Iconnect group การตลาดจีน บุกตลาดจีน นำเข้า-ส่งออก

Iconnect group การตลาดจีน บุกตลาดจีน นำเข้า-ส่งออก ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Iconnect group การตลาดจีน บุกตลาดจีน นำเข้า-ส่งออก, เอเจนซี่ทางการตลาด, 96 อาคารบี โชคชัย4 ซอย18, Bangkok.

เราเข้าใจดีว่าการส่งออกธุรกิจไปยังประเทศจีนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะจีนเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมและภาษาที่แตกต่างไปจากประเทศไทย ดังนั้น เราจึงพร้อมที่จะให้คำปรึกษาและช่วยเหลือคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนการตลาด การหาคู่ค้าในจีน ไปจนถึงการขนส่งสินค้า ONE STOP SERVICE ครบจบที่เราทั้งจีน


:: SERVICE 1 :: บริการครบ One – Stop -Service
-ให้คำปรึกษาวางแผน การตลาดในประเทศจีน โดยทีมงานมืออาชีพในจีน
- จ

ดเครื่องหมายการค้าจีน (Trademark China)
- ขอ อย.จีน (CFDA)
- ขอจดฉลากจีน (CIQ)


:: SERVICE2 :: จัดหาคู่ค้าและติดต่อกับคู่ค้าในจีน
- นำสินค้าวางจำหน่ายในร้านค้าส่ง – ค้าปลีก
- ออกงานแสดงสินค้าในจีน Exhibition / Expo/Business Matching


:: SERVICE3 :: ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในจีน แพลตฟอร์มออนไลน์ชื่อดังของจีน
- บริษัทมีหน้าร้าน E-Commerce Taobao (เถาเป่า) นำสินค้าลงจำหน่าย
- เป็นร้านค้าออนไลน์ที่เน้น ขายปลีก โดยตรงกับลูกค้าคนจีน
-โปรโมทสินค้าให้ติดหน้าแรกติดอันดับต้นๆในร้านเถาเป่า เพื่อเพิ่มยอดขายให้กับสินค้า
- Live สด ขายสินค้าด้วย Influencerชาวจีน ในร้านเถ่าเป่า
- บริษัทมีหน้าร้าน 1688.com แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ สำหรับขายส่งให้กับลูกค้าจีน
- บริษัทมีหน้าร้าน Pinduoduo แพลตฟอร์มร้านค้าออนไลน์ สำหรับขายปลีกให้ลูกค้าจีน
- บริษัทมีหน้าร้าน wechat - minishop แพลตฟอร์มออนไลน์ขายปลีก–ส่ง
- บริษัทมี Weibo Official บัญชีทางการหลัก นำสินค้าลงขาย โดยมีทีมงานจีนมืออาชีพ
-โพสต์สินค้า ครีเอทคอนเทนต์ ออกแบบดีไซน์ Add รูปภาพสินค้า
- แอดมินทีมงานจีน ให้ข้อมูลสินค้า
- นำเสนอสินค้าให้กับลูกค้าคนจีน มีประสบการณ์ เข้าใจพฤติกรรมการซื้อของคนจีน


:: SERVICE4 :: Social Media สื่อโฆษณาโปรโมทในจีน
- บริการ KOLจีน รีวิวสินค้า
- Live สดขายสินค้า
- โปรโมทสินค้า ผ่านช่องทาง Social จีน TikTokจีน (Douyin), Weibo , Xiaohongshu ,
Wechat

ฉลากจีน / CIQ คืออะไร?ทำไมผู้ประกอบการไทยต้องรู้ก่อนนำสินค้าไปขายในประเทศจีน 🇨🇳สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำสินค้าเข...
23/05/2026

ฉลากจีน / CIQ คืออะไร?
ทำไมผู้ประกอบการไทยต้องรู้ก่อนนำสินค้าไปขายในประเทศจีน 🇨🇳

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในประเทศจีน สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ “ฉลากภาษาจีน” หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ “ฉลากจีน / CIQ”

เพราะฉลากจีนไม่ใช่แค่การแปลข้อมูลจากภาษาไทยเป็นภาษาจีนเท่านั้น แต่เป็นส่วนสำคัญที่ใช้แสดงข้อมูลสินค้าให้ถูกต้อง ชัดเจน และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านการนำเข้า การตรวจสอบสินค้า และการวางจำหน่ายในตลาดจีน

โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม อาหารเสริม เครื่องสำอาง และสินค้าเกษตร ข้อมูลบนฉลากต้องมีความครบถ้วนและเหมาะสมกับประเภทสินค้า เพื่อให้ผู้บริโภค หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และคู่ค้าจีนสามารถตรวจสอบรายละเอียดของสินค้าได้อย่างชัดเจน

ทำไมฉลากจีนจึงสำคัญ?

