29/02/2024
โลกเปลี่ยนแปลง
การศึกษาจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงไปตามโลก
ถ้าไม่ยอมเปลี่ยนแปลง..เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของนักการเมือง
ก็ใจดำเกินไปแล้ว.!.
สุทัศน์ เอกา.............เขียน
เรื่องน่าทึ่งในวิธีบริหารจัดการ,การศึกษาไทย
***คือการไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแนวคิดทางการศึกษา***
นี้เป็นอันตรายสุดๆของประเทศที่เคยเจริญรุ่งเรืองมาก่อนเช่นประเทศไทยนี้....
>>>สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลก คือ ความคิดรวบยอด “Concept” ในเรื่อง “การบริหารจัดการศึกษา Educational management”..ด้วยวิธีการแห่ง “ศาสตร์พระราชา”..เข้าใจ,เข้าถึง,และพัฒนา..
***เข้าใจการศึกษา คือ..อะไร ?..ต้องทำอย่างไร ?
***เข้าถึงการศึกษา คือ..อะไร ?..ต้องทำอย่างไร ?
***พัฒนาการศึกษา คือ..อะไร ?..ต้องทำอย่างไร ?
^^^ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับ “ต้องรู้,ตื่นตัว” และติดตามให้ทัน..เพื่อสร้างโอกาสของเยาวชน,เพื่อพวกเขาจะได้ไม่ผิดพลาดในการแข่งขันบนเวทีโลก” และการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต^^^
เพราะโลกเปลี่ยน,..การดำเนินชีวิตของผู้คน “พลโลก” ก็ต้องเปลี่ยน เพื่ออยู่รอด,และมีความเป็นอยู่ที่ดี..มีช่องทางทำมาหากิน ที่สอดคล้องต้องกันกับความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงนั้น..
อุปสรรคที่กีดขวางความเจริญก้าวหน้าของการศึกษาไทย..คือ..
>>>อำนาจนิยมในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง “Authoritarianism in centralized educational administration” ที่เป็นเหมือน “โซ่ล่ามขาช้าง Elephant leg chain”..ซึ่งแม้ช้างที่มีกำลังมหาศาล..แต่ก็ไม่อาจหลุดไปจากวงพื้นที่อันจำกัดนั้น..
*** “โซ่” คือ อำนาจนิยมในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง
*** “ช้าง” คือ ครู,อาจารย์,ผู้รับผิดชอบสร้าง”จิตวิญญาณ,และอนาคตของเด็กๆ” ทั่วประเทศไทย..
ถึงเวลาแล้วที่ “ผู้มีอำนาจในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง” จะปล่อยให้ “โรงเรียนและครู” มีอำนาจในการบริหารจัดการตนเอง “School Based Management หรือ SBM” อย่างมีกฎหมายรองรับเสียที..เพื่อเปิดทางให้สามารถสร้างหลักสูตรใหม่ๆ..เช่น หลักสูตรฐานสมรรถนะ “Competency-Based Curriculum = CBC” ขึ้นมาได้..เพราะ หลักสูตร CBC เปิดโอกาสให้ผู้เรียน “สร้างทักษะ Skill practice” เพียงพอที่จะนำไปเลี้ยงชีพได้..และสถานศึกษาก็มีความสามารถพอที่จะสร้างสมรรถนะให้เกิดขึ้นในตัวผู้เรียนแต่ละคน..
หากท่าน “ผู้มีอำนาจในการบริหารการศึกษาจากส่วนกลาง” ได้ใส่ใจศึกษา “หาเหตุผล,และ ถอดบทเรียน” ว่า..เพราะเหตุใด..การศึกษาของประเทศใกล้เคียงเรา เช่น..สิงคโปร์,เวียดนาม.มาเลเซีย..จึงก้าวข้ามหัวเราไปได้รวดเร็วนัก..
คำตอบก็คือว่า..
