สื่อสารการศึกษา EdC

สื่อสารการศึกษา EdC บริษัทสื่อสารการศึกษา ในรูปแบบของส

08/07/2024
08/07/2024

การสอน คือ การสร้างเหตุให้ผู้เรียนฝึกฝนตนเองจนเกิดผลที่ต้องการในตัวตนของผู้เรียนทุกๆคน..และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง..
>>>การสร้างเหตุ(Cause).. คือ การออกแบบกิจกรรมการเรียนการสอนที่เป็น Active learning “ลงมือทำ,คิดวิเคราะห์,และหาคำตอบ” ด้วยตนเอง..
>>>ผลที่ต้องการ(Outcome) คือ ผู้เรียนมีคุณสมบัติ คิดเป็น,ทำเป็น,เรียนรู้เป็นเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน, และแก้ปัญหาเป็นไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปอย่างไร...
สุทัศน์ เอกา

เรียนรู้เป็น Learn how to learn***รู้วิธีเรียน และ“เรียนตามบริบทของสิ่งที่เรียน” คือ..เรียนรู้ตามธรรมชาติของเรา..และตามธ...
05/03/2024

เรียนรู้เป็น Learn how to learn
***รู้วิธีเรียน และ“เรียนตามบริบทของสิ่งที่เรียน” คือ..เรียนรู้ตามธรรมชาติของเรา..และตามธรรมชาติของสิ่งที่เรียน”..ไม่ฝ่าฝืน..ไม่ขืนขัด กระแสการเรียนรู้ตามธรรมชาติของรายวิชา...เช่น..
>>We learn to swim by swimming…ไม่ใช่ท่องจำจากหนังสือ,ตอบข้อสอบกระดาษถูกหมดทุกข้อ..แต่ตกน้ำตาย เพราะว่ายน้ำไม่เป็น เนื่องจากไม่เคยลงไปฝึกว่ายน้ำในน้ำจริงๆ...
>>We learn to listen by listening.
>>We learn to speak by speaking
เมื่อไม่ฝึกการฟัง ก็ฟังไม่ออก ไม่รู้ว่าเขาพูดอะไร..หูบอด,ปากก็ใบ้..เรียนภาษาอังกฤษมาร้อยปีก็พูดไม่ได้..มันเป็นเหตุ เป็นผลเช่นนี้เอง...

เมื่อได้เกิดมาเป็นสิ่งที่มีชีวิตแล้ว..
ทุกย่างก้าวของชีวิต คือ การเรียนรู้..ความรู้มีอยู่ในก้อนเมฆในรูปของ Internet (Connectivism theory)..และอย่าเย่อหยิ่งจองหอง ที่จะก้มหัวไปขอความรู้จากผู้อื่นเพื่อมาฝึกฝนตนเองให้อยู่รอด และมีชีวิตที่ดีในวันนี้และวันหน้า (Humanism theory).ผู้เจริญควรสำนึกบุญคุณคน..

อุปกรณ์การเรียนรู้ มี 6 อย่างคือ ตา,หู,จมูก,ลิ้น,ผิวกาย และ ใจ.ซึ่งได้สัมผัสกับ “แหล่งความรู้”..โดยตรง..
***มนุษย์ “ใช้อุปกรณ์ที่เป็นประสาทสัมผัสทั้ง 6 อย่างนี้ เรียนรู้จาก “แหล่งความรู้” อันได้แก่ พ่อแม่, ครู,อาจารย์, กิจกรรมการเรียนรู้, สังคมที่อยู่อาศัย,สิ่งแวดล้อม,และสื่อ (Connectivism theory)..ฯลฯ..
>>เรียนรู้โดยประสาทสัมผัสทั้ง 6 อย่างนี้ ได้สัมผัส “กับสิ่งที่จะเรียน(สิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนรู้)”..แล้ว ประสาทสัมผัสก็ส่งความรู้สึกไปที่สมอง..ผลิตออกมาเป็น “ความรู้,ความเข้าใจ,ทักษะ,และทัศนคติในตัวผู้เรียน” นี้แหละจึงเรียกว่า เป็น Active learning เพราะทั้ง “กาย และใจ(Body and Mind)ของผู้เรียน “จดจ่อ” อยู่กับการเรียนรู้ตลอดเวลา..

สิ่งสำคัญ คือ..
>>>ในรายวิชาต่างๆ “มีวิธีเรียนที่แตกต่างกัน” ครูผู้สอน และผู้เรียน จะต้อง “ปรับวิธีสอน และวิธีเรียน” ให้สอดคล้องต้องกันกับ “บริบท” ของรายวิชานั้นๆ...ซึ่งในตำราวิชาครู..มีวิธีสอนรายวิชาต่างๆให้ฝึกฝนอยู่แล้วตอนเป็นนักศึกษา..แต่ถ้าใครไม่ได้เรียน ก็หาเอาได้จาก Internet,ห้องสมุด,และแหล่งความรู้อื่นๆ ฯ...
>>>สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความรู้,ความเข้าใจ,ทักษะ,และทัศนคติ เป็น “พลังงานทางจิต”..ผู้เรียนจะต้องใช้ “จิตวิเคราะห์ Critical thinking” ในการเรียนรู้(หรือทำกิจกรรมสร้างความรู้ภายในตน)..ดังนั้นผู้เรียนจะต้อง “มีใจจดจ่อ Active”(มีสติ,สัมปชัญญะ) อยู่กับสิ่งที่กำลังทำ จึงจะได้ผล..เกิดปัญญาในตัวตน...
ดังนั้น..
1. ผู้เรียนจะต้อง “จด และ จำ”สิ่งที่ได้รับการถ่ายทอดจาก พ่อแม่,ครู อาจารย์, จากสื่อต่างๆ เช่น ยูทูป,หนังสือ,..นักเรียนต้อง “นำสิ่งที่ได้ยิน,ได้เห็น,ได้สัมผัสเหล่านี้” ไปทำการ “คิดวิเคราะห์ Critical thinking หรือ โยนิโสมนสิการ จนเกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง..ทดลอง,ทดสอบ,พิสูจน์ด้วยตนเอง “จนเกิดความรู้จริงขึ้นในตัวตนก่อน” แล้วจึงจะสามารถนำความรู้นั้นๆมาปรับใช้ได้...
2.ถ้าเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ Experience learning ซึ่งเรียกว่า Active learning นั้น ผู้เรียนจะเกิด “ความรู้ภายในตัวทุกขณะที่ทำกิจกรรมการเรียนรู้.. Knowledge arising from internal learner. ผู้เรียนจึงสามารถนำไป “ปรับใช้ได้ทันที่” เพราะประสบการสามารถทำให้ผู้เรียน คิดเป็น ทำเป็น,เรียนรู้เป็น, และแก้ปัญหาเป็น ตั้งแต่ต้น..
การสร้างนิสัยการเรียนรู้ Creating learning habits...
>>ค้นหาวิธีเพิ่มความจำ เช่น การจดบันทึก,อัดเสียง,คลิป,ถ่ายรูป, และแม้การท่องจำ,ทำซ้ำๆ..จนเกิดความเคยชินจำได้โดยอัตโนมัติ..ฯลฯ..และ เมื่อจำได้แม่นยำแล้ว ก็นำมา “ทดลอง” หาความจริงด้วยตนเอง
>>เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ..ศึกษาวันละนิดวันละหน่อย..ใช้เทคนิคการเรียนรู้ที่หลากหลาย, เช่น Interactive learning, Collaborative learning (คือ การเรียนรู้จากกลุ่ม หรือ Group learning)..การ..เชื่อมต่อข้อมูลใหม่กับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว..และลองสอนคนอื่นดูบ้าง,
>>มองหาโอกาสในการ “สร้างประสบการณ์ตรง”..โปรดจำไว้ว่าข้อผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้, เป็นครู,..และรักษาสมาธิไว้..ให้มั่นคง..
สำคัญที่สุด “หมั่นทดสอบตัวเอง”..ว่ามีความรู้ความเข้าใจ, ทักษะ, สมรรถนะ, และทัศนคติถึงระดับไหนแล้ว..ขาดตกบกพร่องตรงไหน.?..ต้องเติมเต็มส่วนใหนเข้าไปอีกบ้าง ?..จึงจะพอใช้งานอย่างมืออาชีพ..
สุทัศน์ เอกา