1. ช่วยให้สินค้าแสดงข้อมูลเป็นภาษาจีนอย่างถูกต้อง
ผู้บริโภคจีนควรสามารถอ่านข้อมูลสินค้าได้ครบถ้วน เช่น ชื่อสินค้า ส่วนประกอบ วิธีใช้ วิธีเก็บรักษา วันผลิต วันหมดอายุ และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ
2. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าและแบรนด์
สินค้าที่มีฉลากชัดเจน ดูเป็นทางการ และจัดทำอย่างถูกต้อง จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูน่าเชื่อถือมากขึ้นในสายตาคู่ค้าและผู้บริโภคจีน
3. ช่วยให้ขั้นตอนการตรวจสอบก่อนนำเข้าง่ายขึ้น
ฉลากที่มีข้อมูลครบถ้วน ช่วยลดความเสี่ยงในการถูกขอเอกสารเพิ่มเติม หรือถูกตรวจสอบซ้ำจากข้อมูลที่ไม่ชัดเจน
4. ลดความเสี่ยงเรื่องฉลากไม่ถูกต้อง
หากฉลากไม่ครบ ไม่ถูกต้อง หรือไม่สอดคล้องกับประเภทสินค้า อาจส่งผลต่อการตรวจปล่อยสินค้า การนำเข้า การวางจำหน่าย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในตลาดจีน

ก่อนส่งสินค้าไปจีน ผู้ประกอบการควรเตรียมอะไรบ้าง?

ควรเริ่มจากการตรวจสอบประเภทสินค้า ตรวจข้อกำหนดด้านฉลาก จัดทำฉลากภาษาจีน ตรวจความถูกต้องของข้อมูล และเตรียมเอกสารนำเข้าให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการส่งออก

ข้อควรรู้สำคัญ
การทำฉลากจีนควรตรวจสอบรายละเอียดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น เพราะหากฉลากไม่ถูกต้องหรือข้อมูลไม่ครบ อาจกระทบต่อการนำเข้า การวางจำหน่าย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ในประเทศจีน
สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำสินค้าไปขายในจีน
การเตรียมฉลากจีนให้ถูกต้อง คือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนเปิดตลาดจีนอย่างมืออาชีพ

iConnect พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเตรียมฉลากจีน เอกสารนำเข้า และแนวทางการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นระบบ

📌 ต้องการตรวจสอบว่าสินค้าของคุณต้องทำฉลากจีนแบบไหน
📌 ต้องการเตรียมข้อมูลบนฉลากให้ถูกต้องก่อนส่งออก
📌 ต้องการวางแผนนำสินค้าเข้าไปขายในประเทศจีน

ปรึกษาทีมงาน iConnect ได้เลย m.me/iconnectintergroup

#ฉลากจีน #ส่งออกไปจีน #นำเข้าสินค้าไปจีน #ตลาดจีน #สินค้าไทยไปจีน #ที่ปรึกษาตลาดจีน

การจดเครื่องหมายการค้า Trademark จีนเรื่องสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ไทยควรทำ “ก่อน” เริ่มทำตลาดในประเทศจีน 🇨🇳สำหรับผู้ประกอบก...
23/05/2026

การจดเครื่องหมายการค้า Trademark จีน
เรื่องสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ไทยควรทำ “ก่อน” เริ่มทำตลาดในประเทศจีน 🇨🇳

สำหรับผู้ประกอบการที่มีแผนนำสินค้าไปขายในประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นสินค้าอาหาร เครื่องสำอาง อาหารเสริม สินค้าอุปโภคบริโภค หรือสินค้าแบรนด์ไทยประเภทต่าง ๆ หนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม คือ “การจดเครื่องหมายการค้า” หรือ Trademark

เพราะในตลาดจีน การมีชื่อแบรนด์ โลโก้ หรือสัญลักษณ์ทางการค้าที่ชัดเจน ไม่ได้หมายความว่าแบรนด์ของเราจะได้รับความคุ้มครองโดยอัตโนมัติ หากยังไม่ได้ดำเนินการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง อาจเกิดความเสี่ยง เช่น ถูกลอกเลียนแบบ ถูกนำชื่อแบรนด์ไปใช้ หรือในบางกรณีอาจมีบุคคลอื่นนำชื่อแบรนด์ของเราไปจดก่อน

ดังนั้น หากแบรนด์มีเป้าหมายจะเข้าสู่ตลาดจีน การจด Trademark ควรเป็นหนึ่งในขั้นตอนแรก ๆ ที่ต้องวางแผน

โดยการจดเครื่องหมายการค้า สามารถจดในนามผู้ถือสิทธิ์ได้ 2 รูปแบบหลัก

ประเภทที่ 1: จดในนามนิติบุคคล หรือบริษัท

เหมาะสำหรับแบรนด์ที่ดำเนินธุรกิจในรูปแบบบริษัท และต้องการให้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นทรัพย์สินของบริษัทโดยตรง

เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่
• ไฟล์รูปเครื่องหมายการค้า หรือโลโก้
ควรเป็นไฟล์ JPG หรือไฟล์ภาพที่คมชัด เพื่อใช้สำหรับยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า

• หนังสือรับรองบริษัท
ใช้เพื่อยืนยันสถานะของนิติบุคคล ชื่อบริษัท ที่อยู่ และผู้มีอำนาจลงนาม

• หนังสือมอบอำนาจ
ทางบริษัทตัวแทนจะมีแบบฟอร์มให้ โดยต้องลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจ พร้อมประทับตราบริษัท เพื่อมอบอำนาจให้ตัวแทนดำเนินการยื่นจดทะเบียน

• ข้อมูลสินค้า/บริการที่ต้องการจดคุ้มครอง
ต้องระบุประเภทสินค้า หรือบริการที่ต้องการให้เครื่องหมายการค้าคุ้มครองอย่างชัดเจน

ประเภทที่ 2: จดในนามบุคคลธรรมดา

เหมาะสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่ต้องการถือครองสิทธิ์เครื่องหมายการค้าในนามบุคคล เช่น เจ้าของกิจการรายบุคคล ผู้เริ่มต้นสร้างแบรนด์ หรือผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนบริษัท

เอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่
• ไฟล์รูปเครื่องหมายการค้า หรือโลโก้
ควรเป็นไฟล์ JPG ที่มีความคมชัด และแสดงเครื่องหมายการค้าได้ชัดเจน

• สำเนาพาสปอร์ตหน้าแรกของผู้ยื่นจด
ใช้เพื่อยืนยันตัวตนของบุคคลที่ต้องการถือสิทธิ์เครื่องหมายการค้า

• หนังสือมอบอำนาจ
ทางบริษัทตัวแทนจะมีแบบฟอร์มให้ โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้าต้องลงนาม เพื่อมอบอำนาจให้ตัวแทนดำเนินการยื่นจดทะเบียน

• ข้อมูลสินค้า/บริการที่ต้องการจดคุ้มครอง
ต้องระบุหมวดหมู่สินค้า หรือบริการที่ต้องการใช้เครื่องหมายการค้านั้นให้ชัดเจน

ข้อควรรู้สำหรับเจ้าของแบรนด์ไทย

การจด Trademark ไม่ได้คุ้มครองทุกประเภทสินค้าโดยอัตโนมัติ แต่ต้องระบุหมวดหมู่สินค้า/บริการที่ต้องการคุ้มครองให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น หากเลือกหมวดไม่ตรงกับธุรกิจจริง อาจทำให้การคุ้มครองไม่ครอบคลุม หรือเกิดปัญหาเมื่อต้องนำแบรนด์ไปใช้จริงในตลาดจีน

การเตรียมเอกสารให้ครบ ตรวจสอบโลโก้ให้ชัดเจน และวางแผนหมวดสินค้าให้ถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธ ลดโอกาสถูกบุคคลอื่นนำชื่อแบรนด์ไปจดก่อน และเพิ่มความมั่นใจให้กับแบรนด์ก่อนเข้าสู่ตลาดจีน

สำหรับแบรนด์ไทยที่ต้องการทำตลาดในจีน
อย่ารอให้สินค้าเริ่มขายแล้วค่อยคิดเรื่องเครื่องหมายการค้า
เพราะในตลาดจีน “การปกป้องแบรนด์” ควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเปิดตลาด

iConnect พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องการเตรียมเอกสารและวางแผนจด Trademark จีน สำหรับเจ้าของแบรนด์ไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นระบบ

📌 สนใจตรวจสอบแบรนด์ / วางแผนจด Trademark จีน
📌 เตรียมเอกสารก่อนยื่นจดทะเบียน
📌 วางแผนปกป้องแบรนด์ก่อนเริ่มทำตลาดจีน

ติดต่อทีมงาน iConnect ได้เลย m.me/iconnectintergroup หรือโทร 061 889 9244

ีน #จดเครื่องหมายการค้าจีน #เครื่องหมายการค้า #ตลาดจีน #ทำตลาดจีน #ส่งออกไปจีน #แบรนด์ไทยไปจีน #ที่ปรึกษาตลาดจีน

ประเภทสินค้าที่บริษัท “ไม่รับทำการตลาด” และ “ไม่นำเข้าไปจำหน่ายในประเทศจีน”เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐาน...
22/05/2026

