Verve - Public Relations Consultancy

Verve - Public Relations Consultancy Verve is full of Great Energy, Enthusiasm and Talents. Wouldn't you love to be our fans? Contact for PR Service: 095 595 9919

“ดุสิต อจารา หัวหิน” การเริ่มต้นด้วยที่อยู่อาศัยแบบ Living is All About Well-being พร้อม “โอกาส” และ “ความคุ้มค่า” ในการ...
23/04/2026

“ดุสิต อจารา หัวหิน” การเริ่มต้นด้วยที่อยู่อาศัยแบบ Living is All About Well-being พร้อม “โอกาส” และ “ความคุ้มค่า” ในการลงทุนที่สร้างรายได้ระยะยาว


ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว แนวคิดเรื่อง “การอยู่อาศัย” ได้ถูกยกระดับไปสู่มิติใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ “คุณภาพชีวิต” มากกว่าที่เคย ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้มองเพียงแค่บ้านในฐานะที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่สามารถเติมเต็มความสุขและความสมดุลในชีวิตได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับเทรนด์ “Joyspan” การให้ความสำคัญกับช่วงเวลาของชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขและความหมาย มากกว่าการมีชีวิตที่ยืนยาวเพียงอย่างเดียว

คุณอาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยแนวคิดของโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน ในเรื่องของ ‘Multi-generational Living & Pet Friendly’ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของที่อยู่อาศัยในทุกเจเนอเรชั่นนั้น มีความสอดคล้องกับ “Joyspan” ที่ต้องการเติมเต็มความสุขของผู้อยู่อาศัยทั้งสุขภาพกายและใจ รวมทั้งความพึงพอใจในชีวิตประจำวัน ทำให้โครงการสามารถสร้างสรรค์พื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อให้สามารถตอบโจทย์ชีวิตในทุกมิติได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นความสงบ ความสะดวกสบาย หรือการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้นำไปสู่แนวคิดสำคัญที่ว่า การใช้ชีวิตที่ดีเริ่มต้นจากพื้นที่ที่เราอยู่อาศัย หรือ Living is All About Well-being ซึ่งการริเริ่มดำเนินการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพียง 96 ยูนิต บนพื้นที่ 20 ไร่ ซึ่งนับเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบัน ซึ่งในความเป็นจริงผู้พัฒนาโครงการสามารถใช้พื้นที่เพียง 5 ไร่ พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมมากกว่า 200 ยูนิตได้ แต่ทางดุสิตต้องการสร้างความเป็น Low Density และ Privacy ให้กับลูกบ้านได้พักผ่อนสูงสุด ทั้งนี้ยังออกแบบให้มีการโอบล้อมของธรรมชาติและพื้นที่สีเขียวกว่า 60% และมาพร้อมการบริการแบบ Gracious Hospitality ระดับเวิลด์คลาสของ ดุสิตธานี มาต่อยอดในรูปแบบการอยู่อาศัยสไตล์ The Only Thai Branded Residence ผสานความหรูหราเข้ากับความอบอุ่นแบบไทยได้อย่างลงตัว ดังนั้น โครงการจึงนำเสนอประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ให้ความสำคัญกับทั้งคุณภาพชีวิตและความยั่งยืน บนทำเลศักยภาพริมชายทะเลที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของหัวหิน”


“สอดคล้องกับข้อมูลจาก CBRE และ Global Branded Residences https://web.facebook.com/reel/4329195910683229 ที่ชี้ให้เห็นว่า ผู้ซื้อในปัจจุบันไม่ได้พิจารณาเพียงการครอบครองหรือมูลค่าของทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ ‘ประสบการณ์การใช้ชีวิตที่หรูหราและการบริการที่เหนือระดับ’ ที่จะได้รับในระยะยาว ส่งผลให้ Branded Residences กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทั้งด้านไลฟ์สไตล์และการลงทุน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับภาพรวมของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ที่ประเทศไทยได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของ Branded Residence ขึ้นเป็นอันดับ 1 ในระดับภูมิภาค และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความโดดเด่นจากปัจจัยสนับสนุนรอบด้านทั้งศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐานการบริการระดับสากล โดยเฉพาะหัวหินที่กำลังพัฒนาสู่การเป็น Heaven City ในอนาคต ตอกย้ำบทบาทของอสังหาริมทรัพย์ในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ทั้งในแง่ของการอยู่อาศัยจริงและการลงทุนระยะยาว ทำให้การตัดสินใจซื้อในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเลือกบ้านที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่คือการเลือก ‘คุณภาพชีวิต’ ควบคู่ไปกับ ‘โอกาสในการลงทุนที่คุ้มค่า’”

คุณอาทิตยา กล่าวต่อว่า “หากเจาะลึกบนพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี โครงการรูปแบบ Branded Residence ถือว่ามีศักยภาพสูง เนื่องจากมีจำนวนซัพพลายที่จำกัด แต่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลหัวหินที่ได้รับแรงหนุนจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการเติบโตของภาคการท่องเที่ยว ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากทั้งการปล่อยเช่าและมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นในระยะยาว สำหรับ โครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ ไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ แต่ยังเป็นสินทรัพย์ระยะยาว นับเป็น ‘Rare Item’ และเป็น ‘Legacy Asset’ ที่สามารถตอบสนองทั้งด้านการอยู่อาศัย การลงทุนที่มีความน่าสนใจ และคุณภาพชีวิตที่ดี ได้อย่างสมดุล นอกจากนี้ ยังสร้างสรรค์พื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ครบครัน เพื่อตอบสนองความต้องการของทุกเจนเนอเรชั่นได้อย่างลงตัว อาทิ Main Courtyard สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์ผู้อยู่อาศัยทุกเจเนอเรชั่น สนามเด็กเล่น ห้องเอนเตอร์เทนเมนท์ คลับเฮ้าส์ พร้อมทั้งพื้นที่ที่ให้สมาชิกทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกับสัตว์เลี้ยงแบบ Pet Friendly 100% สะท้อนถึงความเข้าใจและความต้องการในไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและสัตว์เลี้ยงในฐานะส่วนหนึ่งของชีวิต”

“ด้านทำเลที่ตั้งนับว่าเป็นพื้นที่เชื่อมต่อที่มีศักยภาพสูง เพราะเป็นเมืองที่ตอบโจทย์ทั้งการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว และการพักผ่อน ด้วยจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางได้สะดวก ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว ขนส่งสาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังรายล้อมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทะเล ภูเขา และพื้นที่สีเขียวที่มอบความสงบและความผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน นอกจากนี้ หัวหินยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโรงพยาบาลระดับมาตรฐาน โรงเรียนนานาชาติ สนามกอล์ฟ ห้างสรรพสินค้า และสนามบินที่กำลังได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ภายใต้แรงสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐที่มุ่งพัฒนาเมืองสู่การเป็น Smart City ทำให้หัวหินไม่เพียงเป็นเมืองแห่งการพักผ่อน แต่ยังเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยในระยะยาว โดยมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อบ้านพักตากอากาศ บ้านหลังที่สอง รวมถึงกลุ่ม Pre-retirement ที่มองหาสถานที่ที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ”