ทำเป็น, Can be made, Created, Innovating,วิธี “ทำงาน” ทำอะไรก็ได้***เมื่อคิดได้..ต้องรู้วิธีทำ และทำได้ด้วย***>>อย่าอายท...
04/03/2024

ทำเป็น, Can be made, Created, Innovating,
วิธี “ทำงาน” ทำอะไรก็ได้
***เมื่อคิดได้..ต้องรู้วิธีทำ และทำได้ด้วย***
>>อย่าอายที่จะไปเป็นลูกมือคนอื่น..รับใช้, ซื่อสัตย์และอดทนต่ออารมณ์ของเขา ที่มากระทบอารมณ์ของเรา,..แต่มุ่งมั่นในการเรียนรู้ และสร้างทักษะทางการงาน,การเงิน,และทัศนคติเพื่อชีวิตที่ดีในวันข้างหน้า “เมื่อเราต้องรับผิดชอบตนเองและครอบครัว”...
>>ก้าวแรก ก้าวเล็กๆ ง่ายๆ เพื่อเริ่มต้นการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย …
***เมื่อคิดได้,ตัดสินใจเลือกทำอะไร,ทำอย่างไรแล้ว..ลงมือทำทันที..ก้าวเล็กๆ ก้าวเดียวก่อน..
>>การสร้างนิสัย มุ่งเน้นไปที่ “พฤติกรรมเชิงบวก” มากกว่าพฤติกรรมเชิงลบ …
***ก้าวเล็กๆ..ก้าวเดียว “ที่มุ่งมั่น” ทำเป็นนิสัย “Habit” เชิงบวก..คือการกระทำหรือพฤติกรรมที่เรามักจะทำเป็นประจำ..เป็นกิจวัตรที่ทำซ้ำๆ และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว อาจเลิกทำได้ยาก..
>>ศึกษาดูว่า เราทำอะไรได้สะดวกตอนไหน เวลาใด..แล้วสร้างตารางฝึกทักษะของเรา..
>>การฝึกปฏิบัติ “ตามตารางฝึกทักษะทักษะ” เป็นประจำ “ Routine”..ที่เราสร้างขึ้นเองตามวัน,เวลา และโอกาสที่เหมาะสม
>>การรักษา “แรงจูงใจ Motivation” ไว้ให้มั่นคง ติดตามความก้าวหน้าของตนเอง..เพื่อให้รู้ว่าตนเองไปได้ไกลแค่ไหนแล้ว ?
สำคัญที่สุดคือ “ฝึกทักษะ Skill ในการทำงาน”..
ทักษะ “Skill”..คืออะไร ?...
ทักษะ “Skill” คือ..ความสามารถที่บุคคลได้รับผ่านการฝึกอบรม,จนมีความรู้,ความชำนาญ และประสบการณ์ในงานที่ทำ,.รวมทั้งการแก้ปัญหาในการทำงานด้วย.
ท่านที่เคารพ...
ถึงตอนนี้แล้ว..ก็มีความจำเป็น ที่จะขอชี้แจงเพิ่มเติมอีกสักนิด..ในความหมายของ “คำต่างๆ”ที่นำมาใช้ในวงการศึกษา ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ คือ..
>>คำว่า ทักษะ Skill หมายถึง ความรู้ บวกกับ ความชำนาญ
***ความรู้, หาได้ทั่วไปจาก พ่อแม่,ครูอาจารย์,ICT., Internet online, สิ่งแวดล้อมรอบตัว,หนังสือ และโลกของการสื่อสารทุกชนิด ฯ..
***ความชำนาญ ได้มาจากการฝึกฝนตนเองอย่างเพียงพอ..เท่านั้น.เข้าทำนอง.. “You learn to swim by swimming.”..หรือ “You learn to speak by speaking”..เท่านั้น..
เรื่องจำเป็น ที่ต้องรู้เกี่ยวกับทักษะ ก็คือ ทักษะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทได้แก่ Soft skill กับ Hard skill…
>>>Soft skill เป็น “ทักษะที่เกี่ยวกับเรื่องจิตใจ,อารมณ์,สังคม, และความคิดสร้างสรรค์, ซึ่งอาจ เป็นพรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด, หรือได้มาจากการฝึกฝนที่ยาวนาน เช่น ความสามารถในการทำงานภายใต้แรงกดดัน, และการปรับตัวเข้ากับสังคม..ตัวอย่าง “Soft skill” เช่น.. Problem solving.. Critical thinking.. Flexibility(ความยือหยุ่น).. Communication(การติดต่อสื่อสาร).. Teamwork.. Organization(การจัดระเบียบองค์กร). Creativity.. Emotional Intelligence(ความฉลาดด้านอารมณ์).. Attention to Detail(การใส่ใจในรายละเอียดของงาน)..และความรับผิดชอบ Responsibility..ฯลฯ..
>>>Hard skill เป็นทักษะเฉพาะทางที่จำเป็นสำหรับวิชาชีพ และ.. “สามารถวัดค่า (หรือระดับ)ได้ด้วยเกณฑ์วัดที่ชัดเจน” เช่น.. Computer Software and Application(ความสามารถเรื่องคอมพิวเตอร์).. Design.. Data Analysis.. Negotiation(การเจรจาต่อรอง).. Mathematics(คณิตศาสตร์).. Project Management.. Marketing.. Administrative... Writing..และ Foreign Languages..ฯลฯ..เป็นต้น..
***ท่านจะเห็นว่า..ทั้ง Soft skill และ Hard skill มีอยู่ในตัวคนและละคน..เพียงแค่ว่า ใครจะสามารถพัฒนา Soft skill หรือ Hard skill ให้โดดเด่นขึ้นมา..หรือ พัฒนาขึ้นมาทั้ง 2 อย่าง เช่น มวยไทย..จัดเป็น soft skill เมื่อวัดเรื่องจิตใจ แต่จะเป็น Hard skill เมื่อเอา ความเป็นมวยไทยเข้ามาวัด..เป็นต้น..
>>>สมรรถนะ “Competency” คืออะไร.?
***สรรถนะ “Competency” คือ..ความสามารถที่หลากหลายรวมกัน และพิสูจน์ได้..ซึ่งคนเรา แต่ละคนใช้ “ประพฤติ,ปฏิบัติ (Behave, Practice) เพื่อบรรลุเป้าหมายในการทำงานของเขา.. โดยทั่วไปแล้วจะผสมผสานทักษะ, ความรู้,ความสามารถด้านต่างๆ,และพฤติกรรเฉพาะ..ที่แต่ละคนต้องปฏิบัติเพื่อให้ประสบความสำเร็จในงาน, และหน้าที่ของตน...
แม้ว่าหลายๆ คนจะใช้คำว่า "ทักษะ Skill" และ "สมรรถนะCompetency" แทนกันได้ แต่ก็มีความแตกต่าง..กินความแตกต่างกัน..เล็กน้อย..บางประการดังกล่าวแล้ว..
หวังว่า..เรื่อง “เล็กน้อยแค่นี้” คงไม่เป็นอุปสรรคใหญ่ ขัดขวางไม่ให้กระทรวงศึกษาธิการ “หวาดกลัว,และมึนงง” ในการนำหลักสูตรฐานสมรรถนะ (Competencies Based Curriculum หรือ CBC) ออกมาใช้โดยเร็ว...เพื่อแก้ปัญหาการศึกษาของชาติได้ทันท่วงที..
สุทัศน์ เอกา

