Spotlight Creation

Spotlight Creation One-Stop Service Marketing Agency
Illuminate your path to success with us! We are Full-service marketing Solution. Ready to step into the spotlight ? Let's chat!

with SPOTLIGHT, you get the rockstar treatment. We'll handle the technical aspects, leaving you free to focus on what you do best: captivating your audience.

มาเพิ่มยอดขายให้เกลี้ยงสต็อกด้วย TikTok Ads แพ็กเกจการตลาด TikTok ปั้นธุรกิจสาย Beauty→ วางแผนกลยุทธ์แบบ Insight → คิดแล...
08/11/2024

มาเพิ่มยอดขายให้เกลี้ยงสต็อกด้วย TikTok Ads

แพ็กเกจการตลาด TikTok ปั้นธุรกิจสาย Beauty
→ วางแผนกลยุทธ์แบบ Insight
→ คิดและผลิตคอนเทนต์ตรงกลุ่มเป้าหมาย
→ Product Review by Tiktoker
→ เพิ่มยอด > 200,000 impression

เริ่มก่อน ติดตลาดก่อน
ปรึกษาฟรี โทร. 099-1935144
Line:

Spotlight Creation | Digital Marketing Agency
ผู้ช่วยทำการตลาดบน Social Media ครบทุกบริการในที่เดียว

ดันยอดขายคอลเลคชั่นใหม่ ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาด ด้วย TikTok Ads แพ็กเกจ TikTok Ads ที่คิดเพื่อธุรกิจแฟชั่น→ วางแผนกลยุทธ์กา...
01/11/2024

ดันยอดขายคอลเลคชั่นใหม่
ปั้นแบรนด์ให้ติดตลาด ด้วย TikTok Ads

แพ็กเกจ TikTok Ads ที่คิดเพื่อธุรกิจแฟชั่น
→ วางแผนกลยุทธ์การตลาด
→ คิดและผลิตคอนเทนต์ 8 คลิป
→ Product Review by Tiktoker
→ เพิ่มการมองเห็น > 200,000 impression

ให้ Spotlight Creation ช่วยดูแล
ปรึกษาฟรี โทร. 099-1935144
Line:

Spotlight Creation | Digital Marketing Agency
ผู้ช่วยทำการตลาดบน Social Media ครบทุกบริการในที่เดียว

อยากเพิ่มยอดขาย เคยลองใช้ TikTok Ads แล้วหรือยัง?แพ็กเกจ TikTok Ads จาก Spotlight Creation → วางแผนกลยุทธ์→ ผู้ช่วยด้านก...
25/10/2024

อยากเพิ่มยอดขาย
เคยลองใช้ TikTok Ads แล้วหรือยัง?

แพ็กเกจ TikTok Ads จาก Spotlight Creation
→ วางแผนกลยุทธ์
→ ผู้ช่วยด้านการตลาดบนแพลตฟอร์ม TikTok
→ ผลิตคอนเทนต์ 8 คลิป by Tiktoker
→ เพิ่มการเข้าถึง > 200,000 impression

เริ่มต้น 38,000 บาท

เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจเติบโต
ปรึกษาฟรี โทร. 099-1935144
Line:

Spotlight Creation | Digital Marketing Agency
ผู้ช่วยทำการตลาดบน Social Media ครบทุกบริการในที่เดียว

การซื้อขายออนไลน์ยังคงเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และในปี 2020 นี้ เราพบว่าช่องทางออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็ยังค...
02/07/2020

การซื้อขายออนไลน์ยังคงเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ และในปี 2020 นี้ เราพบว่าช่องทางออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ก็ยังคงเป็น ‘Social Commerce’ อยู่ดี ...ด้วยธรรมชาติของลูกค้าที่ชอบความรวดเร็วในการตอบ ‘Social Commerce’ จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
____________________________________

