เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

  • Home
  • เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

เชียงใหม่เมืองปราบเซียน Insight ธุรกิจเมืองเหนือ x งานวิจัย x เทคโนโลยี 💡
เพจของคนทำธุรกิจในเชียงใหม่และเมืองเหนือ ที่ตั้งใจทำการบ้าน We dream of creating positive change for society.

ดาต้า เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า...
เฉพาะเมื่อมันอยู่ในมือของคนที่เห็นคุณค่าของมัน

เราฝันที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคม เราค้นคว้าและวิเคราะห์งานวิจัยทางธุรกิจจาก Management Innovation Center, Chiang Mai University Business School ค้นหาแง่มุมธุรกิจในเชียงใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งโอกาสและความท้าทาย

ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นสู่สาธารณะ ให้ทุกคนเข้าถึงและเข้าใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบการและนักลงทุน ได้มองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเชียงใหม่ได้ชัดเจนขึ้น

ด้วยพลังของของดาต้า เชียงใหม่เมืองปราบเซียน...อยากชวนทุกคนที่มีฝันมาร่วมกันสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลง เปิดมุมมองใหม่จากงานวิจัย สร้างพลังใหม่ให้คนทำธุรกิจในเมืองเชียงใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของชุมชนเชียงใหม่ให้เติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

Data is a valuable tool...only when it is in the hands of those who see its value. We research and analyze business studies from the Management Innovation Center, Chiang Mai University Business School, and explore exciting business perspectives in Chiang Mai, both opportunities and challenges. Convey those stories to the public, making them accessible and understandable, to inspire entrepreneurs and investors to see Chiang Mai’s economic and social potential. Empowered by the insights from our research, Chiang Mai Challenger beckons all dreamers to unite to catalyze change. Our findings will open new vistas, infuse fresh vigor into Chiang Mai's businesses, and propel the local economy and quality of life in Chiang Mai communities towards sustainable growth.

#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

SILICON OF RESILIENCEนักประมวลผลข้อมูลผู้เปลี่ยนคำสบประมาทให้เป็นแรงผลักดันในชีวิต ในสมรภูมิที่ชื่อว่าเชียงใหม่ หรือที่ใ...
26/06/2026

SILICON OF RESILIENCE
นักประมวลผลข้อมูลผู้เปลี่ยนคำสบประมาทให้เป็นแรงผลักดันในชีวิต

ในสมรภูมิที่ชื่อว่าเชียงใหม่ หรือที่ใครๆ ต่างขนานนามว่า "เมืองปราบเซียน" พื้นที่แห่งนี้ไม่ได้เปิดรับทุกคนที่พกแค่แพสชันมาทำธุรกิจ เมืองนี้มีฤดูกาลที่ผันผวน มีหมอกควันที่กดทับศักยภาพของเมือง และมีโครงสร้างทางวัฒนธรรมความอนุรักษนิยมซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเป็นสากล

แต่สำหรับ อาจารย์ปอ - ภากร กัทชลี หรือที่หลายคนรู้จักในนามผู้ก่อตั้งเพจ “อ้ายจง” ชายหนุ่มผู้นิยามตนเองว่าเป็น "คนพลัดถิ่น" ที่เลือกฝังรากกลายเป็น "เขยเชียงใหม่" อย่างเต็มตัว เขามองเห็นว่าภายใต้ความย้อนแย้งที่ชวนให้รู้สึก "อีหยังวะ" ของเมืองนี้ กลับเป็นสมรภูมิที่เต็มไปด้วย Data และโอกาสที่รออยู่ข้างหน้า

เขาคือชายผู้หลงใหลในศาสตร์ของวิทยาการคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ปริญญาตรี โท จนถึงเอก แต่ทุกวันนี้เขากลับยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในฐานะอาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทว่าความย้อนแย้งที่น่าสนใจที่สุด คือการที่คนซึ่งมีคลังข้อมูลในสมองมากมายมหาศาล กลับมีปัญหาทางร่างกายที่ขัดขวางการสื่อสารมาตั้งแต่เด็ก

หากจะเปรียบอาจารย์ปอเป็นดั่งธาตุในตารางธาตุแห่งชีวิต เขาคือ Silicon (Si - ซิลิคอน) หัวใจสำคัญแห่งโลกเทคโนโลยีที่เป็นทั้งสารกึ่งตัวนำ (Semiconductor) คอยเชื่อมต่อกระแสไฟฟ้า และเป็นหน่วยประมวลผล (Processor) ที่ทนทานต่อความร้อนและแรงกดดันมหาศาล
------------------------------

