเดือน ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าผู้ที่มีอายุมากขึ้นจะมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากขึ้นด้วยโดยเฉพาะในผู้หญิง

ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนมีดังนี้

1. อายุที่เพิ่มมากขึ้น
2. เพศหญิง โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนหรือถูกตัดรังไข่ออกทั้งสองข้าง
3. เป็นชนผิวขาวหรือชาวเอเชีย
4. บุคคลที่มีรูปร่างเล็กหรือมีน้ำหนักตัวน้อย
5. มีประวัติครอบครัวเป็นโรคกระดูกพรุน
6. รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมน้อย
7. ถูกแสงแดดน้อย ทำให้ได้รับวิตามินดีที่จำเป็นสำหรับการดูดซึมแคลเซียมน้อย
8. ขาดการออกกำลังกาย มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
9. สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
10. มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น ต่อมพาราธัยรอยด์ทำงานมากผิดปกติไทรอยด์เป็นพิษ โรคตับ และโรคเรื้อรังอื่น ๆ เป็นต้น
11. ได้รับยาบางชนิดเป็นเวลานาน เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ไทรอยด์ฮอร์โมน เป็นต้น
12. ขาดสารอาหาร

การตรวจและวินิจฉัย ปัจจุบันแพทย์สามารถตรวจและวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนได้โดยการวัดความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density : BMD) ซึ่งเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงและไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆแก่ผู้ป่วย อีกทั้งยังใช้เวลาเพียง 15-20 นาทีก็ได้ผล ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเป็นพิเศษ การตรวจด้วยวิธีการนี้สามารถวัดได้ว่าเนื้อกระดูกมีปริมาณเท่าใดและสามารถใช้ติดตามผลการรักษาได้

อาการและอาการแสดง โรคกระดูกพรุนในระยะแรกจะไม่ปรากฏอาการให้เห็นชัดเจน อาการจะเริ่มเกิดขึ้นชัดเจนเมื่อโรคได้ดำเนินไปมากแล้ว และอาการสำคัญที่สุดที่นำผู้ป่วยมาพบแพทย์คือ กระดูกหัก ซึ่งอาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวหรือหลังจากการกระแทกเพียงเล็กน้อยหรือเกิดซ้ำหลายครั้ง ตำแหน่งที่เกิดกระดูกหักจะพบได้ทุกที่ในร่างกายและจะแตกต่างกันไปตามอายุ แต่จุดที่พบได้บ่อยคือ กระดูกสันหลัง กระดูกสะโพกและกระดูกข้อมือ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มักจะมีกระดูกบางมากที่สุด สำหรับอาการทั่วไปที่มักพบคือ ปวดกระดูกโดยเฉพาะกระดูกสันหลังอาการปวดจะเป็นๆหายๆไม่มีตำแหน่งชัดเจนและไม่มีลักษณะที่เฉพาะเจาะจงบางครั้งอาจจะปวดอย่างรุนแรง ต่อมาเมื่อกระดูกสันหลังเริ่มทรุดจะพบความผิดปกติของร่างกายเกิดขึ้น เช่น กระดูกสันหลังคดโค้งงอมากขึ้นเรื่อยๆพร้อมกับตัวเตี้ยลงทุกๆ ปี

การป้องกันและรักษา การป้องกันไม่ให้เกิดโรคกระดูกพรุนเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งทำได้โดยการสะสมเนื้อกระดูกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งหากพ้นวัยนี้ไปแล้วร่างกายจะไม่สามารถสะสมเนื้อกระดูกให้เพิ่มได้อีก เนื่องจากกระบวนการสลายมีมากกว่าการสร้างจึงทำได้แต่เพียงการรักษาเนื้อกระดูกที่มีอยู่ไม่ให้ลดไปจากเดิม โดยมีหลักในการป้องกันและรักษาอย่างเดียวกันคือ

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และมีปริมาณแคลเซียมที่มากเพียงพอ อาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียม ได้แก่ นมและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม ปลาเล็กปลาน้อย กุ้งฝอย ผักใบเขียว เป็นต้น
2. ออกกำลังกายสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ขี่จักรยาน เป็นต้น ซึ่งจะทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อแข็งแรงมากขึ้นรวมทั้งช่วยพยุงความหนาแน่นของเนื้อกระดูกเอาไว้
3. หลีกเลี่ยงการบริโภคสิ่งที่ชักนำให้เกิดโรคกระดูกพรุน เช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม อาหารเค็มจัด สูบบุหรี่ เป็นต้น
4. ป้องกันการหกล้ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุเพราะความสามารถในการทรงตัวลดลง จึงควรจัดสิ่งแวดล้อมในบ้านไม่ให้เสี่ยงต่อการล้ม เช่นพื้นที่ไม่ลื่น ไม่มีสิ่งของวางเกะกะ
5. การใช้ยาป้องกันและรักษา ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาใช้ยาตามความเหมาะสม

การรักษาโรคกระดูกพรุนไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆก็ตามมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอัตราทุพพลภาพที่เกิดจากภาวะกระดูกหักแต่ไม่สามารถป้องกันได้โดยเด็ดขาด ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือ การป้องกันการหกล้ม

ปริมาณแคลเซียมโดยประมาณที่แนะนำให้คนไทยบริโภคใน 1 วัน

ตัวอย่างแหล่งอาหารแคลเซียม

เอกสารอ้างอิง
แคลเซียมและสุขภาพ.(2545).กรุงเทพฯ : กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

แนวทางการบริโภคอาหารเพื่อเพิ่มแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกพรุน.(2545). กรุงเทพฯ : กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

รัชตะ รัชตะนาวิน.(2538).โรคกระดูกพรุน.ในสุรวุฒิ ปรีชานนท์,สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์(บรรณาธิการ), ตำราโรคข้อ(หน้า 319 – 340). กรุงเทพฯ: เรือนแก้วการพิมพ์

วันทนีย์ เกรียงสินยศ.(2548).เรื่องน่ารู้.ใน สุรเกียรติ อาชานานุภาพ(บรรณาธิการ),กินอย่างไรเพื่อป้องกันโรคกระดูกพรุน(หน้า 48 – 50). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน

สุชีลา จันทร์วิทยานุชิต.(2548).โรคกระดูกพรุน.ใน สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์, สุรวุฒิ ปรีชานนท์(บรรณาธิการ),ตำราโรคข้อ(หน้า 596 – 638). กรุงเทพฯ:เอส.พี.เอ็น การพิมพ์

อภิชาติ จิตต์เจริญ อุรุษา เทพพิสัย.(2546).การดูแลรักษาโรคกระดูกพรุนโดยไม่ใช้ฮอร์โมน.ใน อุรุษา เทพพิสัย, มยุรี จิรภิญโญ, อภิชาติ จิตต์เจริญและจิตติมา มโนนัย(บรรณาธิการ),ความก้าวหน้าของการรักษาชาย-หญิงวัยทองกับแพทย์ทางเลือก.(หน้า 253 – 302).กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ข้าวฟ่าง

อุดม วิศิษฏสุนทร.(2541).โรคกระดูกพรุน.ใน สุรศักดิ์ นิลกานุวงศ์,สุรวุฒิ ปรีชานนท์(บรรณาธิการ),คู่มือโรคข้อ (หน้า 286 – 294). กรุงเทพฯ:เรือนแก้วการพิมพ์

งานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ
ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ผู้เรียบเรียง รุ่งฤดี จิณณวาโส และภัทราพร พูลสวัสดิ์

ขอบคุณข้อมูล จาก ramaclinic.ra.mahidol.ac.th http://ramaclinic.ra.mahidol.ac.th/main/?q=node/63

 #ดีบูนเน่    #เพื่อคนที่คุณรักสอบถามเราได้ค่ะ โทร 095 1631917กดที่นี่ตอบไวจ้า ✌✌👇👇👇http://line.me/ti/p/%40tnn4271u✌✌🤘🤘🤘...
15/04/2018

#ดีบูนเน่ #เพื่อคนที่คุณรัก
สอบถามเราได้ค่ะ
โทร 095 1631917
กดที่นี่ตอบไวจ้า ✌✌👇👇👇
http://line.me/ti/p/%40tnn4271u
✌✌🤘🤘🤘🤘😘😘😘😘😘

🚨 ระวัง❗พฤติกรรมเสียง 🚨   "หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท"ดูเเลฟื้นฟูได้.....🚩 แนะนำ ทานดีบูน 💪ดีบูน มีสารสกัดที่สำคัญหลายชน...
06/03/2018

🚨 ระวัง❗พฤติกรรมเสียง 🚨
"หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท"

ดูเเลฟื้นฟูได้.....