“ดังนั้น โครงการ ‘ดุสิต อจารา หัวหิน’ จึงไม่เพียงสะท้อนถึงคุณภาพการอยู่อาศัย แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดึงดูดนักลงทุนและผู้เช่าคุณภาพสูง ทำให้เห็นว่าสิ่งที่ผู้คนมองหาในปัจจุบันไม่ใช่เพียงที่อยู่อาศัย แต่คือประสบการณ์การใช้ชีวิตที่สามารถยกระดับคุณภาพชีวิตในทุกๆ วันได้อย่างแท้จริง” คุณอาทิตยา กล่าวสรุป

สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ ดุสิต อจารา หัวหิน สัมผัสห้องตัวอย่างบรรยากาศจริงได้แล้ววันนี้ที่ Sales Gallery ภายในโรงแรม Dusit Thani Hua Hin หรือนัดหมายแบบ private full presentation ที่ตึกจามจุรีสแควร์ ชั้น 29 วันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10:00 น. ถึงเวลา 18:00 น. สอบถามโทร. 099 662 6636

อ้างอิง: * https://www.cbre.co.th/press-releases/cbre-reveals-thailand-branded-residence-market

#ดุสิตอจาราหัวหิน

ททท. เผยเบื้องหลัง “feel all the feelings” แฟชั่น “ลิซ่า” และไอเทมชุมชน ที่ร้อยเรียงเสน่ห์และวิถีไทยในทุกเฟรมการท่องเที่...
23/04/2026

ททท. เผยเบื้องหลัง “feel all the feelings” แฟชั่น “ลิซ่า” และไอเทมชุมชน ที่ร้อยเรียงเสน่ห์และวิถีไทยในทุกเฟรม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปล่อยภาพเบื้องหลังชิ้นงานโฆษณาชุดล่าสุด “feel all the feelings” ที่มี “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ในบทบาท Amazing Thailand Ambassador ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์และอารมณ์ของการท่องเที่ยวไทยอย่างรอบด้าน ไม่เพียงสะท้อนความงดงามของสถานที่ท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นด้วย “แฟชั่นและไอเทมชุมชน” ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เติมเต็มเรื่องราวพร้อมสะท้อนอัตลักษณ์ วิถีชีวิต รวมถึงความงดงามของไทยได้อย่างลึกซึ้ง

ผลงานโฆษณา “feel all the feelings” ไม่ได้เป็นเพียงเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่ปรากฏบนจอ แต่ยังเป็นเวทีที่แฟชั่นได้ร้อยเรียงอารมณ์ ความรู้สึก และความงดงามของวัฒนธรรมไทยเข้าด้วยกัน ผ่านการผสมผสานระหว่างดีไซน์ร่วมสมัยและภูมิปัญญาไทยดั้งเดิมอย่างลงตัวกับชุดและเครื่องประดับที่ “ลิซ่า”สวมใส่ ซึ่งรังสรรค์โดยดีไซเนอร์และแบรนด์ไทย ผ่านนำเสนอเสน่ห์ของแฟชั่นไทยร่วมสมัยอย่างมีสไตล์



ชุดสีขาวจากแบรนด์ Muscovy Studio ที่สะท้อนความเรียบง่ายและความกลมกลืนกับทิวทัศน์ได้อย่างลงตัว
ลุคนี้โดดเด่นด้วยเส้นสายที่สง่างามและความพลิ้วไหว สื่อถึงความรู้สึกที่ผสานลงตัวเข้ากับทิวทัศน์ที่งดงาม พร้อมที่จะทะยานไปกับการเดินทางท่องเที่ยวแห่งใหม่ ๆ โดยดีไซน์จาก Muscovy Studio ได้นำแรงบันดาลใจจาก “งานจักสานไทย” มาตีความใหม่ในรายละเอียดบริเวณช่วงแขนเสื้อและหัวไหล่ ถ่ายทอดรูปทรงและโครงสร้างของลายสานให้ดูทรงพลัง ทันสมัย และเปี่ยมเสน่ห์ ขณะเดียวกัน ยังเติมลูกเล่นด้วยเทคนิคการมัดย้อมในรายละเอียดช่วงปลายกระโปรง เพื่อเพิ่มมิติและความเคลื่อนไหวให้กับชุด อีกทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการสวมใส่จากเดรสสั้นที่คล่องตัว ไปสู่เดรสยาวทรงหางปลาที่พลิ้วไหวสง่างาม ผ่านการต่อเลเยอร์ผ้าที่ช่วยสร้างไดนามิกและมิติให้ลุคดูโดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมเทคนิคการผสมโทนสีขาวเข้ากับโทนอุ่นที่ช่วยขับเน้นความงามของแฟชั่นไทยร่วมสมัยในมุมมองใหม่



ชุดเดรสยาวสีทองจากแบรนด์ UNKUNIYA ที่เจิดจรัสดุจต้องมนตร์
เสน่ห์แห่งสีทองที่ถักทอด้วยความประณีต ตัวชุดเน้นเส้นสายโค้งมนที่ดูอ่อนช้อยและวิจิตรบรรจง ช่วงบนรังสรรค์เป็นทรงคอปาดพร้อมงานปักเลื่อมระยิบระยับที่เรียงร้อยอย่างมีชั้นเชิง รับกับช่วงล่างที่ทิ้งตัวพลิ้วไหวอย่างสง่างาม ยามเคลื่อนไหวจึงดูหรูหราและเปี่ยมด้วยมนตร์ขลัง เป็นลุคที่พร้อมเจิดจรัสและมีมิติอย่างน่าอัศจรรย์แม้เพียงต้องแสงเทียน



ชุดเกาะอกผ้าไหมสีทองจากแบรนด์ ASAVA ที่พาผู้ชมสัมผัสมิติใหม่ของชุดไทย
ชุดนี้นำเสนอมิติใหม่ของชุดไทย รังสรรค์โดยแบรนด์ ASAVA ถ่ายทอดเสน่ห์ของผ้าไทยในมุมมองร่วมสมัย ผ่านการผสมผสานโครงสร้างแฟชั่นสากลเข้ากับวัสดุสิ่งทอไทยอย่างมีชั้นเชิง ดีไซน์ช่วงบนเป็นเกาะอกที่ใช้เทคนิค
การตัดเย็บแบบคอร์เซต สะท้อนความประณีตของงานแฟชั่นตะวันตก ขณะที่ช่วงล่างโดดเด่นด้วยกระโปรงทรงบอลลูนซึ่งช่วยสร้างวอลลุ่มและมิติให้ลุคดูสง่างาม พร้อมเลเยอร์ผ้าคลุมสีทองที่เสริมความหรูหรา และความพลิ้วไหวได้อย่างลงตัว