ถ้าถามผมว่าผู้ประกอบการไทยสนใจปรับธุรกิจเรื่องใดมากที่สุดในช่วง Covid-19 นี้ ผมตอบได้อย่างไม่ต้องคิดว่าคือการทำ E-commerce!!
ผู้ประกอบการหลายท่านที่ผมเคยนำเสนอการทำ Digital Transformation, Digital Marketing หรือการทำ E-commerce ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มกลับมาถามถึงแนวทางเริ่มต้น สร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ให้ธุรกิจ ไม่ใช่ทุกรายที่ได้รับผลกระทบจาก Covid ตรง ๆ นะครับ บางท่านยังมียอดขาย บางท่านกระทบเพียงเล็กน้อย แต่เริ่มเล็งเห็นว่า พฤติกรรมผู้บริโภคน่าจะเริ่มเปลี่ยนจากวิกฤตในครั้งนี้ และควรจะเริ่มคิดอย่างจริงจังที่จะทำให้ธุรกิจสามารถขึ้นออนไลน์ได้ กระจายความไม่แน่นอนของรายรับออกไปจากหน้าร้านที่มีอยู่เดิม ลดต้นทุนเรื่องกำลังคนลง เพราะในช่วงเวลาที่เราเจอวิกฤตแบบนี้ ผู้ประกอบการจะเริ่มทราบดีกว่าการมีทีมงานจำนวนมาก ทำให้เราขยับตัวได้ลำบากมากทีเดียว
เอาละครับ ผมว่าเราเห็นตรงกันว่า การตลาดผ่านช่องทางออนไลน์เริ่มจำเป็นต่อธุรกิจพวกเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ หรือขนาดเล็ก แต่ถ้าจะให้เริ่มพูดเรื่อง E-commerce ผมว่าพวกเราก็คงมีความรู้มากมายอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง Website เพื่อรองรับการซื้อขายออนไลน์ การใช้ Marketplace ที่เป็นที่นิยมกัน อย่าง Lazada, Shopee หรือ Marketplace อื่น ก็คงไม่ยากแต่อย่างใด
เพราะพวกเราคุ้นเคยกับ Platform เหล่านี้กันดีพอสมควรอยู่แล้ว สะท้อนได้จากการที่ใครก็ยกให้ไทยเราเป็นเจ้าพ่อด้านการซื้อของออนไลน์เมื่อเทียบกับภูมิภาค และเราเป็นตลาดที่หลายบริษัทยักษ์ใหญ่ให้ความสนใจในการทำตลาดออนไลน์
Social Commerce ทางเลือก Brand เล็ก ช่องทางสร้างประสบการณ์ที่มากขึ้น ทราบไหมครับว่าผู้บริโภคจำนวนมากที่เริ่มซื้อสินค้าออนไลน์ครั้งแรกเป็นการซื้อสินค้าผ่านช่องทางที่เราเรียกว่า Social Commerce โดยเฉพาะในไทย จาก Brand กลุ่ม SME ที่ผมดูแลด้านการตลาดออนไลน์ให้ พบว่าช่องทางที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเป็น Social Commerce อย่าง Facebook Messager, Line OA หรือ IG เป็นต้น ด้วยข้อจำกัดที่ Brand ระดับ SME อาจจะไม่ได้มีงบประมาณในการสร้าง Platform หรือขนาดบุคลากรที่จะดูแลช่องทางการซื้อขายออนไลน์ที่มีระบบซับซ้อน ดังนั้น Brand จำนวนมากจึงมาจบที่ Social Commerce และเมื่อย้อนดูจากยอดขายของกลุ่มธุรกิจหลากหลายที่ผมให้บริการ พบว่าช่องทางที่มีการซื้อขายมากที่สุดเป็น Facebook Messager รองลงมาคือ Line OA และมีสัดส่วนเพียงไม่เกินร้อยละ 30 ที่เป็นการซื้อขายผ่าน Website โดยตรง (เฉพาะกลุ่ม SME) ทาง E-mail ยิ่งไม่ต้องพูดถึง จากข้อมูลจริงที่ให้บริการลูกค้าขนาดกลางถึงเล็ก Social Commerce จึงเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่จะแนะนำให้ลูกค้าใช้ ขณะที่ธุรกิจขนาดใหญ่ก็ไม่ควรมองข้าม ด้วยปัจจุบัน ลูกค้าต้องการการตอบสนองที่รวดเร็ว ช่องทาง Social Commerce จึงเป็นเครื่องมือในการบริหารประสบการณ์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี
Social Commerce เริ่มง่าย ต้นทุนต่ำ เหมาะกับผู้บริโภคปัจจุบัน
หัวใจสำคัญของการตลาดยุค 4.0 ที่นิยามโดย “ฟิลิป คอตเลอร์” (Philip Kotler) ปรมาจารย์ด้านการตลาด มองว่าพลังของการบอกต่อ (Advocate) ในการตลาดยุคนี้มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งประเด็นนี้นักการตลาดทุกคนทราบดี
Social Commerce มีจุดเด่นสำคัญ คือ ง่ายต่อการ Share ต่อ และเริ่มทำได้ไม่ยาก เพราะปัจจุบันบรรดาเจ้าของ Platform มีการพัฒนา Feature ที่สนับสนุน Social Commerce อย่างต่อเนื่อง แม้การทำให้เข้าถึง (Reach) กลุ่มเป้าหมายอาจจะต้องมีการลงงบโฆษณาบ้าง แต่เมื่อเทียบกับสื่อเดิมแล้ว ก็นับว่าถูกมาก นอกจากเรื่องการเข้าถึง ต้นทุนที่ต่ำ และความง่ายต่อการดำเนินการแล้ว ปัจจุบันผู้บริโภคบนช่องทางออนไลน์มีแนวโน้มที่จะใช้เวลาในการซื้อสินค้าน้อยลง ดังนั้นการข้าม Platform จะลดน้อยลง เช่น การใช้ Social Media เป็นพื้นที่ลง Ads แล้วให้ Link ไปที่ Website หรือ Market Place เริ่มไม่สร้างประสบการณ์ที่ดีต่อไป
นักการตลาดต้องออกแบบ Customer Journey ให้ไร้รอยต่อ หรือดีที่สุดคือจบใน Platform เดียว เพราะการ Jump ไป Platform อื่น อาจหมายถึงการที่ลูกค้าต้องรอการ Load ใหม่อีก 1-2 วินาที ซึ่งนั่นก็นานมากแล้วสำหรับโลกออนไลน์... #คุณว่าจริงไหม ?

