Propholic ทันทุกความจริงบนโลกอสังหาฯ รู้ลึก รู้รอบ รู้ไว กดติดตามไว้ไม่มีเอาท์! Our contributors have long experiences in the field of real estate and business branding.
(216)

www.propholic.com is a real estate & business web publication
**ทุกกำลังใจมีความหมาย ร่วมสนับสนุนให้เราทำ Content ดีๆต่อไปได้ด้วยการสมัครสมาชิก หรือกดส่งดาวได้ในทุกคอมเมนท์ครับ** Propholic is a real estate & business web publication providing current trends analysis, real estate branding article and insight information to interested consumers as well as real estate marketers. Propholic aims to as

sist consumers with their decision making such as buying property and implementing suitable real estate marketing plan. The readers will ensure that they have up to date data to make informed decision via variety of articles & real time news feed on topics ranging from real estate, investment, business branding to daily lifestyle and travel destination.

Knight Frank เผยข้อมูลล่าสุด หลังพบว่าการลงทุนอสังหาฯ เอเชีย-แปซิฟิก พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขับเคลื่อนโดยเงินทุนข้า...
30/04/2026

Knight Frank เผยข้อมูลล่าสุด หลังพบว่าการลงทุนอสังหาฯ เอเชีย-แปซิฟิก พุ่งสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2021 ขับเคลื่อนโดยเงินทุนข้ามพรมแดนและการฟื้นตัวของภาคสำนักงาน
การลงทุนในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 โดยมีปริมาณการลงทุนรวมแตะ 6.46 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 13.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และพุ่งสูงถึง 64.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ตามรายงาน "Asia-Pacific Capital Markets Insights" ล่าสุดของ Knight Frank ถือเป็นผลงานรายไตรมาสที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี 2021 การดีดตัวขึ้นในไตรมาสแรกนี้ส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจนจากการทำ "สำรวจราคา (Price Discovery)" ไปสู่การ "จัดวางเงินลงทุนจริง (Deployment)" เนื่องจากนักลงทุนกลับมาพร้อมความเชื่อมั่นที่มากขึ้น
Daniel Dixon หัวหน้าฝ่ายตลาดทุน เอเชีย-แปซิฟิก ของ Knight Frank กล่าวว่า “การฟื้นตัวของปริมาณการลงทุนในไตรมาสแรกถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนสำหรับอสังหาริมทรัพย์ในเอเชีย-แปซิฟิก โดยเงินทุนเคลื่อนย้ายจากการสำรวจราคาไปสู่การจัดวางลงทุนจริงอย่างเด็ดขาด เราเห็นนักลงทุนสถาบันกลับมามีส่วนร่วมด้วยความเชื่อมั่นที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสินทรัพย์ชั้นเยี่ยมและโอกาสขนาดใหญ่ที่นำเสนอสภาพคล่อง ความยืดหยุ่นด้านรายได้ และแนวทางการดำเนินการที่ชัดเจนยิ่งขึ้น แม้ว่าความเสี่ยงระดับมหภาคจะยังคงอยู่ แต่ระดับเงินทุนเชิงลึกที่มุ่งเป้ามายังภูมิภาคนี้บ่งชี้ว่ากิจกรรมจะยังคงยืดหยุ่น แม้ว่าจะยังคงเน้นที่คุณภาพและระเบียบวินัยด้านราคาก็ตาม"
ภาคสำนักงานนำโด่งกิจกรรมภาคส่วน
การลงทุนในสำนักงานแตะ 2.35 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 46.7% YoY การฟื้นตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงการจัดสรรเงินทุนแบบเลือกเฟ้นกลับไปยังสินทรัพย์ชั้นเยี่ยมที่ยืดหยุ่นด้านรายได้ในตลาดที่พัฒนาแล้วที่สำคัญ เช่น การที่ Mirae Asset เข้าซื้ออาคาร G1 Seoul Buildings A และ B ในเกาหลีใต้ ด้วยมูลค่า 1.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมือง 18 จาก 24 เมืองในเอเชีย-แปซิฟิก บันทึกค่าเช่าที่ทรงตัวหรือเพิ่มขึ้น ส่งสัญญาณการฟื้นตัวในวงกว้างระดับภูมิภาค
ค่าเช่าสำนักงานชั้นเยี่ยมระดับภูมิภาคเพิ่มขึ้น 0.8% QoQ โดยความต้องการเช่าแข็งแกร่งขึ้นในหลายตลาด ในขณะเดียวกัน ช่องว่างที่กว้างขึ้นระหว่างอาคารชั้นเยี่ยมและอาคารที่เก่ากว่ากำลังสร้างโอกาสในการอัปเกรดหรือปรับเปลี่ยนตำแหน่งสินทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่อาคารสำนักงานเก่ามีขึ้นพร้อมกับความต้องการ Grade A space ที่สม่ำเสมอ Allgreen Properties มีรายงานว่าได้เข้าซื้อ 78 Shenton Way ในสิงคโปร์ในราคาประมาณ 473 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจอย่างต่อเนื่องในสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเพิ่มมูลค่า
เงินทุนข้ามพรมแดนกลับมาฟื้นตัว
การลงทุนข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว YoY เป็น 2.24 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐใน Q1 2026 โดยเพิ่มขึ้น 56.3% QoQ และคิดเป็น 34.8% ของการลงทุนทั้งหมดในภูมิภาค การเพิ่มขึ้นนี้ได้รับขับเคลื่อนโดยกิจกรรมที่แข็งแกร่งขึ้นจากกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติและนักลงทุนสถาบัน ซึ่งปริมาณการลงทุนรวมกันแตะ 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า 8.6 พันล้านดอลลาร์ที่บันทึกไว้ใน Q1 2025 เกือบ 50%
ญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายปลายทางของการลงทุนข้ามพรมแดนที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุด โดยดึงดูดเงินลงทุนขาเข้า 6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 2.5% YoY ความต้องการจากนักลงทุนสถาบันยังคงมุ่งเน้นไปที่สินทรัพย์สำนักงานและที่อยู่อาศัย โดยได้รับแรงหนุนจากอัตราว่างที่ต่ำในอาคารชั้นเยี่ยม เงื่อนไขการเช่าที่แข็งแกร่ง และอุปทานใหม่ที่จำกัด
ธุรกรรมที่สำคัญใน Q1 ได้แก่ การที่ Brookfield Asset Management เข้าซื้ออาคารสำนักงานใหญ่ Dentsu จาก Hulic ในราคาเกือบ 2.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การแข่งขันเพื่อสินทรัพย์ชั้นเยี่ยมยังทำให้นำไปสู่ธุรกรรมอื่นๆ เช่น การที่ GIC และ Tosei Asset Advisors เข้าซื้อ Sankei Real Estate ที่มูลค่า 372.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรวมถึงพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์สำนักงาน โรงแรม และโลจิสติกส์
สิงคโปร์บันทึกระดับการลงทุนข้ามพรมแดนประวัติศาสตร์ใน Q1 2026 โดยปริมาณเพิ่มขึ้นเป็น 5.7 พันล้านดอลลาร์ จากไม่ถึง 1 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบหกเท่า การพุ่งขึ้นนี้ได้รับขับเคลื่อนส่วนใหญ่จากการแยกกิจการของ Hongkong Land โดยนำพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์สำนักงานระดับสถาบันและศูนย์การค้าหนึ่งแห่งเข้าสู่กองทุนอสังหาริมทรัพย์ส่วนบุคคลที่สนับสนุนโดยกองทุนมั่งคั่งแห่งชาติ QIA และผู้จัดการกองทุนบำนาญดัตช์ APG Group ถือเป็นหนึ่งในดีลพอร์ตโฟลิโอที่สำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธุรกรรมเพียงรายการเดียวนี้คิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของปริมาณการลงทุนข้ามพรมแดนทั้งหมดในเอเชีย-แปซิฟิก
การลงทุนด้านค้าปลีกในสิงคโปร์ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยแตะ 1.1 พันล้านดอลลาร์ในช่วงไตรมาส ธุรกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การที่ Hines เข้าซื้อ Bukit Panjang Plaza จาก CICT ที่มูลค่า 337 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เกาหลีใต้รั้งอันดับสามในบรรดาจุดหมายปลายทางการลงทุนข้ามพรมแดน โดยปริมาณแตะ 1.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 45.0% YoY ภาคโลจิสติกส์คิดเป็น 38.8% ของกิจกรรม ได้รับแรงหนุนจากอุปทานใหม่ที่เริ่มชะลอตัวและความต้องการสม่ำเสมอสำหรับสินทรัพย์อุตสาหกรรมที่มีทำเลดีและคุณภาพสูง
ธุรกรรมสำคัญใน Q1 เห็น KKR เข้าซื้อ Shinsegae Food Hub ในราคา 201.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายพอร์ตอุตสาหกรรมในประเทศให้กว้างขึ้น
แนวโน้ม: แรงส่งแบบเลือกเฟ้น
Knight Frank คาดว่ากิจกรรมการลงทุนจะยังคงทรงตัวแต่จะมีการเลือกเฟ้นมากขึ้นใน Q2 2026 ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง อาจเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนที่เข้มงวดขึ้น ความขัดแย้งระยะค่อนข้างสั้นที่ยุติใน Q2 มีแนวโน้มที่จะทำให้กระแสเงินทุนชะลอตัวลงเล็กน้อย และเลื่อนการลดลงของ cap rate ไปสามถึงหกเดือน ในทางกลับกัน การหยุดชะงักที่ยืดเยื้อขยายไปสู่ครึ่งหลังของปีอาจเสี่ยงต่อการกลับมาจุดชนวนแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ หากสถานการณ์หลังเกิดขึ้นจริง อาจทำให้อัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูงเพื่อควบคุม cost-push inflation ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงื่อนไขการจัดหาเงินทุนที่ดีขึ้นซึ่งสนับสนุนการฟื้นตัวของอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาค
สินทรัพย์ชั้นเยี่ยมในทำเลที่ดีในตลาด Safe-haven คาดว่าจะยังคงดึงดูดความสนใจที่แข็งแกร่ง การเปลี่ยนแปลงใดๆ ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะทำให้กิจกรรมการทำธุรกรรมชะลอตัวลง มากกว่าที่จะขัดขวางแรงส่งในปัจจุบัน

