11/12/2017
การทำโฆษณาให้เหลือกำไร
สิ่งแรก : เข้าใจเรื่องความกว้างของกลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมายแบ่งเป็น 3 แบบ
1.กลุ่มเป้าหมายแบบแคบขนาดประมาณ 300,000 คน
2.กลุ่มเป้าหมายแบบกลางขนาดประมาณ 700,000 คน
3.กุล่มเป้าหมายขนาดกว้างขนาดมากกว่า 1,000,000 คน
การทำโฆษราถ้าเราทำกลุ่มเป้าหมายแบบแคบ
ข้อดีคือโอกาสตรงกลุ่มเป้าหมายจะสูงกว่าขนาดกลางและกว้างเพราะจำนวนคนที่น้อยกว่า
ข้อเสียคือค่าโฆษณาของกลุ่มเป้าหมายแบบแคบจะแพงกว่าการทำโฆษณากลุ่ม้ป้าหมาย
กลางและกว้าง
ทำยังไงให้กลุ่มเป้าหมายแคบ
1.เราควรเลือกกลุ่มเป้าหมายเป็น Segment ไม่เลือกเป็น Target (เลือกแบบเจาะให้ลึกขึ้นครับ)
2.ควรทำ AB TESTING ADS เพื่อเปรียบเทียบหา Ads ที่ดีที่สุดครับ
สมมุติเราจะขายอาหารคลีน
การเลือกเป็น TARGET คือ เพศหญิง , อายุ 25-35 , อาหาร , ประเทศไทย
การเลือกเป็น Segment คือ เพศหญิง , อายุ 25-35 , พนักงานออฟฟิศ , อาหารคลีน , อาหารลดน้ำหนัก , ประเทศไทย
เห็นไหมครับว่าถ้าเลือกเป็น Segment มันจะแคบและชัดขึ้นทันทีตามมาด้วยจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ลดลง บางครั้งถ้าเราเลือกจังหวัดอาจทำให้จำนวนต่ำลงไปกว่า 300,000 อีกครับ
-------
สิ่งสอง : วางแผนการมองเห็น
1.ทำโฆษณาเราต้องคิดก่อนว่าสินค้าของเรากลุ่มลูกค้าคือใคร
2.โฆษณาตัวนี้ต้องการให้คนมองเห็นมากที่สุด หรือต้องการคนที่สนใจจริงๆ
ถ้าสมมุติกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษาหรือวัยทำงาน โดยเราต้องการให้พวกเขามองเห็น การลงโฆษณาบน instragram ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกทีหน้าสนใจทีเดียวครับ แต่ถ้าเราต้องการให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วมก็อาจจะไปลงโฆษณาใน Facebook แทนครับ
-------
วางแผนการงบโฆษณาให้ดี
อันนี้สำคัญมากครับวางแผนงบไม่ดี ทำโฆษณาไปก็ไม่เหลือกำไร
1.เราต้องรู้ก่อนว่ากำไรสินค้าต่อชิ้นคือเท่าไร
2.คำนวนว่าใน 1 วัน สินค้าเราจะขายได้ประมาณกี่ชิ้น
ตัวอย่าง
ผมขายผ้าปูที่นอนกำไรต่อชิ้นคือ 500 บาท โดยคิดว่าน่าจะขายได้วันละ 4 พื้น ถ้าลงโฆษณาวันละ 500 บาท ก็จะเหลือกำไรวันละ 1500 บาท แบบนี้ครับ
-------
#รอบสุดท้ายของปี #รับแค่8ท่านเท่านั้น
Digital Marketing 0-100 รุ่น 35
เรียนวันที่ 16-17 ธันวาคม 2560
สอนจัดเต็ม 2 วัน เวลา 10:00-15:00
Promotion!!
ราคาพิเศษ 5,900 บาท
เมื่อชำระเงินก่อน 5 ธันวาคม 2560
จากปกติราคา 6,500 บาท
-------
📱 สอบถาม-ปรึกษา-สมัครเรียน
ติดต่อได้เลย 099-216-5216
Line@ "" หรือ
คลิก http://line.me/ti/p/%40digitalsomebkk