>>>เพราะรัฐบาล และนักการศึกษาผู้มีอำนาจในประเทศนั้นยอมรับการเปลี่ยนแปลง..และจริงใจต่อ “การพัฒนาภูมิปัญญาประชาชนDeveloping people's wisdom” ในประเทศ.. เพื่อนำภูมิปัญญาในตัวประชนชน มาช่วยกันพัฒนาประเทศชาติของเขา..
การยอมรับการเปลี่ยนแปลงความคิดรวบยอด Conceptual change นี้..เป็นความจำเป็นเร่งด่วน..
ผู้บริหารการศึกษา ที่รู้ช้า,คิดช้า..ทำช้า..การศึกษาไทยก็ตกกระป๋องให้เห็นแล้ว “ในพฤติกรรมของเด็ก และวัยรุ่น”กลุ่มใหญ่ทั่วไทย..ที่ไร้ความคิด..ติดยาและน้ำท่อม..เสียสติทุบตี,เนรคุณปู่,ย่า,ตา,ยาย.และพ่อแม่..เมื่อไม่มีเงินให้ไปเสพยา..จิตใจก็เลวกว่าสัตว์ป่า..
ถ้าท่านผู้มีอำนาจบริหาร,จัดการศึกษา, “เมินเฉย” ก็เท่ากับ ท่านมีความจงใจ “จะให้เป็น”.?..
-----------------------------------
การเปลี่ยนแปลงแนวคิด "ทางการศึกษา"
จากมุมมองทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และแนวทางแห่งพุทธวิธี..
คือปรัชญาการศึกษาในด้าน “ปัญญา” ความรู้ความเข้าใจแท้จริงในสิ่งต่าง ๆที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ว่า..ความรู้จริงในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ?..เป็นทางนำไปสู่ “วิธีการเรียน,การสอน” ที่ดีขึ้น..เป็นกุญแจดอกสำคัญในการกำหนดแนวคิด..ไม่ใช่ความเชื่อ แต่เป็นความจริงทางวิทยาศาสตร์..เป็นพุทธวิธี “Buddhist approach”..ที่เรียกว่า “ไตรลักษณ์ the Three Characteristics” และ อริยสัจจ์ 4 ประการ “The Four Noble Truths” ดังนี้..
>>>ไตรลักษณ์ “the Three Characteristics”
เพราะว่า..1.ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา “Impermanence,”..2.มันเป็นธรรมชาติที่ต้องเป็นเช่นนี้ “Natural law”..และ 3.เพราะไม่เคยมีสิ่งใดเป็นตัวตนของมันเองอย่างแท้จริงเลยสักอย่างเดียว “Not-self”..
***ไตรลักษณ์ จึงเป็น “เครื่องเตือนสติ” ของนักบริหารการศึกษาทั่วโลก..ให้ “เฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของสังคมและโลก”..เพื่อปรับเปลี่ยนแนวทาง “บริหารจัดการศึกษา”ให้ทันโลก..ทันความเป็นจริง,และสิ่งแวดล้อมของปัจจุบัน”..ทำให้ประเทศของเขาเจริญรุ่งเรืองและ ประชาชนพลเมืองอยู่ดีกินดี...
>>>อริยสัจจ์ 4 ประการ “The Four Noble Truths” มี 4 ประการ คือ
1.ความอยาก และไม่อยากทุกประการ (ทุกข์) Suffering,คือ ความหลงเข้าใจผิดคิดไปเอง..เข้าไม่ถึงความจริงของธรรมชาติ,ทำให้มีสภาวะที่บีบคั้น, ขัดแย้ง, บกพร่อง, ขาดแก่นสารและความยั่งยืน..
2. เหตุเกิดแห่งความอยาก(เหตุเกิดแห่งทุกข์) The cause of suffering.. สาเหตุให้ทุกข์เกิด ได้แก่ ตัณหา 3 คือ กามตัณหา ภวตัณหา และวิภวตัณหา
3.สภาวะ “เมื่อความอยากดับไปแล้ว” (ความดับทุกข์) The cessation of suffering ได้แก่ ภาวะที่ “ความอยาก” ดับสิ้นไป, ไม่ติดข้อง หลุดพ้น สงบ และปลอดโปร่งโล่งสบายใจ...