เผยโฉม Branded Residences แห่งแรกของอนันตราในสหรัฐอเมริกา! Anantara Miami Resort & Residencesไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hote...
30/04/2026

เผยโฉม Branded Residences แห่งแรกของอนันตราในสหรัฐอเมริกา! Anantara Miami Resort & Residences
ไมเนอร์ โฮเทลส์ (Minor Hotels) ประกาศก้าวสำคัญครั้งประวัติศาสตร์! เตรียมเปิดตัว “Anantara Miami Resort & Residences” โครงการ Flagship Branded Residences แห่งแรกในสหรัฐอเมริกา บุกย่าน Edgewater ทำเลทองที่ร้อนแรงที่สุดในไมอามี
ภายในโครงการประกอบด้วยเรสซิเดนซ์ส่วนตัว จำนวน 100 ยูนิต และรีสอร์ท เรสซิเดนซ์อีก 120 ยูนิต ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของสามารถนำเรสซิเดนซ์ของตนมาเปิดรองรับแขกของโรงแรมได้ นอกจากนี้ ยังมีห้องสวีทของโรงแรมจำนวน 50 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสุขภาพและการดูแลอายุในระยะยาว (vitality and longevity amenities) ที่ไม่เคยมีมาก่อนในตลาดไมอามี โดยจะผสานศาสตร์การดูแลสุขภาพแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดสมัยใหม่
อาคารสูง 650 ฟุตเหนืออ่าวบิสเคย์แห่งนี้ ถือเป็นแลนด์มาร์กที่ชี้ให้เห็นถึงช่วงเวลาสำคัญของการขยายธุรกิจในระดับโลกของกลุ่ม และเป็นการนำเสนอรูปแบบใหม่ของการใช้ชีวิตในเมืองที่เน้นประสบการณ์อันดื่มด่ำ การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม และการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม โดยโครงการนี้ได้พัฒนาร่วมกับ One Thousand Group อาคารซึ่งสูง 50 ชั้นแห่งนี้จะตั้งอยู่ในเขตที่บรรจบกันของย่านเอดจ์วอเตอร์ ดีไซน์ดิสทริก และวินด์วูด (Edgewater, Design District and Wynwood) ในไมอามี และจะเป็นอาคารแห่งแรกในพื้นที่ที่สามารถมองเห็นอ่าวบิสเคย์ในมุมกว้างโดยไม่มีสิ่งใดบดบัง โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2030
โครงการนี้ยังรวบรวมทีมออกแบบระดับโลก โดยงานสถาปัตยกรรมออกแบบอย่าง Kohn Pedersen Fox (KPF) บริษัทผู้อยู่เบื้องหลังอาคารระดับโลกมากมาย อาทิ One Vanderbilt ในนิวยอร์ก ร่วมกับ ODP Architecture & Design และการออกแบบภายในโดย Patricia Urquiola ซึ่งนับเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกของเธอในสหรัฐอเมริกา ต่อยอดจากประสบการณ์ของ One Thousand Group ในการพัฒนาโครงการลักชัวรีในไมอามี โครงการนี้ยังสืบเนื่องจากผลงานที่ผ่านมา อาทิ One Thousand Museum ซึ่งเป็นอาคารที่อยู่อาศัยแห่งสุดท้ายที่ออกแบบโดย Zaha Hadid รวมถึงโครงการ Villa Miami
เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกลของเจ้าของโครงการ อาคารแห่งนี้จึงได้มีการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพิ่มเติม เช่น ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบนดาดฟ้า ที่สามารถเดินทางไปยัง ฟลอริดา คีย์ส ปาล์มบีช และบาฮามาส ได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังมีประสบการณ์ด้านการบริการที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และตั้งอยู่ในย่านที่สามารถเดินทางได้สะดวก รายล้อมด้วย ร้านอาหาร แกลเลอรี่ ร้านบูติก และสถาบันทางวัฒนธรรมชั้นนำของไมอามี เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะเปเรซ (Pérez Art Museum) พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ฟิลลิปและแพทริเซีย ฟรอสต์ (Phillip and Patricia Frost Museum of Science) และศูนย์ศิลปะการแสดงเอเดรียน อาร์ชต์ (Adrienne Arsht Center for the Performing Arts)
โครงการนี้มีกำหนดเปิดตัวการขายภายในปีนี้ โดยแต่งตั้ง One Sotheby’s International Realty เป็นตัวแทนการขายแต่เพียงผู้เดียว อนันตรา ไมอามี รีสอร์ท แอนด์ เรสซิเดนเซส นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญเชิงกลยุทธ์ของไมเนอร์ โฮเทลส์ ในการขยายธุรกิจสู่ตลาดสหรัฐอเมริกา

