09/12/2025
ปี 2569 กำลังจะมาถึงท่ามกลางบรรยากาศที่หลายคนยังรู้สึกว่า ‘เศรษฐกิจไทยยังไม่ค่อยไปไหน’ แม้จะผ่านช่วงโควิดมาได้แล้ว แต่ทั้งผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว คนทำงาน หรือแม้แต่ผู้บริโภคเอง ก็ยังสัมผัสได้ถึงความเปราะบางของรายได้และค่าใช้จ่ายที่ไม่ค่อยสมดุลกันนัก บวกกับข่าวเศรษฐกิจโลกที่ยังผันผวน
ทำให้หลายคนสงสัยว่า ปีหน้าจะฟื้นจริงไหม หรือยังต้องเหนื่อยกันต่ออีกปีภาพรวมทั้งหมดนี้ทำให้ปี 2569 ถูกจับตามองว่าอาจเป็น ‘ปีแห่งการประคองตัว’ มากกว่าปีที่เศรษฐกิจจะเร่งเครื่องได้เต็มที่
โดย ‘ดร.พิมพ์นารา หิรัญกสิ’ หัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ และผู้บริหารสายงานวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปี 2569 ดูเหมือนจะเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยต้องเหนื่อยหน่อย เพราะต้องรับแรงกระแทกจากหลายด้าน ทำให้ปีนี้น่าจะเป็นปีของการ ‘ค่อยๆ เดิน’ มากกว่าปีที่เศรษฐกิจพุ่งแรง วิจัยกรุงศรีคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะโตประมาณ 1.8% ชะลอลงจากปีก่อน
[ ส่งออกเจอมาตรการสหรัฐฯ เต็มปี ]
ภาคส่งออกยังเป็นจุดที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะสหรัฐฯ จะเก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้นตลอดทั้งปี 2569 แถมยังเพิ่มภาษีเป็นรายสินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ไทยส่งออกเยอะ ทำให้ปีนี้แรงกดดันหนักกว่าเดิม
ช่วงปี 2568 ไทยส่งออกดีเพราะต่างประเทศรีบสั่งของก่อนโดนภาษี แต่ปี 2569 ไม่มีแรงส่งแบบนั้นแล้ว WTO ก็ประเมินว่าการค้าโลกจะโตเพียง 0.5% เท่านั้น ทำให้ไทยมีโอกาสที่ส่งออกจะกลับมาติดลบอีกรอบ
[ ท่องเที่ยว ฟื้น แต่ยังไม่เท่าก่อนโควิด ]
ท่องเที่ยวยังช่วยให้เศรษฐกิจไทยพอไปต่อได้ นักท่องเที่ยวปีหน้าอาจแตะ 35.5 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อน เส้นทางบินใหม่จากจีนและอินเดียก็มากขึ้น แต่ก็ยังไม่กลับมาถึงระดับก่อนโควิดที่ราว 40 ล้านคน
โดยเฉพาะตลาดจีนที่ฟื้นตัวช้า เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย และมีคู่แข่งในเอเชียเยอะขึ้น ทำให้แม้ฟื้น แต่ก็ยังไม่แรงแบบเดิม
[ การใช้จ่ายภาครัฐ ช้าลงเพราะงบจำกัดและเลือกตั้ง ]
ในส่วนของรัฐบาลปี 2569 มี ‘พื้นที่ทางการคลัง’ น้อยลง เพราะงบประมาณถูกตั้งลดลงทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน ยังไม่รวมความไม่แน่นอนจากช่วงเลือกตั้งที่จะทำให้อนุมัติโครงการใหม่หรือเร่งเบิกงบทำได้ยากขึ้น ดังนั้นครึ่งปีแรก รัฐอาจช่วยพยุงเศรษฐกิจได้ไม่มากเหมือนเดิม
นอกจากนี้ ปี 2569 ยังเป็นปีที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งโดยปกติช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองจะทำให้หลายโครงการต้องชะลอการอนุมัติหรือเลื่อนการเบิกจ่ายออกไป เนื่องจากรัฐบาลรักษาการมีข้อจำกัดในการผลักดันนโยบายใหม่ ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการใช้จ่ายภาครัฐอาจเคลื่อนไหวช้าลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
[ คนไทยใช้จ่ายน้อยลง เพราะรายได้ฟื้นช้า–หนี้ยังสูง ]
ปัจจุบันกำลังซื้อของคนไทยยังอ่อนแรง เพราะหนี้ครัวเรือนยังสูงกว่า 80% ของ GDP รายได้หลายกลุ่มฟื้นช้ากว่าค่าใช้จ่าย รายได้เกษตรกรยังต่ำ รวมถึงตลาดแรงงานอาจโดนผลกระทบจากภาคส่งออกที่ชะลอ
อีกทั้งโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายแบบแจกเงินต่างๆ ที่เคยช่วยคึกคักในอดีต ตอนนี้หมดลงหมดแล้ว ผู้คนต้องกลับมาพึ่งรายได้จริงกันอีกครั้ง ทำให้การบริโภคปี 2569 น่าจะโตช้ากว่าปีที่ผ่านมา
[ การลงทุนเอกชน ฟื้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ]
ถึงเศรษฐกิจจะอ่อนแรง แต่การลงทุนของเอกชนยังพอมีแรงส่งอยู่บ้าง โดยเฉพาะโครงการที่ BOI อนุมัติ เม็ดเงินต่างชาติที่ยังไหลเข้าอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น ดิจิทัล รถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด
ไทยยังได้ประโยชน์จากการย้ายฐานการผลิตออกจากจีน เพราะเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม จึงทำให้การลงทุนปี 2569 ยังโตได้ แม้ไม่แรง
[ เงินเฟ้อ–ดอกเบี้ย ต่ำต่อเนื่อง มีลุ้นดอกเบี้ยลด ]
สำหรับเงินเฟ้อในหน้รปี 2569 วิจัยกรุงศรีคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 0.4% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ส่วนหนึ่งเพราะราคาน้ำมันทรงตัวและรัฐยังอุ้มค่าพลังงานอยู่บ้าง
ด้วยเงินเฟ้อต่ำ เศรษฐกิจฟื้นช้า และสินเชื่อหดตัว นักวิเคราะห์จึงคาดว่า กนง. อาจลดดอกเบี้ยลงมาแถว 1.00% ในช่วงครึ่งแรกของปี เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องในระบบ
[ ปีที่ต้องเดินอย่างระวัง มากกว่าเร่งเครื่อง ]
‘ดร.พิมพ์นารา’ มองว่า ปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจไทยยังเดินหน้าได้ แต่ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะยังมีความเสี่ยงหลายด้านรุมเร้า ทั้งนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่คาดเดายาก ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ สินค้าจีนล้นตลาดไทย สภาพอากาศที่กระทบเกษตรกร
รวมถึงนี้ครัวเรือนและโครงสร้างเศรษฐกิจที่ยังเปราะและความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ ทั้งหมดนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็นปีที่ ‘ไม่ได้แย่ แต่ยังไม่สดใส’ และเป็นปีที่ต้องวางแผนให้รอบคอบ เพื่อรับมือแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นจากหลายด้านในเวลาเดียวกัน