15/08/2026
#โกงกันเป็นปกติธุระ #บัดซบ #ประเทศกูมี
EXCLUSIVE : เปิดข้อมูลลับ “คณะที่ 26” หมัดน็อกฮั้ว สว.
EP 2 : ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว
“เนชั่นทีวี” ได้นำเสนอข้อมูลจากคำบอกเล่าของผู้เกี่ยวข้องในคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ของ กกต. ซึ่งเป็นชุดแรกที่ลงมติส่งศาลทั้งหมด 229 คน ในคดีฮั้ว สว. และเสนอข้อมูลชุดนี้เป็นตอนๆ วันนี้เป็น EP 2 "ใครเป็นใคร ในขบวนการฮั้ว"
บันได 5 ขั้น ปั้น 140 สว.
1. ขั้นวางแผน
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 เมื่อกลุ่มนักการเมืองรุ่นใหม่ของพรรคการเมืองหนึ่ง จับมือกับแกนนำพรรค จัดตั้งขบวนการเพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. ในสังกัด ขบวนการนี้มีการคิดค้นระบบและสูตรคำนวณผลการเลือกอย่างละเอียด บันทึกข้อมูลลงในแฟลชไดรฟ์เพื่อนำไปเปิดหารือและจัดอบรมแบบออฟไลน์ แผนการดังกล่าวถูกนำเข้ารายงานในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค โดยมีการการันตีคะแนนโหวตรอบไขว้ไว้สูงถึง 60 คะแนนสำหรับระดับหัวกะทิ ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายคว้าเก้าอี้ สว. ไว้ที่ 110–120 คน แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาจริงกลับทำยอดได้สูงถึง 130–140 คน
2. ขั้นตระเตรียมการ
อำเภอ ในขั้นการตระเตรียมการ มีการสั่งการให้ สส. และหัวคะแนนในระดับพื้นที่ จัดหาผู้สมัครลงให้ครบทุกอำเภอและทุกกลุ่มอาชีพ โดยวางแผนปิดช่องโหว่ว่า ไม่ว่าจะจับสลากเลือกไขว้ไปเจอกลุ่มใด ก็จะมีคนในเครือข่ายของตนเองรอโหวตให้อย่างแน่นอน
3. ยื่นหมู ถึงได้แมว
ขบวนการนี้ใช้กฎเหล็ก "ยื่นหมู ถึงได้แมว" หากหัวหน้าทีมในพื้นที่ใดสามารถรวบรวมโหวตเตอร์ได้ 15-20 คน เพื่อเข้าสู่การเลือกระดับประเทศ จะได้รับโควตาเป็น “สว. ตัวจริง 1 คน” แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือมาตรการป้องกันการแตกแถว โดยผู้สมัครในเครือข่ายทุกคนถูกบังคับให้เซ็น "ใบลาออกจากตำแหน่ง สว." ไว้ล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ พร้อมแนบสำเนาบัตรประชาชนไว้เป็นหลักประกัน
4. ลงมือปฏิบัติ
ก่อนวันเลือกจริง มีการจัด "ติวเข้ม" และจัดทำ "โพยฮั้ว" อย่างเป็นล่ำเป็นสัน โดยนำผู้สมัครไปเก็บตัวตามโรงแรมและรีสอร์ตในรัศมี 30–100 กิโลเมตรจากเมืองทองธานี เช่นในจังหวัดอยุธยา นครนายก และปทุมธานี ภายในแคมป์เก็บตัวจะมีทีมงาน "ติวเตอร์" ควบคุมใกล้ชิด มีการยึดโทรศัพท์มือถือ และสั่งให้ผู้สมัครใช้ไม้บรรทัดตีตารางคัดลอกหมายเลขผู้สมัครลงใน “สมุดแนะนำตัว (สว.3)” เพื่อให้แม่นยำในการลงคะแนน
5. จบงาน แบ่งเค้ก
หลังประกาศผลและได้จำนวน สว. ตามเป้า ขบวนการได้นัดรวมตัวกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านอนุสาวรีย์ฯ เพื่อรับนโยบายจากบุคคลที่ถูกนิยามว่าเป็น “ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคการเมือง” พร้อมกับการวางตำแหน่งสำคัญในสภาสูง ทั้งประธานวุฒิสภา รองประธาน และประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 21 คณะ
"ใครเป็นใครในขบวนการฮั้ว"
ตัวละคร ระดับแกนนำ ริเริ่ม สั่งการจากการตรวจสอบพบตัวละครสำคัญแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน
"นายใหญ่": รับฟังและอนุมัติแผน กำหนดเงื่อนไขโควตา และจัดสรรตำแหน่ง
"นายรอง" และ "นายน้อย": ดูแลด้านอำนวยการและวางระบบโปรแกรมฮั้ว โดยมี "ลูกนายใหญ่-ลูกบ้านใหญ่" คอยสนับสนุน
"เจ๊ ร.": คุมทีมติวเตอร์และรวบรวมโพย โดยใช้พื้นที่ชั้น 4 ของ "ที่ทำการพรรค" เป็นฐานปฏิบัติการ
"นาง ร. (น.)": ทำหน้าที่กลั่นกรองงาน เป็นหัวจ่ายเงิน และเก็บรวบรวมใบลาออกล่วงหน้า
"นาย ท. - นาย ว. - นาย ศ.": ดีกรีระดับรัฐมนตรีและอดีตรัฐมนตรี รับผิดชอบบัญชีผู้สมัครและโพยในแต่ละภาค ทั้งอีสานเหนือ และภาคใต้ ทั้ง 3 คนดีกรี รมต. อดีต รมต. ปักหลัก 3 โรงแรมรอบกรุงเทพฯ
"ลงทุน 500 ล้านยึดสภาสูง"
สำหรับเม็ดเงินที่ใช้ในปฏิบัติการครั้งนี้ คาดว่าสูงถึง 500 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายเบื้องต้นระดับจังหวัดประมาณจังหวัดละ 1 ล้านบาท ส่วนค่าตอบแทนผู้สมัครหรือโหวตเตอร์จะลดหลั่นกันลงไป คือ ระดับอำเภอ 10,000 – 50,000 บาท, ระดับจังหวัด 50,000 บาท และระดับประเทศพุ่งสูงถึง 200,000 - 500,000 บาทต่อคน โดยมีการจ่ายมัดจำก่อนเดินทางและจ่ายส่วนที่เหลือเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งค่าเดินทางและที่พัก มีผู้รับผิดชอบที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงถึงนักการเมืองคนสำคัญ
"หลักฐาน-พยานแวดล้อมสุดแน่นหนา!"
พยานหลักฐานมัดแน่น-ผิดรัฐธรรมนูญชัดเจน แม้ฝ่ายการเมืองและ สว. ที่ถูกกล่าวหาจะให้การปฏิเสธ แต่ความเห็นจาก "คณะ 26" ระบุว่าพยานหลักฐานมีน้ำหนักน่าเชื่อถือและสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน ทั้งแชตไลน์, พิกัด Google Maps, ข้อมูลการใช้โทรศัพท์ (Cell Site) รวมถึงสถิติการใช้ไฟฟ้าในโรงแรมที่เกิดเหตุ
"ความเห็นคณะ 26"
การกระทำดังกล่าวถูกชี้ชัดว่าเป็นกระบวนการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ได้มาซึ่ง สว. โดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขัดต่อหลักเสรีภาพและความลับในการลงคะแนน ส่งผลให้การเลือก สว. มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามมาตรา 62 แห่ง พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561
#ฮั้วสว #กกต #เลือกสว #สมาชิกวุฒิสภา #เนชั่นออนไลน์