เปลี่ยนคำสบประมาท เป็นจังหวะชีวิต

"ผมมีปัญหาการพูดติดอ่างมาตั้งแต่เด็ก... วันที่ไปสมัครงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พอสัมภาษณ์เสร็จ ได้รับคำคอมเมนต์ว่า คุณติดอ่าง คุณไม่เหมาะเป็นอาจารย์ได้หรอก คุณลองมองหาอาชีพอื่นนะ'"

อาจารย์ปอเติบโตมาพร้อมกับภาวะ ‘“พูดติดอ่าง” ขั้นรุนแรง อาการนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของอวัยวะอย่างลิ้นไก่สั้น แต่เป็นความไม่สอดคล้องกันระหว่างระบบสั่งการของสมองและกล้ามเนื้อปาก เขาเคยเปรียบเปรยตัวเองอย่างเห็นภาพว่า "เราเหมือนรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สมรรถนะเต็มที่ ข้อมูลในหัวเราวิ่งเร็วมาก แต่ระบบการไหลเวียนของลม (Airflow) หรือท่อไอเสียเรามันพัง ทำให้สิ่งที่อยากพูดมันจุกอยู่ที่คอ"

ในวัยเด็ก ความแตกต่างนี้ทำให้เขาตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งและล้อเลียนจนถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือกัน แต่บาดแผลที่ฝังลึกที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศจีน

การต้องสื่อสารในภาษาที่สามภายใต้สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ทำให้อาการพูดติดอ่างของเขากลับมาทวีความรุนแรงขึ้น วันแรกที่เขาเหยียบแผ่นดินจีน ขณะยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ในมินิมาร์ทใต้หอพักเพื่อพยายามจะสื่อสาร เขาถูกคุณลุงเจ้าของร้านขากถุยน้ำลายใส่รองเท้าซึ่งอาจเป็นเรื่องปกติที่เราพบเห็นในทั่วไปของสังคมจีน เหตุการณ์นั้นอาจทำให้หลายคนถอดใจเก็บกระเป๋ากลับบ้าน แต่เขาเลือกที่จะเผชิญหน้าและปล่อยวางเพื่อเดินหน้าต่อ

ทว่า บททดสอบที่หนักหน่วงที่สุดรอเขาอยู่ในวันที่เรียนจบปริญญาเอก อาจารย์ปอผ่านการสัมภาษณ์และกำลังจะได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังของจีน ทุกอย่างดูเหมือนจะจบลงอย่างสวยงาม จนกระทั่งหัวหน้าภาควิชาโทรศัพท์มายกเลิกงานกลางอากาศ เหตุผลไม่ใช่เพราะเขาไม่เก่ง แต่เพราะพวกเขากังวลว่าภายใต้ความกดดันของชั้นเรียน อาจารย์ปอจะไม่สามารถควบคุมอาการติดอ่างได้

แทนที่จะจมอยู่กับความรู้สึกพ่ายแพ้ อาจารย์ปอเลือกที่จะใช้คำปฏิเสธเป็นแรงผลักดัน เขาเริ่มค้นหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตนเอง จนพบเทคนิคการฝึกพูดจากวิดีโอของงาน TEDx ที่พูดถึงพระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งสหราชอาณาจักร (จากภาพยนตร์ The King's Speech) เขาค้นพบว่ากุญแจสำคัญคือ "จังหวะ"

หากเปรียบซิลิคอน (Silicon) คือธาตุที่ต้องถูกหลอมด้วยความร้อนสูงเพื่อดึงความบริสุทธิ์ออกมา อาจารย์ปอได้เปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็น "แรงผลักดัน" เขาเริ่มฝึกฝนการพูดให้เหมือนการร้องเพลง มีการเว้นจังหวะ หายใจ และควบคุมโทนเสียง และคิดค้นเทคนิคการพูดวนไปวนมาเพื่อซื้อเวลาให้สมองและกล้ามเนื้อปากกลับมาทำงานสัมพันธ์กันในจังหวะที่เกิดความตื่นเต้นจนสามารถเอาชนะข้อจำกัดทางร่างกาย ก้าวขึ้นมาเป็นอาจารย์พิเศษ วิทยากร และนักจัดรายการวิเคราะห์เศรษฐกิจทาง YouTube ได้สำเร็จ

ความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของเขาจึงไม่ใช่แค่เรื่อง China Digital Marketing หรือการเป็นนักวิเคราะห์ห่วงโซ่อุปทานการเกษตรส่งออกจีน แต่คือ Resilience (ความอดทนและการยืนหยัด) ที่เปลี่ยนบทเรียนจากการล้มลุกคลุกคลาน มาเป็นรากฐานในการเอาชีวิตรอด
------------------------------