คิดเป็นคือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ Critical thinking***จุดเริ่มต้น ของการคิดสร้างสรรค์ Creative, การสร้าง,และพัฒนานวัตกรร...
03/03/2024

คิดเป็น
คือ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ Critical thinking
***จุดเริ่มต้น ของการคิดสร้างสรรค์ Creative, การสร้าง,และพัฒนานวัตกรรม Innovation.,…
เป็นองค์ประกอบที่ 1.ของ Active learning ซึ่งเป็นการเรียนรู้ เพื่อ “ปลูกสร้างปัญญาในตัวมนุษย์มนุษย์” ตามทฤษฎีการศึกษา Constructivism theory…
คุณสมบัติเบื้องต้นของ “มนุษย์ที่มีปัญญาเป็นของตนเอง Own wisdom ” มี 4 ประการ คือ 1.คิดเป็น,..2.ทำเป็น,..3.เรียนรู้เป็น.. และ 4.แก้ปัญหาเป็น..คนชนิดเช่นนี้ ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เขาย่อมปรับตัวได้เสมอ
คนที่ “คิดเป็น”..มีความหมาย “ครอบคลุมกว้างขวาง” ดังนี้..รู้จักคิด..“โยนิโสมนสิการ”..มีหัวคิด,มีปัญญา,มีความฉลาด,หลักแหลม..รู้คุณ,รู้โทษ,มีสัมมาทิฐิ..และมีความเป็นมนุษย์สูง “Have a high degree of humanity”..ดังนี้เป็นต้น..

ทักษะการคิด (Thinking skill) คือ “กิจกรรมทางจิต” ที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลในหัวสมอง สร้างการเชื่อมโยง ตัดสินใจ และสร้างแนวคิดใหม่ๆ..รวมทั้งความพยายามทำความเข้าใจกับประสบการณ์,การตั้งคำถาม, การตัดสินใจ, การวางแผน,แก้ไขปัญหา, และการจัดระเบียบข้อมูล...

การคิดอย่างมีวิจารณญาณ. “Critical thinking” เป็นสิ่งสำคัญ “มากที่สุด” เพราะมันนำไปสู่การตัดสินใจ..โดยเน้นแนวทางที่มีเหตุผล เป็นกลาง และตระหนักรู้ในตนเอง “ Emphasizes a rational, objective, and self-aware approach” ในการนี้ ต้องสามารถระบุแหล่งที่มาของข้อมูล ความน่าเชื่อถือ เพื่อเลือกแนวทางการตัดสินใจทีดีที่สุด..และตรงประเด็นการแก้ปัญหา..ซึ่ง ครู,พ่อ.แม่.ผู้ปกครอง,และบุคคลทุกสาขาวิชาชีพ “ต้องใช้”ในการดำเนินชีวิตประจำวัน..
***การคิดอย่างมีวิจารณญาณมีความสำคัญใน “ทุกสาขาวิชา, การเลือกอาชีพ” และตลอดทุกขั้นตอนของกระบวนการ..การถอดบทเรียน(Experience learned),การทดสอบ,การทดลอง,การวิจัย แม้ประทั่งการสืบสาวราวเรื่องหาข้อเท็จจริง...ทั้งทางวิทยาศาสตร์,และมนุษยศาสตร์, ซึ่งทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณมีความเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับทั้งสองศาสตร์นี้..
>>>การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (วิธี “การคิดวิเคราะห์,คิดอย่างมีวิจารณญาณ,โยนิโสมนสิการ,หรือ Critical thinking) เป็นทักษะอันทรงคุณค่าที่ใครๆ ก็สามารถพัฒนาได้ด้วยกระบวนการที่ถูกต้อง เคล็ดลับห้าข้อต่อไปนี้จะช่วยให้การคิดวิเคราะห์, แก้ปัญหา,และตัดสินใจได้ดี..และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น...
1.กำหนดคำถาม หรือ ปัญหาที่ต้องแก้ไข Formulate question or Problem...ต้องรู้ว่าจะแก้ปัญหาอะไรโดยเฉพาะ คือ รู้ตัวปัญหาที่แท้จริงก่อน (เหมือนรู้เป้ายิง) จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น...
2.รวบรวมข้อมูล Gather information...คือรู้ว่ามีข้อมูลอะไรบ้าง ที่เกี่ยวข้อง “ซึ่ง”ทำให้เกิดปัญหา,หรือ เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ,..เพื่อที่จะได้ค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมจาก “แหล่งข้อมูล,แหล่งความรู้” ที่จะช่วยให้แก้ปัญหาได้ถูกต้องที่สุด
3.การปรับใช้ข้อมูล Apply the information ..และตอบตนเองให้ได้ว่า.. อะไรคือแนวความคิดในการทำงานเพื่อแก้ปัญหาชิ้นนี้ ?.. มีสมมติฐานอะไรบ้าง ?..และการตีความ “ข้อมูล” เหล่านั้น มีความหมาย,คุณค่า,ต่อการแก้ปัญหา..สัมพันธ์สอดคล้องต้องกันหรือไม่?..นำมาใช้ได้มากน้อยเพียงใด ?
4.พิจารณาความหมายของข้อมูล Consider the implications และมองเห็นคุณค่าในระยะในระยะยาว …สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเราในตอนนี้อาจไม่เป็นประโยชน์ในอนาคต..วันนี้..ใช้วิธีนี้แก้ปัญหาได้..วันข้างหน้าอาจผิดพลาด ?. เพราะโลกนี้..ไม่มีสิ่งใดที่จีรังยั่งยืน..
5.จงสำรวจมุมมองอื่น ๆ Explore other points of view.. ด้วยการทำความเข้าใจอย่างรอบด้าน.. By understanding other perspectives.. เพื่อที่เราจะได้เรียนรู้..และเปิดโอกาสให้ตนเองได้รับรู้ถึงโลกกว้างของการเรียนรู้ “ตลอดชีวิต Long live learning”..นั่นเอง..
เมื่อคิดวิเคราะห์ (คิดย่างมีวิจารณญาณ,คิดอย่างรอบคอบ,โยนิโสมนิการ,Critical thinking).แล้วก็ชั่งน้ำหนักของข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เลือกแนวทาง(ที่ดีที่สุด)แล้ว..แก้ปัญหา..ได้เลย..
สุทัศน์ เอกา