🚩 แนะนำ ทานดีบูน 💪

ดีบูน มีสารสกัดที่สำคัญหลายชนิด ช่วยในเสริมสร้าง ฟื้นฟูเนื่้อเยื่อ หมอนรองกระดูกอ่อน ตามข้อต่อต่างๆ ที่กระดูกและยังเพิ่มมวลกระดูกในร่างกายอีกด้วยนะคะ

เพราะสุขภาพคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
ปรึกษาเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อสินค้า

โทรสายด่วน.
☎️095 1631917
สนใจกดลิงค์จร้า
https://line.me/R/ti/p/%40allbestproduct
😉😉😙😙😙😙😙😙😙

“เข่า - สะโพก” รู้ทันอวัยวะยอดฮิตโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกเสื่อมลุกก็โอย...นั่งก็โอย ดูจะเป็นอาการของคนที่อายุเริ่มมากขึ้น ...
04/01/2018

“เข่า - สะโพก” รู้ทันอวัยวะยอดฮิตโรคข้อเสื่อม โรคกระดูกเสื่อม

ลุกก็โอย...นั่งก็โอย ดูจะเป็นอาการของคนที่อายุเริ่มมากขึ้น โดยอวัยวะที่มักมีอาการปวดบวมส่วนใหญ่ มักเป็นบริเวณข้อที่ใช้รับน้ำหนักมากหรือเคลื่อนไหวมาก เช่น ข้อเข่า ข้อสะโพก ข้อกระดูกสันหลัง ข้อกระดูกคอ แต่ที่มากที่สุด เห็นจะเป็น ข้อเข่า ซึ่งเป็นอวัยวะที่มีการกดกระแทกอยู่เป็นประจำ ส่วน ข้อสะโพก ก็เป็นข้อต่อระหว่างกระดูกเชิงกรานและกระดูกต้นขาที่ต้องทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกายในขณะยืน เดิน วิ่ง นั่ง และนอน ที่หากผ่านการใช้งานนานๆ อาจเกิดการสึกหรอได้

อาการของโรคข้อเข่าเสื่อม โรคกระดูกเสื่อม

อาการของโรคข้อเสื่อมที่พบบ่อย คือ มีอาการปวดตามข้อบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น คอ ไหล่ หลัง เอว แขน มือ เข่า และเท้า มีเสียงหรือเจ็บปวดเมื่อเคลื่อนไหวข้อ มีอาการบวมแดง ร้อนบริเวณข้อ รู้สึกขัด ตึง หรือเจ็บปวดบริเวณข้อ เมื่อปรับ เปลี่ยนท่าหลังจากอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนาน ๆ เช่น นั่งคุกเข่า หรือขัดสมาธิ มีอาการปวดข้อ ตึง หรือขัด แบบเป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งจากอาการข้างต้นนั้น

นพ.วัลลภ สำราญเวทย์ ผอ.ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ หรือ “Bangkok Hip & Knee Center” โรงพยาบาลกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า ในกรณีของข้อเข่าหากมีอาการมาก บางคนถึงขั้นเดินกะเผลก ข้อเข่าโก่ง เดินขัด ๆ ในบางรายเวลาเคลื่อนไหวเข่าจะได้ยินเสียงกระดูกลั่น หรือบางครั้งถ้ามีอาการมาก อาจรู้สึกร้อน บวม และปวดมากขึ้น

สาเหตุหลักของโรคข้อเข่าเสื่อม มาจากการเสื่อมของกระดูกอ่อนบุข้อ ที่เกิดจากการใช้งานหนัก เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความเสื่อมของข้อต่อตามอายุและการใช้งาน ส่วนใหญ่จะพบในผู้สูงอายุ ส่วนอาการปวดข้อที่มักจะเกิดขึ้นในวัยทำงาน ส่วนใหญ่จะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น ความเสื่อมที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ การเล่นกีฬา และรวมไปถึงกลุ่มความเสี่ยงที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือกินยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ปริมาณมาก

อาการของโรคข้อสะโพกเสื่อม โรคกระดูกเสื่อม

ส่วนข้อสะโพกเสื่อม คุณหมอวัลลภบอกว่า เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานมานาน กรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้นทำให้กระดูกผิวข้อสึกกร่อน

โรคข้อสะโพกเสื่อมนี้ มีข้อน่ากังวลอย่างหนึ่ง คือ บางครั้งเมื่อเป็นแล้วยากแก่การแยกอาการของโรค เพราะอาการปวดที่บริเวณสะโพกด้านหลังคล้ายคลึงกับโรคปวดหลัง ผู้ป่วยจึงมักไม่รู้ว่ากำลังป่วยด้วยโรคข้อสะโพกเสื่อม ทำให้ได้รับการรักษาไม่ตรงจุดจนโรคเรื้อรังและยากแก่การรักษา ผอ.ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ บอกพร้อมกับอธิบายว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะพบปัญหากระดูกสะโพกหักได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะเวลาที่หกล้ม ขณะที่ในวัยกลางคน จะพบปัญหาข้อกระดูกสะโพกเสื่อม ในกลุ่มที่มีการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปหรือกินยาที่มีส่วนผสมของ

