ข่าวสาร เพชรบุรี-ประจวบ

ข่าวสาร เพชรบุรี-ประจวบ เพจข่าว เพชรบุรี-ประจวบ

หัวหินสืบสาน “ส่งเคราะห์ทางทะเล” 3,500 ตุ๊กตาแทนคนในครอบครัว-ลอยเคราะห์ออกทะเล ชาวประมงร่วมพิธีตามความเชื่อโบราณวันที่ 2...
27/09/2026

หัวหินสืบสาน “ส่งเคราะห์ทางทะเล” 3,500 ตุ๊กตาแทนคนในครอบครัว-ลอยเคราะห์ออกทะเล ชาวประมงร่วมพิธีตามความเชื่อโบราณ

วันที่ 26 กันยายน 2569 ที่ศาลเจ้าแม่ทับทิม อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายอานนท์ มากหมู่ ผู้นำกลุ่มชาวประมงเรือเล็กนเรศดำริห์ พร้อมคณะกรรมการฯ จัดงานประเพณี “พิธีส่งเคราะห์ทางทะเล” ประจำปี 2569 เพื่อสืบสานประเพณีและความเชื่อที่ชาวประมงหัวหินถือปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน

ภายในพิธีมีการนิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมถวายจตุปัจจัยไทยทาน และประกอบพิธีประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าร่วมงานและครอบครัว โดยมี นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ เขต 2 นายอำนวย สุดกระแสร์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน–ชะอำ และนางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมฯ ร่วมบริจาคสิ่งของภายในงาน

จากนั้นนายกฤษดา ค้าเจริญ ฝ่ายพราหมณ์ ได้ประกอบพิธีสวด “เทพรู้รักษาสมุทร” ตามแบบประเพณีโบราณ โดยจัดเครื่องเซ่นประกอบพิธี ได้แก่ หัวหมู ไก่ สุรา และผลไม้ ก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของงาน คือการปล่อยเรือส่งเคราะห์ออกสู่ทะเล

สำหรับพิธีในปีนี้ มีการนำรูป “ตุ๊กตา” ซึ่งเป็นตัวแทนของบุคคลภายในครอบครัว รวมประมาณ 3,500 ตัว บรรจุลงในเรือ ก่อนนำไปปล่อยลงสู่ทะเลบริเวณหน้าอ่าวหัวหิน ขณะที่มีการจุดประทัดจำนวนประมาณ 30,000 ดอก สร้างเสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง “3 ลา” ของประชาชนและชาวประมงที่ร่วมพิธีอยู่ริมชายฝั่ง

“พิธีส่งเคราะห์ทางทะเล” ถือเป็นประเพณีความเชื่อเก่าแก่ของชาวหัวหิน โดยมีการสืบทอดมาตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ. 2475 ตามคำบอกเล่าของคนในพื้นที่ ในอดีตเมื่อเข้าสู่ช่วงเดือนสิงหาคม–กันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวประมงออกทะเลและมีคนในชุมชนเจ็บป่วยหรือล้มตายเป็นจำนวนมาก หมอโบราณจึงแนะนำให้ประกอบพิธีส่งเคราะห์ทางทะเล ด้วยการจัดทำรูปปั้นหรือตุ๊กตาเป็นตัวแทนของคนในครอบครัว แล้วนำไปลอยหรือปล่อยลงทะเลบริเวณหน้าอ่าวหัวหิน เพื่อเป็นการส่งเคราะห์ ความทุกข์โศกและสิ่งไม่ดีออกไปจากครอบครัว

ความเชื่อดังกล่าวถูกสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และยังคงมีการจัดพิธีเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน กลายเป็นอีกหนึ่งประเพณีสำคัญที่สะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และความผูกพันระหว่างชุมชนชาวประมงกับท้องทะเลหัวหิน.