ถ้าเด็กไทย ในวันนี้..มีความุ่งมั่น,ขยัน,อดทน,รักดี,และรักชาติ.เหมือนคนเวียดนามอีกไม่กี่ปี เราจะก้าวหน้าทัดเทียมเขาพ่อแม่...
03/03/2024

ถ้าเด็กไทย ในวันนี้..
มีความุ่งมั่น,ขยัน,อดทน,รักดี,และรักชาติ.เหมือนคนเวียดนาม
อีกไม่กี่ปี เราจะก้าวหน้าทัดเทียมเขา
พ่อแม่,คุณครู,ผู้ปกครอง,สังคม, หรือใคร “ควรสอนเขาหรือไม่ ?”..
สุทัศน์ เอกา

ดูเหมือนจะแถ !. สปก.เขาใหญ่..กรุยทางสู่การครอบครองปรปักษ์..มันไม่ใช่เรื่องการเมือง ที่จะแสดงละคร “ออมชอมกัน”..แต่..มันเป...
02/03/2024

ดูเหมือนจะแถ !. สปก.เขาใหญ่..
กรุยทางสู่การครอบครองปรปักษ์..
มันไม่ใช่เรื่องการเมือง ที่จะแสดงละคร “ออมชอมกัน”..
แต่..มันเป็น “หลังฉาก”แผนยึดครอง “ทรัพย์แผ่นดิน..
และสมบัติประชาชน..ใช่หรือไม่ ?..
สุทัศน์ เอกา

นิยายสำหรับครู           เรื่อง แสงเทียนในสายลม                                                                         ...
01/03/2024

นิยายสำหรับครู เรื่อง แสงเทียนในสายลม
ตอนที่ 48.
สุทัศน์ เอกา

ตะวัน สอนแสนดี รวบรวมกลุ่มเป้าหมายได้ภายในเวลาไม่นานนัก เขาค่อยๆนำเด็กเหล่านี้เข้ามารวามกิจกรรมทีละสองสามคน เริ่มต้นจากกิจกรรมเล็กๆ เช่นช่วยถ่ายรูปกิจกรรมของนักเรียน ถ่ายวิดิโอ วิพากวิจารณ์ภาพถ่ายก่อนนำผลงานไปลงหนังสือวารสารของโรงเรียน เขียนสคริปสั้นๆเพื่อนำไปประกอบการสอน เป็นพี่เลี้ยงผู้ช่วยครูในการเข้าค่ายลูกเสือ เป็นกองพลาธิการ....จนบัดนี้กลุ่มเป้าหมายทุกคนมาอยู่ในมือของตะวันแทบทั้งสิ้น....เขามีเวลาสอนความรู้พื้นฐานของงานรับผิดชอบแต่ละอย่าง....
“ เมื่อเรามีตำแหน่ง....เราก็มีหน้าที่...” ตะวันบอกพวกเขา
“ เราเป็นผู้ช่วยครู...เป็นผู้นำกลุ่มกิจกรรม...โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้นำกลุ่มลูกเสือ เนตรนารี และยุวกาชาด...กิจกรรมเหล่านี้ฝึกสอนเยาวชนให้เติบโตไปเป็นพลเมืองดีของชาติในอนาคต...เด็กๆเลียนแบบพี่ๆที่นำเขา...เราอาจไม่รู้ตัวคนที่คอยชื่นชมเรา แต่อย่าลืมว่า ทุกๆเวลานาทีต่อไปนี้พวกเธอคือ แม่แบบ..Idol !.”
ตะวันผายมือไปที่จอมหัวโจกอย่างรวดเร็ว....
“ คุณคือ..Idol.”
หมอนั่นสะดุ้งเฮือก เพราะไม่ทันคาดคิด เพื่อนๆหัวเราะเกรียว....
พิธีเปิดการเข้าค่ายอบรมลูกเสือในโรงเรียนวันเสาร์ อาทิตย์ แบบไม่ต้องค้างคืนครั้งนั้น ท่านผู้อำนวยการประกาศให้ผู้เข้าอบรมทราบว่า..
“ การเข้าค่ายอบรมครั้งนี้ นับว่าชาวค่ายโชคดีที่สุด เพราะมีพี่ๆกลุ่มอาสาสมัครสร้างสรร มาเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยเหลือพวกเรา...ถ้ามีความทุกข์ยากเดือดร้อนอะไร...บอกพี่ๆได้..นาครับ..พวกเรา...ปรบมือให้พี่ๆหน่อย..ซวด..ซวด..”
แล้วท่านผู้อำนวยการก็แนะนำพี่ๆอาสาสมัครทุกคน...อย่างเป็นทางการแม้เสียเวลาไปบ้าง แต่มันจะให้ผลที่คุ้มค่า เมื่อเรามีวัตถุประสงค์ที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมวัยรุ่น ท่านชี้แจงกับคณะครูที่เข้าร่วมกิจกรรม
“ วัยรุ่นต้องการความยอมรับนับถือ...และให้เกียรติ..เมื่อพวกเขารู้ว่าตัวเองมีเกียรติยศ เขาจะรักษาเกียรติยศนั้นไว้จนถึงที่สุด...นานวันเข้าก็กลายเป็นบุคลิกอันพึงประสงค์..”
อาสาสมัครทำงานแข็งขัน เมื่อฝึกระเบียบแถวกลางแจ้ง แต่ละหมู่แต่ละกอง พวกเขาเป็นตัวแบบสาธิต ขณะฝึกระเบียบแถว พวกเขาคอยแก้ไขให้น้องๆทำท่าทางให้ถูกต้องตามแบบอย่างที่ดี...
เวลารับประทานอาหารกลางวัน ก็คอยจัดระเบียบและบริการน้องๆด้วยความเมตตา ใบหน้ายิ้มแย้ม และคำพูดที่ไพเราะ.....

ในการอบรมครั้งต่อๆมา คณะครูและผู้เข้าอบรมเรียกร้องขอให้พี่ๆกลุ่มนี้ร่วมงานอีก...จนบัดนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ไปเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานกีฬาสี งานประจำปีของโรงเรียน งานประชุมผู้ปกครอง หรือแม้แต่งานชุมชนก็มาร้องขอให้เด็กกลุ่มนี้ไปช่วยงาน....
ตะวัน สอนแสนดี นำคำชมเชย ความเอาการเอางาน กริยามารยาท และการพูดจาไพเราะ ที่ได้ยินได้ฟัง มาบอกกล่าวแก่ชาวคณะของเขาอยู่เสมอ....
คำชมเชยที่ได้รับ ตราตรึงอยู่ในหัวใจไม่รู้ลืม....
“ บัดนี้...ไม่มีข่าวว่าเด็กโรงเรียนเรายกพวกไปตีกับใครที่ไหนอีกแล้ว....กลุ่มกิจกรรมของเราได้ผล...ที่เคยไม่อยากเรียนก็เข้าเรียน และไอ้ที่ชอบแต่งตัวผิดระเบียบก็ไม่กล้าแต่งอีกแล้ว เพราะอายน้องๆ..”
ผู้อำนวยการบอกตะวัน ถึงความก้าวหน้าและความสำเร็จของเขา...
“ แต่เรายังหยุดไม่ได้ ต้องทำต่อไป...มันเหมือนกับต้นหญ้าและพุ่มไม้ในสวนหย่อม ต้องตัดแต่งอยู่เสมอจึงจะสวยงาม...ปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน และเราต้องจัดการกับมันทุกวัน เช่นกันครับ..”
“ ถ้าอย่างนั้น เราต้องมีกิจกรรมให้เด็กกลุ่มนี้ทำทั้งปี พวกเขามุ่งมั่นเอาการเอางาน เห็นแล้วน่าชื่นใจ”
“ show off น่ะครับท่าน..แทนที่จะคิดหมั่นใส้ เรากลับนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ในทางการเรียนการสอน”
ตะวันกล่าวอย่างพากภูมิใจ

----------------------------

โลกเปลี่ยนแปลงการศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลกถ้าไม่ยอมเปลี่ยนแปลง..เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักการเมืองก็ใจดำเก...
29/02/2024

โลกเปลี่ยนแปลง
การศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลก
ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนแปลง..เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักการเมือง
ก็ใจดำเกินไปแล้ว.!.