🚨Rare Item Alert! แสนสิริเผยโฉม “Via 61” Luxury Boutique Condominium พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์จริงครั้งแรก 9-10 พ.ค. น...
30/04/2026

🚨Rare Item Alert! แสนสิริเผยโฉม “Via 61” Luxury Boutique Condominium พร้อมให้คุณสัมผัสประสบการณ์จริงครั้งแรก 9-10 พ.ค. นี้
ดื่มด่ำกับการพักผ่อนอย่างละเมียดละไม บน Hidden Gem ที่ดีที่สุดใจกลางทองหล่อ - เอกมัย เริ่มต้น 12.9 – 55 ล้านบาท* เปิดให้เข้าชมแบบ Private Viewing (Appointment Only) เท่านั้น
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษและนัดหมายเข้าชมได้ที่: https://siri.ly/2k4Eik4
Via 61 (เวีย 61) คือการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของหนึ่งในแบรนด์ที่เป็นตำนานของแสนสิริ กับคอนโดมิเนียม Low-rise ระดับ Luxury มูลค่าโครงการกว่า 1,200 ล้านบาท บนทำเล Super Prime Location “ทองหล่อ-เอกมัย” ในซอยสุขุมวิท 61 อยู่ตรงข้าม Parklane เอกมัย
มาในคอนเซ็ปต์ “Unveil Your Living Serenity” ให้ความวุ่นวาย... อยู่ได้แค่ภายนอก ที่จะเผยให้เห็นนิยามใหม่ของความสงบและการใช้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ และเป็นหนึ่งใน Aesthetic Collection จากแสนสิริ ซึ่งเป็นกลุ่มโครงการที่มีกลิ่นอายของความเป็นบูทีคคอนโด ยูนิตน้อย มีความเรียบง่ายในดีเทลการออกแบบ แต่แฝงไว้ซึ่งความประณีต และรสนิยมอันโดดเด่น บนทำเลที่แม้จะไม่ได้ติดถนนใหญ่แต่ก็อยู่ในย่าน Upscale Community ที่เดินเข้าถึงไปยังพื้นที่แฮงค์เอ้าท์โดยรอบได้ง่าย ตอบโจทย์ผู้พักอาศัยที่ต้องการหลีกเร้นจากความวุ่นวายของพื้นที่กลางเมืองติดถนนใหญ่ มาสู่พื้นที่ส่วนตัวที่มอบสุนทรียภาพแห่งการพักผ่อนได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ Via 61 ยังเป็นโครงการพร้อมอยู่ภายใต้แบรนด์ Via ลำดับที่ 2 ของปีนี้ต่อจาก Via 34 ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา (เป็นหนึ่งในแบรนด์ Via ทั้งหมดที่มีแค่ 6 โครงการ) บนเสน่ห์และอัตลักษณ์ที่แตกต่างกันไป หาก Via 34 คือโครงการที่ฉีกกรอบด้วยงานสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ผสานความเรียบง่ายเข้ากับมิติของวัสดุชั้นเลิศ ในขณะที่พื้นที่ส่วนกลางเปรียบเสมือนอาร์ตแกลเลอรีระดับโลกที่รวบรวมเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเอกอย่าง Poltrona Frau ให้ความรู้สึกเหมือนได้อยู่อาศัยท่ามกลางงานประติมากรรมชิ้นเอกที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ในทางกลับกัน Via 61 กลับนำเสนอความหรูหราในมุมที่สงบนิ่งและลุ่มลึกกว่า และเป็นคำตอบของผู้ที่หลงใหลในความสุขุมและความไพรเวทเหนือระดับ ด้วยดีไซน์ที่เน้นความประณีต โดดเด่นด้วยการใช้หิน Travertine สีอ่อนตัด Chiseled Stone บริเวณ Facade เผยพื้นผิวและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สะท้อนความหรูหราอย่างมีมิติ พร้อมงานออกแบบ Landscape ที่เน้นความเป็น Sanctuary Space เพื่อสร้างแซงชัวรี่แห่งการพักผ่อนที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเอกมัย-ทองหล่ออย่างแท้จริง
หากถามว่าแบรนด์ Via มีความแตกต่างจากคอนโด Low Rise ที่อื่นๆอย่างไร ก็คงต้องบอกว่าเป็นโครงการที่มอบความโดดเด่นในด้านงานดีไซน์ที่ผสานความเป็นธรรมชาติ และงานศิลปะเอาไว้ในงานออกแบบได้อย่างกลมกลืนมากทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นที่โครงการ Via Botani ที่ออกแบบอาคารให้โอบล้อมต้นจามจุรีอายุกว่า 80 ปี ที่มีรัศมีความกว้างถึง 10 เมตรไว้ เพื่อมอบความร่มรื่นให้กับผู้พักอาศัยในโครงการ เช่นเดียวกับ Via 49 ที่มีดีไซน์เส้น Facade อลูมิเนียมแนวตั้งอันโดดเด่น กับอาคารรูปทรง L-Shape ที่สะกดสายตาคนภายนอกด้วยพื้นที่ห้องบางชั้นที่ยื่นออกมาจากอาคารโดยมีส่วนของ Cantilever Structure ที่ยื่นแหวกอากาศออกมาสูงสุดถึง 3 เมตร ภายใต้ผลงานการออกแบบจาก Somdoon Architects และ Via 31 ภายใต้แนวคิด "Live in a Work of Art" ที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติรูปลักษณ์ของ “รังนก” ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านพักอันอบอุ่นของครอบครัว ด้วยเส้นสายอาคารที่แลดูอบอุ่นในโทนสีน้ำตาล-เหลือง และการใช้เส้นแนวตั้งของต้นไม้ที่เข้ากับแผงระแนงของผนังอาคาร ในขณะที่ Via 34 ก็เป็นคอนโดที่ได้รับการรังสรรค์ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะผ่านสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่ฉีกกรอบมุมมองเดิมด้วยรูปทรงเรขาคณิต มอบความโดดเด่นบนความ Privacy ด้วย Aluminium Perforated Facade ที่ช่วยเพิ่มลวดลายมิติให้กับอาคาร บนพื้นที่ส่วนกลางได้รับการออกแบบให้มอบประสบการณ์เสมือนอยู่ในอาร์ตแกลเลอรี ทั้งหมดนี้ส่งผลให้คอนโดภายใต้แบรนด์ Via ทุกโครงการนั้นให้ความรู้สึกเหมือนกับการอยู่อาศัยใน “บ้านพักตากอากาศ” มากกว่าอยู่คอนโดมิเนียมใจกลางเมือง