#ข่าวสารเพชรบุรีประจวบฯ
#ข่าวสารเพชรบุรีประจวบนิวส์
#หัวหิน #สืบสาน #ส่งเคราะห์ทางทะเล #ประจวบคีรีขันธ์

นายจรูญวิทย์  อายุ 26 ปี ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม ซึ่งทั้งคู่ได้ทะเลาะวิวาทและชกต่อยกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าระงั...
26/09/2026

นายจรูญวิทย์ อายุ 26 ปี ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมืองนครปฐม ซึ่งทั้งคู่ได้ทะเลาะวิวาทและชกต่อยกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเข้าระงับเหตุ อย่างชุลมุนวุ่นวาย
สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายวรวิทย์ฯ ผู้ก่อเหตุ ได้มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันกับ นายจรูญวิทย์ฯ ผู้เป็นพี่ชาย อย่างรุนแรง บริเวณกลางซอยดังกล่าว ต่อมา นายวรวิทย์ฯ ผู้ก่อเหตุ ได้ชักอาวุธปืนที่พกติดตัว ยิงไปบริเวณจุดที่ นายจรูญวิทย์ฯ ผู้เป็นพี่ชาย ยืนอยู่ แต่กระสุนพลาดไปโดนหนุ่มเคราะห์ร้ายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพอดี จนได้รับบาดเจ็บ ภายหลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมตัว คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายได้ในทันที พร้อมด้วยอาวุธปืน ที่ใช้ในการก่อเหตุ ก่อนควบคุมตัว สอบปากคำเพิ่มเติมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

21 พฤศจิกายนนี้ เตรียมตัวมานั่งร็อกริมทะเล กับ 10 ศิลปินร็อก เสียงดนตรีร็อกปะทะเสียงคลื่น จะกลายเป็นความสนุก ท่ามกลางบรร...
25/09/2026

21 พฤศจิกายนนี้ เตรียมตัวมานั่งร็อกริมทะเล กับ 10 ศิลปินร็อก เสียงดนตรีร็อกปะทะเสียงคลื่น จะกลายเป็นความสนุก ท่ามกลางบรรยากาศที่สบายที่สุด ที่ทุกคนต้องมา!!

Chang Music Connection Presents Rock Wave 2026
เทศกาลดนตรีร็อกริมทะเลที่สบายที่สุด

จำหน่ายบัตรวันที่ 3 - 5 ตุลาคม 2569
บัตร Early Bird ราคา 1,800 บาท (จากปกติ 2,200 บาท)

กดบัตรที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ www.allticket.com และแอปพลิเคชั่น Ticketier หรือ www.ticketier.com

BANK PREETI / FREEHAND / JOEY PHUWASIT / LOMOSONIC /
PALMY / POTATO / SWEET MULLET / TAITOSMITH / THREE MAN DOWN

21 พฤศจิกายน 2569
TRIPLE TREE BEACH RESORT
ชะอำ เพชรบุรี
.........................


#เทศกาลดนตรีร็อกริมทะเลที่สบายที่สุด



ิมเต็มคำว่าเพื่อน

เปิดม่าน “มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” ชวนสัมผัส 5 อัตลักษณ์ เชื่อมวิถีวัฒนธรรม 4 จังหวัด สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวสร้าง...
25/09/2026

เปิดม่าน “มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” ชวนสัมผัส 5 อัตลักษณ์ เชื่อมวิถีวัฒนธรรม 4 จังหวัด สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวสร้างสรรค์

สมุทรสงคราม เปิดฉาก “มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” งานท่องเที่ยวที่นำเสนอความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ 5 กลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ผ่านเรื่องราว วิถีชีวิต อาหาร การแต่งกาย ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมเชื่อมโยงอัตลักษณ์ของ 4 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ สู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25–29 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน–จัน อำเภอเมืองสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมี นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานในพิธีเปิด ขณะที่ นางสาวปิ่มรัก หลักทอง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

มหกรรมครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้โครงการมหกรรมท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี ชาติพันธุ์กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 โดยนำทุนทางวัฒนธรรมมาเป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยว ถ่ายทอดเสน่ห์ของ 5 กลุ่มชาติพันธุ์ ได้แก่ ไทยพื้นถิ่น ไทยรามัญ ไทยจีน ไทยกะเหรี่ยง และไทยทรงดำ ซึ่งล้วนมีรากทางวัฒนธรรมและเรื่องราวที่น่าสนใจในพื้นที่ “เพชรสมุทรคีรี”

ตลอด 5 วัน 5 คืน นักท่องเที่ยวจะได้ชมกิจกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งการแสดงทางวัฒนธรรม นิทรรศการวิถีชีวิต การประกวดวาดภาพ การประกวดนางงามชาติพันธุ์ การเดินแบบชุดชาติพันธุ์ รวมถึงการออกร้านจากผู้ประกอบการและชุมชนทั้ง 4 จังหวัด พร้อมชมการแสดงจากศิลปินที่มีชื่อเสียงในแต่ละค่ำคืน

นอกจากกิจกรรมภายในพื้นที่จัดงานแล้ว วันที่ 26–27 กันยายน 2569 ยังมีกิจกรรมพานักท่องเที่ยวออกไปสัมผัสวิถีชุมชนชาติพันธุ์ในพื้นที่จริงของจังหวัดสมุทรสงคราม 3 แห่ง ได้แก่ วิถีไทยมอญ (รามัญ) ณ วัดศรัทธาธรรม ตำบลบางจะเกร็ง, วิถีไทยจีน ณ โรงเจเง็กเซ็งซำเป้าเก็งเต๊ง (โรงเจซำเป้าอัมพวา) ตำบลอัมพวา และวิถีไทยทรงดำ ณ วัดธรรมาวุธาราม (วัดใหม่บางปืน) ตำบลนางตะเคียน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้เรื่องราว ผู้คน และวิถีชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด

นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของพื้นที่เพชรสมุทรคีรีสะท้อนผ่านอาหาร เครื่องแต่งกาย ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นเรื่องราวและประสบการณ์การท่องเที่ยว เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน

“มหกรรมชาติพันธุ์เพชรสมุทรคีรี” จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นำเสนอมิติใหม่ของการท่องเที่ยว โดยไม่ได้มุ่งเพียงการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ชุมชนได้นำเสนออัตลักษณ์และภูมิปัญญาของตนเอง สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงผู้คนกับวัฒนธรรม และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้เกิดคุณค่าทางเศรษฐกิจอย่างสร้างสรรค์

ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถร่วมสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมของ “เพชรสมุทรคีรี” ได้ระหว่างวันที่ 25–29 กันยายน 2569 เวลา 16.00–22.00 น. ณ อนุสรณ์สถานแฝดสยามอิน–จัน จังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ผ่านเรื่องราวของ 5 กลุ่มชาติพันธุ์ที่หลอมรวมเป็นเสน่ห์แห่งการท่องเที่ยวของ 4 จังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2

เจ้าของอาคารบุกรุกหาดไม่ยินยอมให้เทศบาลหัวหินเข้ารื้อถอน อ้างอยู่มานานไม่มีที่ทำกินใหม่ และเรื่องยังอยู่ในชั้นศาลเมื่อวั...
25/09/2026

เจ้าของอาคารบุกรุกหาดไม่ยินยอมให้เทศบาลหัวหินเข้ารื้อถอน อ้างอยู่มานานไม่มีที่ทำกินใหม่ และเรื่องยังอยู่ในชั้นศาล