4.วิธีปฏิบัติเพื่อให้ความอยากดับไป “The path leading to the cessation of suffering” เพื่อนำไปให้ถึงความดับทุกข์ ที่ไม่เคร่ง หริอ ไม่หย่อนเกินไป ทุกคนปฏิบัติได้ เรียกว่า “มรรค 8” ..
***อริยสัจจ์ 4..ชี้เส้นทาง(บอกวิธี)ก้าวไปสู่ความสำเร็จ,บรรลุวัตถุประสงค์,และมุ่งตรงไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ 8 ประการ..
>>>ไตรลักษณ์ และ อริยสัจจ์ 4.นี้ เป็นวิทยาศาสตร์ธรรมชาติของความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการที่ทำให้เกิดความรู้ แบบ Active learning เป็นวิธีสร้างความรู้,และการจัดการความรู้..ให้เกิดขึ้นภายในตัวตน เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์(Scientific method).การวิจัย Research, ทดสอบ, ทดลอง,ด้วยตนเอง..แล้วความรู้,ความเข้าใจแท้จริงที่เกิดขึ้นในตัวตน Clear knowledge that arises within oneself เห็นได้, รู้ได้, การจ่างชัดได้,ด้วยตัวเขาเอง..นี่คือ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ Natural science
จึงเป็นที่น่าประหลาดใจว่า..ผู้บริหารการศึกษาไทย “รู้ความจริงแท้” ว่าทุกสิ่งทุกอย่างต้องเปลี่ยนแปลง คือ “ไตรลักษณ์”..แต่..เพราะเหคุใด ผู้บริหารการศึกษาไทยจึงไม่ยอมเปลี่ยนแปลง “วิธีบริหารการศึกษาให้ทันโลก ?...
อีกทั้ง..เรารู้วิธีก้าวไปสู่เป้าหมายในการพัฒนาการศึกษาอย่างตรงทางที่สุดจากอริยสัจจ์ 4..แต่..เพราะเหตุใด ?..การศึกษาไทยจึงจมปลักดักดาน..อยู่ได้ถึงปานนี้..
------------------------------
ICT เป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษา
Information and Communication Technology
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร “เป็นตัวเร่ง” ให้เกดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในระดับสากล,สร้างความเท่าเทียมกันในการศึกษา, การเรียน,การสอนที่มีคุณภาพ,การพัฒนาวิชาชีพครู, การกำกับดูแล,และการบริหารการศึกษาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น...
UNESCO ได้ใช้ ICT ส่งเสริมการศึกษา, การเข้าถึงโดยไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะ,มั่งมี หรือยากจน..
สังคมปัจจุบัน กลายเป็น สังคม “Internet คอมพิวเตอร์”..และ Internetคอมพิวเตอร์ได้หลั่งไหลมาจากทุกซอกมุมของโลก พร่างพรูเข้าสู่ห้องเรียนสมัยใหม่..อย่างรวดเร็ว..
***เรียนรู้ได้เท่าเทียมกันทุกที่,ทุกเวลา,และทุกโอกาส...
***อยากรู้อะไร ก็หาได้จาก Internet..แล้วก็ไปฝึกทักษะ.สร้างสมรรถนะ(Competency)..เอาเอง..ต่อจากนั้นก็ใช้ ทักษะ หรือ Skill ที่ฝึกได้นี้แหละไปหากิน,เพื่อดำรงชีพ..
^^^เมื่อไร ที่กระทรวงศึกษาธิการ สามารถสร้างหลักสูตรฐานสมรรถนะได้..เมื่อนั้น..คนยากจนเหล่านี้ก็ยังมีโอกาสเผยอหน้าเข้าไป “เทียบวุฒิ” กับนักเรียนที่มีวาสนาได้เรียนตามระบบกับเขาบ้าง..