สเตียรอยด์ปริมาณมาก ส่งผลให้เลือดหนืดไหลเวียนไม่ดี ไม่สามารถเลี้ยงหัวกระดูกสะโพกซึ่งยื่นขึ้นไปด้านบนได้ เป็นสาเหตุทำให้หัวกระดูกสะโพกตาย

คุณหมอวัลลภ บอกว่า อาการปวดสะโพกมีสาเหตุหลายอย่าง ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถเดินในระยะไกลได้ เพราะปวดถ่วงที่บริเวณก้นและต้นขาด้านหลัง ซึ่งในกรณีนี้อาจมีสาเหตุจากช่องทางเดินของเส้นประสาทในกระดูก

สันหลังแคบลงกว่าปกติมาก ทำให้หลอดเลือดที่ถุงเส้นประสาทและเส้นประสาทถูกบีบรัด ซึ่งแตกต่างจากอาการปวดที่สะโพก เพราะมักจะปวดบริเวณง่ามขาด้านหน้าข้างใดข้างหนึ่ง ไม่ปวดพร้อมกันทั้งสองข้าง เหมือนโรคกระดูกสันหลัง ที่สำคัญสามารถปวดในเข่าด้านในโดยเกือบไม่รู้สึกปวดที่สะโพกเลย ซึ่งอาการเหล่านี้จะรู้ได้ก็เมื่อหมั่นสังเกตอาการตัวเอง และหากสงสัยว่าเป็นโรคข้อสะโพกเสื่อม ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที

แนวทางการรักษาโรคข้อสะโพกเสื่อม โรคกระดูกเสื่อม

ผอ.ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ ยังบอกอีกว่า การผ่าตัดโรคกระดูกเสื่อมเป็นวิธีหนึ่งในการรักษาโรคข้อเข่าและข้อสะโพกเสื่อม ซึ่งปัจจุบันการผ่าตัดข้อสะโพกและข้อเข่ามีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าได้รับการยอมรับ และโดยทั่วไปแล้ว เมื่อได้รับการผ่าตัดผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้น แต่ก็มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เข้ารับการผ่าตัดรักษาข้อสะโพกและข้อเข่ามาแล้วยังมีอาการปวดอยู่ และเข้าใจผิดไปว่าอาการปวดเกิดจากการผ่าตัด

เมื่อมีอาการปวดหลังผ่าตัดโรคกระดูกเสื่อม สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ แยกว่าอาการดังกล่าวมีสาเหตุมาจากข้อที่รับการผ่าตัดหรือไม่ หรือเกิดจากโรคที่จุดอื่นใกล้เคียงกับบริเวณข้อที่ผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยกระดูกสันหลังเสื่อม ถ้ามีการกดทับเส้นประสาทอาจมีอาการปวดร้าวลงมาที่สะโพกและขาได้ คุณหมอวัลลภ บอกพร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า นอกจากข้อแล้ว ในร่างกายคนเรายังมีระบบเส้นประสาท ซึ่งระบบเส้นประสาทของร่างกายมนุษย์หากเป็นโรคที่สะโพก ระบบประสาทปลายจะวิ่งไปที่เข่า แต่ต้นตอของโรคอยู่ที่สะโพก หรือหลังรับการผ่าตัดข้อเข่า ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการอักเสบของเส้นเอ็นรอบข้อที่ผ่าตัด แต่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากภายในข้อก็เป็นได้ หากตรวจพบก่อนก็สามารถแก้ไขลดความเจ็บปวดทรมานลงได้

คุณหมอวัลลภ ยังบอกด้วยว่า อาการที่ผู้ป่วยโรคกระดูกเสื่อมควรทราบหลังรับการผ่าตัดรักษาแล้ว คือ อาจมีอาการบวมตึงอุ่น ๆ ปวดบ้างนานประมาณ 3 - 6 เดือน แต่ส่วนใหญ่จะยุบบวมกลับมาปกติใน 2 - 3 เดือน โดยเฉพาะ

ผู้ป่วยที่บริหารฟื้นฟูข้อตามคำแนะนำอย่างดีจะฟื้นตัวเป็นปกติได้เร็ว ที่เห็นชัดเจนคือ เดินได้โดยไม่เจ็บ มีกำลังมากขึ้น งอเหยียดเข่าได้ดีขึ้น


