DOT to GROW Inspiring Growth, Empowering Progress

กฎระเบียบที่ดี ไม่ได้เกิดจากการออกกฎมากขึ้น แต่เกิดจากการออกกฎที่ “ตอบโจทย์” มากขึ้นในโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ต้น...
16/07/2026

กฎระเบียบที่ดี ไม่ได้เกิดจากการออกกฎมากขึ้น แต่เกิดจากการออกกฎที่ “ตอบโจทย์” มากขึ้น

ในโลกที่การแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ต้นทุนหรือแรงงาน แต่รวมถึง “คุณภาพของกฎระเบียบ” ประเทศที่มีกติกาชัดเจน โปร่งใส และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนได้มากกว่า

การปฏิรูปกฎระเบียบจึงไม่ใช่หน้าที่ของภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน

ภาคธุรกิจควรมีบทบาทมากกว่าการสะท้อนปัญหา แต่ต้องร่วมเสนอทางออกที่อยู่บนข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์จากการปฏิบัติจริง

Corporate Affairs ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการสื่อสารองค์กรหรือการสร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย แต่คือการเชื่อมโยงมุมมองของภาคธุรกิจกับนโยบายสาธารณะ เพื่อร่วมออกแบบกฎระเบียบที่ส่งเสริมการลงทุน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

การรับฟังอย่างจริงใจ การแลกเปลี่ยนอย่างสร้างสรรค์ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน คือรากฐานของการปฏิรูปที่มีคุณภาพ

เพราะกฎระเบียบที่ดี ไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนที่ลดลง แต่คือ “ความเชื่อมั่น” ที่เพิ่มขึ้น และความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

To explore Corporate Affairs, Sustainability, and Communications Consultancy Services, please contact 📩 [email protected]
FB inbox: DOT to GROW

#การปฏิรูปกฎระเบียบ #นโยบายสาธารณะ #การพัฒนาที่ยั่งยืน

พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัยขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหาร...
13/06/2026

พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย
ขอน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ
ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ข้าพระพุทธเจ้า
คณะผู้บริหารและพนักงาน
บริษัท ดอท ทู โกรว์ จำกัด

13 มิถุนายน 2569

05/04/2026

“Health Tech: Game Changer ของระบบสุขภาพยุคใหม่”

วันนี้ “สุขภาพ” ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในโรงพยาบาลอีกต่อไป
เมื่อเทคโนโลยี (Health Tech) เข้ามาเปลี่ยนวิธีคิด วิธีดูแล และวิธีเข้าถึงการรักษาอย่างสิ้นเชิง

จากการรักษา → สู่การ “ป้องกัน”
จากการรอป่วย → สู่การ “ดูแลเชิงรุก”
จากระบบรวมศูนย์ → สู่การเข้าถึงที่ “กระจายและเท่าเทียมมากขึ้น”

AI, Data, Telemedicine, Wearable Devices
กำลังทำให้ “ข้อมูลสุขภาพ” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ
ในการตัดสินใจที่แม่นยำ รวดเร็ว และเฉพาะบุคคลมากขึ้น

แต่คำถามสำคัญคือ
เราจะใช้ Health Tech
เพื่อ “ยกระดับคุณภาพชีวิตของคน”
หรือเพียงแค่ “เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ” เท่านั้น

เพราะ Game Changer ที่แท้จริง
ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย
แต่คือการออกแบบระบบสุขภาพ
ที่มี “คน” เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง

ทำให้ “Business Sense” ของคุณ ลอกเลียนแบบไม่ได้โดย AIในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน—วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็ว เขียนได้ดี ตัดสิน...
25/03/2026

ทำให้ “Business Sense” ของคุณ ลอกเลียนแบบไม่ได้โดย AI

ในวันที่ AI เก่งขึ้นทุกวัน—วิเคราะห์ข้อมูลได้เร็ว เขียนได้ดี ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
ความได้เปรียบที่แท้จริงของคนทำงานและผู้นำ กำลังเปลี่ยนไปสู่สิ่งที่ AI ทำแทนไม่ได้