*** เรื่องฐานะ..คือสภาพทางเศรษฐกิจ,และความเป็นอยู่ของเด็กไทยและคนไทยส่วนใหญ่ที่สุดของประเทศ..พวกเขาหาเช้ากินค่ำได้ครบทุกมื้อก็แทบจะทำไม่ได้..ยังห่างไกลอย่างสุดขั้วกับคนชั้นนำ(Elite)..ความฝันหาความเท่าเทียมทางการศึกษา..ไม่รู้อยู่ตรงไหน ?..
ท่านที่เคารพ..
การบริหารจัดการ,การศึกษาของโลกนี้ ได้เปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปแล้ว..
***ประเทศไทย “สามารถตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย,ที่เอาเปรียบประชาชนรูปแบบต่างๆ,และไม่จำเป็นเร่งด่วน” ออกไปก่อน ได้หรือไม่.?..แล้วเอาเงินจำนวนมหาศาลนั้น มาพัฒนาการศึกษาของชาติ”.. ถ้าทำได้..ไม่กี่ปีจะเห็นแนวโน้มว่า..ประเทศไทยกลายเป็นประเทศแนวหน้าของโลก..คนในชาติเจริญรุ่งเรือง..
***ตัดงบประมาณฟุ่มเฟือย,ไม่จำเป็นเร่งด่วนสัก 2-3 ปี..ก็จะมีเงินมากพอพัฒนาการศึกษาได้เต็มรูปแบบ..***
หลายท่านกล่าวว่า...
รัฐบาลแทบทุกคณะ จัดงบประมาฯเพื่อการศึกษาเป็นอันดับต้นๆ..
แต่เงินเหล่านี้ไปไหน ?..ลงไปไม่ถึงเด็กนักเรียน.?.
ใครมีหน้าที่..ไปตามเอาเงินที่สูญหายไป..คืนกลับมาให้ได้..
ใครแอบแฝงเอาไป..รีบเอามาคืน..
เมื่อได้งบประมาณดังกล่าวนี้.(ทั้งเงินที่สูญหา.และงบเพิ่ม)
โรงเรียนเล็ก,โรงเรียนน้อย,โรงเรียนขนาดกลาง..และโรงเรียนใหญ่โตมโหราฬ..ก็สามารถบูรณาการ ICT เข้ากับการเรียนการสอนได้โดยสมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในการพัฒนาการศึกษาจะเกิดขึ้น ทันตาเห็น.. เป็นแน่แท้..
แม้ว่า.. ICT จะดีถึงเพียงนั้น..ความสำเร็จในการพัฒนการศึกษาเพื่อชาติไทย..ยังจะต้องมีองค์ประกอบที่สำคัญอื่นๆ อีก..เช่น..
>>>ผู้บริหารประเทศต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่,ประชาชน,และแผ่นดิน..
>>>ผู้บริหารการศึกษาทุกระดับต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่,ประชาชน,และแผ่นดิน..
ครู,พ่อแม่ และผู้ปกครอง..ก็ต้องมีจิตวิญญาณของลูกเสือ คือ “เสียชีพอย่าเสียสัตย์”..แปลว่า..ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่..ประชาชน,และแผ่นดิน..ด้วยเช่นกัน..
--------------------------------
ข้อมูลการตลาด..โอกาส และ อาชีพ
***ตกงานง่าย แต่ หางานยาก ***
การสื่อสาร ICT ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ประเทศไทยนี้ เปิดโอกาสในการสร้างรายได้ ที่นำเสนอผ่านเครื่องมือสื่อสาร Internet แพร่หลาย, การขายของ “ตั้งร้านค้าบนเนท” สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และอีกทั้งมีช่องทางสร้างเงินด้วยการนำเสนอ “Content” ที่น่าสนใจ..ผลงานเพลง,และหากตนเองเป็น Public person ก็สร้างความฮือฮามูลค่ามหาศาล..เป็นสถานีโทรทัศน์นำเสนอ “สินค้า Online”..ข่าวสารส่วนตัว.. แพร่หลาย.
โลก ICT เปลี่ยนวิถีชีวิตคนไทยไปแล้ว..