ชุดสีครีมจากแบรนด์ VASSANA ที่ถ่ายทอดงานจักสานไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัยและเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความสร้างสรรค์
สะท้อนภูมิปัญญาและงานฝีมือไทยอย่างประณีต ผ่านดีเทลสามมิติบนเสื้อและกระโปรง นำเสนอ “ลายจักสาน” งานหัตถกรรมพื้นบ้านอันทรงคุณค่ามาตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น โดยใช้วัสดุจากไม้ไผ่มารังสรรค์เป็นดีไซน์แฟชั่นอย่างสร้างสรรค์ ช่วงบนของชุดออกแบบเป็นเกาะอกที่ใช้ตอกไม้ไผ่ซึ่งมักใช้สานหมวกชาวนา มาตัดเย็บและจัดวางอย่างประณีต ขณะที่กระโปรงนำเส้นไผ่มาสานเป็นลวดลายเรียบง่ายแต่โดดเด่น ช่วยสร้างมิติ และเอกลักษณ์ให้ลุคดูทันสมัย ถ่ายทอดทั้งคุณค่าทางศิลปะและเรื่องราวของวัฒนธรรมไทยไว้ในชุดเดียวอย่างกลมกลืน ผสานเข้ากับโทนสีธรรมชาติที่ได้แรงบันดาลใจจากไม้ไผ่ยิ่งช่วยขับเน้นเสน่ห์ของงานจักสานไทยให้โดดเด่น พร้อมคอมพลีตลุคด้วยกระเป๋าจักสานทรงขนมจีบ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก “อุบะพวงมาลัย” มอบกลิ่นอายแบบประยุกต์อย่างสง่างามและมีสไตล์



ลุคแฟชั่นของ “ลิซ่า” ถูกยกระดับความสมบูรณ์แบบด้วยเครื่องประดับสีทองจรัสจากแบรนด์ SARRAN ถ่ายทอดความสดใสและพลังแห่งธรรมชาติผ่านแรงบันดาลใจจากความงดงามของดอกไม้ไทย โดยเฉพาะ “ดอกรัก” ดอกไม้แห่งความศรัทธา สะท้อนเรื่องราวแห่งการเดินทางที่นำพาความงดงาม วัฒนธรรม และตัวตนของไทยสู่สายตาชาวโลก คอลเลกชันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางของคณะเอกอัครราชทูตไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา ยุคที่ผู้แทนแห่งสยามข้ามมหาสมุทรเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีระหว่างนานาประเทศ ถ่ายทอดจิตวิญญาณความเป็นไทยในรูปแบบงานศิลปะที่สวมใส่ได้ พร้อมตีความพวงมาลัยและอุบะแบบดั้งเดิมขึ้นใหม่ สู่การเชื่อมโยงมรดกทางวัฒนธรรมไทยสู่บริบทร่วมสมัยบนเวทีสากล

นอกจากแฟชั่นในโฆษณาแล้ว เบื้องหลังกองถ่ายยังเต็มไปด้วยไอเทมจากชุมชนไทย ที่เรียบง่ายแต่มีเรื่องราว ทุกชิ้นถูกคัดสรรมาเพื่อสร้างบรรยากาศ และสะท้อนวิถีชีวิตพร้อมเอกลักษณ์ของท้องถิ่นอย่างมีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเป็น



พัดใบตาล มรดกหัตถกรรมพื้นบ้าน จังหวัดบุรีรัมย์ – ความเรียบง่ายที่พัดพาความรู้สึก
พัดถือเป็นไอเทมคู่บ้านที่หลายครัวยังใช้ในชีวิตประจำวัน สื่อถึงความเนิบช้า อ่อนโยน และจังหวะชีวิตที่ไม่เร่งรีบ สำหรับ “พัดใบตาล” นับเป็นมรดกภูมิปัญญาพื้นบ้านไทยโบราณของบ้านโนนมะงา ตำบลสะแก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน และเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่นที่ทำจาก “ใบตาล” ด้วยจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของการใช้ทั้งใบตาลอ่อนและใบตาลแก่ เพื่อสร้างสีสันให้พัดที่แตกต่างกัน สะท้อนฝีมือหัตถศิลป์ไทยที่ใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดสรรและคัดแยกวัสดุ การพัฒนารูปทรงผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเพิ่มเติมสีสันที่หลากหลาย เพื่อสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับภูมิปัญญาและศิลปะท้องถิ่น จึงทำให้ไอเทมชิ้นนี้มีดีเทลที่ประณีต สวยงาม ในราคาที่จับต้องได้ เข้าถึงได้ในวงกว้าง และยังคงเป็นไอเทมที่หลายคนยังเก็บไว้ติดบ้านมาจนถึงทุกวันนี้



เก้าอี้หวาย เครื่องจักสานช้างม่อย จังหวัดเชียงใหม่ – เสน่ห์งานหัตถศิลป์ไทย
ขณะเดียวกัน เก้าอี้หวายนั้นสะท้อนถึงความสบายและความอบอุ่นของบ้านไทย และนับเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์งานฝีมืออันดับต้น ๆ ที่ถูกหยิบมาใช้เป็นไอเทมหลักในการตกแต่งทั้งบ้านและคาเฟ่ ช่วยมอบกลิ่นอาย ที่ผ่อนคลาย อบอุ่น ให้กับพื้นที่ภายใน สำหรับ “เก้าอี้หวายช้างม่อย” ถือเป็นงานหัตถกรรมท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รังสรรค์จากวัสดุธรรมชาติอย่าง “หวายน้ำผึ้ง” ผสานเข้ากับเทคนิคเฉพาะตัวของช่างฝีมือในการสร้างสรรค์รูปทรงใหม่ ๆ อย่างพิถีพิถัน มีให้เลือกหลากหลายดีไซน์ ตั้งแต่ศิลปะแบบดั้งเดิม ไปจนถึงสไตล์โมเดิร์นที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ เผยเสน่ห์ของความเรียบง่าย คลาสสิก และเป็นธรรมชาติ พร้อมความทนทานและการใช้งานได้จริง อีกทั้งยังสะท้อนคุณค่าของวัสดุธรรมชาติและงานศิลปะชุมชนไทยที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน

ย่ามปกาเกอะญอ ภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดแม่ฮ่องสอน – อัตลักษณ์ชาติพันธุ์แห่งงานหัตถศิลป์บนผืนผ้า
ย่ามทอมือของชุมชนปกาเกอะญอ โดดเด่นด้วยเทคนิค “การทอผ้าแบบดั้งเดิม” ที่เป็นตัวแทนของมรดกภูมิปัญญาของชนเผ่าและวัฒนธรรมที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผืนผ้าแต่ละชิ้นหลอมเอาจิตวิญญาณของชุมชน รวมเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ ผ่านการสร้างสรรค์ลวดลายและสีสันไม่เพียงเพิ่มมิติให้กับภาพในฉาก แต่ยังเล่าเรื่องราวความผูกพันระหว่างคนกับผืนแผ่นดินอย่างกลมกลืน ตั้งแต่การย้อมสีธรรมชาติ การทอผ้า ไปจนถึงการสร้างลวดลายด้วยเทคนิคเฉพาะตัวที่ทำด้วยสองมือของชาวบ้านอย่างละเอียดละออ การสืบสานภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวปกาเกอะญอยังถูกต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ย่ามปกาเกอะญอนี้ไม่เพียงเป็นไอเทมงานฝีมือให้เลือกช้อป แต่ยังเป็นประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยเรื่องเล่าทางวัฒนธรรม เรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน และดื่มด่ำกับความงดงามของผืนผ้าที่ถ่ายทอดประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์ของชนเผ่าอย่างแท้จริง