ประเภทสินค้าที่บริษัท “ไม่รับทำการตลาด” และ “ไม่นำเข้าไปจำหน่ายในประเทศจีน”
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานการนำเข้า สินค้าดังต่อไปนี้ ไม่อยู่ในขอบเขตการให้บริการของบริษัท
1. ผลไม้สดทุกชนิด
เนื่องจากเป็นสินค้าอายุสั้น หากต้องการส่งออก ต้องมีผู้รับซื้อปลายทางชัดเจนก่อน
2. สินค้าแช่แข็งทุกประเภท
3. สินค้าแปรรูปที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ (หมู ไก่ วัว) ต้องมี certificate กรมปศุสัตว์
หมายเหตุ: สินค้าแปรรูปจากสัตว์น้ำ (กุ้ง หมึก หอย ปู ปลา) สามารถทำได้ โดยต้องมีใบรับรองจากกรมประมง
4. สินค้าแอลกอฮอล์ และบุหรี่ทุกชนิด
5. สินค้าที่มีอายุสินค้า (Shelf Life) น้อยกว่า 1 ปี
6. สินค้าที่ไม่มีเลข อย. ไทยรับรอง
7. สินค้ามือสองทุกประเภท
8. สินค้าที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ หรือฉลากไม่ถูกต้อง/ไม่ครบถ้วน
9. สินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชง กัญชา หรือสารเสพติดทุกชนิด

หากไม่แน่ใจว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายหรือไม่ สามารถสอบถามทีมงานเพื่อประเมินเบื้องต้นได้ก่อนนะคะ
m.me/iconnectintergroup
#บุกตลาดจีน #ขายของไปจีน ีน #สินค้าไทยในจีน #ส่งออกจีน

โรงงานแบบไหนที่สามารถลงทะเบียน GACC ได้?คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าอาหารไปประเทศจีน 🇨🇳การส่งออ...
21/05/2026

โรงงานแบบไหนที่สามารถลงทะเบียน GACC ได้?
คำถามสำคัญสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการส่งออกสินค้าอาหารไปประเทศจีน 🇨🇳

การส่งออกสินค้าอาหารไปจีน ไม่ใช่แค่มีสินค้าแล้วสามารถส่งออกได้ทันที แต่ “สถานประกอบการผู้ผลิต” ต้องมีความพร้อมด้านเอกสาร ใบอนุญาต ระบบมาตรฐาน และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของจีน โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียน GACC ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนนำสินค้าอาหารเข้าสู่ตลาดจีน

โดยทั่วไป โรงงานหรือสถานประกอบการที่ต้องการขึ้นทะเบียน GACC ควรมีคุณสมบัติเบื้องต้น ดังนี้

1. เป็นนิติบุคคลไทย
ควรเป็นบริษัทจำกัด หรือสถานประกอบการที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะทางธุรกิจชัดเจน และสามารถแสดงเอกสารประกอบการดำเนินกิจการได้
2. มีใบอนุญาตโรงงาน
สถานประกอบการควรมีใบอนุญาตโรงงาน เช่น รง.4 หรือ สบ.1 ตามลักษณะกิจการและประเภทการผลิต เพื่อแสดงให้เห็นว่าโรงงานมีการดำเนินงานถูกต้องตามข้อกำหนดของไทย
3. มีใบอนุญาตผลิตอาหาร
สำหรับกลุ่มสินค้าอาหาร โรงงานควรมีใบอนุญาตผลิตอาหารที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. เพื่อยืนยันความถูกต้องด้านการผลิตอาหาร
4. มีมาตรฐาน GHP / HACCP
มาตรฐานด้านสุขลักษณะและความปลอดภัยอาหารเป็นพื้นฐานสำคัญของโรงงานที่ต้องการส่งออก โดยเฉพาะ GHP และ HACCP ซึ่งช่วยแสดงให้เห็นว่าโรงงานมีระบบควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในกระบวนการผลิต
5. มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ
โรงงานควรมีระบบที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ตั้งแต่วัตถุดิบ แหล่งที่มา กระบวนการผลิต การบรรจุ ไปจนถึงการจัดเก็บและการส่งออก เพื่อให้สามารถตรวจสอบข้อมูลได้เมื่อมีการร้องขอจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
6. ISO 22000
แม้ ISO 22000 จะไม่ใช่ข้อบังคับสำหรับทุกกรณี แต่หากโรงงานมีมาตรฐานนี้ จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือด้านระบบบริหารจัดการความปลอดภัยอาหาร และช่วยให้ภาพรวมของโรงงานดูพร้อมสำหรับการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น

หมายเหตุสำคัญ
สำหรับสินค้ากลุ่มเสี่ยงสูง 18 กลุ่ม ยังต้องผ่านการตรวจประเมินสถานที่จริงจากหน่วยงานรัฐของไทย เช่น กรมประมง กรมวิชาการเกษตร หรือกรมปศุสัตว์ ตามประเภทของวัตถุดิบหลัก ก่อนดำเนินการขึ้นทะเบียนผ่านระบบของ GACC

ดังนั้น ก่อนเริ่มส่งออกสินค้าอาหารไปประเทศจีน ผู้ประกอบการควรตรวจสอบให้ชัดเจนว่า สินค้าของตนอยู่ในกลุ่มใด ต้องขึ้นทะเบียนด้วยวิธีใด และโรงงานมีเอกสารหรือมาตรฐานครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพราะการเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารไม่ครบ สินค้าติดด่าน หรือกระบวนการนำเข้าล่าช้า

สำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการนำสินค้าอาหารไปขายในจีน
การเตรียมโรงงานใร้อมตั้งแต่วันนี้ คือก้าวแรกของการเข้าสู่ตลาดจีนอย่างมืออาชีพ

📌 ต้องการตรวจสอบว่าสินค้าของคุณเข้าข่ายต้องขึ้นทะเบียน GACC หรือไม่
📌 ต้องการเตรียมเอกสารโรงงานก่อนส่งออกไปจีน
📌 ต้องการวางแผนเข้าสู่ตลาดจีนแบบถูกต้องตั้งแต่ต้น

ปรึกษาทีมงาน iConnect ได้เลย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการนำสินค้าไทยเข้าสู่ตลาดจีนแบบครบวงจร

#ส่งออกไปจีน #ตลาดจีน #นำเข้าสินค้าจีน #อาหารส่งออกจีน #โรงงานอาหาร #ผู้ประกอบการไทย #ที่ปรึกษาตลาดจีน

มือใหม่ต้องรู้! ก่อนส่งสินค้าเข้าไปขายประเทศจีน 🇨🇳หลายแบรนด์โฟกัสเรื่องยอดขาย การหาตัวแทน หรือการทำการตลาดในจีนแต่สิ่งสำ...
20/05/2026

มือใหม่ต้องรู้! ก่อนส่งสินค้าเข้าไปขายประเทศจีน 🇨🇳

หลายแบรนด์โฟกัสเรื่องยอดขาย การหาตัวแทน หรือการทำการตลาดในจีน
แต่สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ การปกป้องแบรนด์ของตัวเองให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

เพราะถ้าไม่มีการวางแผนเรื่องสิทธิ์ทางปัญญาให้ดี อาจเจอปัญหา เช่น

* ชื่อแบรนด์ถูกจดก่อน
* โลโก้ถูกนำไปใช้ซ้ำ
* ดีไซน์สินค้าถูกลอกเลียนแบบ
* ขยายตลาดได้ยาก เพราะไม่มีหลักฐานสิทธิ์รองรับชัดเจน

3 สิทธิ์สำคัญที่เจ้าของแบรนด์ควรเข้าใจ

การนำสินค้าเข้าสู่ตลาดจีน ไม่ได้มีเพียงเรื่องการพัฒนาสินค้า การวางแผนการตลาด หรือการหาช่องทางจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเตรียมความพร้อมด้าน ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยง และเสริมความมั่นคงให้แก่แบรนด์ในระยะยาว

เจ้าของแบรนด์ควรทำความเข้าใจสิทธิ์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ประเภท ได้แก่

1. เครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายการค้าเป็นสิทธิ์ที่ใช้คุ้มครองชื่อแบรนด์ โลโก้ สโลแกน หรือสัญลักษณ์ที่ใช้เพื่อแยกแยะสินค้าและบริการของแบรนด์จากผู้อื่น
สิทธิ์ประเภทนี้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างการจดจำของตลาด และช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกบุคคลอื่นนำชื่อหรือโลโก้ไปใช้หรือจดทะเบียนก่อน
โดยทั่วไปมีอายุการคุ้มครอง 10 ปี และจำเป็นต้องดำเนินการ จดทะเบียน

2. สิทธิบัตรการออกแบบ

สิทธิบัตรการออกแบบเป็นสิทธิ์ที่ใช้คุ้มครองรูปลักษณ์ภายนอกของสินค้า เช่น รูปทรง ดีไซน์ และองค์ประกอบภายนอกที่ทำให้สินค้ามีความโดดเด่น
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับแบรนด์ที่มีการออกแบบสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์อย่างเป็นเอกลักษณ์ เพราะสามารถช่วยป้องกันการลอกเลียนแบบรูปแบบภายนอกของสินค้าได้
โดยทั่วไปมีอายุการคุ้มครอง 10 ปี และจำเป็นต้องดำเนินการ จดทะเบียน

3. ลิขสิทธิ์โลโก้ / ฉลาก

ลิขสิทธิ์เป็นสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับงานสร้างสรรค์ เช่น งานออกแบบโลโก้ ภาพประกอบบนฉลาก และงานกราฟิกต่าง ๆ
สิทธิ์ประเภทนี้มีความสำคัญในการคุ้มครองเจ้าของผลงานจากการทำซ้ำ การดัดแปลง หรือการเผยแพร่ผลงานโดยไม่ได้รับอนุญาต
โดยหลักแล้วลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีเมื่อผลงานถูกสร้างสรรค์ แต่เพื่อประโยชน์ในด้านการพิสูจน์สิทธิ์ ควรมีการจัดเก็บหลักฐานหรือดำเนินการจดแจ้งไว้เป็นหลักฐานเพิ่มเติม
โดยทั่วไปมีอายุการคุ้มครอง 50 ปี