22/06/2020

หัวใจสำคัญของการทำ Digital Marketing ในยุคนี้ ยังคงเป็น ‘Content’ อย่างไม่ต้องสงสัย! แต่การทำ Content นั้นไม่ใช่แค่การบอกเล่าเรื่องราวอะไรสักอย่างที่แบรนด์อยากให้คนรู้ เพราะคอนเทนต์ที่ประสบความสำเร็จได้ในยุคนี้ ล้วนเป็นคอนเทนต์ที่มี ‘ลูกค้า’ เป็นจุดศูนย์กลาง และมี 6 สูตรสำเร็จตามนี้!
___________________________________

Digital Marketing เติบโตอย่างรวดเร็ว และเปลี่ยนอุตสาหกรรมการตลาดแบบก้าวกระโดด ชนิดที่เรียกว่านักการตลาดรุ่นเก๋านั่งเกาหัวกันไปเป็นแถบ ๆ เพราะนอกจากจะต้องทำความเข้าใจ Brand สินค้า ลูกค้า และช่องทางการสื่อสารแล้ว ทุกวันนี้ marketer ยังต้องศึกษาเทคโนโลยีด้านการสื่อสารเพื่อนำมาใช้ใน Digital Marketing ในหลายบทความที่ผ่านมาผมพูดถึงการใช้ Digital Marketing ในหลายแบบ นักการตลาดจำนวนหนึ่งให้ความสำคัญกับช่องทาง เครื่องมือ หรือข้อมูลและเชื่อว่านั่นคือหัวใจในการทำ Digital Marketing แต่ในขั้นการปฎิบัติจริง “หัวใจ” ของการทำ Digital Marketing กลับเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเทคโนโลยีแต่ยังเป็นรากฐานเดิมของศาสตร์ทางการตลาดที่เราเรียกว่า “Contents” ที่จะช่วยสร้างประสบการณ์และเติมเต็มความต้องการของ Netizen (ประชากรที่อยู่ในโลกออนไลน์) ซึ่งมีสูตรสำเร็จ 6 ขั้นตอน ดังนี้
1. : สร้างสรรค์ ตรงไลฟ์สไตล์
ความคิดสร้างสรรค์เป็นจุดเริ่มสำคัญในการเล่าเรื่อง การพรรณนา อุปมา เปรียบเทียบ โดยอ้างอิงไลฟ์สไตล์ของผู้อ่านจะทำให้การเสพ contents มีอรรถรสมากขึ้น หรือเรียกง่ายว่า “อิน” เพราะมี past experience ร่วม การใช้ creative idea ในการสร้าง contents นอกจากจะทำให้จดจำได้ง่ายแล้วยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการ advocate หรือการบอกต่อจากกลุ่มผู้อ่านซึ่งถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการตลาด online
2. : ชัดเจน มีเป้าหมาย
internet เร็วไม่ได้ทำให้การเสพ contents เร็วขึ้นเท่านั้น แต่มันยังเพิ่มปริมาณ contents ในโลกออนไลน์แบบเท่าทวี ลองสังเกตพฤติกรรมเราเองสิครับ ทุกวันเรา scroll down ผ่าน contents ในหน้า feed ของเราเองไปเท่าไหร่ ในยุคที่ผู้อ่านต้องเสพข้อมูลจำนวนมากในแต่ละวันการทำให้ contents เข้าใจง่าย จัดเจน และมีเป้าหมาย (แต่ไม่ลดลูกเล่น) ทำให้ผู้อ่านเข้าใจ message ที่เราต้องการสื่อสารได้ง่ายขึ้น
3. : เชื่อมโยง อย่างแยบยล
การเติบโตของข้อมูลทำให้ผู้บริโภคมีความรู้เพิ่มมากขึ้น ในโลกออนไลน์โดยเฉพาะ Social Media ตัวอย่างเช่น Facebook ผู้บริโภคไม่ได้ต้องการที่จะ shopping เขาต้องการใช้ชีวิตแบ่งบันประสบการณ์ของเพื่อน การที่ Brand จะเข้าไปขายสินค้าจึงง่ายที่จะเกิดการต่อต้าน ดังนั้นการสร้าง contents บนโลกออนไลน์ marketer จะต้องใช้วิธีการสอดแทรกสินค้าเข้าไปใน contents อย่างแยบยล ไม่ hard sale จนเกินไป
4. : ชอบแล้วต้องมีช่องให้ตัดสินใจ
contents ใน digital marketing แม้จะมุ่งเน้นให้มีประสบการณ์ร่วมที่ดี อ่านแล้วสนุก ซึ้ง หรือเกิดแรงบันดาลใจ แต่ marketer ต้องไม่ลืมขายของนะครับ ดังนั้นการสร้าง contents บนช่องทางออนไลน์ที่ดี ข้อความที่จะวาง call-to-action เพื่อให้ลูกค้าที่ที่ประทับใจหรือเกิดความสนใจมีช่องทางที่จะติดต่อกับ Brand ต่อไป ลองคิดดูว่าถ้าเราสร้าง contents ที่ทำให้ลูกค้าสนใจแต่ไม่วางช่องทางติดต่อไว้ ลูกค้าไปใช้ search engine หาข้อมูลแต่กลับไปเจอสินค้าของคู่แข่ง ไม่เท่ากับเรายกลูกค้าให้คู่แข่งไปเท่านั้นเหรอครับ
5. : เป็นมิตรกับอากู๋
การเป็นมิตรกับอากู๋ (Google) ถือเป็นอีกหนึ่งในสูตรสำคัญในยุคที่ Google เป็นเหมือน “จุดเร่ิมต้น” ในการเดินทางในโลกออนไลน์ ทุกวันนี้เวลาที่ผู้บริโภคต้องการจะหาข้อมูล คิดอะไรไม่ออกก็มักจะเร่ิมที่ Google เสมอ ดังนั้นถ้าเราทำให้ข้อมูลที่ลูกค้ากำลังหาใน search engine แสดงผลสินค้าหรือ website ของ brand เป็นลำดับต้น ๆ ก็มีชัยไปกว่าครึ่ง (โดยส่วนตัวหาข้อความที่ search ใน Google ไม่ค่อยเกิน 5 pages)
6. : อ่านแล้วยังไง?? ถ้าไร้ประโยชน์
และสุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ contents ที่เราสร้างนั้นจะต้องคำนึงถึง “ประโยชน์” ที่มีต่อลูกค้า (ผู้อ่าน) ทั้งประโยชน์ที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการในเวลาที่เหมาะสม ประโยชน์ด้านความรู้สึกเช่น ความสนุก ความประทับใจ สร้างแรงบันดาลใจ หรือแม้กระทั่ง “ประโยชน์” เฉพาะบุคคล เพราะไม่ว่าเราจะสร้าง contents ที่ดียอดแค่ไหน มีภาพที่สวยงามเพียงใด หรือแม้กระทั่งอากู๋หาเจอง่ายแค่ไหน ถ้าไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับผู้อ่าน มันก็จะเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลมากมายในโลกออนไลน์ที่ถูก scroll down #คุณว่าจริงไหม ?