สำหรับ Via 61 นั้นยังคงเป็นโปรเจกต์ระดับ Rare Item ภายใต้ปรัชญา “Live in a Work of Art” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานศิลปะล้ำค่า นำมาผสานเข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองอย่างลงตัว งานออกแบบถูกถ่ายทอดผ่านคอนเซปต์ “Carve & Craft – Inner Elegance” ที่มีความประณีตและลุ่มลึก ราวกับงานประติมากรรมที่พิถีพิถัน บนการตีความหมายของ Art ออกเป็น Carve & Craft ที่มอบความนิ่งเรียบสุขุม ตัวอาคารโดดเด่นด้วยโทนสี Serene ที่เน้นความเรียบหรู มอบบรรยากาศที่สงบนิ่งแต่แฝงด้วยความหรูหราที่อยู่เหนือกาลเวลา โดดเด่นด้วยการใช้หิน Travertine สีอ่อนตัด Chiseled Stone บริเวณ Facade เผยพื้นผิวและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ ที่สะท้อนความหรูหราอย่างมีมิติ เช่นเดียวกับงานออกแบบ Landscape ที่ให้ความ Peaceful บน Santuary Space ที่ซ่อนตัวอยู่ใจกลางเอกมัย - ทองหล่อ
โครงการมี Layout ห้องที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย และยังเป็นคอนโดที่มอบความไพรเวทด้วยจำนวนยูนิตเพียงแค่ 57 ยูนิต ตั้งแต่ห้องขนาด 1 ห้องนอน ไปจนถึง Penthouse บนขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 53 – 188 ตร.ม. (มีห้องเพนต์เฮาส์ขนาดสูงสุด 188 ตร.ม. โดดเด่นด้วยห้องหน้ากว้าง เปิดรับวิวทั้ง 3 ด้าน ที่เหลือเพียงแค่ยูนิตเดียวเท่านั้น) ในรูปแบบ Pet Allowed ราคาเริ่มต้น ราคาเริ่มต้น 12.9 – 55 ล้านบาท* ครบทุกบริการหลังการขาย พร้อมมอบการดูแลลูกบ้านแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านบริการ PLUS Luxury Service และ LIV-24 ศูนย์ควบคุมเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยแบบเรียลไทม์แห่งแรกของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ที่สร้าง Value Added ให้กับที่อยู่อาศัยที่ถือครองอย่างต่อเนื่อง
Via 61 เปรียบเสมือน Hidden Gem บนทำเลที่น่าอยู่อาศัยที่สุดในกรุงเทพฯ โดยโครงการตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 61 ซึ่งเปรียบเสมือน “แซงชัวรี่” แห่งการพักอาศัยที่หาได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ด้วยดีกรีการเป็น “ซอยตัวอย่าง” ของกรุงเทพมหานคร ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย และความเป็นระเบียบเรียบร้อย สภาพแวดล้อมภายในซอยร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ตลอดสองข้างทาง และที่สำคัญที่สุดคือเป็นซอยตันที่ไม่มีรถพลุกพล่าน ช่วยตัดเสียงรบกวนจากโลกภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบในใจกลางสุขุมวิท ที่นับเป็นทำเลที่อยู่อาศัยระดับ High-End ของกลุ่มผู้บริหารและครอบครัวระดับแถวหน้า เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ระดับเวิลด์คลาส แม้จะอยู่ในอ้อมกอดของความสงบ แต่ Via 61 ห่างจาก BTS เอกมัยเพียง 370 เมตร หรือเดินเพียง 1 นาที* และเพียง 3 นาทีจากทองหล่อ รายล้อมด้วยแหล่งไลฟ์สไตล์ระดับโลก อาทิ เอ็มควอเทียร์, เอ็มสเฟียร์, เอ็มโพเรียม รวมถึง Community Mall ชั้นนำอย่าง Park Lane, Marche’ Thonglor, The Commons, Market Place Thonglor และร้านอาหาร Fine Dining, คาเฟ่ชิคๆ ไปจนถึง Rooftop bars ระดับท็อป นอกจากนี้ยังใกล้กับโรงเรียนนานาชาติชั้นนำ เช่น St. Andrews, Trinity และ Ekamai International School
สัมผัสความ Exclusive ที่หาไม่ได้จากที่ไหน
✅Low Density & High Privacy: ความเป็นส่วนตัวสูงสุดเพียง 57 ยูนิต บนอาคาร 8 ชั้น บนผืนที่ดินที่พัฒนาได้ยากยิ่งในซอยสุขุมวิท 61
✅Pet Allowed: หนึ่งเดียวในซอยสุขุมวิท 61 ที่เป็นคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ ตอบโจทย์คนรักสัตว์ที่มองหาที่พักอาศัยระดับลักซ์ชัวรี
✅Optimal Parking: มอบความสะดวกสบายด้วยที่จอดรถสูงถึง 115%
✅Spacious Layout: ห้องพักอาศัยมีขนาดใหญ่เริ่มต้น 53 – 188 ตร.ม. ตั้งแต่ 1 Bedroom ไปจนถึง Penthouse (Rare Unit) โดดเด่นด้วยห้องหน้ากว้างที่เปิดรับวิวได้ถึง 3 ด้าน มอบความโปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติได้เต็มที่
✅Investment Value: ลงทุนคุ้มค่าทำเล Rare Item ผลตอบแทน (Yield) คาดการณ์ 5-6% ต่อปี*
วันที่ 9–10 พฤษภาคม นี้ เปิดชมโครงการจริงครั้งแรก (First Reveal) แบบ Private Viewing (Appointment Only) เท่านั้น
สัมผัส Hidden Gem ที่ดีที่สุดใจกลางสุขุมวิทด้วยตัวคุณเอง ราคาเริ่มต้น 12.9 – 55 ล้านบาท*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด


New Project !!!!โรงแรม CENTARA GRAND BEACH VILLA HUAHIN     ส่วนต่อขยายของโรงแรม CENTARA (โรงแรมรถไฟ) ที่เช่าที่ดินจากกา...
30/04/2026

New Project !!!!

โรงแรม CENTARA GRAND BEACH VILLA HUAHIN ส่วนต่อขยายของโรงแรม CENTARA (โรงแรมรถไฟ) ที่เช่าที่ดินจากการรถไฟ

ขนาดที่ดิน 18 ไร่ครึ่ง 38 อาคาร 72 keys เกือบทุกห้องเป็น Pool Villa



EIA ผ่านเริ่มก่อสร้างหลายเดือนแล้ว เดิมเป็นกลุ่ม วิลล่าและ บ้านพักพนักงานโรงแรมรถไฟ

รวมทั้งโครงการมีขนาด 72 ไร่ สัญญาเช่าที่ดินถึงปี 2600

Masters Forum, Masters of Design: เมื่อเก้าอี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ภาษาแห่งการใช้ชีวิต”ในแวดวงสถาปัตยกรรมและการออกแบบ...
29/04/2026

Masters Forum, Masters of Design: เมื่อเก้าอี้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “ภาษาแห่งการใช้ชีวิต”
ในแวดวงสถาปัตยกรรมและการออกแบบ เฟอร์นิเจอร์ระดับ Iconic Masterpiece ที่ผู้คนทั่วโลกต่างถวิลหาที่จะครอบครองนั้น มักไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ที่ผลิตทั่วไปในโรงงาน แต่เริ่มต้นจากความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการท้าทายขีดจำกัดของการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย เพราะในโลกของการอยู่อาศัยที่เหนือระดับ ความลักชัวรีที่แท้จริงไม่ใช่เพียงมูลค่าของวัสดุที่สัมผัสได้ แต่คือ แต่คือ "เรื่องราว" และ "วิสัยทัศน์" ที่ถูกส่งผ่านกาลเวลาอย่างประณีต จนกลายเป็นวัตถุแห่งความปรารถนาที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา นิทรรศการ “Masters Forum, Masters of Design” โดย Euro Creations ในงานสถาปนิก’69 ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนหมุดหมายสำคัญที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านภาษาแห่งการใช้ชีวิต จากเหล่าปรมาจารย์นักออกแบบชื่อก้องโลกในแต่ละยุคสมัย
พบกับบทสนทนาข้ามกาลเวลาระหว่าง Form - Function - Proportion เมื่ออดีตสอดประสานกับอนาคต สู่วิถีชีวิตของพวกเราในวันนี้
นิทรรศการ “Masters Forum, Masters of Design” โดย Euro Creations ที่งานสถาปนิก’69 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงเฟอร์นิเจอร์ระดับไอคอน แต่คือ บทสนทนา ข้ามกาลเวลา ที่เชื่อมโยงความคิดตั้งแต่ยุค Modern Pioneers ไปจนถึงนักออกแบบร่วมสมัย ผ่านผลงานที่หล่อหลอมวิธีคิดของวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบมาจนถึงปัจจุบัน งานนี้ถูกออกแบบให้เป็นทั้งนิทรรศการและเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ผ่าน Design Talks และ Design Movies ที่สะท้อนให้เห็นว่า “ดีไซน์” ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือโครงสร้างความคิดที่กำหนดวิถีชีวิตของมนุษย์ในทุกยุคสมัย ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Euro Creations ในฐานะผู้นำด้านลักชัวรีไลฟ์สไตล์ที่เชื่อมโยงดีไซน์ระดับโลกสู่ตลาดไทยอย่างครบวงจร ผ่านการรวบรวมผลงานของดีไซเนอร์ผู้ทรงอิทธิพลแห่งศตวรรษที่ 20 นับตั้งแต่ความก้าวล้ำทางวิสัยทัศน์ของ Gio Ponti, Le Corbusier, Pierre Jeanneret, Charlotte Perriand และ Gerrit Thomas Rietveld ไปจนถึงมุมมองร่วมสมัยของ Vincent Van Duysen, Jean-Marie Massaud, Patricia Urquiola และ Tobia Scarpa จากผลงานออกแบบที่ถูกถ่ายทอดขึ้น โดยช่างฝีมือ และทีม Research & Development ของแบรนด์ที่ได้ถือลิขสิทธ์การผลิตอย่างเป็นทางการ Cassina, Molteni&C, Poltrona Frau และ B&B Italia
แก่นของนิทรรศการนี้คือการสื่อสารผ่าน “ภาษาแห่งการใช้ชีวิต” ของ โดยรวบรวม “Iconic Chairs” จำนวน 15 ชิ้น จากนักออกแบบระดับปรมาจารย์ (Masters) 8 ท่าน ผู้เปลี่ยนวิธีมองโลกและการใช้ชีวิตของมนุษย์ เก้าอี้แต่ละชิ้นจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนตัวอักษรที่ร้อยเรียงเป็นประโยค เพื่อสื่อสารความสัมพันธ์ระหว่าง มนุษย์ วัตถุ และพื้นที่ ซึ่งถูกบ่มเพาะผ่านหน้าประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัย ดังนี้ครับ
1. ภาษาแห่งการปฏิวัติสัดส่วนและพื้นที่ (Modern Pioneers)
ในช่วงทศวรรษ 1920 เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ Le Corbusier, Pierre Jeanneret และ Charlotte Perriand คือสามนักออกแบบระดับโลก ที่การร่วมงานกัน และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวงการสถาปัตยกรรมและการออกแบบเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ พื้นที่ และสัดส่วนที่สมเหตุสมผล โดยทั้งสามได้ร่วมกันเขียน "ภาษาใหม่" ให้กับวงการออกแบบ ผ่านผลงานสร้างชื่อที่แบรนด์ Cassina ได้รับลิขสิทธิ์ผลิตมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 1965 สิ่งที่ทำให้ผลงานเหล่านี้กลายเป็นตำนาน ไม่ใช่แค่รูปทรงเหล็กและหนังที่ดูทันสมัยในยุคนั้น แต่คือการนำ สรีระมนุษย์ มาเป็นศูนย์กลางของการออกแบบอย่างแท้จริง เก้าอี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้สวยก่อน แต่ถูกออกแบบให้รองรับรูปแบบการใช้ชีวิตก่อนเสมอ
1. Fauteuil Dossier Basculant: เก้าอี้อาร์มแชร์ดีไซน์ไอคอนิกสไตล์โมเดิร์น มาพร้อมการเคลื่อนไหวที่อิสระของพนักพิงที่ล้อไปกับสรีระ
2 Fauteuil Grand Confort, petit modèle: เก้าอี้อาร์มแชร์ดีไซน์ Modern Classic มีเอกลักษณ์คือรูปทรงลูกบาศก์ โครงเหล็กท่อชุบโครเมียม และเบาะนั่งบุนวมนุ่มที่เน้นความสบาย เป็นสัญลักษณ์ของดีไซน์สไตล์ Bauhaus
3 Fauteuil Grand Confort, grand modèle: เก้าอี้อาร์มแชร์ดีไซน์ Modern Classic มีเอกลักษณ์คือรูปทรงลูกบาศก์สูง
4.Chaise Longue à réglage continu: เก้าอี้เอนหลังที่มีจุดเด่นคือการปรับระดับความเอียงได้ต่อเนื่อง (Réglage continu) ตามต้องการ ผลิตจากโครงเหล็กโครเมียมทรงท่อ โดยเน้นความสมดุลระหว่างรูปทรงเรขาคณิตที่สวยงามและหลักสรีรศาสตร์ เพื่อการพักผ่อนสูงสุด
ในยุคสมัยเดียวกันนั้น Gerrit Rietveld ผู้นำกลุ่ม De Stijl ขบวนการศิลปะ International Avant-garde ที่ใช้ระนาบ แม่สี (แดง น้ำเงิน เหลือง) และเส้นตรง สร้างเครื่องมือให้มนุษย์ตระหนักรู้ถึง Space อย่างชัดเจน ในปี 1918 จิตวิญญาณของ De Stijl ถูกสลักลงใน Red and Blue Chair , ตามมาด้วย Zig-Zag Chair (1934) ที่ท้าทายวิศวกรรมด้วยโครงสร้างประกอบขึ้นจากไม้เพียง 4 แผ่น และ Utrecht (1935) ที่นิยามความผ่อนคลายใหม่ด้วยรูปทรงตัว L อันเป็นสัจจะแห่งงานดีไซน์ ที่ Cassina สืบทอดลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 1973 ผลงานของเขาทำให้ผู้คนล้วนตั้งคำถามว่า นี่เรานั่งอยู่บนเก้าอี้ หรือกำลังนั่งอยู่บนงานศิลปะกันแน่?
2. ภาษาแห่งนวัตกรรมและศิลปะ (The Italian Legacy)