>>>แม้อยู่กลางท้องไร่ท้องนำ ก็พูดจาส่งข่าวสารกันได้,เห็นหน้ากันได้ทางโทรศัพท์ และบรรยากาศรอบตัวของผู้ส่งสาร และผู้รับสาร...
***โลกแห่งการเรียนรู้ “ต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันโลกแห่งการสื่อสาร” มิฉนั้น..ประชาชนในประเทศจะเดือดร้อน เพราะมันส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “วิถีชีวิตคนในชาติ,”..เหมือนกับว่า โลกนี้ทั้งโลก “แขวนอยู่ด้วยเส้นด้าย” เส้นเดียวกัน..
อนาคตของวัยแรงงานไม่แน่นอน..
วันนี้มีงานทำ,มีเงินเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว,..พรุ่งนี้อาจตกงาน,..การดิ้นรนหางานทำ,..ความสงบสุขในครอบครัว..เพื่อนๆ..และความเป็นอยู่ของชีวิต..คลอนแคลน..โครงเครง..
^^^วันนี้คนตกงานง่าย แต่ หางานยาก..
กระทรวงศึกษิการ ต้อง “พร้อมรบ,เครียมรับ” กับความผันผวน Volatile, ไม่แน่นอน Uncertain, ซับซ้อน Complex, และ คลุมเครือ Ambiguous, (บางคนเรียกความผันผวนรวนเรนี้ว่า VUCA world)..มันส่งผลอย่างรุนแรงต่อ “วิถีชีวิตคนทั้งโลก”..แบบไม่เคยเป็นมาก่อน..
ผู้นำการศึกษาที่ฉลาด จะต้องเตรียมการให้โรงเรียน,และสถานศึกษาทุกระดับ ต้อง “เน้นทักษะวิชาชีพเพื่อชีวิต Emphasis on professional skills for life”..ผู้เรียนแต่ละคนต้องมี “ทักษะและสมรรถนะ” มากพอที่จะหาอยู่หากินเลี้ยงตนเอง และครอบครัวได้..
มีแต่ “หลักสูตรฐานสมรรถนะ Competency Based Curriculum หรือ CBC เท่านั้น ที่สามารถ “เน้นการสร้างปัญญา,อาชีพ,ทักษะ,สมรรถนะ,และทัศนคติ” ที่สามารถมองเห็นเป็นรูปธรรมในการดำเนินชีวิตได้จริงๆ คือ สามารถคิดวิเคราะห์การงานอาชีพ,รู้ช่องทางทำงานและทำเงินโดยสุจริต,เรียนรู้โลก ICT,หาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ เพื่อการตัดสินใจ และแก้ปัญหา..
***มันเป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ “ที่ต้องเตรียมคน”ให้พร้อมรับสถานการณ์.. “ทักษะลูกผสมระหว่างทักษะ,และความเชี่ยวชาญตั้งแต่สองทักษะขึ้นไป”.. ทักษะที่หลากหลาย หรือ ชุดทักษะ“Skill set”..คือ ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานได้อย่างหลากหลายอาชีพ.., ทักษะเฉพาะด้าน, ..รวมถึงทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ การวิจัยและการวางแผน การบัญชี ความเป็นผู้นำ การจัดการ และทักษะด้านคอมพิวเตอร์..แต่ละคนต้องพร้อมรับสถานการณ์..
ขอได้โปรดเถิด...
***การศึกษาเพื่อการมีงานทำ หลักสูตร “ฐานสมรรถนะ CBC” เท่านั้น ที่จะช่วยเขาได้..***
ลงมือทำการเปลี่ยนแปลง “การบริหารจัดการ”..การศึกษาทั้งกระบวนการ,.ใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ,การกระจายอำนาจบริหารการศึกษาสู่โรงเรียน,ปรับปรุง,เปลี่ยนแปลงรูปแบบการเรียนการสอนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน..ตอบสนองความต้องการเพื่อสร้างอนาคตของผู้เรียนอย่างแท้จริง...
ถ้าไม่รีบทำ..ก็ใจดำเกินไปแล้ว.!..
------------------------------