สุทัศน์ เอกา.............เขียน
เรื่องน่าทึ่งในวิธีบริหารจัดการ,การศึกษาไทย
***คือการไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแนวคิดทางการศึกษา***
นี้เป็นอันตรายสุดๆของประเทศที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อนเช่นประเทศไทยนี้....
>>>สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก คือ ความคิดรวบยอด “Concept” ในเรื่อง “การบริหารจัดการศึกษา Educational management”..ด้วยวิธีการแห่ง “ศาสตร์พระราชา”..เข้าใจ,เข้าถึง,และพัฒนา..
***เข้าใจการศึกษา คือ..อะไร ?..ต้องทำอย่างไร ?
***เข้าถึงการศึกษา คือ..อะไร ?..ต้องทำอย่างไร ?
***พัฒนาการศึกษา คือ..อะไร ?..ต้องทำอย่างไร ?
^^^ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับ “ต้องรู้,ตื่นตัว” และติดตามให้ทัน..เพื่อสร้างโอกาสของเยาวชน,เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ผิดพลาดในการแข่งขันบนเวทีโลก” และการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต^^^
เพราะโลกเปลี่ยน,..การดำเนินชีวิตของผู้คน “พลโลก” ก็ต้องเปลี่ยน เพื่ออยู่รอด,และมีความเป็นอยู่ที่ดี..มีช่องทางทำมาหากิน ที่สอดคล้องต้องกันกับความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงนั้น..
อุปสรรคที่กีดขวางความเจริญก้าวหน้าของการศึกษาไทย..คือ..
>>>อำนาจนิยมในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง “Authoritarianism in centralized educational administration” ที่เป็นเหมือน “โซ่ล่ามขาช้าง Elephant leg chain”..ซึ่งแม้ช้างที่มีกำลังมหาศาล..แต่ก็ไม่อาจหลุดไปจากวงพื้นที่อันจำกัดนั้น..
*** “โซ่” คือ อำนาจนิยมในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง
*** “ช้าง” คือ ครู,อาจารย์,ผู้รับผิดชอบสร้าง”จิตวิญญาณ,และอนาคตของเด็กๆ” ทั่วประเทศไทย..
ถึงเวลาแล้วที่ “ผู้มีอำนาจในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง” จะปล่อยให้ “โรงเรียนและครู” มีอำนาจในการบริหารจัดการตนเอง “School Based Management หรือ SBM” อย่างมีกฎหมายรองรับเสียที..เพื่อเปิดทางให้สามารถสร้างหลักสูตรใหม่ๆ..เช่น หลักสูตรฐานสมรรถนะ “Competency-Based Curriculum = CBC” ขึ้นมาได้..เพราะ หลักสูตร CBC เปิดโอกาสให้ผู้เรียน “สร้างทักษะ Skill practice” เพียงพอที่จะนำไปเลี้ยงชีพได้..และสถานศึกษาก็มีความสามารถพอที่จะสร้างสมรรถนะให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนแต่ละคน..
หากท่าน “ผู้มีอำนาจในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง” ได้ใส่ใจศึกษา “หาเหตุผล,และ ถอดบทเรียน” ว่า..เพราะเหตุใด..การศึกษาของประเทศใกล้เคียงเรา เช่น..สิงคโปร์,เวียดนาม.มาเลเซีย..จึงก้าวข้ามหัวเราไปได้รวดเร็วนัก..
คำตอบก็คือว่า..
>>>เพราะรัฐบาล และนักการศึกษาผู้มีอำนาจในประเทศนั้นยอมรับการเปลี่ยนแปลง..และจริงใจต่อ “การพัฒนาภูมิปัญญาประชาชนDeveloping people's wisdom” ในประเทศ.. เพื่อนำภูมิปัญญาในตัวประชนชน มาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติของเขา..
การยอมรับการเปลี่ยนแปลงความคิดรวบยอด Conceptual change นี้..เป็นความจำเป็นเร่งด่วน..
ผู้บริหารการศึกษา ที่รู้ช้า,คิดช้า..ทำช้า..การศึกษาไทยก็ตกกระป๋องให้เห็นแล้ว “ในพฤติกรรมของเด็ก และวัยรุ่น”กลุ่มใหญ่ทั่วไทย..ที่ไร้ความคิด..ติดยาและน้ำท่อม..เสียสติทุบตี,เนรคุณปู่,ย่า,ตา,ยาย.และพ่อแม่..เมื่อไม่มีเงินให้ไปเสพยา..จิตใจก็เลวกว่าสัตว์ป่า..
ถ้าท่านผู้มีอำนาจบริหาร,จัดการศึกษา, “เมินเฉย” ก็เท่ากับ ท่านมีความจงใจ “จะให้เป็น”.?..
-----------------------------------
การเปลี่ยนแปลงแนวคิด "ทางการศึกษา"
จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และแนวทางแห่งพุทธวิธี..
คือปรัชญาการศึกษาในด้าน “ปัญญา” ความรู้ความเข้าใจแท้จริงในสิ่งต่าง ๆที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ว่า..ความรู้จริงในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ?..เป็นทางนำไปสู่ “วิธีการเรียน,การสอน” ที่ดีขึ้น..เป็นกุญแจดอกสำคัญในการกำหนดแนวคิด..ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์..เป็นพุทธวิธี “Buddhist approach”..ที่เรียกว่า “ไตรลักษณ์ the Three Characteristics” และ อริยสัจจ์ 4 ประการ “The Four Noble Truths” ดังนี้..
>>>ไตรลักษณ์ “the Three Characteristics”
เพราะว่า..1.ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา “Impermanence,”..2.มันเป็นธรรมชาติที่ต้องเป็นเช่นนี้ “Natural law”..และ 3.เพราะไม่เคยมีสิ่งใดเป็นตัวตนของมันเองอย่างแท้จริงเลยสักอย่างเดียว “Not-self”..
***ไตรลักษณ์ จึงเป็น “เครื่องเตือนสติ” ของนักบริหารการศึกษาทั่วโลก..ให้ “เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก”..เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทาง “บริหารจัดการศึกษา”ให้ทันโลก..ทันความเป็นจริง,และสิ่งแวดล้อมของปัจจุบัน”..ทำให้ประเทศของเขาเจริญรุ่งเรืองและ ประชาชนพลเมืองอยู่ดีกินดี...
>>>อริยสัจจ์ 4 ประการ “The Four Noble Truths” มี 4 ประการ คือ
1.ความอยาก และไม่อยากทุกประการ (ทุกข์) Suffering,คือ ความหลงเข้าใจผิดคิดไปเอง..เข้าไม่ถึงความจริงของธรรมชาติ,ทำให้มีสภาวะที่บีบคั้น, ขัดแย้ง, บกพร่อง, ขาดแก่นสารและความยั่งยืน..
2. เหตุเกิดแห่งความอยาก(เหตุเกิดแห่งทุกข์) The cause of suffering.. สาเหตุให้ทุกข์เกิด ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา
3.สภาวะ “เมื่อความอยากดับไปแล้ว” (ความดับทุกข์) The cessation of suffering ได้แก่ ภาวะที่ “ความอยาก” ดับสิ้นไป, ไม่ติดข้อง หลุดพ้น สงบ และปลอดโปร่งโล่งสบายใจ...
4.วิธีปฏิบัติเพื่อให้ความอยากดับไป “The path leading to the cessation of suffering” เพื่อนำไปให้ถึงความดับทุกข์ ที่ไม่เคร่ง หริอ ไม่หย่อนเกินไป ทุกคนปฏิบัติได้ เรียกว่า “มรรค 8” ..
***อริยสัจจ์ 4..ชี้เส้นทาง(บอกวิธี)ก้าวไปสู่ความสำเร็จ,บรรลุวัตถุประสงค์,และมุ่งตรงไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8 ประการ..
>>>ไตรลักษณ์ และ อริยสัจจ์ 4.นี้ เป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการที่ทำให้เกิดความรู้ แบบ Active learning เป็นวิธีสร้างความรู้,และการจัดการความรู้..ให้เกิดขึ้นภายในตัวตน เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์(Scientific method).การวิจัย Research, ทดสอบ, ทดลอง,ด้วยตนเอง..แล้วความรู้,ความเข้าใจแท้จริงที่เกิดขึ้นในตัวตน Clear knowledge that arises within oneself เห็นได้, รู้ได้, การจ่างชัดได้,ด้วยตัวเขาเอง..นี่คือ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ Natural science
จึงเป็นที่น่าประหลาดใจว่า..ผู้บริหารการศึกษาไทย “รู้ความจริงแท้” ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง คือ “ไตรลักษณ์”..แต่..เพราะเหคุใด ผู้บริหารการศึกษาไทยจึงไม่ยอมเปลี่ยนแปลง “วิธีบริหารการศึกษาให้ทันโลก ?...
อีกทั้ง..เรารู้วิธีก้าวไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาอย่างตรงทางที่สุดจากอริยสัจจ์ 4..แต่..เพราะเหตุใด ?..การศึกษาไทยจึงจมปลักดักดาน..อยู่ได้ถึงปานนี้..