สรุป

* เครื่องหมายการค้า คุ้มครองชื่อแบรนด์ โลโก้ และสัญลักษณ์ทางการค้า
* สิทธิบัตรการออกแบบ คุ้มครองดีไซน์ รูปทรง และรูปลักษณ์สินค้า
* ลิขสิทธิ์ คุ้มครองงานศิลปะ งานออกแบบ และภาพกราฟิก

การเตรียมความพร้อมด้านสิทธิ์ทางปัญญาก่อนเข้าสู่ตลาดจีน จะช่วยให้แบรนด์สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ลดข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาว

หากท่านต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการวางแผนจดเครื่องหมายการค้าในจีน
สามารถติดต่อเพื่อขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ฟรี

#จดเครื่องหมายการค้าในจีน #ทรัพย์สินทางปัญญา #ขายสินค้าในจีน #แบรนด์ไทยไปจีน

อยากพาแบรนด์ไทยไปจีน ต้องเริ่มจาก “แผนที่ถูกทาง”“ตลาดจีนมีโอกาส แต่ต้องเริ่มจากกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การทดลองขายแบบ...
19/05/2026

อยากพาแบรนด์ไทยไปจีน ต้องเริ่มจาก “แผนที่ถูกทาง”“ตลาดจีนมีโอกาส แต่ต้องเริ่มจากกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การทดลองขายแบบไม่มีแผน”

ตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ มีโอกาสสูง แต่ก็เป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงและมีรายละเอียดเฉพาะตัวมากกว่าที่หลายแบรนด์คิด

การจะพาสินค้าไทยเข้าสู่จีน ไม่ใช่แค่การแปลภาษา ไม่ใช่แค่การทำโพสต์ภาษาจีน และไม่ใช่แค่การจ้าง KOL แล้วรอยอดขายทันที

แต่แบรนด์ต้องเริ่มจากการวางแผนให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น เช่น
การวิเคราะห์สินค้าและจุดขาย
การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะกับกลุ่มลูกค้า
การสร้างคอนเทนต์ให้คนจีนเข้าใจ
การทำรีวิวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
การวางระบบขายและช่องทางการตลาดให้พร้อม

ที่ Iconnect Inter Group เราช่วยดูแลแบรนด์ไทยที่ต้องการเข้าสู่ตลาดจีนแบบครบวงจร ตั้งแต่กลยุทธ์ คอนเทนต์ การตลาดจีน KOL / KOC Live Commerce ไปจนถึงการเชื่อมโอกาสทางธุรกิจในประเทศจีน

เพราะตลาดจีนไม่ใช่แค่ตลาดใหญ่
แต่เป็นตลาดที่ต้องเข้าใจอย่างถูกต้องก่อนลงทุนจริง

สำหรับเจ้าของแบรนด์ไทยที่กำลังคิดว่า
“อยากไปจีน แต่ไม่รู้ควรเริ่มจากตรงไหน”

Inbox เพื่อปรึกษาเบื้องต้นกับเราได้ค่ะ


#ที่ปรึกษาการตลาดจีน
#แบรนด์ไทยไปจีน
#ตลาดจีน


#การตลาดจีน
ีน



ีน

ขอขอบพระคุณทางโครงการ Thailand Creative House: "Road to Global Market Workshop และ CEA เป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติเชิญ คุ...
15/05/2026

ขอขอบพระคุณทางโครงการ
Thailand Creative House: "Road to Global Market Workshop และ CEA เป็นอย่างสูง ที่ให้เกียรติเชิญ คุณนัฏชมธร สะใบบาง(ยุ้ย) ผู้บริหารบริษัทไอคอนเน็คอินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด เข้าร่วมเป็นวิทยากรในครั้งนี้ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้เข้าร่วมทุกท่าน

ขอขอบคุณคณะผู้จัดงานและทีมงานทุกท่านสำหรับการต้อนรับ การประสานงาน และการดูแลอย่างดียิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้และประสบการณ์ที่ได้ถ่ายทอดในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้ต่อยอดได้อย่างเหมาะสม

08/05/2026

ไม่มี อย.จีน ขายสินค้าในจีนได้ไหม?
คำตอบคือ ขายได้ แต่จะต้องคำนึงถึงเรื่องการรักษาผลประโยชน์ของทางแบรนด์ และการทำฉลากภาษาจีนกำกับ

เมื่อสินค้ามียอดขายและเติบโตในตลาด แนะนำให้ยื่นขอขึ้นทะเบียนกับ National Medical Products Administration (NMPA/CFDA) เพื่อให้สามารถขยายตลาดได้อย่างถูกต้องในระยะยาว

หากต้องการคำปรึกษาด้านการทำตลาดและนำสินค้าเข้าสู่ประเทศจีน
สามารถติดต่อทีมงานเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง Inbox หรือช่องทางติดต่อของเพจได้เลยนะคะ

#การตลาดจีน #บุกตลาดจีน #ตลาดจีน

ในวันที่ผู้บริโภคจีนมีตัวเลือกจากทั่วโลกทำไม ‘Thai Style’ ยังเป็นอะไรที่เขาเลือก…ซ้ำๆ?ไม่ใช่แค่ “ความเป็นไทย” แต่คือภาพจ...
07/05/2026

ในวันที่ผู้บริโภคจีนมีตัวเลือกจากทั่วโลก
ทำไม ‘Thai Style’ ยังเป็นอะไรที่เขาเลือก…ซ้ำๆ?