นั่นคือ “Business Sense” — เซนส์ทางธุรกิจที่เกิดจากประสบการณ์ บริบท และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์จริง

นี่ไม่ใช่ Soft Skill
แต่คือ Strategic Asset ที่ทำให้การตัดสินใจ “คม ชัด และใช้ได้จริง” โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนสูง

สิ่งที่เห็นชัดในองค์กรชั้นนำของอาเซียน:
องค์กรที่ฝัง Business Sense ไว้ในผู้นำ ระบบงาน และวัฒนธรรม
จะมีความได้เปรียบด้าน ความยืดหยุ่น (Resilience) ความน่าเชื่อถือ (Credibility) และการเติบโตระยะยาว

พร้อมกันนั้น ตลาดงานกำลังให้คุณค่ากับบทบาทที่ “เทคโนโลยี + การตัดสินใจของมนุษย์” ต้องทำงานร่วมกัน

10+1 อาชีพที่กำลังเติบโต:
• AI Engineer
• Data Scientist
• Cybersecurity Specialist
• Cloud Solutions Architect
• AI Ethics & Governance
• Sustainability Analyst
• Renewable Energy Engineer
• Mental Health Professional
• UX/UI Designer
• Corporate Affairs / Policy Advisor
• Legal & Compliance / Regulatory Affairs

โดยเฉพาะสายกฎหมายและกำกับดูแล กำลังกลายเป็น “หัวใจเชิงกลยุทธ์” ในยุคที่กติกาโลกเปลี่ยนเร็ว ทั้งเรื่อง AI, Data และ ESG

AI อาจวิเคราะห์แทนเราได้
แต่ไม่สามารถแทน วิจารณญาณ ความรับผิดชอบ และเซนส์ธุรกิจที่สั่งสมจากประสบการณ์จริง

สรุป:
ถ้าสิ่งนั้น AI ทำแทนได้ มันไม่ใช่ความได้เปรียบอีกต่อไป
แต่ “Business Sense” ที่ฝังอยู่ในวิธีคิดและการตัดสินใจของคุณ—คือสิ่งที่ลอกเลียนแบบไม่ได้

19/03/2026

Thailand at a Policy Inflection Point: What Business Leaders Should Watch Next

On 19 March 2026, Thailand’s Parliament convenes to vote for the next Prime Minister—requiring at least 250 votes to secure leadership and move forward with government formation.

This is more than a political milestone.
It is a strategic reset moment for Thailand’s policy direction—one that will directly shape how businesses navigate the next phase of transformation.

Why this matters now:

Following the appointment of the new Speaker and the formal royal endorsement process, the country is entering a compressed timeline:
• Prime Minister vote → 19 March
• Cabinet formation → Immediately after
• Policy statement to Parliament → Within 15 days

This means policy clarity will emerge fast—and ex*****on even faster.

Read more https://www.linkedin.com/posts/thitipa-laxanaphisuth_businessleaders-parliament-governmentformation-activity-7440205398730682369-w9gz?utm_source=share&utm_medium=member_ios&rcm=ACoAABgww6MBTEa5fc2VmJqj2eKQPuXOEtOU1OY
Source https://www.facebook.com/share/v/18PikTKBHV/?mibextid=wwXIfr

ปรับตัวอย่างไรในยุค   เมื่อ   แบบเดิม (อาจ) ไม่เพียงพอการปรับตัวของธุรกิจในยุคที่ AI เข้ามามีผลต่อการซื้ออาจเป็นเรื่องที...
08/03/2026