------------------------------
ICT เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
Information and Communication Technology
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร “เป็นตัวเร่ง” ให้เกดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในระดับสากล,สร้างความเท่าเทียมกันในการศึกษา, การเรียน,การสอนที่มีคุณภาพ,การพัฒนาวิชาชีพครู, การกำกับดูแล,และการบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น...
UNESCO ได้ใช้ ICT ส่งเสริมการศึกษา, การเข้าถึงโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ,มั่งมี หรือยากจน..
สังคมปัจจุบัน กลายเป็น สังคม “Internet คอมพิวเตอร์”..และ Internetคอมพิวเตอร์ได้หลั่งไหลมาจากทุกซอกมุมของโลก พร่างพรูเข้าสู่ห้องเรียนสมัยใหม่..อย่างรวดเร็ว..
***เรียนรู้ได้เท่าเทียมกันทุกที่,ทุกเวลา,และทุกโอกาส...
***อยากรู้อะไร ก็หาได้จาก Internet..แล้วก็ไปฝึกทักษะ.สร้างสมรรถนะ(Competency)..เอาเอง..ต่อจากนั้นก็ใช้ ทักษะ หรือ Skill ที่ฝึกได้นี้แหละไปหากิน,เพื่อดำรงชีพ..
^^^เมื่อไร ที่กระทรวงศึกษาธิการ สามารถสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะได้..เมื่อนั้น..คนยากจนเหล่านี้ก็ยังมีโอกาสเผยอหน้าเข้าไป “เทียบวุฒิ” กับนักเรียนที่มีวาสนาได้เรียนตามระบบกับเขาบ้าง..
*** เรื่องฐานะ..คือสภาพทางเศรษฐกิจ,และความเป็นอยู่ของเด็กไทยและคนไทยส่วนใหญ่ที่สุดของประเทศ..พวกเขาหาเช้ากินค่ำได้ครบทุกมื้อก็แทบจะทำไม่ได้..ยังห่างไกลอย่างสุดขั้วกับคนชั้นนำ(Elite)..ความฝันหาความเท่าเทียมทางการศึกษา..ไม่รู้อยู่ตรงไหน ?..
ท่านที่เคารพ..
การบริหารจัดการ,การศึกษาของโลกนี้ ได้เปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปแล้ว..
***ประเทศไทย “สามารถตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย,ที่เอาเปรียบประชาชนรูปแบบต่างๆ,และไม่จำเป็นเร่งด่วน” ออกไปก่อน ได้หรือไม่.?..แล้วเอาเงินจำนวนมหาศาลนั้น มาพัฒนาการศึกษาของชาติ”.. ถ้าทำได้..ไม่กี่ปีจะเห็นแนวโน้มว่า..ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแนวหน้าของโลก..คนในชาติเจริญรุ่งเรือง..
***ตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย,ไม่จำเป็นเร่งด่วนสัก 2-3 ปี..ก็จะมีเงินมากพอพัฒนาการศึกษาได้เต็มรูปแบบ..***
หลายท่านกล่าวว่า...
รัฐบาลแทบทุกคณะ จัดงบประมาฯเพื่อการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ..
แต่เงินเหล่านี้ไปไหน ?..ลงไปไม่ถึงเด็กนักเรียน.?.
ใครมีหน้าที่..ไปตามเอาเงินที่สูญหายไป..คืนกลับมาให้ได้..
ใครแอบแฝงเอาไป..รีบเอามาคืน..
เมื่อได้งบประมาณดังกล่าวนี้.(ทั้งเงินที่สูญหา.และงบเพิ่ม)
โรงเรียนเล็ก,โรงเรียนน้อย,โรงเรียนขนาดกลาง..และโรงเรียนใหญ่โตมโหราฬ..ก็สามารถบูรณาการ ICT เข้ากับการเรียนการสอนได้โดยสมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในการพัฒนาการศึกษาจะเกิดขึ้น ทันตาเห็น.. เป็นแน่แท้..
แม้ว่า.. ICT จะดีถึงเพียงนั้น..ความสำเร็จในการพัฒนการศึกษาเพื่อชาติไทย..ยังจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญอื่นๆ อีก..เช่น..
>>>ผู้บริหารประเทศต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่,ประชาชน,และแผ่นดิน..
>>>ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่,ประชาชน,และแผ่นดิน..
ครู,พ่อแม่ และผู้ปกครอง..ก็ต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่..ประชาชน,และแผ่นดิน..ด้วยเช่นกัน..
--------------------------------
ข้อมูลการตลาด..โอกาส และ อาชีพ
***ตกงานง่าย แต่ หางานยาก ***
การสื่อสาร ICT ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทยนี้ เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ ที่นำเสนอผ่านเครื่องมือสื่อสาร Internet แพร่หลาย, การขายของ “ตั้งร้านค้าบนเนท” สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และอีกทั้งมีช่องทางสร้างเงินด้วยการนำเสนอ “Content” ที่น่าสนใจ..ผลงานเพลง,และหากตนเองเป็น Public person ก็สร้างความฮือฮามูลค่ามหาศาล..เป็นสถานีโทรทัศน์นำเสนอ “สินค้า Online”..ข่าวสารส่วนตัว.. แพร่หลาย.
โลก ICT เปลี่ยนวิถีชีวิตคนไทยไปแล้ว..
>>>แม้อยู่กลางท้องไร่ท้องนำ ก็พูดจาส่งข่าวสารกันได้,เห็นหน้ากันได้ทางโทรศัพท์ และบรรยากาศรอบตัวของผู้ส่งสาร และผู้รับสาร...
***โลกแห่งการเรียนรู้ “ต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกแห่งการสื่อสาร” มิฉนั้น..ประชาชนในประเทศจะเดือดร้อน เพราะมันส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “วิถีชีวิตคนในชาติ,”..เหมือนกับว่า โลกนี้ทั้งโลก “แขวนอยู่ด้วยเส้นด้าย” เส้นเดียวกัน..
อนาคตของวัยแรงงานไม่แน่นอน..
วันนี้มีงานทำ,มีเงินเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว,..พรุ่งนี้อาจตกงาน,..การดิ้นรนหางานทำ,..ความสงบสุขในครอบครัว..เพื่อนๆ..และความเป็นอยู่ของชีวิต..คลอนแคลน..โครงเครง..
^^^วันนี้คนตกงานง่าย แต่ หางานยาก..
กระทรวงศึกษิการ ต้อง “พร้อมรบ,เครียมรับ” กับความผันผวน Volatile, ไม่แน่นอน Uncertain, ซับซ้อน Complex, และ คลุมเครือ Ambiguous, (บางคนเรียกความผันผวนรวนเรนี้ว่า VUCA world)..มันส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “วิถีชีวิตคนทั้งโลก”..แบบไม่เคยเป็นมาก่อน..
ผู้นำการศึกษาที่ฉลาด จะต้องเตรียมการให้โรงเรียน,และสถานศึกษาทุกระดับ ต้อง “เน้นทักษะวิชาชีพเพื่อชีวิต Emphasis on professional skills for life”..ผู้เรียนแต่ละคนต้องมี “ทักษะและสมรรถนะ” มากพอที่จะหาอยู่หากินเลี้ยงตนเอง และครอบครัวได้..
มีแต่ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ Competency Based Curriculum หรือ CBC เท่านั้น ที่สามารถ “เน้นการสร้างปัญญา,อาชีพ,ทักษะ,สมรรถนะ,และทัศนคติ” ที่สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมในการดำเนินชีวิตได้จริงๆ คือ สามารถคิดวิเคราะห์การงานอาชีพ,รู้ช่องทางทำงานและทำเงินโดยสุจริต,เรียนรู้โลก ICT,หาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ เพื่อการตัดสินใจ และแก้ปัญหา..
***มันเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ “ที่ต้องเตรียมคน”ให้พร้อมรับสถานการณ์.. “ทักษะลูกผสมระหว่างทักษะ,และความเชี่ยวชาญตั้งแต่สองทักษะขึ้นไป”.. ทักษะที่หลากหลาย หรือ ชุดทักษะ“Skill set”..คือ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานได้อย่างหลากหลายอาชีพ.., ทักษะเฉพาะด้าน, ..รวมถึงทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ การวิจัยและการวางแผน การบัญชี ความเป็นผู้นำ การจัดการ และทักษะด้านคอมพิวเตอร์..แต่ละคนต้องพร้อมรับสถานการณ์..
ขอได้โปรดเถิด...
***การศึกษาเพื่อการมีงานทำ หลักสูตร “ฐานสมรรถนะ CBC” เท่านั้น ที่จะช่วยเขาได้..***
ลงมือทำการเปลี่ยนแปลง “การบริหารจัดการ”..การศึกษาทั้งกระบวนการ,.ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ,การกระจายอำนาจบริหารการศึกษาสู่โรงเรียน,ปรับปรุง,เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน..ตอบสนองความต้องการเพื่อสร้างอนาคตของผู้เรียนอย่างแท้จริง...
ถ้าไม่รีบทำ..ก็ใจดำเกินไปแล้ว.!..
------------------------------