ชามตราไก่ ของดีขึ้นชื่อ จังหวัดลำปาง – หวนคืนสู่ความทรงจำบนโต๊ะอาหารไทย
เพียงแค่เอ่ยถึง ก็ชวนให้นึกถึงข้าวสวยร้อน ๆ ลอยขึ้นมา “ชามตราไก่” ถือเป็นสัญลักษณ์ครัวเรือนไทยมายาวนานกว่า 100 ปี พร้อมทั้งเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเครื่องลายครามจีน และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของไทย (Geographical Indication: GI) เนื่องจากดินขาวที่จังหวัดลำปางมีคุณสมบัติที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการผลิตเซรามิก ชามเซรามิกชิ้นนี้มีคุณภาพและลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์ กล่าวคือ มักวาดด้วยมือปรากฏเป็นรูปไก่ควบคู่กับดอกโบตั๋น และต้นกล้วย ซึ่งในวัฒนธรรมจีน “ไก่” เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่ง ความขยันขันแข็งและความอุดมสมบูรณ์ แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป โรงงานผลิตชามตราไก่หลายแห่งต้องปิดตัวลง ผนวกกับผู้คนรุ่นใหม่เริ่มหันไปใช้ถ้วยชามรูปแบบอื่นมากขึ้น แต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่หลงใหลและให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ชามตราไก่ จัดตั้งสมาคมเครื่องปั้นดินเผาจังหวัดลำปาง เพื่อรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ “ชามตราไก่” ไม่ได้เป็นเพียงไอเทมสะสมหายาก แต่ยังเป็นประสบการณ์การเดินทางเชิงวัฒนธรรม ที่สามารถสัมผัสเรื่องราวความงดงามของเครื่องลายคราม ร่วมเรียนรู้ฝีมือหัตถกรรม และดื่มด่ำกับมรดกวัฒนธรรมไทย-จีนที่ผสานเข้ากับวิถีชีวิตท้องถิ่น ได้อย่างลงตัว



ร่มบ่อสร้าง อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ – สีสันแห่งงานหัตถศิลป์ล้านนา
“ร่มบ่อสร้าง” งานหัตถกรรมร่มกระดาษสาที่กลายเป็นไอคอนระดับโลกจากอำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่แหล่งกำเนิดและศูนย์กลางการผลิตร่มกระดาษสาที่มีชื่อเสียงระดับโลกมายาวนานกว่าร้อยปี รวมถึงเป็น ภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ด้วยเอกลักษณ์ของลวดลายสีสันแบบศิลปะล้านนา ที่สดใส งดงาม ผสานกับความประณีตในทุกรายละเอียด ทำให้ “ร่มบ่อสร้าง” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องใช้กันแดดกันฝน แต่เป็นงานศิลปะที่มีชีวิตซึ่งสะท้อนจิตวิญญาณของชาวเหนือได้อย่างชัดเจน หัวใจสำคัญของ “ร่มบ่อสร้าง” อยู่ที่กระบวนการผลิตอันละเอียดอ่อน ตั้งแต่การคัดสรรวัสดุธรรมชาติอย่างกระดาษสาคุณภาพดี นำมาประกอบเข้ากับโครงไม้ไผ่ที่ผ่านการเหลาและขึ้นรูปอย่างแม่นยำ โดยมีให้เลือกสรรถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ ร่มกระดาษสา ร่มผ้าแพร และร่มผ้าฝ้าย ซึ่งในปัจจุบัน ความงามสุดคลาสสิกนี้ยังกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แก่ศิลปินและนักออกแบบรุ่นใหม่ ในการนำไปประยุกต์สู่ผลงานร่วมสมัยที่เข้ากับวิถีชีวิตยุคใหม่ได้อย่างลงตัว นอกจากคุณค่าด้านความงามทางศิลปะและประโยชน์ใช้สอยแล้ว “ร่มบ่อสร้าง” ยังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชนที่สำคัญ สร้างอาชีพและรายได้ให้กับคนท้องถิ่นมาอย่างยาวนาน และยังได้รับการเฉลิมฉลองผ่าน “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง” ที่จัดขึ้นในเดือนมกราคมเป็นประจำทุกปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้มาเยี่ยมชมกระบวนการผลิตแบบดั้งเดิม เลือกซื้อร่มเป็นของฝาก และสัมผัสเสน่ห์ของหมู่บ้านหัตถกรรมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ภาพยนตร์โฆษณาชุด “feel all the feelings” จึงไม่ใช่แค่การชวนออกเดินทางเที่ยวไทย เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์และความรู้สึกที่หลากหลายรอให้นักเดินทางมาค้นพบด้วยตนเอง ขณะเดียวกันก็ยังเปิดโอกาสให้คนไทยได้ชื่นชมและภาคภูมิใจกับคุณค่าของสิ่งใกล้ตัวและภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านไอเทมชุมชนที่สะท้อนรากฐานความเป็นไทยผ่านสายตา “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล Amazing Thailand Ambassador
รับชมเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณา “feel all the feelings - เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก” ได้ที่ช่องทางของ Amazing Thailand: https://youtu.be/2hbFUwU5z98

EnergyLIB เปิดตัว “LIB HomeStack” ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ ออกแบบเพื่อบ้านโดยเฉพาะพร้อมรองรับมาตรการลดหย่อนภาษี เปิดพรีอ...
23/04/2026

EnergyLIB เปิดตัว “LIB HomeStack” ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ ออกแบบเพื่อบ้านโดยเฉพาะ
พร้อมรองรับมาตรการลดหย่อนภาษี เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้ พิเศษเพียง 319,000 บาท

EnergyLIB (เอเนอร์จี้ลิบ) ผู้นำด้านโซลาร์โซลูชันครบวงจรสำหรับที่อยู่อาศัย เปิดตัว “LIB HomeStack” ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมอินเวอร์เตอร์ขนาด 6kW 1 Phase และแบตเตอรี่ขนาด 16kWh ออกแบบมาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้พลังงานสะอาดสำหรับครัวเรือนโดยเฉพาะ เน้นย้ำการเป็นผู้นำด้านระบบโซลาร์เพื่อที่อยู่อาศัยในประเทศไทย (Solar Expert) โดยมุ่งตอบโจทย์ทั้งด้านดีไซน์ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว สอดรับกับแนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดและมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย เปิดพรีออเดอร์แล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569 ในราคาพิเศษเพียง 319,000 บาท จากปกติ 349,000 บาท และพิเศษแผงโซลาร์ 670W จำนวน 11 แผง มอบกำลังการผลิตไฟรวมสูงสุด 7.37kW จากปกติ 9 แผง พร้อมใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไข

LIB HomeStack ระบบโซลาร์พร้อมแบตเตอรี่ ที่มาพร้อมอินเวอร์เตอร์ขนาด 6kW 1 Phase และแบตเตอรี่ขนาด 16kWh ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานพลังงานของบ้านโดยเฉพาะ เพื่อให้ระบบพลังงานกลายเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อยู่อาศัยได้อย่างกลมกลืน พร้อมรองรับการใช้งานในระยะยาว โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่
• ดีไซน์ที่ผสานเข้ากับพื้นที่อยู่อาศัย LIB HomeStack มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดกะทัดรัด ดีไซน์มินิมอลที่เรียบง่าย สะอาดตา พร้อมขอบโค้งมนที่ช่วยเสริมความทันสมัยให้กับพื้นที่อยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังออกแบบไฟแสดงสถานะให้มีความนุ่มนวลเป็นพิเศษ เพื่อความสบายตาแม้ในเวลากลางคืน นอกจากนี้ อินเวอร์เตอร์ขนาด 6kW ยังทำงานเงียบเป็นพิเศษที่ระดับเสียงต่ำกว่า 25 เดซิเบล จึงไม่รบกวนบรรยากาศการอยู่อาศัยภายในบ้าน
• รองรับความต้องการพลังงานของที่อยู่อาศัยยุคใหม่ แบตเตอรี่ความจุ 16kWh มาพร้อมนวัตกรรมดีไซน์แบบ Plug-and-Play ที่ช่วยให้การติดตั้งทำได้สะดวกและรวดเร็ว และเพื่อรองรับการติดตั้งในบ้านที่หลากหลาย จึงมาพร้อมฐานรองที่สามารถปรับระดับได้ ช่วยให้การติดตั้งมีความมั่นคงแม้ในพื้นที่ที่พื้นผิวไม่สม่ำเสมอ
• ระบบสำรองไฟฟ้าในตัว พร้อมใช้งานทันที LIB HomeStack มาพร้อมระบบสำรองไฟฟ้าในตัวที่ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม[1] สร้างความอุ่นใจให้บ้านมีไฟฟ้าใช้งานได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์
• ประสิทธิภาพและความทนทานในระยะยาว LIB HomeStack ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในระยะยาว โดยแบตเตอรี่สามารถรองรับการชาร์จและคายประจุได้สูงสุดถึง 8,000 รอบ หรือใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 22 ปี[2] อีกทั้งยังรองรับ 100% Depth of Discharge (DoD) ทำให้สามารถดึงพลังงานจากแบตเตอรี่มาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพของความจุในทุกวัน โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพหรืออายุการใช้งานของระบบ
• ระบบความปลอดภัยขั้นสูง มาพร้อมเทคโนโลยีตรวจวัดอัจฉริยะในระดับเซลล์ (Cell-level monitoring) ที่สามารถตรวจจับความผิดปกติของระบบได้อย่างรวดเร็ว และตัดการทำงานของระบบภายใน 1 มิลลิวินาที (1ms isolation) เพื่อเพิ่มความมั่นใจสำหรับการใช้งานภายในบ้าน


นายทวนทอง ศรีวิเชียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอเนอร์จี้ลิบ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความต้องการใช้พลังงานในภาคครัวเรือนพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับความผันผวนของค่าไฟฟ้าที่เป็นความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน EnergyLIB จึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อส่งมอบอิสระทางพลังงานสำหรับที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะ การเปิดตัว LIB HomeStack ในครั้งนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบโจทย์ที่อยู่อาศัยทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในระยะยาว ด้วยดีไซน์ผลิตภัณฑ์ที่กลมกลืนเข้ากับบ้านทุกสไตล์ โดยมีฟีเจอร์เด่น คือ ความสามารถในการสำรองไฟฟ้าได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติม พร้อมตอกย้ำความเป็น One-stop Solution ของเราที่ดูแลครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบริการหลังการขาย นอกจากนี้ยังสอดรับกับมาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาดจากภาครัฐ โดยเฉพาะการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้ครัวเรือนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น และสร้างความคุ้มค่าสูงสุดในการลงทุนเพื่ออนาคต”


EnergyLIB เปิดพรีออเดอร์ LIB HomeStack ระบบโซลาร์ที่มาพร้อมอินเวอร์เตอร์ขนาด 6kW 1 Phase และแบตเตอรี่ขนาด 16kWh ได้ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน – 31 พฤษภาคม 2569 ราคาพิเศษเพียง 319,000 บาท จากปกติ 349,000 บาท และพิเศษแผงโซลาร์ 670W จำนวน 11 แผง มอบกำลังการผลิตไฟรวมสูงสุด 7.37kW จากปกติ 9 แผง โดยรวมทั้งบริการติดตั้งพื้นฐาน[3] รับประกัน[4] และบริการหลังการขาย ครบจบในที่เดียว พร้อมสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด ที่ LIB Experience Store สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต ชั้น 2 รวมถึง BaNANA, HomePro, Power Buy, SINGER, PEA, รักเหมา และตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ

ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโซลูชันพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับที่อยู่อาศัยของ EnergyLIB ได้ที่ https://www.energy-lib.com/th/home รวมถึงรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://www.energy-lib.com/th/product

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Official Page: EnergyLIB, Call-Center: 02-0707-888 และเว็บไซต์ https://www.energy-lib.com/th/contact

#โซลาร์โซลูชันครบวงจร

หมายเหตุ: เงื่อนไขการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด

KFC ประเทศไทย สร้าง “ปรากฏเกินชีส” ขนชีส 91 ตันล่องเจ้าพระยาเปิดตัวเมนู “ไก่กรอบชีสซี่ลาวา” ปลุกความอยากทั้งประเทศให้ล้น...
23/04/2026

KFC ประเทศไทย สร้าง “ปรากฏเกินชีส” ขนชีส 91 ตันล่องเจ้าพระยา
เปิดตัวเมนู “ไก่กรอบชีสซี่ลาวา” ปลุกความอยากทั้งประเทศให้ล้นทะลัก

KFC ประเทศไทย สร้าง “ปรากฏเกินชีส” ปรากฏการณ์ความฟินครั้งใหม่แบบเอาให้สุด พาความชีสล้นทะลัก 91 ตันสู่ใจกลางเมือง เมื่อคอนเทนเนอร์ขนส่งชีสขนาดใหญ่ของ KFC ล่องผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างความฮือฮาให้ผู้พบเห็น และกลายเป็นโมเมนต์ไวรัลที่ถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วทั่วโซเชียล ทั้งสะดุดตาและชวนตั้งคำถามว่า KFC กำลังจะเสิร์ฟอะไรที่จัดเต็มขนาดนี้

เบื้องหลังความเล่นใหญ่ครั้งนี้ คือการเตรียมชีสมากถึง 91 ตัน หรือเทียบเท่ากว่า 48,000 บักเก็ต เพื่อเสิร์ฟความฟินให้กับคนไทยทั่วประเทศ กับเมนูใหม่ “ไก่กรอบชีสซี่ลาวา” ยกระดับไก่กรอบฮอทแอนด์สไปซี่ กรอบนอก เนื้อในฉ่ำแบบซิกเนเจอร์ ให้สุดยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการคลุกผงชีสเผ็ดแบบจัดเต็มทั่วทุกซอกทุกมุมของความกรอบ ก่อนราดซอสเชดดาร์ชีสลาวาเยิ้มๆ แบบไม่มีกั๊ก ให้ชีสไหลคลุมทั้งชิ้นแบบถึงใจ กลายเป็นประสบการณ์ความอร่อยที่ทั้งกรอบ หอม เข้มข้น และเยิ้มสะใจในทุกคำ แบบที่แค่เห็นก็รู้สึกได้ถึงความฟิน