ปรับตัวอย่างไรในยุค เมื่อ แบบเดิม (อาจ) ไม่เพียงพอ
การปรับตัวของธุรกิจในยุคที่ AI เข้ามามีผลต่อการซื้ออาจเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันให้ลึกขึ้น โดยข้อมูลจากไมโครซอฟท์ระบุว่า ในยุคนี้ ความสำเร็จไม่ได้มาจากจำนวน Traffic ที่เข้ามายังเพจ หรือเว็บไซต์อีกต่อไป หากแต่อยู่ที่ความสามารถในการสร้างแรงดึงดูดให้กับสินค้า ว่าแต่ละแบรนด์ทำได้สมบูรณ์ และน่าเชื่อถือมากแค่ไหน
เหตุที่กล่าวเช่นนั้นเพราะกระบวนการในการซื้อของผู้บริโภคในยุคนี้จะมี AI เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น ทั้ง AI Assistants, AI Browsers และ AI Agents โดย Jennifer Myers ผู้จัดการฝ่าย Principal Product ของ Microsoft Shopping and Copilot และ Paul Longo ผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย AI in Ads, Microsoft Advertising บอกว่า ทันทีที่เราเอ่ยถามว่าเราควรจะซื้ออะไรดีนั้น กระบวนการที่จะเกิดขึ้นเบื้องหลัง ก็คือการทำงานของ AI agents และ assistants ที่จะเข้าไปทำความเข้าใจเนื้อหาต่าง ๆ และนำมาตอบผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยเหตุนี้ การสร้างเนื้อหาที่มีความน่าเชื่อถือ และสมบูรณ์เตรียมเอาไว้ ก็จะทำให้ AI พิจารณาเราเป็นตัวเลือกต้น ๆ ได้ อีกทั้งยังช่วยให้การจัดทำดัชนีเว็บไซต์ เพื่อแนะนำแบรนด์ทำได้ดีขึ้นด้วย
ไมโครซอฟท์ยังได้แนะนำ 3 กลยุทธ์สำคัญ เพิ่มการค้นพบด้วย AI ดังนี้
.
ทำให้แคตตาล็อกอ่านได้ด้วย AI
ควรใช้ Schema Markup ประเภทต่างๆ เช่น Product, Offer, Aggregate Rating, Review, Brand, Item List และ FAQ รวมถึงซิงค์ข้อมูลแบบ real-time ระหว่าง product feeds และ on-site schema โดยระบุข้อมูล dynamic fields เช่น ราคา สถานะสินค้า สี ขนาด SKU, GTIN และ dateModified ให้ชัดเจน นอกจากนี้ต้องทำให้ข้อมูลบนหน้าเว็บสอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคเห็น ไม่แสดงข้อมูลที่แตกต่างกับระบบอัตโนมัติ
เขียนคำบรรยายที่เน้นประโยชน์
โดยระบุว่าเหมาะกับใคร แก้ปัญหาอะไร และดีกว่าอย่างไร เพิ่มบริบทของ use-case ที่ชัดเจนที่ AI สามารถจับคู่กับคำถามได้ เช่น เหมาะสำหรับเดินป่าในอุณหภูมิมากกว่า 40 องศา สร้างหัวข้อและเนื้อหาที่สะท้อนคำถามจริงของผู้ใช้ และจัดทำบล็อก Q&A ที่ AI สามารถอ้างอิงได้ นอกจากนี้ต้องเขียน alt text ที่ละเอียด ให้ transcript ของวิดีโอ และแสดงข้อมูลสเปกสินค้าเป็นคู่ key/value
Trust Signals: สร้างความน่าเชื่อถือ
แสดงรีวิวที่ผ่านการยืนยันพร้อมทำเครื่องหมายด้วย Review และ Aggregate Rating Schema ระบุปริมาณรีวิวและอัตราส่วนของผู้ซื้อที่ยืนยันตัวตน เชื่อมโยงไปยัง Expert Reviews และบทความที่สินค้าของคุณถูกกล่าวถึง แสดงใบรับรอง ตราสัญลักษณ์ด้านความยั่งยืน และความเป็นหุ้นส่วนเป็นข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงการอ้างที่เกินจริงหรือพิสูจน์ไม่ได้ เพราะ AI จะลดคะแนนเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ
ทั้งหมดนี้คือการจัดโครงสร้างข้อมูลให้กับร้านค้า ซึ่งสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วนจะได้อันดับที่สูงกว่าในการค้นหาด้วย AI ซึ่งไมโครซอฟท์มองว่านี่อาจเป็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็ว ๆ นี้ของ Agentic Commerce สิ่งที่ธุรกิจควรต้องเร่งทำคือการการตรวจสอบและปรับแคตตาล็อกเพื่อให้ AI อ่านได้ ลดช่องว่างของบริบท และสร้างระบบที่ทำให้ข้อมูลทันสมัยอยู่เสมอในทุกช่องทางนั่นเอง

ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ การลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดในเมืองถือเป็นอีกหนึ่...
01/03/2026

ท่ามกลางสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ที่ยังคงเกินค่ามาตรฐานในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ การลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดในเมืองถือเป็นอีกหนึ่งการควบคุมที่ต้องปฏิบัติควบคู่กันกับการขอความร่วมมือจังหวัดรอบ ๆ กรุงเทพฯ ให้ช่วยลดการเผาวัสดุทางการเกษตร
สำหรับการแก้ปัญหาจากแหล่งกำเนิดมลพิษในเมือง พบว่ามีความพยายามให้ความรู้ และขอความร่วมมือไปยังกลุ่มคนขับ “วินมอเตอร์ไซค์” ซึ่งถูกเปรียบเหมือนกับเส้นเลือดฝอยในระบบขนส่งของกรุงเทพฯ ให้เปลี่ยนผ่านไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น
จากการเปิดเผยข้อมูลของ GIZ (โครงการความร่วมมือไทย–เยอรมันด้านพลังงาน คมนาคม และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ดำเนินงานโดยองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน) พบว่า ปัจจุบัน กรุงเทพฯ มีจักรยานยนต์รับจ้าง หรือ “วินมอเตอร์ไซค์” มากกว่า 89,000 คัน แต่ในตัวเลขดังกล่าวพบว่า มีคนขับรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเพียง 123 คันเท่านั้น
ข้อมูลจาก GIZ พบด้วยว่า วินมอเตอร์ไซค์กว่า 89,000 คน ที่กระจายอยู่มากกว่า 5,300 จุดทั่วกรุงเทพฯ นั้นยังคงพึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก คิดเป็นการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ราว 80,000-100,000 ตันต่อปี และ PM2.5 ประมาณ 16 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการเผานาประมาณ 3,800 ไร่ หรือเท่ากับฝุ่นที่ปล่อยจากรถเมล์แดง (รุ่นเก่า) ประมาณ 250-300 คัน ที่วิ่งให้บริการตลอดทั้งปี
นั่นทำให้ทาง GIZ ทำการศึกษาอย่างจริงจังและพบว่า สาเหตุที่ทำให้คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างไม่สามารถเปลี่ยนมาใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้มาจากปัญหาด้านค่าใช้จ่าย เช่น รถมีราคาแพงเกินไป, กังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา, การใช้งานแบตเตอรี่ที่อาจไม่เพียงพอกับการขับตลอดทั้งวัน และบริการหลังการขาย
จากปัญหาดังกล่าว นำไปสู่การพัฒนาโครงการ EV เพื่อพี่วิน ที่ทาง GIZ จับมือกับทางกรุงเทพมหานคร และอีกหลายภาคส่วน โดยโครงการดังกล่าวได้ออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนให้คนขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างสามารถใช้งานรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าได้จริง ทั้งจุดชาร์จ บริการสลับแบตเตอรี่ และการซ่อมบำรุง ผ่านการทดลองโมเดลเช่าขับในอัตรา 75-140 บาทต่อวัน
โดยในช่วงแรก มีการคัดเลือกวินมอเตอร์ไซค์จำนวน 30 คนให้ทดลองใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย (เริ่มในเดือนมีนาคมนี้) เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึกสำหรับการพัฒนาแนวทางขยายผลในระดับเมืองควบคู่กับการผลักดันเมืองคาร์บอนต่ำในระยะยาว
ื่อพี่วิน #เมืองคาร์บอนต่ำ #กรุงเทพมหานคร #มอเตอร์ไซต์รับจ้าง #ปัญหาฝุ่นพิษ #กทม

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ DOT to GROW โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์