ข้อมูลการตลาด..โอกาส และ อาชีพ***ตกงานง่าย แต่ หางานยาก ***การสื่อสาร ICT ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทยนี้ เปิดโอกาส...
28/02/2024

ข้อมูลการตลาด..โอกาส และ อาชีพ
***ตกงานง่าย แต่ หางานยาก ***
การสื่อสาร ICT ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทยนี้ เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ ที่นำเสนอผ่านเครื่องมือสื่อสาร Internet แพร่หลาย, การขายของ “ตั้งร้านค้าบนเนท” สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และอีกทั้งมีช่องทางสร้างเงินด้วยการนำเสนอ “Content” ที่น่าสนใจ..ผลงานเพลง,และหากตนเองเป็น Public person ก็สร้างความฮือฮามูลค่ามหาศาล..เป็นสถานีโทรทัศน์นำเสนอ “สินค้า Online”..ข่าวสารส่วนตัว.. แพร่หลาย.
โลก ICT เปลี่ยนวิถีชีวิตคนไทยไปแล้ว..
>>>แม้อยู่กลางท้องไร่ท้องนำ ก็พูดจาส่งข่าวสารกันได้,เห็นหน้ากันได้ทางโทรศัพท์ และบรรยากาศรอบตัวของผู้ส่งสาร และผู้รับสาร...
***โลกแห่งการเรียนรู้ “ต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกแห่งการสื่อสาร” มิฉนั้น..ประชาชนในประเทศจะเดือดร้อน เพราะมันส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “วิถีชีวิตคนในชาติ,”..เหมือนกับว่า โลกนี้ทั้งโลก “แขวนอยู่ด้วยเส้นด้าย” เส้นเดียวกัน..
อนาคตของวัยแรงงานไม่แน่นอน..
วันนี้มีงานทำ,มีเงินเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว,..พรุ่งนี้อาจตกงาน,..การดิ้นรนหางานทำ,..ความสงบสุขในครอบครัว..เพื่อนๆ..และความเป็นอยู่ของชีวิต..คลอนแคลน..โครงเครง..
^^^วันนี้คนตกงานง่าย แต่ หางานยาก..
กระทรวงศึกษิการ ต้อง “พร้อมรบ,เครียมรับ” กับความผันผวน Volatile, ไม่แน่นอน Uncertain, ซับซ้อน Complex, และ คลุมเครือ Ambiguous, (บางคนเรียกความผันผวนรวนเรนี้ว่า VUCA world)..มันส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “วิถีชีวิตคนทั้งโลก”..แบบไม่เคยเป็นมาก่อน..
ผู้นำการศึกษาที่ฉลาด จะต้องเตรียมการให้โรงเรียน,และสถานศึกษาทุกระดับ ต้อง “เน้นทักษะวิชาชีพเพื่อชีวิต Emphasis on professional skills for life”..ผู้เรียนแต่ละคนต้องมี “ทักษะและสมรรถนะ” มากพอที่จะหาอยู่หากินเลี้ยงตนเอง และครอบครัวได้..
มีแต่ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ Competency Based Curriculum หรือ CBC เท่านั้น ที่สามารถ “เน้นการสร้างปัญญา,อาชีพ,ทักษะ,สมรรถนะ,และทัศนคติ” ที่สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมในการดำเนินชีวิตได้จริงๆ คือ สามารถคิดวิเคราะห์การงานอาชีพ,รู้ช่องทางทำงานและทำเงินโดยสุจริต,เรียนรู้โลก ICT,หาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ เพื่อการตัดสินใจ และแก้ปัญหา..
***มันเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ “ที่ต้องเตรียมคน”ให้พร้อมรับสถานการณ์.. “ทักษะลูกผสมระหว่างทักษะ,และความเชี่ยวชาญตั้งแต่สองทักษะขึ้นไป”.. ทักษะที่หลากหลาย หรือ ชุดทักษะ“Skill set”..คือ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานได้อย่างหลากหลายอาชีพ.., ทักษะเฉพาะด้าน, ..รวมถึงทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ การวิจัยและการวางแผน การบัญชี ความเป็นผู้นำ การจัดการ และทักษะด้านคอมพิวเตอร์..แต่ละคนต้องพร้อมรับสถานการณ์..
ขอได้โปรดเถิด...
***การศึกษาเพื่อการมีงานทำ หลักสูตร “ฐานสมรรถนะ CBC” เท่านั้น ที่จะช่วยเขาได้..***
ลงมือทำการเปลี่ยนแปลง “การบริหารจัดการ”..การศึกษาทั้งกระบวนการ,.ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ,การกระจายอำนาจบริหารการศึกษาสู่โรงเรียน,ปรับปรุง,เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน..ตอบสนองความต้องการเพื่อสร้างอนาคตของผู้เรียนอย่างแท้จริง...
ถ้าไม่รีบทำ..ก็ใจดำเกินไปแล้ว.!..
สุทัศน์ เอกา