Gio Ponti บิดาแห่ง Modern Italian Design ผู้เชื่อว่าวัสดุที่ทนทานที่สุดคือ "ศิลปะ" ตามคำกล่าว "ในงานก่อสร้าง วัสดุที่ทนทานที่สุดไม่ใช่คอนกรีต ไม้ หิน เหล็ก หรือแก้ว... แต่คือ 'ศิลปะ'" สะท้อนชัดใน D.154.2 (โดย Molteni&C) ที่สร้างความสมดุลระหว่างความเบาและมิติทางสถาปัตยกรรม และ Superleggera (1957) เก้าอี้ไม้ที่หนักเพียง 1.7 กิโลกรัม ซึ่งนับเป็นขีดสุดของนวัตกรรมหลังการปฏิวัติอุตสาหกรรม
ต่อมาในยุค Postmodern คู่รักสถาปนิกผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค Postmodern Afra & Tobia Scarpa ได้พิสูจน์ว่า "เทคนิคคือวิธีการ แต่รูปทรงคือการให้ความหมาย" ผ่านอาร์มแชร์ Soriana (1969) อาร์มแชร์รูปทรงอิสระที่ปลดปล่อยจากกรอบเดิม ภายใต้ลิขสิทธิ์ของ Cassina ที่ปลดปล่อยจากกรอบเดิมจนคว้ารางวัล Compasso d’Oro และ Monk Chair (1973) ที่สะท้อนความเรียบง่ายและสงบนิ่ง พร้อมการใช้ตัวอักษร M เพื่อสื่อถึงแบรนด์ Molteni&C
3. ภาษาแห่งอารมณ์และสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต (Contemporary Visionaries)
เหล่านักออกแบบร่วมสมัยได้ต่อยอดภาษาเหล่านี้สู่ "Empathic Connection" หรือการเชื่อมโยงทางอารมณ์ได้แก่
Patricia Urquiola: Art Director ของแบรนด์ Cassina ดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนนิยามของโลกสมัยใหม่ ด้วยการผสมผสาน นวัตกรรม เข้ากับ สัมผัสแห่งอารมณ์ โดยให้ความสำคัญระหว่างพื้นที่และผู้คน ผ่านมุมมองที่ละเอียดอ่อนและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา
ปรัชญาการออกแบบ Empathic Connection หรือการเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้ใช้งาน สะท้อนชัดใน Back-Wing เก้าอี้ที่โดดเด่นด้วยพนักพิงรูปทรงปีก โอบรับสรีระอย่างสง่างาม ตีความโครงสร้างไม้แบบดั้งเดิม ให้ดูร่วมสมัยและเฉียบคม โดยที่พนักพิงรูปปีกไม่ได้มีไว้แค่สวย แต่โอบรับผู้ใช้งานทั้งทางกายและใจ งานดีไซน์ของ Patricia Urquiola นับว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของวิธีคิดการออกแบบจาก Functional Design สู่ Emotional Design
Vincent Van Duysen: สถาปนิกและดีไซเนอร์ผู้เชื่อในความลุ่มลึกของสเปซ ในฐานะ Creative Director ของ Molteni&C ตั้งแต่ปี 2016 เขาได้ตีความสัดส่วนทางสถาปัตยกรรมใหม่ สะท้อนชัดใน Yoell เก้าอี้ที่ลดทอนทุกรายละเอียดจนเหลือเพียงโครงสร้างที่จำเป็น แต่ยังคงความหนักแน่นและทรงพลัง จากการออกแบบโรงแรมแห่งแรกในเบลเยียม สู่โปรเจกต์ระดับโลกในลอนดอน นิวยอร์ก และมิลานงานของ Van Duysen คือการพิสูจน์ว่า สถาปัตยกรรมที่ไม่วิ่งตามกระแส คือมรดกทางความคิดที่เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นงานสถาปัตยกรรมที่มีชีวิต และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
Jean-Marie Massaud: ดีไซเนอร์ผู้สำรวจความเป็นไปได้ของสเกล ตั้งแต่งานสถาปัตยกรรมไปจนถึงรายละเอียดที่เล็กที่สุด โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลางของทุกบริบท ขับเคลื่อนด้วยการค้นหาแก่นแท้ ผ่านประสาทสัมผัส อารมณ์ และพลังของความรู้สึก
Archibald ถ่ายทอดแนวคิด ผ่านรูปทรงที่โอบรับอย่างเป็นธรรมชาติ Pelle Frau® Leather ถ่ายทอดผิวสัมผัสที่นุ่มลึก Jean-Marie Massaud ร่วมงานกับ Poltrona Frau ในการสร้างสรรค์ Archibald เปิดตัวครั้งแรกในปี 2009
Gaetano Pesce: สถาปนิกและดีไซเนอร์ ผู้ปฏิเสธความจำเจของงานดีไซน์ในระบบอุตสาหกรรม ในปี 1969 เขาสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกด้วย UP armchair ออกแบบให้กับ B&B Italia นี่คือเก้าอี้ตัวแรกที่นำเสนอประเด็นทางการเมืองและสิทธิสตรี ผ่านรูปทรงที่โอบอุ้มราวกับครรภ์มารดา แต่ถูกล่ามติดไว้กับที่วางเท้าทรงกลม ราวกับลูกตุ้มพันธนาการ ผลงานชิ้นเอกตัวนี้ของเขาพิสูจน์ว่า งานดีไซน์ก็สามารถตั้งคำถามให้กับสังคมได้
“Masters Forum, Masters of Design” โดย Euro Creations ที่งานสถาปนิก’69 ไม่ได้จัดแสดงเพียง เฟอร์นิเจอร์ระดับ Iconic Masterpiece ที่สวยงามและหาชมได้ยาก แต่คือพื้นที่ที่ทำให้เราได้รับรู้ว่าเฟอร์นิเจอร์เพียงชิ้นเดียว สามารถเปลี่ยนวิธีคิดของโลกใบนี้ได้อย่างมหาศาล และตอกย้ำว่าสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่นั้นไม่ได้เริ่มต้นจากตัวอาคาร แต่เริ่มต้นจากความเข้าใจในตัวมนุษย์
การได้เห็นผลงานระดับ Masterpiece ทั้ง 15 ชิ้นในที่เดียว เปรียบเสมือนการเดินผ่านหน้าประวัติศาสตร์ทางความคิดของวงการออกแบบ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเชิงกายภาพ ไปจนถึงการตั้งคำถามเชิงปรัชญาที่ลุ่มลึก ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันเป็น “ภาษาแห่งการใช้ชีวิต” ภาษาที่ไม่ได้จบลงแค่ฟังก์ชันการใช้งาน แต่สื่อสารไปไกลถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่
นี่คือภาพสะท้อนว่างานออกแบบระดับตำนานไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงต้นแบบของความงาม แต่คือรากฐานของวิธีที่เรานั่ง ยืน เดิน เอนกายพักผ่อน ใช้ชีวิต และมีปฏิสัมพันธ์กับโลกในทุกวัน และบางที... เมื่อคุณเดินออกจากบูธนี้ คุณอาจไม่ได้มอง เก้าอี้ โซฟา หรืออาร์มแชร์ ในมุมเดิมอีกต่อไป แต่จะเริ่มมองเห็นมันในฐานะ องค์ประกอบหนึ่งของชีวิตในรูปแบบสถาปัตยกรรมขนาดย่อม ที่กำลังรองรับและโอบกอดชีวิตของคุณให้สมบูรณ์แบบในทุกๆ วัน
นอกจากการจัดแสดงผลงาน Euro Creations ยังร่วมกับ art4d จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้และสร้างแรงบันดาลใจตลอดการจัดงาน:
1. Design Talk หัวข้อ The Real Deal: Working with Master เจาะลึกการทำงานร่วมกับผลงานระดับตำนาน โดย คุณชารีฟ ลอนา (Studio Act of Kindness)
2. หัวข้อ “Curated Living” โดยคุณเสริมคุณ คุณาวงศ์
3. หัวข้อ “สานฝัน เรียนต่อด้านออกแบบสถาปัตยกรรมที่ประเทศอิตาลี” โดย คุณปิ๊บ อติไชย์ โพธิ์ชยานนท์ (DP Education)
4. Design Talk หัวข้อ “Crafting Spaces Through Collaboration” โดย คุณนายณัฐพล เตโชพิชญ์ (Looklen Architect), คุณวรรณพัทธ์ เจนพานิชการ (Openbox Architects), คุณสุกฤษฎิ์ สุขเกษม (SSAA Studio) และ คุณสุขธัช สงค์สมบัติ (SSAA Studio)
5. Design Talk หัวข้อ “The Dwelling, the Being, the Place” สำรวจความหมายของพื้นที่และการอยู่อาศัย โดย คุณรัตนวุฒิ ชาญศรีตระกูล (Architects 49 House Design Limited), คุณอยุทธ์ มหาโสม (Ayutt and Associates Design), คุณ รักศักดิ์ สุคนธะตามร์ (GreenDwell) และ คุณชนาสิทธิ์ ชลศึกษ์ (Stu/D/O Architects)
6. Design Movies ชมภาพยนตร์ "Italian Radical Design 1965 – 1975" พร้อมร่วมเสวนาเจาะลึกกับ ดร.กนกวรรณ ตระกูลยิ่งเจริญ
ยูโร ครีเอชั่นส์ ขอเชิญชวนสถาปนิก นักออกแบบ และผู้ที่หลงใหลในงานดีไซน์ มาร่วมค้นหาความหมายและสัมผัสจิตวิญญาณของเหล่า Master ได้ที่:
บูธ F503/1 | ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
28 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2026
10.00 – 20.00 น.