14/08/2019

We are hiring!
Spotlight Creation เปิดรับสมัครเพื่อนร่วมทีมในตำแหน่ง Graphic designer!
Graphic designer Requirements
- มีประสบการณ์การทำงานด้านกราฟิค 1-2 ปี
- สามารถใช้โปรแกรมตกแต่งรูปพื้นฐานอย่าง Photoshop และ Illustrator ได้
ใครสนใจอยากทำงานในสไตล์ของ One-Stop Service Marketing Agency ส่ง Resume มาเลย! ที่ [email protected] สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 089-770-6112
ออฟฟิศอยู่ที่ตึกจามจุรีสแควร์ มีของกินรอบด้าน (ในตึก / ในจุฬา / ในเซเว่น) เดินทางสะดวกด้วย MRT ช็อปปิงต่อได้ที่สยาม หาทีมกินปิ้งย่างได้ที่ออฟฟิศ!

12/07/2018

ทุกวันนี้ใครๆ ก็ใช้ Online Media เริ่มต้น Online Media กับธุรกิจคุณ จะสร้าง Brand, หากลุ่มลูกค้าใหม่, ทำให้ลูกค้า Search หาคุณง่ายขึ้น หรือจะดึงลูกค้าเพื่อเข้า Online Shop ของคุณ เร่ิมได้แล้ววันนี้
T: 089-770-6112, 095-889-8631
W: WWW.SPOTLIGHT.CO.TH

“ทำอย่างไรให้ Content เข้าตา” ความพยายามของนักการตลาดในการสร้าง Content ใหม่ ๆ เพื่อให้โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ยังคงเป็...
10/04/2018

“ทำอย่างไรให้ Content เข้าตา”

ความพยายามของนักการตลาดในการสร้าง Content ใหม่ ๆ เพื่อให้โดนใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ยังคงเป็นที่หยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันบนโต๊ะประชุมเสมอ คำถามพื้นฐานง่าย ๆ คือ “ทำไมลูกค้าจึงต้องหยุดอ่าน” “มันสร้างประสบการณ์อย่างไรกับเขา” และที่สำคัญที่สุดคือ “มันช่วยให้ลูกค้าสนใจ เข้าใจ หรือตัดสินใจใช้สินค้าของเราได้อย่างไร” จากการทำงานจริงผมบอกได้เลยครับว่าไม่มีสูตรสำเร็จ และสิ่งที่สำเร็จในอดีตก็อาจจะใช้ไม่ได้อีกในปัจจุบันด้วยเช่นเดียวกัน แต่อาจจะพอบอกได้ว่า 3 องค์ประกอบสำคัญในการสร้างและส่ง Content มีอะไรและผู้สร้าง Content จะต้องคำนึงถึงเรื่องใดบ้าง