ของดีๆ ที่เด็กๆต้องเรียน เข่น วิชาหน้าที่พลเมือง,ศีลธรรม,ลูกเสือ,..ประวัติศาสตร์ชาติไทย.."เรียกร้อง และตอบสนอง" ให้ยกเลิ...
28/02/2024

ของดีๆ ที่เด็กๆต้องเรียน เข่น วิชาหน้าที่พลเมือง,ศีลธรรม,ลูกเสือ,..ประวัติศาสตร์ชาติไทย.."เรียกร้อง และตอบสนอง" ให้ยกเลิกกันเร็วนัก.. แต่กฎหมาย"ยุโจร" ครอบครองปรปัหษ์ เอาไว้ทำไม..ใครจะหาช่องทางทำอีก..
สุทัศน์ เอกา

ICT เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาInformation and Communication Technologyเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร “เ...
27/02/2024

ICT เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
Information and Communication Technology
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร “เป็นตัวเร่ง” ให้เกดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในระดับสากล,สร้างความเท่าเทียมกันในการศึกษา, การเรียน,การสอนที่มีคุณภาพ,การพัฒนาวิชาชีพครู, การกำกับดูแล,และการบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น...
UNESCO ได้ใช้ ICT ส่งเสริมการศึกษา, การเข้าถึงโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ,มั่งมี หรือยากจน..
สังคมปัจจุบัน กลายเป็น สังคม “Internet คอมพิวเตอร์”..และ Internetคอมพิวเตอร์ได้หลั่งไหลมาจากทุกซอกมุมของโลก พร่างพรูเข้าสู่ห้องเรียนสมัยใหม่..อย่างรวดเร็ว..
***เรียนรู้ได้เท่าเทียมกันทุกที่,ทุกเวลา,และทุกโอกาส...
***อยากรู้อะไร ก็หาได้จาก Internet..แล้วก็ไปฝึกทักษะ.สร้างสมรรถนะ(Competency)..เอาเอง..ต่อจากนั้นก็ใช้ ทักษะ หรือ Skill ที่ฝึกได้นี้แหละไปหากิน,เพื่อดำรงชีพ..
^^^เมื่อไร ที่กระทรวงศึกษาธิการ สามารถสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะได้..เมื่อนั้น..คนยากจนเหล่านี้ก็ยังมีโอกาสเผยอหน้าเข้าไป “เทียบวุฒิ” กับนักเรียนที่มีวาสนาได้เรียนตามระบบกับเขาบ้าง..
*** เรื่องฐานะ..คือสภาพทางเศรษฐกิจ,และความเป็นอยู่ของเด็กไทยและคนไทยส่วนใหญ่ที่สุดของประเทศ..พวกเขาหาเช้ากินค่ำได้ครบทุกมื้อก็แทบจะทำไม่ได้..ยังห่างไกลอย่างสุดขั้วกับคนชั้นนำ(Elite)..ความฝันหาความเท่าเทียมทางการศึกษา..ไม่รู้อยู่ตรงไหน ?..
ท่านที่เคารพ..
การบริหารจัดการ,การศึกษาของโลกนี้ ได้เปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปแล้ว..
***ประเทศไทย “สามารถตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย,ที่เอาเปรียบประชาชนรูปแบบต่างๆ,และไม่จำเป็นเร่งด่วน” ออกไปก่อน ได้หรือไม่.?..แล้วเอาเงินจำนวนมหาศาลนั้น มาพัฒนาการศึกษาของชาติ”.. ถ้าทำได้..ไม่กี่ปีจะเห็นแนวโน้มว่า..ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแนวหน้าของโลก..คนในชาติเจริญรุ่งเรือง..
***ตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย,ไม่จำเป็นเร่งด่วนสัก 2-3 ปี..ก็จะมีเงินมากพอพัฒนาการศึกษาได้เต็มรูปแบบ..***
เมื่อได้งบประมาณดังกล่าวนี้..
โรงเรียนเล็ก,โรงเรียนน้อย,โรงเรียนขนาดกลาง..และโรงเรียนใหญ่โตมโหราฬ..ก็สามารถบูรณาการ ICT เข้ากับการเรียนการสอนได้โดยสมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในการพัฒนาการศึกษาจะเกิดขึ้น ทันตาเห็น.. เป็นแน่แท้..
แม้ว่า.. ICT จะดีถึงเพียงนั้น..ความสำเร็จในการพัฒนการศึกษาเพื่อชาติไทย..ยังจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญอื่นๆ อีก..เช่น..
>>>ผู้บริหารประเทศต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่,ประชาชน,และแผ่นดิน..
>>>ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่,ประชาชน,และแผ่นดิน..
ครู,พ่อแม่ และผู้ปกครอง..ก็ต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่..ประชาชน,และแผ่นดิน..ด้วยเช่นกัน..
สุทัศน์ เอกา

ที่อยู่

Bangkok
10250

เวลาทำการ

จันทร์ 00:00 - 23:59
อังคาร 00:00 - 23:59
พุธ 00:00 - 23:59
พฤหัสบดี 00:00 - 23:59
ศุกร์ 00:00 - 23:59
เสาร์ 00:00 - 23:59
อาทิตย์ 00:00 - 23:59

เบอร์โทรศัพท์

062-323-5474

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สื่อสารการศึกษา EdCผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สื่อสารการศึกษา EdC:

แชร์