สำหรับผู้ป่วยที่รับการผ่าตัดข้อสะโพกควรระวังตัว ไม่เคลื่อนไหวข้อสะโพกมากเกินไป จนทำให้ข้อสะโพกหลุดออกจากเบ้า เช่น ระวังไม่นั่งต่ำจนเกินไป ระวังไม่งอสะโพกชันเข่าเกิน 90 องศา ไม่บิดเข่าและปลายเท้าเข้าด้านในหรือนอกมากเกินไป ควรนอนอยู่บนเตียงแล้วบิดตัวท่อนบนไปอีกทาง จะช่วยลดอาการปวดและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น


อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดที่ควรใส่ใจ คือ อย่าละเลยอาการปวดข้อ โดยเฉพาะข้อเข่าและข้อสะโพก ซึ่งเป็นอวัยวะที่รองรับการทรงตัวของร่างกาย เมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อถนอมรักษาข้อเข่า ข้อสะโพกให้อยู่กับเราไปได้นานที่สุด

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Cr : thaihealth

อีกทางเลือกสำหรับการดูแลกระดูก

(ให้) Dboone ดีบูน ช่วยฟื้นฟู

💪จะดีกว่ามั้ยถ้าคุณมีตัวช่วย💪
✔ปลอดภัย 100% ฟื้นฟูโดยไม่พึ่งเคมี

- ไม่มีสเตรียรอยด์
- ไม่มีผลข้างเคียง
- ไม่ต้องทนปวด

!!!.. 😵 😵จะทนปวด...อยู่ทำไม 😵 😵...!!!
อีกทางเลือกของการฟื้นฟูกระดูกด้วยสารสกัดจากธรรมชาติปลอดภัยเห็นผลในระยะเวลาสั้นๆ!!!
🔉ท่านที่ทำงานหนัก ปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ ชานิ้วมือ นิ้วล็อค
หมอนรองกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกทรุด 🔉ข้อเข่าเสื่อม รูมาตอยด์
💪ดีบูน นวัตกรรมใหม่ในการดูแลกระดูกและข้อ เห็นผลไว
🌿ช่วยบรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบ
🌿ผู้ที่มีปัญหา ปวดหลัง ปวดคอ 🌿ปวดไหล่ ปวดตามข้อ รูมาตอยด์
🌿ป้องกันภาวะกระดูกบาง กระดูกพรุน
🌿วัยหมดประจำเดือน
🌿นักกีฬาที่ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา เช่น เอ็นร้อยหวายอักเสบ
🌿ผู้ที่ต้องการความสูง

🎯ส่วนประกอบที่สำคัญ
1.คอลลาเจนจากปลาทะเล
2.กระดูกอ่อนปลาฉลาม
3.แคลเซียม
4.สารสกัดจากเปลือกสน
5.สารสกัดจากขมิ้น
6.วิตามินซี
7.วิตามินดี 3
✔เลขที่ อ.ย. 10-1-15456-10006
✔บริการดุจญาติมิตรด้วยจิตและรรยาบรรณ

สนใจติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกโดยตรง
ติดต่อสอบถาม โทร : 065-6294381

😍มีบริการเก็บเงินปลายทางหน้าบ้าน
😍คลิ๊กแชทสอบถามในไลน์

👉สนใจสั่งสินค้าหรือปรึกษาเพิ่มเติม👈
☏โทร : 095 1631917 ต้นอ้อ

อ่านแล้วช่วยกันแชร์ด้วยนะคะ เพื่อเป็นวิทยาทาน

31/12/2017

สวัสดีปีใหม่ 2018 ค่ะ สุขภาพเเข็งเเรงกันทุกท่านนะค่ะ😘😘😁😁👍👍👍💪💪💪

Merry Christmas& Happy New Year 2018 ❄️☃️🌲🌲🌲☃️❄️ ขอให้ลูกค้าทุกท่านสุขภาพเเข็งเเรงนะค่ะ  #เป็นห่วงน๊าาา ...😘😘😘
25/12/2017

Merry Christmas& Happy New Year 2018 ❄️☃️🌲🌲🌲☃️❄️
ขอให้ลูกค้าทุกท่านสุขภาพเเข็งเเรงนะค่ะ #เป็นห่วงน๊าาา ...😘😘😘

ที่อยู่

Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ D-Boon ดีบูนเน่ ฟื้นฟูกระดูกและข้อต่อ เพิ่มเเคลเซียมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์