ภัทรา ภัทรสุวรรณ Associate Marketing Director KFC ประเทศไทย กล่าวว่า “KFC อยากสร้างโมเมนต์ที่คนรู้สึกอยากมีส่วนร่วม และอยากหยิบไปเล่าต่อในแบบของตัวเอง ดังนั้นแค่ความอร่อยอย่างเดียวอาจไม่พอ ผู้บริโภคต้อง ‘รู้สึก’ ก่อนตัดสินใจ ยิ่งเป็นอะไรที่เยิ้ม ล้น หรือดูเกินเบอร์ ก็ยิ่งดึงดูดให้หยุดดูและอยากรู้ต่อ เราจึงหยิบอินไซต์นี้มาขยายให้ใหญ่ขึ้น สู่ประสบการณ์จริงที่มองเห็นและรู้สึกได้จริง เป็นประสบการณ์ร่วมที่ทั้งเมืองรับรู้ เพื่อจุดความสงสัยว่า เมนู ‘ไก่กรอบชีสซี่ลาวา’ จะชีสล้นและฟินได้ขนาดไหน ก่อนเปลี่ยนความสงสัยนั้นให้กลายเป็นความอยากไปลิ้มลองด้วยตัวเอง เพราะคำตอบของความอยาก อยู่ที่คำแรกที่ได้ลอง”

เตรียมรับแรงปะทะจากชีสที่ล้นทะลักพร้อมกันทั่วประเทศกับเมนู “ไก่กรอบชีสซี่ลาวา” เยิ้มจัดหนัก ผงจัดเต็มในราคาเริ่มต้นเพียง 55 บาท ตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน – 27 พฤษภาคม 2569 ที่ KFC ทุกสาขาที่ร่วมรายการ โดยสามารถเช็ครายชื่อสาขาที่ร่วมรายการได้ผ่านทาง http://www.kfc.co.th/termsofuse

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “ปรากฏเกินชีส” ไปกับความล้นทะลักของเมนู “ไก่กรอบชีสซี่ลาวา” พร้อมแชร์ประสบการณ์ความเยิ้มสุดเบอร์ ผ่านแฮชแท็ก #เคเอฟซี #ไก่กรอบชีสซี่ลาวา และติดตามข่าวสาร รวมถึงโปรโมชันสุดพิเศษจาก KFC ได้ที่ Facebook , TikTok , Instagram และ X

ใหม่ “TruMistTM” จาก “นิวทริไลท์” ตัวเลือกเพื่อการใส่ใจตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ ให้คุณใส่ใจตัวเองง่าย ๆ ในทุกวัน นิวทริไลท์...
23/04/2026

ใหม่ “TruMistTM” จาก “นิวทริไลท์” ตัวเลือกเพื่อการใส่ใจตัวเองสำหรับคนยุคใหม่ ให้คุณใส่ใจตัวเองง่าย ๆ ในทุกวัน


นิวทริไลท์ (Nutrilite) แบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มียอดขายเป็นอันดับ 1* จาก แอมเวย์ แนะนำผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับการใส่ใจตัวเองในทุกวัน “ทรูมิสต์” (TruMistTM) ผลิตภัณฑ์ทรูมิสต์มาพร้อมการผสานส่วนผสมจากพืชที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากฟาร์มของนิวทริไลท์ โดยผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพโดยทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญของแอมเวย์ เพื่อตอบโจทย์การใส่ใจตัวเองในชีวิตประจำวัน

จุดเด่นของทรูมิสต์ (ชนิดเม็ด) คือ ไฟโตเซราไมด์ (PhytoCeramideTM Complex) และ ไฟโตอินฟิวส์ คอมเพล็กซ์ (PhytoInfuse™ Complex) ผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบหลัก คือ สารสกัดจากข้าวสาลี, สารสกัดจากเชอโรกี โรสฮิป, สารสกัดจากวูล์ฟเบอร์รี, สารสกัดจากเมล็ดองุ่น และมีวิตามินซีจากสารสกัดอะเซโรลา เชอร์รี โดยวิตามินซีมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนเพื่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง มีส่วนช่วยในกระบวนการต่อต้านอนุมูลอิสระและปกป้องเซลล์จากอนุมูลอิสระ

*นิวทริไลท์ แบรนด์ยอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย ที่มา: Global Data https://gdretail.net/amway-claims/ จากการสำรวจยอดขายปลีกทุกช่องทางการจัดจำหน่ายปี 2024 ในหมวดแบรนด์วิตามินและผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร



ผลิตภัณฑ์ “ทรูมิสต์” (TruMist) นำเสนอความสะดวกสบายเพื่อให้เลือกรับประทานตามความต้องการ 2 รูปแบบ แนะนำว่ารับประทานคู่กัน
• แบบผงสำหรับชงดื่ม รับประทานวันละ 1 ซอง ผสมน้ำตามปริมาณ 240 มล. คนให้เข้ากันและรับประทานทันที
• แบบเม็ดรับประทาน รับประทานวันละ 2 เม็ด ก่อนนอน

หนึ่งในทางเลือกเพื่อเสริมการใส่ใจตัวเองควบคู่กับการรับประทานอาหารที่หลากหลายครบ 5 หมู่ สำหรับ ผลิตภัณฑ์ “ทรูมิสต์” (TruMist) รูปแบบผง 1 กล่อง บรรจุ 30 ซอง ซองละ 8.2 กรัม ราคาสมาชิก 1,100 บาท ราคาขายปลีก 1,210 บาท และรูปแบบเม็ด 1 ขวด บรรจุ 60 เม็ด ราคาสมาชิก 2,145 บาท ราคาขายปลีก 2,360 บาท

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรรับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่ในสัดส่วนที่เหมาะสม

สินค้ารับประกันความพอใจ ไม่พอใจยินดีคืนเงิน สามารถสั่งซื้อสินค้าได้จากนักธุรกิจแอมเวย์ทั่วประเทศ หรือสมัครสมาชิกแล้วซื้อผ่านเว็บไซต์ www.amway.co.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Amway Contact Center 0-2725-8000

อ่านคำเตือนในฉลากก่อนบริโภค เด็กและสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทาน

ใบอนุญาตโฆษณาเลขที่ ฆอ. 1396/2569

แบรนด์ วีต้า เจลลี่ เปิดเกมรุกเจาะกลุ่ม Gen Z ด้วยกลยุทธ์ Fan Experience Marketing ดึง “พีเจ–เลออน” เสิร์ฟโมเมนต์สุดเอ็ก...
23/04/2026