Content อย่างไร?
หัวใจของการสร้าง content ที่ดี คือ “สร้าง Content ที่ดี” แต่คำว่า “ที่ดี” ละอย่างไร มี 3 สิ่งที่คุณควรจะคำนึงถึงคือ
1) Content ต้องมีคุณค่าต่อผู้อ่าน อาจจะสร้างความรู้ (ในสิ่งที่กลุ่มเป้าหมายสนใจ) สร้างความสนุกความบันเทิง หรือเป็น Content ที่ช่วยเหลือผู้อ่าน และต้องไม่ลืมสอดแทรกวัตถุประสงค์ของการสื่อสารเขาไปใน Content บางคนเล่าเพลินลืมขายซะงั้น
2) พาดหัวน่าสนใจ แต่ไม่แรงกันเกินจริง หมดยุคแล้วสำหรับคำจั่วหัวแรง ๆ แล้วเนื้อในไม่มีอะไรเพียงล่อให้คนกดเพื่อเรียกยอด page view การทำเช่นนี้ก็เหมือนนิทานเด็กเลี้ยงแกะ ในอนาคตแม้คุณจะมีสุดยอด Content ที่สามารถดึงดูดและน่าสนใจจริง ๆ ก็จะไม่สามารถดึงคนกลุ่มที่ผิดหวังจากการพาดหัวที่คุณเคยทำได้อีก ดังนั้นสร้างพาดหัวแค่ให้น่าสนใจ สัมพันธ์กับเนื้อหาหลัก เน้นสั้นกระชับใช้ภาษาสวยก็ช่วยได้ แต่ทั้งนี้ต้องเข้าใจกลุ่มเป้าหมายว่าเป็นกลุ่มใด
3) ใช้ภาษาเดียวกับกลุ่มเป้าหมาย ต่อเนื่องจากข้อ 2 บางครั้งเราสร้างภาษาหรูหรา (มากเกินไป) จนทำให้กลุ่มเป้าหมายไม่สามารถมีประสบการณ์ร่วมที่ดีได้ ดังนั้นนักผลิต Content จึงควรจะศึกษาก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสื่อสารด้วยคือใคร และใช้คำหรือภาษาที่ใกล้เคียงกับเขามากที่สุด หลายครั้งที่เห็นการสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดี อย่าลืมว่า “inside out อยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว”

Photo แบบไหน?
สิ่งแรกที่กลุ่มเป้าหมายจะเห็นคือ “ภาพ” (content ที่ใช้ในสื่อออนไลน์ควรใส่ภาพประกอบเพื่อช่วยในการสื่อสาร) ไม่ใช่เนื้อหาดี ๆ หรือคำคม ๆ ที่คุณสอดแทรกไว้ในบทความ ดังนั้นการเลือกภาพถือว่าเป็นหน่วยทะลวงฟันในการจะเข้าไปในใจกลุ่มเป้าหมายกันทีเดียว Content ที่เป็น VDO ก็สามารถเลือกภาพได้ซึ่งการเลือกภาพที่ดีจะกระตุ้นให้เกิดการดู VDO เพิ่มมากขึ้นด้วย ทีนี้เราจะเลือกภาพแบบไหนหล่ะ 3 กลเม็ดเลือกภาพมีดังนี้
1) ควรเลือกใช้ภาพที่สอดคล้องกับเรื่องที่เล่า หลายครั้งที่นักผลิต Content เลือกใช้ภาพเพราะ “สวย” ภาพสวยควรอยู่ใน gallery ภาพที่ใช้ในการทำ Content เลือกภาพที่ช่วยในการเล่าเรื่องเอาแบบ “สวยไม่มากแต่ความหมายเยอะ” อะไรประมาณนี้จะดีกว่า
2) ควรเลือกภาพที่มี objective ชัดเจน บางครั้งเราเลือกภาพที่มี graphic หรือมีตัวอักษรในภาพเยอะไปหมดทำให้ไม่มี focus การใช้ภาพในการนำเสนอ Content ควรเลือกภาพที่มีวัตถุในภาพไม่มากเกินไป ดูแล้วเข้าใจว่าผู้สร้างกำลังสื่อสารเรื่องอะไร และเมื่ออ่านพาดหัวสามารถส่งเสริมกันได้ดี
3) ในภาพสีก็เหมือนภาษาจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับประสบการณ์ของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ใช่เทรนด์มา pastel ก็ใช้กันทั้งบ้านทั้งเมือง บางเรื่องบาง Content หรือบางกลุ่มคนก็ใช้ pastel ไม่เหมาะ ข้อควรระวังคืออย่าเลือกแต่สีที่ผู้สร้าง Content ชอบ อันนี้เจอบ่อยมาก ขอ copy ข้อความข้างบนมา “inside out อยู่ในพิพิธภัณฑ์หมดแล้ว”
ท้ายที่สุดอย่างที่บอกว่าการสร้าง Content ไม่มีสูตรสำเร็จ การสร้าง Content ที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องผู้สร้างจำต้อง level up อย่างสม่ำเสมอ เพราะผู้เสพ Content เองเขาก็ level up ขึ้นทุกวัน...คุณว่าจริงไหม?