🤩ซื้อบ้านไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน! แสนสิริ ผนึกกำลัง ไทยพาณิชย์ และกรุงไทย พร้อมแบ่งเบาภาระให้คุณในแบบที่คุ้มค่าและยาวนาน...
29/04/2026

🤩ซื้อบ้านไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน!
แสนสิริ ผนึกกำลัง ไทยพาณิชย์ และกรุงไทย พร้อมแบ่งเบาภาระให้คุณในแบบที่คุ้มค่าและยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวงการ
✨ซื้อบ้าน คอนโดมิเนียม ทาวน์โฮม จากแสนสิริ ไม่ต้องผ่อนสูงสุด 48 เดือน* ลดใหญ่สูงสุด 10 ล้าน* ราคาพิเศษ เริ่ม 9 แสน – 40 ล้านบาท* เริ่ม 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 69 นี้เท่านั้น ตัวจริง จัดใหญ่ พร้อมเปย์เพื่อคุณมากกว่าใคร ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ https://siri.ly/EYeefd4
อย่าให้ความกังวลเป็นอุปสรรคในการคว้าบ้านในฝัน! เพราะนี่คือโอกาสที่ดีที่สุดจากแสนสิริที่พร้อมปลดภาระแทนทุกคนที่อยากมีบ้าน ด้วยการแท็กทีม SCB – KTB ครั้งแรกกับแคมเปญ “ไม่ต้องผ่อน สูงสุด 48 เดือน” แบ่งเบาภาระสูงสุดตั้งแต่เคยมี ซึ่งเป็นโปรฯแห่งปีที่ช่วยเหลือผู้ซื้อบ้านอย่างเต็มสูบเป็นรายแรก เพื่อสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงปัจจัยสี่ได้อย่างมั่นใจท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน พบกับข้อเสนอสุดพิเศษในกว่า 100 โครงการที่พร้อมตอบโจทย์ทุกระดับราคา ตั้งแต่ 9 แสน – 40 ล้านบาท* ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 69"
แม้ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจะทำให้หลายคนเลือกที่จะเก็บออม มากกว่าจับจ่าย แต่ทำไมโครงการพร้อมอยู่ของแสนสิริจึงเป็นคำตอบที่สวนกระแส? คำตอบอยู่ที่ความคุ้มค่าที่ยากจะปฏิเสธจากแคมเปญ‘ไม่ต้องผ่อน สูงสุด 48 เดือน’* ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องมือทางการเงินที่ทรงพลังที่สุดในนาทีนี้ครับ การที่แสนสิริเข้ามาช่วยรับภาระค่างวดให้นานถึง 4 ปีเต็ม ส่งผลดีต่อแผนการเงินของคุณทั้งในเรื่องของการเพิ่มศักยภาพการเก็บออม เพราะเงินก้อนที่ต้องกันไว้เป็นค่างวดในแต่ละเดือน จะยังคงอยู่ในบัญชีของคุณ ช่วยให้คุณมีเงินออมสำรองที่มากขึ้น สร้างความอุ่นใจและมั่นคงให้กับครอบครัวท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน เช่นเดียวกับช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการจับจ่าย เพราะเมื่อคุณไม่ต้องพะวงกับภาระหนี้ก้อนใหญ่รายเดือน คุณจึงมีกระแสเงินสดมากพอที่จะนำเงินไปหมุนเวียนต่อยอดธุรกิจ หรือใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตได้เต็มที่ โดยไม่ต้องปรับลดมาตรฐานการใช้ชีวิตลง นอกจากนี้ในยามที่ต้นทุนก่อสร้างพุ่งสูงขึ้น 5% – 10% ตามภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมัน แต่แสนสิริหยิบยื่นโอกาสให้คุณเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยในราคาต้นทุนเดิม พร้อมรับอานิสงส์จากมาตรการรัฐ (LTV) ที่ยาวไปถึงมิถุนายน 2570 การตัดสินใจตอนนี้จึงไม่ใช่แค่การซื้อบ้าน แต่คือการวางแผนทางการเงินที่ชาญฉลาดที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงราคาบ้านที่จะขยับสูงขึ้นในอนาคต โดยที่คุณยังรักษาความมั่งคั่งและสภาพคล่องเอาไว้ได้นานถึง 4 ปีเต็ม ซึ่งเป็นโอกาสที่คุ้มค่าที่สุดอย่างไม่เคยมีใครทำมาก่อน
👍พบกับข้อเสนอมากมายที่ทำให้การมีบ้านเป็นเรื่องเบาๆ ด้วยข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ดีที่สุดแห่งปีสำหรับบ้าน คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมจากแสนสิริกว่า 100 โครงการ
บ้านแฝดและบ้านเดี่ยว: ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน* หรือ รับส่วนลดสูงสุด 10 ล้าน รับฟรีค่าน้ำมันสูงสุด 1 แสน* อาทิ
✅อณาสิริ สรงประภา: ดีไซน์ Modern Japanese หน้ากว้าง พร้อมครัวบิลต์อิน ใกล้สนามบินดอนเมือง ใกล้ทางด่วน 2.6 กม. และรถไฟฟ้า 2 สาย ลงทุนปล่อยเช่าได้คุ้มค่า ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับส่วนลดสูงสุด 7 แสน เริ่มต้น 5.99 ล้าน*
✅สราญสิริ ประชาอุทิศ 90: บ้านเดี่ยว Modern Farmhouse ทำเลดี 20 นาที* ถึงสาทร-พระราม 3 ใกล้ด่วนเฉลิมมหานคร และวงแหวนกาญจนาฯ ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับส่วนลดสูงสุด 5 แสน เริ่มต้น 5.99 ล้าน*