แบรนด์ วีต้า เจลลี่ เปิดเกมรุกเจาะกลุ่ม Gen Z ด้วยกลยุทธ์ Fan Experience Marketing ดึง “พีเจ–เลออน” เสิร์ฟโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชื่อมโยงแบรนด์ ศิลปิน และ Gen Z เข้าด้วยกันอย่างลงตัว

แบรนด์ วีต้า เจลลี่ (BRAND'S VETA JELLY) โดย บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด เดินเกมรุกตลาดกลุ่ม Gen Z ด้วยกลยุทธ์ Fan Experience Marketing เพื่อสร้างความผูกพันกับผู้บริโภค พร้อมต่อยอดสู่การสร้างการมีส่วนร่วมและผลลัพธ์ทางการตลาดอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการจัดงาน “BRAND’S VETA JELLY x PJLEON First Ever Fan Meeting ‘GAME ไม่กั๊ก 5in1’” ภายใต้คอนเซปต์ Sports & Fun ที่ผสานความสนุกเข้ากับกิจกรรมเชิงอินเทอร์แอคทีฟ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดกับ “พีเจ–เลออน” พร้อมสร้างโมเมนต์พิเศษและประสบการณ์ร่วมกัน โดยกิจกรรมครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคและแฟนคลับ ตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะ Lifestyle Solution ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

นายนภิส ศศิวิมลกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์แบรนด์รังนกแท้และแบรนด์ วีต้า บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ตราผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND'S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า กล่าวว่า “แบรนด์ วีต้า มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายแก่กลุ่มผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง จากกระแสตอบรับที่ดีของ ‘พีเจ–เลออน’ ในฐานะพรีเซนเตอร์แบรนด์ วีต้า เจลลี่ เราจึงได้ต่อยอดสู่การสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้ผ่านกลยุทธ์ Fan Experience Marketing ด้วยการจัดงาน ‘BRAND’S VETA JELLY x PJLEON First Ever Fan Meeting GAME ไม่กั๊ก 5in1’ เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้าง Emotional Connection ระหว่างแบรนด์ พรีเซนเตอร์ และแฟนคลับ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมและใกล้ชิดกับศิลปินอย่างแท้จริง”

Sports & Fun Experience: เชื่อมทุกโมเมนต์ความสนุกสู่ Brand Experience
กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Sports & Fun โดยนำคอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์แบรนด์ วีต้า เจลลี่ “สูตรแอสตาแซนธิน คอลลาเจน” และ “สูตรลูทีน” มาผสานกับความสนุกของกิจกรรมเชิงอินเทอร์แอคทีฟ โดยเปิดโอกาสให้แฟน ๆ ได้ร่วมเป็นสมาชิก “ #ทีมพีเจบลูไบรท์” และ “ #ทีมเลออนพิงก์โกลว์” เพื่อร่วมทำกิจกรรมและสร้างโมเมนต์พิเศษไปด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้น อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือแฟน ๆ ได้สัมผัสความใกล้ชิดแบบเอ็กซ์คลูซีฟกับนักแสดงซีรีส์ “GELBOYS สถานะกั๊กใจ” ในสถานที่ที่คุ้นเคยอย่าง Lido Connect Hall สยามสแควร์ ซึ่งช่วยสร้างความทรงจำที่ดีต่อทั้งศิลปินและแบรนด์ได้อย่างลงตัว ถือเป็นการสร้าง Brand Experience ที่ใช้สถานที่จากในซีรีส์มาต่อยอดสร้างประสบการณ์จริงให้กับผู้ร่วมงาน

ภายในงานมีการจัด Activation Zone ในธีม 5in1 ณ บริเวณด้านหน้า Lido Connect เพื่อเปิดพื้นที่ให้แฟนคลับของพีเจ-เลออน และเหล่าวัยรุ่นที่มาเดินสยามได้ร่วมสนุกตลอดทั้งวัน ผ่าน 5 ฐานกิจกรรม ที่ได้รับการออกแบบให้เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์อย่างลงตัว อาทิ ฐานกิจกรรม “งับโกลว์ Cam” กับสูตรแอสตาแซนธิน คอลลาเจน สำหรับสายรักสวยรักงาม ต้องการเพิ่มความมั่นใจ หรือฐานกิจกรรม “เห็นปุ๊ป งับปั๊บ” กับสูตรลูทีน ที่มีอัตราส่วนลูทีน: ซีแซนทีน 5:1 สำหรับผู้ที่ใช้สายตากับจอมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นประจำ ผู้เข้าร่วมสามารถสะสมแสตมป์ผ่าน Passport Mission เพื่อแลกรับสิทธิ์ทำกิจกรรม DIY สไตล์ Gen Z พร้อมรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์แบรนด์ วีต้า เจลลี่ สะท้อนการผสานความสนุกเข้ากับการสร้างประสบการณ์เชิงบวกต่อแบรนด์ได้อย่างลงตัว

“กิจกรรมครั้งนี้ ได้รับกระแสตอบรับจากผู้บริโภคและแฟนคลับทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการออกแบบกิจกรรมที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในมิติของการสร้างการรับรู้และปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภค ในอนาคต แบรนด์ วีต้า เจลลี่ จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค พร้อมสานต่อการจัดกิจกรรมการตลาดที่ช่วยสร้างประสบการณ์ และเชื่อมโยงผู้บริโภคและแบรนด์ให้ใกล้ชิดกันในทุกจังหวะของชีวิต” นายนภิส กล่าวทิ้งท้าย

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://brandsworld.co.th/products/veta-jelly และ LINE Official Account
#แบรนด์วีต้าเจลลี่ #พีเจเลออน

“เอ้ก ดิจิทัล” จับมือ Lotus’s พลิกโฉม CRM สู่การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล ด้วย Retail Data Narrative ครั้งแรกของธุรกิจค้...
23/04/2026

“เอ้ก ดิจิทัล” จับมือ Lotus’s พลิกโฉม CRM สู่การสร้างประสบการณ์เฉพาะบุคคล ด้วย Retail Data Narrative ครั้งแรกของธุรกิจค้าปลีกในไทย
พร้อมตอกย้ำความสำเร็จด้วยการคว้ารางวัลจากเวที MarTech Innovation Awards 2026

เอ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) ผนึกความร่วมมือกับ Lotus’s เดินหน้ายกระดับระบบ CRM สู่การทำ Data-Driven Experience เต็มรูปแบบ ผ่านแคมเปญ My Lotus’s Fest 2025 ช้อปสตอรี่เปิดบันทึกความคุ้ม “My Shop Story” นำศักยภาพของ AI Analytics มาวิเคราะห์และพลิกข้อมูลธุรกรรมมหาศาลให้กลายเป็น “เรื่องราวของลูกค้าแต่ละคน” (Data Narrative) เป็นครั้งแรกในธุรกิจค้าปลีกของไทย ซึ่งช่วยให้แบรนด์เข้าใจตัวตนและพฤติกรรมของลูกค้าได้ลึกซึ้ง พร้อมต่อยอดสู่การนำเสนอคูปองส่วนลดและโปรโมชันที่ตรงใจในระดับรายบุคคล เพียงสมาชิกมายโลตัสเชื่อมต่อ Line การันตีความสำเร็จของแคมเปญ My Lotus’s Fest 2025 ช้อปสตอรี่เปิดบันทึกความคุ้ม “My Shop Story” ด้วยการคว้ารางวัลระดับ Platinum สาขา Customer Data Intelligence จากเวที MarTech Innovation Awards 2026 มาครอง ช่วยดันอัตราการเป็นสมาชิกมายโลตัสกลับมาใช้คูปองสูงถึง 25% และช่วยเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อคน เติบโตขึ้นถึง 25%