“สงครามการตลาด” เพียงไม่กี่เดือนมานี้หลายอุตสาหกรรมเข้าสู่ตลาดแข่งขันเข้มข้น (Hypercompetition) หรือจะเรียกให้นักการตลาด...
30/03/2018

“สงครามการตลาด”

เพียงไม่กี่เดือนมานี้หลายอุตสาหกรรมเข้าสู่ตลาดแข่งขันเข้มข้น (Hypercompetition) หรือจะเรียกให้นักการตลาดเข้าใจง่าย ๆ คือ red ocean นั่นเอง ภายใต้น่านน้ำสีแดงกลยุทธ์ทางการตลาดถูกหยิบมาใช้ในหลายด้าน เช่น การสร้างความแตกต่างให้กับ Brand และสินค้า การเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อย การสาดโคลนใส่คู่แข่ง การสร้างภาพลักษณ์ รวมถึงการนำนวัตกรรมมาช่วยให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน แนวคิดทางการตลาดที่ผมว่าน่าจะเหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้ คือ Marketing warfare (Al Ries and Jack Trout 1986) ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ยุทธวิธีทางการทหารเข้าแนวคิดทางการตลาด โดยแบ่งแนวรบเป็น 3 แนวรบหลัก คือ Air war, Ground war และ People war

Air war ยึดน่านฟ้า ทำลายขวัญข้าศึก
ในการรบยุคใหม่การโจมตีทางอากาศถือเป็นยุทธวิธีลำดับต้น ๆ ที่ใช้ถล่มเป้าหมาย ทำลายขวัญข้าศึก ด้วยอากาศยานที่มีความเร็วสูงและระเบิดทำลายล้างสูงที่สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างจึงเป็นยุทธวิธีที่มีประสิทธิภาพ ผู้ที่ยึดครองน่านฟ้าได้คือผู้มีชัยเหนือสงคราม ในทางการตลาด Air war ไม่ใช่การทำลายแต่กลับเป็นการสร้าง ยุทธวิธีของแนวรบการตลาดบนน่านฟ้าเน้นไปที่การสร้าง Awareness สร้าง Appeal ให้เกิดการจดจำ สนใจ หรืออยู่ในใจกลุ่มผู้บริโภคที่เรามักเรียกกันว่า share of mind อาวุธที่สำคัญคือ marketing communication ทั้งในรูปแบบ offline และ online ระดับของการทำลายล้างอยู่ที่ contents ว่าน่าสนใจและสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้บริโภคอย่างไร ต้องไม่ลืมว่า contents ที่เราสื่อสารจำต้องเป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากตัวสินค้า เช่น แก้ปัญหาให้กับผู้บริโภค (ทอดอาหารไม่ติดกระทะ) การให้ข้อมูลการใช้งานที่เกี่ยวกับสินค้าที่เป็นประโยชน์มากขึ้น (วิธีทำเครื่องดื่มให้เย็นเป็นวุ้นในไม่กี่นาที) หรืออาจจะเป็นประโยชน์ด้านจิตใจ เช่น สร้างความสนุกสนาน สร้างความซาบซึ้งดูแล้วน้ำตาไหล ไม่จำเป็นที่่ลูกค้าต้องมาเป็นลูกค้าเราในทันทีแค่มีเราอยู่ในใจวันที่ลูกค้าต้องการจะเปลี่ยน Brand คุณจะเป็นตัวเลือกต้น ๆ ใน lists ของลูกค้าแล้ว

Ground war ยึดพื้นที่ ขยายอนาเขต
หลังจากระเบิดปูพรมด้วยเครื่องบินรบเป็นที่เรียบร้อยลำดับต่อไปก็ต้องส่งกำลังภาคพื้นเข้าไปบดขยี้เพื่อยึดพื้นที่ ขยายอนาเขตต่อไป ในทางการตลาดสงครามภาคพื้นจะมุ่งเน้นไปที่การขยายฐานลูกค้า เพิ่มยอดขาย สร้างส่วนแบ่งการตลาด ด้วยยุทธวิธีในการบุกทะลวงแบบตึกต่อตึก ประตูบานต่อบาน แม้จะเสียทรัพยากรบ้างก็ตาม
ตัวอย่างเช่น การจัดทำ promotions ลด แลก แจก แถม น้ำชาชิงโชค การทำสงครามราคาแบบบาทสองบาทก็เอา แหกกฏออกจากคอกอย่างธนาคารไร้ค่าธรรมเนียม หรือถ้าธุรกิจใหญ่หน่อยก็รุกเข้าไปซื้อคู่แข่งซะเลยทำกันเยอะในต่างประเทศ

People war ออกศึกข้านึกแต่รบ จบศึกข้านึกแต่รักเจ้าเท่านั้น
ในอีกแนวรบที่ต้องทำคู่ขนาดกันไปคือการสร้างสัมพันธ์ที่่ดีกับประชาชน เพราะคุณคงไม่อยากจบสงครามแล้วเจอจราจลต่อ การทำงานเชิงจิตวิทยาจึงเป็นอีกหนึ่งยุทธวิธีทางการทหารที่จำเป็น แต่ในทางการตลาดยุทธวิธีในการครองใจมวลชนไม่ได้หมายถึงการสร้างสัมพันธ์ที่ดีอีกต่อไป แต่หมายถึงการสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อสิ่งที่ลูกค้าเป็น อาวุธหลักอย่าง CRM ที่เน้นความเข้าใจ รู้ใจและเข้าถึง หรือในยุคการตลาด 4.0 อย่าง Engagement คือการสร้างการมีส่วนร่วมมีความผูกพันหรือเป็นส่วนหนึ่ง การบริหารประสบการณ์ลูกค้า Customer experience เป็นกระบวนการที่นักการตลาดยุคนี้ต้องเข้าใจอย่าง “ลึกซึ้ง” หรือแม้แต่ CSR ก็เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและในยุคที่โลกเล็กเท่ากับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ กลยุทธ์ในการยึดพื้นที่ในใจลูกค้าต้องถูกยกกำลังด้วยเทคโนโลยี เพราะทุกวันนี้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่กับมือถือมากกว่าสื่ออื่นดังนั้นถ้าจะ connect กับคนสมัยนี้จะมีช่องทางไหนดีกว่านี้ คุณว่าจริงไหม?