เมื่อวันที่ 25 ก.ย.69 นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน จ.ประจวบฯ พร้อมด้วย กลุ่มงานนิติการ งานรักษาความสงบ (เทศกิจ) กอ.รมน.จังหวัดประจวบฯ อำเภอหัวหิน สภ.หัวหิน ที่ดินจังหวัดประจวบฯ สำนักงานเจ้าท่าสาขาประจวบฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาหัวหิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เกือบ 100 นาย ลงพื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือสะพานปลาหัวหิน เพื่อเตรียมเข้าดำเนินการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกชายหาดหัวหิน ตั้งแต่สะพานปลาหัวหิน ถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่มีทั้งบ้านเรือน เกสท์เฮาส์ ร้านค้า และร้านอาหารริมทะเล บนแนวถนนนเรศดำริห์ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามคำสั่งศาลฎีกามีคำพิพากษาคดีถึงที่สุดตั้งแต่ปี 2557 ให้รื้อถอนอาคารทั้งหมด 40 รายที่บุกรุกที่สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนเพียง 14 ราย ที่ยอมรื้อถอนอาคารไปแล้ว ส่วนที่เหลืออีก 26 ราย ได้ร้องศาลปกครองขอให้เพิกถอนคำสั่งของเทศบาล กรณีการห้ามใช้อาคารที่บุกรุกและศาลปกครองสูงสุดพิพากษายกฟ้อง เทศบาลนครหัวหินจึงแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบล่วงหน้าเป็นเวลา 7 วันก่อนเข้ารื้อถอน ในวันนี้

ปรากฏว่า เจ้าของอาคารที่ปรากฏชื่อบุกรุกพื้นที่สาธารณะ ไม่ยินยอมให้เข้ารื้อถอน โดยอ้างว่าอยู่อาศัยมานานหลายสิบปียังไม่มีที่ทำกินใหม่และเรื่องยังอยู่ชั้นอุทธรณ์ในศาลจังหวัดหัวหิน กรณี เจ้าของอาคาร ร้องขอพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินทำกินดังกล่าว

ด้านนายนพพร วุฒิกุล กล่าวว่า ในวันนี้ได้นำเจ้าหน้าที่เพื่อเตรียมเข้าทำการรื้อถอนอาคารที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะ จำนวน 15 หลัง ซึ่งจะใช้งบประมาณดำเนินการรื้อถอนของเทศบาลนครหัวหิน ส่วนอีก 11 หลัง จะใช้งบปะมาณของกรมเจ้าท่า หลังจากที่ทางเทศบาลนครหัวหินได้ออกคำสั่งห้ามใช้อาคารและให้รื้อถอนอาคารตาม ค.4 และ ค.25 และทางเจ้าของอาคารได้ใช้สิทธิ์ยื่นต่อศาลปกครองเพชรบุรี ซึ่งศาลปกครองเพชรบุรีเห็นว่าคำสั่งเทศบาลนครหัวหินชอบด้วยกฎหมายแล้ว และท้ายที่สุดศาลปกครองสูงสุดก็ยืนตามศาลปกครองเพชรบุรีทำให้คำสั่งทางปกครองที่เทศบาลออกไปได้ข้อสรุปเป็นที่ยุติแล้ว

ทางเทศบาลจึงดำเนินการต่อโดยการประกาศหาผู้รับจ้างเข้ามาดำเนินการรื้อถอน และได้เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา วันนี้จึงเป็นการลงพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูล วางแผนทำงานร่วมกันระหว่างผู้รับจ้าง หน่วยงานภาครัฐ และเทศบาล พร้อมทั้งพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว

สำหรับการดำเนินการในวันนี้ สรุปผล 15 หลัง มีทั้งส่วนที่ยินยอมและส่วนที่ไม่ยินยอม โดยให้เหตุผลว่าขอพิสูจน์สิทธิ์และขอตั้งโต๊ะพูดคุยก่อน ผมก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์และเคยมีผู้ถูกตัดสินไปแล้วว่าให้รื้อถอน ให้เสียค่าปรับ และบางรายติดคุกไปในพื้นที่บริเวณเดียวกัน เราจำเป็นต้องดำเนินการตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้ หากไม่ดำเนินการเจ้าหน้าที่จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 157 จึงเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ เว้นแต่ตอนนี้ทราบว่าทางชาวบ้านได้ไปยื่นขอคุ้มครองชั่วคราวจากศาลจังหวัดหัวหิน ซึ่งเทศบาลกำลังรอฟังคำสั่งจากศาล แต่หากไม่มีคำสั่งใดมาหยุดยั้งคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ทางหน่วยงานราชการและเทศบาลนครหัวหิน จะต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้ารับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประจำปี...
24/09/2026

เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้ารับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ประจำปี พ.ศ. 2569

วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2569 นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมพิธีรับรางวัลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น ระดับภาค อันดับ 1 ภาคตะวันตก จากผลงาน “วิถีเมืองสามอ่าวและกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์” ในพิธีมอบรางวัลท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง ประจำปี 2569 (Local Award 2026) ณ ห้องวายุภักษ์ 3–4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้อำนวยการกองท่องเที่ยวและกีฬา หัวหน้าฝ่ายการท่องเที่ยว และพนักงานเทศบาล

นอกจากนี้ เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ยังได้รับการคัดเลือกให้นำผลงานดังกล่าวร่วมจัดแสดงนิทรรศการในงาน Local Award 2026 ภายใต้แนวทางการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วน ACTION 5 Plus ด้านลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ โดยนำเสนอแนวคิดการต่อยอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อยกระดับการให้บริการประชาชนและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งแนวทางการจัดนิทรรศการของงานกำหนดให้เน้นผลงานนวัตกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่สามารถเป็นต้นแบบได้
สำหรับผลงานของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ได้นำแนวคิด “เปลี่ยนนักท่องเที่ยวจากผู้ชม เป็นผู้เล่น” มาใช้ผ่านกิจกรรม PRACHUAP CHALLENGE : 6 Missions เพื่อเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยว อาหาร ศิลปวัฒนธรรม สินค้า บริการ และชุมชนของเมืองเข้าด้วยกัน โดยมุ่งให้นักท่องเที่ยวได้ออกเดินทาง ลงมือทำกิจกรรม และมีส่วนร่วมกับพื้นที่จริง อันเป็นการต่อยอดอัตลักษณ์ “วิถีเมืองสามอ่าว” ให้สามารถสร้างคุณค่าและประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง

การได้รับรางวัลในครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ และเป็นผลจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชน

“GULF-AIS” ยกระดับวงการลูกหนังไทย มอบทุนแข้งเยาวชนไทยลีก 3 ทุกทีมทั่วประเทศปูรากฐานฟุตบอลท้องถิ่น ผลักดันสู่มืออาชีพควบค...
24/09/2026

“GULF-AIS” ยกระดับวงการลูกหนังไทย มอบทุนแข้งเยาวชนไทยลีก 3 ทุกทีมทั่วประเทศปูรากฐานฟุตบอลท้องถิ่น ผลักดันสู่มืออาชีพควบคู่การศึกษา

“GULF-AIS บอลไทยเพื่อคนไทย” เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ ประกาศยกระดับการพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยอย่างยั่งยืน ชูแนวคิด “เส้นทางอาชีพคู่ขนาน” ด้วยการมอบทุนการศึกษาแก่นักฟุตบอลเยาวชนในศึกฟุตบอลไทยลีก 3 จำนวน 69 ทุน จาก 69 สโมสรทั่วประเทศ มุ่งสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งทั้งทักษะฟุตบอลและวิชาความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสู่อนาคตนักกีฬาอาชีพและสร้างทักษะชีวิตเพื่อความมั่นคงในระยะยาว

นายธนญ ตันติสุนทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านองค์กรสัมพันธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “GULF เชื่อมั่นว่าพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือพลังของคนในพื้นที่ สโมสรในไทยลีก 3 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ทีมฟุตบอล แต่คือศูนย์รวมความภาคภูมิใจของคนในจังหวัด การที่เราเข้ามาสนับสนุนทุนการศึกษาครอบคลุมทั้ง 69 ทีมในระดับรากหญ้า จึงเปรียบเสมือนการเติมพลังให้กับระบบนิเวศกีฬาท้องถิ่นโดยตรง เราหวังว่าน้อง ๆ ที่ได้รับโอกาส จะเติบโตเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยสร้างความคึกคักและเป็นแรงบันดาลใจให้กับชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืน”