คุณทิพวัลย์ วงศ์ธรรมชาติ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Analytics AI & Consultation บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า “ความท้าทายของธุรกิจค้าปลีกในยุคนี้ ไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือ ‘การวิเคราะห์ข้อมูล ดึงบริบทสำคัญ พร้อมพลิกให้กลายเป็นอินไซต์ที่มีความหมาย และนำไปใช้สร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้จริง’ เราจึงนำความสามารถของ RetailMatter โซลูชันวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกอัจฉริยะ มาวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรมหลายพันล้านรายการและพฤติกรรมสมาชิกกว่า 22 ล้านราย พร้อมประมวลผลข้อมูลและสรุปออกมาเป็น ‘ตัวตนในการช้อปปิ้ง’ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ SAVE ความคุ้มค่า เน้นการใช้คูปองและใช้คอยน์เป็นส่วนลด SMART ความสะดวกสบาย กับการช้อปปิ้งออนไลน์ที่ชาญฉลาด HEALTH สุขภาพดีผ่านผลิตภัณฑ์อาหารผักผลไม้สดใหม่ พร้อมนำตัวตนเหล่านี้ไปต่อยอดให้กลายเป็น ‘Shopping Wrapped’ หรือเรื่องราวการชอปของลูกค้าแต่ละคนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย และสามารถนำไปสู่การมอบคูปองและสิทธิพิเศษแบบ Personalized ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ได้อย่างแม่นยำ เพื่อนำไปสู่การผลักดันยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม”

คุณรัฐธีร์ เจริญรัตน์วรกุล ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ MarTech Solution บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด กล่าวว่า "เมื่อเราเข้าใจตัวตนและบริบทของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างชัดเจน เราก็สามารถเข้าถึงพฤติกรรมและความต้องการได้อย่างลึกซึ้ง อินไซต์เหล่านี้จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นบริการด้าน Martech และ CRM ที่ผสาน Data, Technology และ Creative เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ โซลูชันนี้ถูกออกแบบภายใต้ 2 แนวคิดหลัก ได้แก่ Seamless Identity Mapping และ Speed-to-Market โดยพัฒนาบน LINE LIFF เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงประสบการณ์ได้ทันที เพียงคลิกเดียวผ่าน LINE โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปหรือลงทะเบียนซ้ำ ระบบสามารถเชื่อมโยง LINE ID กับ Member ID ได้แบบเรียลไทม์ รองรับการประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ และทำให้การสื่อสารกับลูกค้าเป็นแบบ Personalized ได้อย่างแท้จริงในทุกจุดสัมผัส บนโครงสร้างนี้ เราได้พัฒนาแคมเปญ My Lotus’s Fest 2025 ช้อปสตอรี่เปิดบันทึกความคุ้ม “My Shop Story” ครอบคลุมทั้งการออกแบบ Customer Experience, UX/UI และ Creative Content บน LINE LIFF รวมถึงการวางกลยุทธ์ CRM และแผนการสื่อสารแบบครบวงจร เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้คือประสบการณ์ที่ใช้งานง่าย สนุก และตรงใจลูกค้า พร้อมเสริมสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว"

คุณวรวรรณ เพียรลิขิตวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานฟอร์เมชั่น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กล่าวว่า “ที่ผ่านมา CRM ของค้าปลีกมักเน้น ‘การให้สิทธิประโยชน์’ แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลายเป็น ‘ประสบการณ์ที่มีความหมาย’ สำหรับลูกค้าได้จริง ที่ Lotus’s เราจึงยกระดับจาก CRM แบบเดิม ไปสู่การเป็น AI-powered retail platform ที่ใช้ First-party Data มาสร้างความเข้าใจลูกค้าในระดับบุคคล (Individual-level Intelligence) ‘My Shop Story’ คือก้าวสำคัญที่เราเปลี่ยนข้อมูลธุรกรรม ให้กลายเป็น เรื่องราวที่ลูกค้ารู้สึกว่า “นี่คือฉัน” และสามารถนำไปใช้ได้จริง เราไม่ได้มองสิ่งนี้เป็นแคมเปญ แต่คือการวางรากฐานของ Next-Generation CRM ที่เชื่อมต่อทุก touchpoint ตั้งแต่ data, insight, ไปจนถึง personalized experience แบบ real-time สิ่งนี้จะเป็น engine สำคัญในการขับเคลื่อนทั้ง Customer Lifetime Value และการเติบโตของ Lotus’s ในระยะยาว”

เอ้ก ดิจิทัล และ Lotus’s ตอกย้ำความสำเร็จในการร่วมมือครั้งนี้ ผ่านการคว้ารางวัล Platinum สาขา Customer Data Intelligence จากเวที MarTech Innovation Awards 2026 จากผลลัพธ์ของแคมเปญ My Lotus’s Fest 2025 ช้อปสตอรี่เปิดบันทึกความคุ้ม “My Shop Story”ที่สามารถสร้างการมีส่วนร่วมของลูกค้าได้อย่างโดดเด่น โดยมีผู้ใช้งานเข้าร่วมกว่า 60,000 รายเข้าร่วม อัตราการใช้คูปองสูงถึง 25% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมถึง 2 เท่า พร้อมทั้งสร้างการเติบโตของจำนวนผู้ติดตาม 200% และยอดใช้จ่ายต่อคนเพิ่มขึ้น 25%

“ในยุคดิจิทัลแบบนี้ ข้อมูลมีอยู่ทุกที่และกระจัดกระจายอยู่หลายช่องทาง ดังนั้น ความสามารถในการวิเคราะห์และแปลงข้อมูลให้เป็นอินไซต์เชิงลึกที่เข้าใจบริบทเฉพาะบุคคลได้อย่างแท้จริง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการทำ CRM และการขับเคลื่อนธุรกิจในทุกมิติ เพราะ อินไซต์ที่ถูกบริบทและมีความหมายจะสามารถช่วยให้แบรนด์ตัดสินใจทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ สามารถสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริง พร้อมสามารถเปลี่ยนความสนใจของลูกค้าให้กลายเป็นการเติบโตของธุรกิจได้อย่างยั่งยืน” คุณทิพวัลย์ กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับลูกค้าองค์กรที่สนใจบริการของ บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.eggdigital.com/ หรือ โทร. 02-020-2364

ที่อยู่

FYI Center
Bangkok
10110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 20:00
อังคาร 08:30 - 20:00
พุธ 08:30 - 20:00
พฤหัสบดี 08:30 - 20:00
ศุกร์ 08:30 - 20:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Verve - Public Relations Consultancyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์