“สร้างสิ่งนี้ให้ Brand น่าจดจำ” เมื่อเราพูดถึง Brand ที่น่าจดจำเรามักจะนึก Brand ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และ...
16/03/2018

“สร้างสิ่งนี้ให้ Brand น่าจดจำ”

เมื่อเราพูดถึง Brand ที่น่าจดจำเรามักจะนึก Brand ระดับโลกที่ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และความน่าจดจำ เช่น apple, coca cola, mcdonald ฯลฯ แต่ในความเป็นจริง Brand ที่น่าจดจำอาจจะไม่ต้องเป็นธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ อาจจะเป็นร้านขายของชำหน้าปากซอยที่มียอดขายหลักหมื่นต่อเดือน มีลูกค้าหลักสิบต่อวันแต่สามารถสร้างการจดจำให้กับลูกค้าได้ เมื่อลูกค้าคิดจะซื้อของทั่วไปจะเลือก ร้านเจ้แดงหน้าปากซอยมากกว่าร้านสะดวกซื้อชื่อก้อง ซึ่งสิ่งที่ผู้สร้าง Brand จะต้องสร้างในมุมมองของเรามี 3 ประการด้วยกัน

สร้างการ “รับรู้”
“จะอยู่ในใจได้อย่างไรถ้าไม่รู้จัก” ประการแรกที่นักปั่น Brand จะต้องสร้างคือการสร้างการรับรู้การมีอยู่ของ Brand จะด้วยการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์ก็ตามแต่ถนัด แต่ต้องคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นสำคัญ การสื่อสารจำต้องเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและสร้างภาพจำให้เกิดขึ้นระหว่าง Brand กับสินค้าหรือบริการ เมื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นที่เรียบร้อย ขั้นตอนถัดไปคือ

สร้างความ “ชื่นชอบ”
“รู้จักแต่ไม่ชอบ มันก็จะผ่านๆ ไป” นักปั่น Brand จะทำให้ Brand ที่เขาทำเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มเป้าหมายผ่านกระบวนการในการสร้างความประทับใจ ซึ่งมีหลายวิธีให้เลือกใช้งาน ไม่คุณจะเป็นคนที่สนองความต้องการให้ลูกค้า ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ ถูกต้อง มีรสนิยมหรือสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจที่ใช้สินค้า การสร้างประสบการในการใช้งานที่ดี การรักษาความสัมพันธ์ระหว่าง Brand กับลูกค้าและอื่น ๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวล นักปั่น Brand ต้องมีทักษะที่สำคัญประการหนึ่งคือการเข้าใจ “มนุษย์” นั่นจะทำให้ภาระกิจในการสร้างความชื่นชอบสำเร็จได้ง่ายขึ้น

สร้างสิ่ง “แตกต่าง”
“เห็นและชอบ ใช่ว่าจะนึกถึง” เราคงเคยเจอผู้หญิงหน้าตาดี หรือผู้ชายหน้าตาดีที่เห็นแล้วก็ชื่นชม ชื่นชอบทุกครั้ง แต่ไม่ได้ทำให้เรานึกถึง เพียงเพราะว่าหน้าตาเราคือพิมพ์นิยมทำให้เราเป็นที่ชื่นชอบ แต่ถ้าเพิ่มคุณสมบัติอื่น เช่น เป็นนักกีฬา นักร้อง นักแสดง หรือจุดเด่นอื่นจะทำให้คุณน่าสนใจเพิ่มขึ้นและอยู่ในความจดจำ ในการทำ Brand สิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดการจดจำคือการสร้างความแตกต่าง “อย่างมีคุณค่า” ซึ่งคุณค่านั้นต้องเป็นคุณค่าของลูกค้ามิใช่ของ Brand เมื่อมีครบทั้ง 3 องค์ประกอบการจะเป็นที่จดจำก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป แต่เรื่องที่ยากคือการรักษาระดับความน่าจดจำของ Brand ที่จะต้องใช้ความตั้งใจและใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ เพราะการชอบใครสักคนก็ไม่ใช่หมายความว่าจะชอบตลอดไป...คุณว่าจริงไหม?