นายสิตมน รัตนาวะดี ผู้อำนวยการด้านการบริหารฝ่ายกิจกรรมองค์กรเพื่อสังคม บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สำหรับ GULF เราเชื่อมั่นเสมอว่าการพัฒนาเยาวชนคือการลงทุนที่ยั่งยืนที่สุดเพื่ออนาคตของสังคมไทย โครงการนี้เราไม่ได้มุ่งเน้นแค่ทักษะในสนามแต่ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือหล่อหลอมวินัย
เมื่อนำมาผสานกับการสนับสนุนด้านการศึกษาและการปูพื้นฐานทางการเงิน เราจึงมั่นใจว่านี่จะเป็นการติดอาวุธทางปัญญาและสร้างภูมิคุ้มกันในชีวิต เพื่อให้เยาวชนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป”

นางสายชล ทรัพย์มากอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านสื่อสารองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “AIS เชื่อว่าการพัฒนาฟุตบอลไทยให้แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของมนุษย์ โดยเฉพาะนักเตะรุ่นใหม่ในไทยลีก 3 ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบฟุตบอลไทย การมอบทุนครั้งนี้เรามองข้ามไปไกลกว่าการแบ่งเบาภาระด้านการศึกษา แต่คือการสร้างหลักประกันชีวิตให้พวกเขาเดินหน้าตามเป้าหมายในเส้นทางกีฬาได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น เราต้องการให้เยาวชนเติบโตเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพ พร้อมมีความรู้และทักษะที่สามารถต่อยอดเส้นทางชีวิตได้ในระยะยาว แม้ในวันที่ต้องแขวนสตั๊ดไปแล้วก็ตาม”

“เราตั้งใจให้ GULF-AIS บอลไทยเพื่อคนไทย เป็นส่วนหนึ่งในการกระจายโอกาสไปสู่สโมสรและนักเตะในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพราะเราเชื่อว่าศักยภาพสามารถเกิดขึ้นได้จากทุกพื้นที่ และนักเตะที่ได้รับทุนเหล่านี้จะกลายเป็นต้นแบบให้กับชุมชน ในการพิสูจน์ว่าเยาวชนสามารถทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมควบคู่ไปกับการเรียน จนประสบความสำเร็จไปพร้อมกันได้”

ความพิเศษของโครงการนี้ ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการสนับสนุนนักฟุตบอลเยาวชนอายุ 15-22 ปี ในด้านวิชาการ แต่ยังสอดแทรกการปูพื้นฐานความรู้ทางการเงินในยุคดิจิทัล โดยได้ส่งมอบทุนผ่าน CLICX Bank ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับทุนแก่นักเตะทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกในการส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่คุ้นเคยกับการบริหารจัดการเงินผ่านระบบดิจิทัลที่เป็นทักษะชีวิตสำคัญควบคู่ไปกับความมุ่งมั่นและวินัยในการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน การสนับสนุนครั้งนี้ยังช่วยลดข้อจำกัดของเยาวชนที่ต้องฝึกซ้อมควบคู่ไปกับการเรียน โดยเฉพาะนักเตะจาก 69 สโมสรทั่วประเทศ สิ่งนี้สะท้อนแนวคิดของ “GULF-AIS บอลไทยเพื่อคนไทย” ที่มุ่งกระจายโอกาสสู่ภูมิภาคและให้ความสำคัญกับการพัฒนาฟุตบอลรากหญ้า เพราะนักเตะท้องถิ่นคือตัวเชื่อมสำคัญที่ผสานสโมสรกับคนในพื้นที่ให้แน่นแฟ้น เกิดเป็นระบบนิเวศกีฬาที่ชุมชนมีส่วนร่วมและเติบโตไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ GULF และ AIS เชื่อว่าการพัฒนาฟุตบอลไทยให้เติบโตอย่างแข็งแรง ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันในสนาม แต่ต้องสร้างโอกาสรอบด้าน ทั้งกีฬา การศึกษา ทักษะชีวิต และการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต เพื่อสร้างความพร้อมให้เยาวชนสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน

โครงการมอบทุนการศึกษาครั้งนี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของ “GULF-AIS บอลไทยเพื่อคนไทย” ในการเชื่อมโยงสโมสร เยาวชน และชุมชนเข้าด้วยกัน พร้อมร่วมวางรากฐานระบบฟุตบอลไทยจากระดับภูมิภาค ส่งต่อโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้เดินหน้าตามความฝัน โดยมีทั้งกีฬาและการศึกษาเป็นพลังสำคัญในการเติบโตสู่อนาคต

ื่อคนไทย

 #เทศบาลตำบลท่ายางรับรางวัลท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง.นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง รับโล่รางวัลท้องถิ่นที่ม...
24/09/2026

#เทศบาลตำบลท่ายางรับรางวัลท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง.นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง รับโล่รางวัลท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง ประจำปี2569 (Local Award 2026) ด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลงานโดดเด่น ต้นแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น
โดยมีนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานมอบ ณ ห้องวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซนเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม เมื่อช่วงเช้าวันที่24กันยายน 2569

ชาวสวนมะพร้าวประจวบฯ เดือด! จี้รัฐหยุดนำเข้า–ดันราคาขึ้น เผาหุ่น “ตัวเงินตัวทอง” ประท้วงแก้ปัญหาราคาตกต่ำวันที่ 23 กันยา...
23/09/2026

ชาวสวนมะพร้าวประจวบฯ เดือด! จี้รัฐหยุดนำเข้า–ดันราคาขึ้น เผาหุ่น “ตัวเงินตัวทอง” ประท้วงแก้ปัญหาราคาตกต่ำ

วันที่ 23 กันยายน 2569 นายพงษ์ศักดิ์ บุตรรักษ์ แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ล่าสุดชาวสวนมะพร้าวได้นัดรวมตัวกันบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน เพื่อแสดงพลังและทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ กรณีได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาราคามะพร้าวตกต่ำต่อเนื่อง โดยมีการเผาหุ่น “ตัวเงินตัวทอง” ขนาดใหญ่ เพื่อสะท้อนความไม่พอใจต่อการแก้ไขปัญหาของจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันราคามะพร้าวยังไม่สอดคล้องกับต้นทุนและสถานการณ์ผลผลิต โดยเฉพาะราคากลางมะพร้าวผลใหญ่ที่เห็นว่าไม่สะท้อนราคาซื้อขายจริง และเป็นการกดราคาเกษตรกร ขณะที่มะพร้าวขาวสามารถขายได้เพียงประมาณ 14 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนมะพร้าวลูกเล็กมีราคาลดลง ทั้งที่เข้าสู่ช่วงที่ผลผลิตมีปริมาณน้อย โดยยังเหลือช่วงเดือนตุลาคมอีกไม่น้อยกว่า 1 เดือนที่เกษตรกรต้องเผชิญกับภาวะราคาตกต่ำ

“ราคากลางมะพร้าวผลใหญ่ในปัจจุบันไม่ตรงความจริง กดราคาเกินไป มะพร้าวขาวก็ขายได้ถูก มะพร้าวลูกเล็กราคาก็ลดลง ทั้งที่ผลผลิตน้อย เกษตรกรยังต้องทนกับราคาตกต่ำอีก” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