ไม่ใช่แค่ “ความเป็นไทย” แต่คือภาพจำแบบนี้
- ธรรมชาติ / ออร์แกนิก / สมุนไพร
- ความสบาย ผ่อนคลาย แบบรีสอร์ต
- ความเป็นมิตร เข้าถึงง่าย
- ราคาจับต้องได้ แต่ดูพรีเมียม

👉 คนจีนไม่ได้มองไทย = ถูก
แต่กำลังมองไทย = “คุณภาพ + ไลฟ์สไตล์”

ทำไม Soft Power ไทยยังขลัง?
1. ประสบการณ์ตรงจากการท่องเที่ยว
- คนจีนจำนวนมากเคยมาไทย
- ใช้จริง → กลับไป “ตามซื้อ + รีวิวต่อ” บนแพลตฟอร์มจีน

2. คอนเทนต์จีนช่วยขยาย (Xiaohongshu / Douyin)
- รีวิวสกินแคร์ไทย / ร้านนวด / อาหารไทย
- เกิดการ “种草 (ป้ายยา)” ต่อเนื่อง

3. Wellness Destination
- เทรนด์สุขภาพมาแรงในจีน
- ไทยมีภาพจำเรื่อง: สมุนไพร, สปา, การดูแลตัวเองแบบธรรมชาติ

4. ความต่างที่ยัง “ไม่ถูกแทนที่”
- ญี่ปุ่น: พรีเมียมจริงจัง
- เกาหลี: เทรนด์/แฟชั่น
- ไทย: ผ่อนคลาย + ธรรมชาติ + เข้าถึงง่าย

👉 Position ชัด และยังไม่มีใครแทนได้ตรงๆ

💡 Thai Style ที่ขายดีในจีนตอนนี้
- สกินแคร์สมุนไพร / ธรรมชาติ
- ยาดม / ยาหม่อง / สาย Wellness
- อาหารไทย / ขนมไทย
- แบรนด์ที่มี “ความเป็นไทยชัด”
สิ่งที่ควรทำ:
- ทำคอนเทนต์เล่า “ฟีลไทย” ไม่ใช่แค่สินค้า
- ใช้ Story: ธรรมชาติ / การพักผ่อน / สุขภาพ
- ดึง “ภาพจำตอนมาเที่ยวไทย” กลับมาใช้

“Thai Style ไม่ได้ขายแค่สินค้า
แต่ขาย ‘ความรู้สึก’ ที่คนจีนเคยสัมผัสจากประเทศไทย”

และนั่นคือเหตุผลที่ Soft Power ไทย…ยังไม่หายไปไหน

#การตลาดจีน #บุกตลาดจีน #ตลาดจีน

ถอดรหัสผู้บริโภคจีนยุคใหม่ เมื่อ "คุณภาพ" และ "ความรักษ์โลก" กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการช้อปปิ้งหมดยุคของการกว้านซื้อสิน...
05/05/2026

ถอดรหัสผู้บริโภคจีนยุคใหม่ เมื่อ "คุณภาพ" และ "ความรักษ์โลก" กลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ของการช้อปปิ้ง
หมดยุคของการกว้านซื้อสินค้าลดราคาตามกระแสเพียงอย่างเดียว เพราะวันนี้ "ผู้บริโภคชาวจีน" โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials กำลังเปลี่ยนทิศทางการใช้จ่ายเข้าสู่ยุค "Value-Driven Consumption" หรือการบริโภคที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่าอย่างเต็มตัว

1. จาก "มีเยอะ" สู่ "มีดี" นิยามใหม่ของ Quality over Quantity
ในอดีต ตลาดจีนอาจถูกมองว่าเป็นสมรภูมิของสินค้าราคาถูกและเน้นปริมาณ แต่ปัจจุบันพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

Quiet Luxury & Durability ผู้บริโภคหันมามองหาความประณีตและอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น การซื้อเสื้อผ้าหนึ่งชุดที่ใส่ได้หลายปีเริ่มเป็นที่นิยมมากกว่า Fast Fashion ที่ใส่เพียงไม่กี่ครั้ง

The Rise of "Health & Wellness" คุณภาพไม่ได้หมายถึงแค่ความทนทาน แต่รวมถึง "ความปลอดภัย" และ "สุขภาพ" โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มอาหาร เครื่องสำอาง และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องมีเทคโนโลยีรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง

2. Sustainability ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็น "ทางเลือกหลัก"
ความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้ออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

Eco-Conscious Choice จากการสำรวจพบว่าผู้บริโภคจีนยินดีจ่ายเงินเพิ่ม (Premium) ให้กับแบรนด์ที่มีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือใช้บรรจุภัณฑ์ที่รีไซเคิลได้

Guochao 2.0 กระแส "Guochao" (ความภูมิใจในแบรนด์ท้องถิ่น) เริ่มขยายตัวสู่ความยั่งยืน แบรนด์จีนรุ่นใหม่เริ่มชูจุดขายเรื่องการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเพื่อลด Carbon Footprint ซึ่งได้ใจผู้บริโภคยุคใหม่ไปเต็มๆ

3. ปัจจัยขับเคลื่อน ทำไมคนจีนถึงเปลี่ยนไป?
Social Responsibility รัฐบาลจีนผลักดันนโยบาย Dual Carbon (การลดการปล่อยคาร์บอน) อย่างจริงจัง ทำให้เกิดการตระหนักรู้ในวงกว้าง

Information Transparency ด้วยแพลตฟอร์มอย่าง Little Red Book (Xiaohongshu) หรือ Douyin ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกของแบรนด์ได้ง่ายขึ้น แบรนด์ที่ "ทำดีแต่ไม่จริง" หรือ Greenwashing จะถูกเปิดโปงได้ทันที

สำหรับแบรนด์ไทย หากต้องการมัดใจลูกค้าชาวจีนในยุคนี้ "ราคาถูก" อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่คือการสื่อสารว่าสินค้าของคุณ "ดีต่อเขา" (Quality) และ "ดีต่อโลก" (Sustainability) อย่างไร การมี Storytelling ที่ชัดเจนเรื่องที่มาของวัตถุดิบและความจริงใจจะเป็นกุญแจสำคัญ

#การตลาดจีน #บุกตลาดจีน #ตลาดจีน

5 สินค้าไทย ที่คนจีนค้นหามากที่สุดบน Xiaohongshu (อัปเดต 2026) 🇨🇳ตลาดจีนไม่ได้เริ่มที่ “การขาย”แต่เริ่มที่ “การค้นหา”แพล...
04/05/2026

5 สินค้าไทย ที่คนจีนค้นหามากที่สุดบน Xiaohongshu (อัปเดต 2026) 🇨🇳

ตลาดจีนไม่ได้เริ่มที่ “การขาย”
แต่เริ่มที่ “การค้นหา”

แพลตฟอร์มอย่าง Xiaohongshu
กลายเป็นที่ที่ผู้บริโภคจีนใช้ “หา รีวิว และตัดสินใจซื้อ” มากที่สุด

และนี่คือ 5 สินค้าไทยที่ถูกค้นหาสูง

1. สกินแคร์ & เครื่องสำอางไทย
ถูกค้นหาเพราะ “ถูกและดี” + รีวิวเยอะ
→ กันแดด / งานผิว / skincare ธรรมชาติ

2. ขนม & อาหารไทย
สายกินไม่พลาด!
→ ทุเรียนอบกรอบ / มะม่วงอบแห้ง / สาหร่าย

3. ยาดม / ยาหม่อง / สมุนไพรไทย
ของเล็ก แต่ไวรัลแรง
→ ใช้จริง + แปลกใหม่สำหรับคนจีน

4. ผลไม้ไทย
Demand สูงแบบต่อเนื่อง
→ ทุเรียน / มังคุด / มะพร้าว

5. สินค้าไลฟ์สไตล์ & สปา
ตอบโจทย์เทรนด์ Self-care
→ สบู่สมุนไพร / อโรม่า / หมอนยางพารา

Insight สำคัญ: สินค้าที่ขายดีในจีน
✔ ใช้ได้จริง
✔ มีรีวิว (Social Proof)
✔ เล่า Story ได้

ถ้าอยากบุกตลาดจีน
เริ่มจากคำถามนี้ “สินค้าคุณ…คนจีนค้นหาเจอหรือยัง?”

#การตลาดจีน #บุกตลาดจีน #ตลาดจีน

ที่อยู่

96 อาคารบี โชคชัย4 ซอย18
Bangkok
10230

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 19:00
อังคาร 08:00 - 19:00
พุธ 08:00 - 19:00
พฤหัสบดี 08:00 - 19:00
ศุกร์ 08:00 - 19:00
เสาร์ 08:00 - 19:00
อาทิตย์ 08:00 - 19:00

เบอร์โทรศัพท์

+66618899244

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Iconnect group การตลาดจีน บุกตลาดจีน นำเข้า-ส่งออกผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Iconnect group การตลาดจีน บุกตลาดจีน นำเข้า-ส่งออก:

แชร์