02/03/2018

“Big Data ขุมทรัพย์ธุรกิจ”

ทุกวันนี้พวกเราสร้างข้อมูลมากมายในแต่ละวันโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะ อวดเมนูอาหาร, share เพลงโปรด, post ระบายเรื่องเจ้านาย, ซื้อของชอบทางออนไลน์, like ภาพแต่งงานเพื่อน หรือแม้แต่การเข้าออก website ก็สามารถสร้างข้อมูลในโลกออนไลน์ได้ ประมาณกันว่าในวันหนึ่งเราสร้างข้อมูลใหม่ขึ้นมามากกว่า 2 เอกซะไบต์ (Exabyte) หรือประมาณ 2 ล้านล้านล้านไบต์ พิมพ์ไม่ผิดหรอก 2 แล้วเติม “ล้าน” อีกสามตัวต่อท้าย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ส่วนใหญ่กลายเป็นขยะ แต่ทราบไหมว่าข้อมูลเหล่านี้คือ “ขุมทรัพย์” ที่ล้ำค่าของธุรกิจถ้าใช้เป็น และถ้าอยากสร้างธุรกิจดิจิตอล Data จะไม่ใช่เพียงข้อมูลแต่คือหัวใจของธุรกิจทีเดียว

ข้อมูลจากที่ไหน??
ทุกวันธุรกิจทำธุรกรรมมากมายกับลูกค้าทั้งการตอบข้อซักถาม การซื้อขาย การบริการหลังการขาย การสื่อสารทางการตลาด ทั้งหมดล้วนแต่เป็นกิจกรรมพื้นฐานและเป็นกิจกรรมที่ธุรกิจสามารถทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าได้เป็นอย่างมาก แต่ผมพบว่าข้อมูลสำคัญจำนวนมากที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำธุรกิจกลับถูกละเลย แหล่งข้อมูลแรกที่ดีและสามารถใช้สร้างกลยุทธ์ทางธุรกิจได้ดีที่สุดคือข้อมูลที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจทั่วไปนั่นเอง แต่สำหรับท่านที่มีกำลังทุนมากและต้องการข้อมูลที่ mass เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ได้เป็นลูกค้าของบริษัท ข้อมูลเหล่านี้ก็สามารถเข้าถึงได้แต่อาจจะต้องมี engine ทางออนไลน์แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ดี ดังนั้นถ้าจะให้แนะนำกันแบบตรงไปตรงมาข้อมูลที่ดีที่สุดคือข้อมูลที่เกิดจากการทำธุรกิจนั่นเอง

จัดการข้อมูลอย่างไร??
ในการทำ Digital Marketing วัตถุประสงค์คือส่ิงแรกที่ Brand ต้องรีดออกมาให้ชัดเจนก่อนที่จะริทำการตลาดออนไลน์ เมื่อได้วัตถุประสงค์เรียบร้อยแล้วเราจึงจะสามารถบอกได้ว่าข้อมูลใดที่จำเป็นต่อการสร้างกลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ เช่น เราต้องการพฤติกรรมที่ลูกค้าชำระราคาสินค้าเพื่อจะได้ทราบถึงกลยุทธ์ในการพัฒนาระบบการชำระเงิน หรือเราต้องการเพิ่มยอดขายสินค้า collection ใหม่เราสามารถนำพฤติกรรมการซื้อของลูกค้าที่เลือกซื้อสินค้า collection ใหม่เป็นพิเศษเพื่อใช้ในการสร้างกลยุทธ์ในการสื่อสารทางการตลาดที่เหมาะกับกลุ่มและประหยัดงบประมาณทางการตลาด ที่สำคัญการวางวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนจะทำให้การจัดการข้อมูลทำได้ง่ายและประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ

ใช้ข้อมูลแบบไหน??
เมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการเรียบร้อยลำดับต่อไปคือการนำไปใช้ ขั้นตอนแรกคือการตั้งสมมติฐานในการใช้ข้อมูล เช่น ลูกค้าที่มักซื้อสินค้า collection ใหม่น่าจะตอบสนองต่อการแนะนำสินค้า collection ใหม่ในอนาคต จากนั้นเราก็สร้าง banner หรือสื่อโฆษณาเพื่อส่งตรงให้กับกลุ่มเป้าหมาย (ซึ่งในโลกออนไลน์สามารถทำได้) ต้องเข้าใจว่าข้อมูลคือข้อมูล บางครั้งข้อมูลที่ได้มาอาจจะมี error ดังนั้นเมื่อการสื่อสารไม่เกิดผลตอบรับอย่างที่คาด brand จำเป็นต้องปรับสมมติฐานและทำซ้ำผ่านกระบวนการเดิม ในขั้น advance เราสามารถให้ robot จัดการเรื่องการสื่อสารผ่านข้อมูลที่ถูกวางไว้แบบเป็นระบบ หรือเรียกว่า marketing automation ซึ่งจะเหมาะสำหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่หน่อยและต้องการจัดการการตลาดแบบ real time เข้าถึง real customer แต่ก็ต้องลงทุนกับ Data มากกันตามระเบียบ
การใช้ข้อมูลเพื่อสร้างความสำเร็จทางธุรกิจไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ การมีข้อมูลที่เพียงพอ ถูกต้อง ทำให้เกิดความได้เปรียบดังที่ ซุนวู กล่าวไว้ “รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง” ในยุคการตลาดดิจิตอลอาจจะต้องเปลี่ยนใหม่นิดหน่อยคือ “รู้เขา รู้เรา ทำการตลาดหนึ่งครั้ง ขายได้หลายล้านคน”...คุณว่าจริงไหม?

ที่อยู่

จามจุรีสแควร์ 319 ถ. พญาไท แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน
Bangkok
10330

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 19:00
อังคาร 09:00 - 19:00
พุธ 09:00 - 19:00
พฤหัสบดี 09:00 - 19:00
ศุกร์ 09:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

095 889 8631

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Spotlight Creationผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Spotlight Creation:

แชร์