สำหรับข้อเรียกร้องสำคัญ เครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังคงคัดค้านการนำเข้ามะพร้าว รวมถึงน้ำกะทิแช่แข็ง กะทิสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมะพร้าว โดยเห็นว่าการนำเข้าสินค้าดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อกลไกราคามะพร้าวในประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ภาครัฐควบคุมการนำเข้าในช่วงที่เกษตรกรกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เคยรวมตัวประมาณ 300 คนที่หน้าที่ว่าการอำเภอบางสะพาน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคามะพร้าว โดยขณะนั้นมีการเสนอให้ควบคุมการนำเข้ามะพร้าวผล มะพร้าวฝอย รวมถึงผลิตภัณฑ์กะทิสำเร็จรูปและกะทิแช่แข็ง จนกว่าราคามะพร้าวในประเทศจะปรับตัวดีขึ้น

ขณะที่มาตรการภาครัฐในปี 2569 มี “โครงการดูดซับมะพร้าวผลแก่” โดยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ประชุมพิจารณาราคากลางซื้อขายมะพร้าวผลแก่และเนื้อ
มะพร้าวแห้ง ประจำสัปดาห์ที่ 4/2569 ระหว่างวันที่ 21 - 27 กันยายน 2569 ตามโครงการดูดชับมะพร้าวผลแก่ ปี 2569 จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยที่ประชุมมีมติกำหนดราคากลาง มะพร้าวผลแก่ ราคา 6 บาท/ ผล , เนื้อมะพร้าวแห้ง ความชื้น 6 % , ผู้รวบรวมล้ง (รายใหญ่) 18 บาท/กก. และผู้รวบรวมล้ง (รายเล็ก) 15 บาท/กก.

อย่างไรก็ตาม เครือข่ายเกษตรกรมองว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่สามารถแก้ปัญหาราคาที่เกษตรกรได้รับในภาพรวมได้อย่างเพียงพอ

ด้านสถานการณ์ระดับประเทศ มีรายงานว่าภาครัฐได้อนุมัติงบประมาณ 46.6 ล้านบาท สำหรับโครงการดูดซับผลผลิตมะพร้าวส่วนเกิน เพื่อช่วยพยุงราคาที่ตกต่ำ โดยกำหนดรับซื้อถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ขณะที่ภาคเกษตรกรยังเรียกร้องให้ทบทวนเพดานราคาช่วยเหลือ เนื่องจากราคาตลาดบางช่วงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

นายพงษ์ศักดิ์ ยังเรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้าง “คณะกรรมการมะพร้าวประจำจังหวัด” โดยต้องเพิ่มสัดส่วนตัวแทนชาวสวนมะพร้าวและผู้มีความรู้ด้านมะพร้าวเข้ามามีส่วนร่วม พร้อมระบุว่า คณะกรรมการควรมีบทบาทในการกำหนดแนวทางส่งเสริม พัฒนา และแก้ไขปัญหามะพร้าวอย่างเป็นระบบ รวมถึงวางแนวทางให้มะพร้าวไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ ยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของจังหวัดว่า เกษตรกรยังมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาน้อย และเห็นว่าคณะกรรมการควรประกอบด้วยผู้แทนจากภาคเกษตรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่มะพร้าวโดยตรงมากขึ้น

แกนนำเครือข่ายชาวสวนมะพร้าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังได้เรียกร้องไปยังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้พิจารณาการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างใกล้ชิด พร้อมเสนอแนวคิดให้มีผู้บริหารจังหวัดที่เปิดรับฟังปัญหาและเร่งแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชน

ทั้งนี้เครือข่ายชาวสวนมะพร้าว ยืนยันว่าจะติดตามมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และเตรียมยกระดับการเคลื่อนไหว หากยังไม่มีแนวทางที่สามารถทำให้ราคามะพร้าวสะท้อนต้นทุนและสถานการณ์ผลผลิตของเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม.
#จังหวัดประจวบฯ
#ข่าวสารเพชรบุรีประจวบฯ
#ข่าวสารเพชรบุรีประจวบนิวส์

ที่อยู่

1079/14 ถ. พุหวาย
Cha-Am
76120

เบอร์โทรศัพท์

+66983936548

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ข่าวสาร เพชรบุรี-ประจวบผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ข่าวสาร เพชรบุรี-ประจวบ:

ทางลัด

แชร์