✅บุราสิริ จตุโชติ: โครงการใหม่สไตล์ New England ติดทางด่วนรามอินทรา ใกล้วงแหวนกาญจนาภิเษก ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับส่วนลดสูงสุด 2 ล้าน เริ่มต้น 12.99 ล้าน*
✅เศรษฐสิริ พหลโยธิน - สายไหม: ดีไซน์ Modern Classic ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ โทลล์เวย์ และรถไฟฟ้า ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับส่วนลดสูงสุด 5 ล้าน เริ่มต้น 9.99 ล้าน*​
ทาวน์โฮม: ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน* หรือ รับคืนสูงสุด 8 แสน รับฟรีค่าน้ำมันสูงสุด 1 แสน* อาทิ
✅สิริ เพลส ประชาอุทิศ 90: ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับคืนสูงสุด 2 แสน เริ่มต้น 1.99 ล้าน*
✅สิริ เพลส บางนา-สุวรรณภูมิ: ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับคืนสูงสุด 2 แสน เริ่มต้น 2.19 ล้าน*
✅สิริ เพลส ราชพฤกษ์-นครอินทร์: ไม่ต้องผ่อนนาน 48 เดือน หรือ รับคืนสูงสุด 4 แสน เริ่มต้น 3.59 ล้าน*
คอนโดมิเนียม: อยู่ฟรี สูงสุด 48 เดือน* หรือ เลือกรับค่าส่วนกลางฟรี สูงสุด 10 ปี* ลดสูงสุด 2.5 ล้าน* รับค่าน้ำมันสูงสุด 50,000 บาท* ฟรี! เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และอื่นๆ อีกเพียบ* อาทิ
✅เดอะ เบส เออร์เบิน พระราม 9: ส่วนกลางจัดเต็ม 2 ชั้น สระว่ายน้ำ Half-Olympic สวนลอยฟ้าวิว 270 องศา บรรยากาศส่วนตัว ใกล้ MRT รฟม. และพระราม 9 อยู่ฟรี! สูงสุด 48 เดือน* ลดสูงสุด 3.5 แสน* ฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอน* รับ! ค่าน้ำมัน 50,000 บาท* พิเศษ 4.1 ล้าน*
✅เดอะ เบส ไฮท์ – เชียงใหม่: วิวดอยสุเทพ ใกล้เซ็นทรัล พร้อมส่วนกลางจัดเต็ม อยู่ฟรี! สูงสุด 36 เดือน* หรือ ฟรี! ค่าส่วนกลาง 2 ปี* ลดสูงสุด 2 แสน* ฟรี! เฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้า* รับ! ค่าน้ำมัน 10,000 บาท* พิเศษ 2.59 ล้าน*
✅เอ็กซ์ที พญาไท: ใกล้ BTS พญาไท, จุฬาฯ และ รามาฯ* ส่วนกลางอลังการกว่า 4,500 ตร.ม. พร้อมสระว่ายน้ำ 2 ชั้นดาดฟ้า อยู่ฟรี! สูงสุด 24 เดือน* หรือ ฟรี! ค่าส่วนกลาง 1 ปี* ลดสูงสุด 2.5 ล้าน* ฟรี! ทุกค่าใช้จ่ายวันโอน* รับ! ค่าน้ำมัน 50,000 บาท* พิเศษ 5.49 ล้าน*
✅คอนโดมี สินสาคร: ฟังก์ชันดี มีเฟอร์นิเจอร์ให้ครบ บนทำเลดี หน้านิคมฯ สินสาคร อยู่ฟรี! สูงสุด 24 เดือน* หรือ ฟรี! ค่าส่วนกลาง 10 ปี* ลดสูงสุด 1 แสน* ฟรี! ค่าโอน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า* รับ! ค่าน้ำมัน 5,000 บาท* พิเศษ 889,000 บาท*
การร่วมมือครั้งสำคัญนี้ เป็นการตอกย้ำความตั้งใจของแสนสิริในฐานะเจ้าตลาดที่พร้อมจะสนับสนุน และผลักดันทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์เศรษฐกิจในอนาคตยังมีความไม่แน่นอน ทั้งนี้ แสนสิริขอขอบพระคุณพันธมิตรสำคัญอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย ที่ให้ความเชื่อมั่นและร่วมยืนเคียงข้างคนอยากมีบ้านด้วยกัน จนเกิดเป็นปรากฏการณ์ “ไม่ต้องผ่อนสูงสุด 48 เดือน*” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของประเทศและเป็นมาตรการแบ่งเบาภาระที่คุ้มค่าและยาวนานที่สุด เพื่อให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อ มีเวลาเต็มที่ในการสร้างความมั่นคง และมีอิสระทางการเงินอย่างที่ไม่เคยมีใครกล้าให้มาก่อน นี่คือจังหวะที่ดีที่สุด และโอกาสที่คุ้มค่าที่สุดที่คุณไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ เพราะแสนสิริ ไม่ได้แค่ขายบ้าน แต่เป็นแบรนด์ที่พร้อมเดินเคียงข้างให้คุณเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นใจและมั่นคงที่สุดตั้งแต่วันแรกที่ย้ายเข้าอยู่ เริ่ม 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 69 นี้เท่านั้น
หมายเหตุ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ และธนาคารกำหนด รู้ก่อนกู้ กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
* โปรโมชัน มีจำนวนจำกัด สำหรับยูนิตที่ร่วมรายการ
#บ้านเดี่ยว #คอนโด #ทาวน์โฮม #บ้านแฝด #โปรโมชัน #ไม่ต้องผ่อน

ที่อยู่

Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 10:00 - 17:00
อังคาร 10:00 - 17:00
พุธ 10:00 - 17:00
พฤหัสบดี 10:00 - 17:00
ศุกร์ 10:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+6622582896

เว็บไซต์

https://www.propholicshop.com/

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Propholicผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Propholic:

แชร์