Data is Everything และ ไอเดียไม่มีค่าถ้าไม่ลงมือทำ

"ไอเดียไม่มีค่าอะไรเลยถ้าไม่ implement และทุกครั้งเวลาเจออะไร ผมจะไม่หนี ต่อให้เราอาจจะถอยมาก่อน แต่เราจะสู้จนถึงที่สุด"

สูตรลับการทำธุรกิจของอาจารย์ปอ ถูกหล่อหลอมมาจากบทเรียนราคาแพงที่สุดในชีวิตสมัยเป็นนักศึกษาปี 4 ตอนนั้นเขาคือหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ notebookspec.com แต่เมื่อถึงปี 4 เมื่อต้องเจอความกดดันจากการทำโปรเจกต์จบ จึงตัดสินใจทิ้งงานและลาออกจากการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมากลางคัน

เมื่อเวลาผ่านไป เว็บไซต์นั้นเติบโตกลายเป็นแพลตฟอร์มระดับประเทศ ความรู้สึกเสียดายในวันนั้นตกตะกอนกลายเป็นปรัชญาการทำงานที่เขาใช้มาจนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ "ไอเดียไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเราไม่ลงมือทำ" ในยุคนี้ที่ไอเดียเป็นของหาง่าย เขาเชื่อว่าสิ่งที่ทำให้ผู้ประกอบการรอดคือ "ความเร็วในการลงมือทำจริงๆ"
------------------------------

สยบข่าวปลอมช่วงโควิด-19 เป็นคอนเทนต์ที่ถูกต้องและทุกคนสามารถเข้าถึงได้

ความภูมิใจสูงสุดของซิลิคอนเม็ดนี้ ไม่ใช่ตัวเลขมาร์จิ้นหรือผลกำไรจากการส่งออก แต่คือการใช้ศักยภาพของตัวเองเพื่อสังคมในยามวิกฤต

เมื่อเขาเรียนรู้ที่จะควบคุมจังหวะชีวิตได้ อาจารย์ปอจึงนำทักษะด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้กับการตลาด เขาเชื่อในการใช้ Data และ AI เป็นเข็มทิศนำทาง แทนการคาดเดาด้วยสัญชาตญาณ

เขาผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูลและที่ปรึกษาด้าน Supply Chain สินค้าเกษตร โดยเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ใช้ความเข้าใจในตลาดจีน (China Digital Marketing) ผลักดันสินค้าเกษตรของไทย เช่น ลำไยอบแห้งและทุเรียน ให้เจาะตลาดพญามังกรได้อย่างแม่นยำ เขามองทะลุถึงแพทเทิร์นการบริโภค ซึ่งในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หลายธุรกิจต้องปิดตัว เขากลับสามารถขยายธุรกิจของตนเองให้เติบโตได้ถึง 2 เท่า

แต่ผลงานที่สร้างแรงกระเพื่อมต่อสังคมมากที่สุด กลับเป็นงานที่เขาไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว

ในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก เกิดวิกฤต Fake News เกี่ยวกับประเทศจีน อาจารย์ปอใช้เพจ “อ้ายจง” ของเขาเป็นกระบอกเสียงในการแปลและวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้องจากจีนเพื่อสื่อสารให้คนไทยเข้าใจ เขาทำงานอย่างหนักโดยมีคำถามเดียวในหัวคือ "คนอ่านจะได้อะไร?" ความทุ่มเทนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเป็น 1 ใน 5 แคนดิเดตสุดยอดครีเอเตอร์สายเล่าเรื่องโควิดจาก Rainmaker

นอกจากนี้ นิสัยตรงไปตรงมาของเขายังนำไปสู่มิตรภาพที่คาดไม่ถึง เมื่อเขาพบว่าทีมงานของคุณสุทธิชัย หยุ่น นำข้อมูลจากเพจอ้ายจงไปใช้โดยไม่ได้ให้เครดิต เขาเลือกที่จะโพสต์ทวงถามอย่างตรงไปตรงมา แต่แทนที่จะเกิดดราม่า คุณสุทธิชัยกลับติดต่อมาขอโทษและชวนเขาไปร่วมจัดรายการสด เหตุการณ์นั้นนำไปสู่การเป็นพาร์ทเนอร์จัดรายการวิเคราะห์เศรษฐกิจจีนแบบไม่มีสคริปต์ร่วมกันมานานหลายปี ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ชั้นดีว่า เขาเอาชนะขีดจำกัดเรื่องการพูดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
------------------------------

จิ๊กซอว์ที่มองหา เพื่อพาเชียงใหม่ไปไกลกว่าเดิม

ในวันนี้ อาจารย์ปอไม่ใช่คนที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกต่อไป ทุกครั้งที่เขาได้รับเชิญไปเป็นวิทยากร หรือยืนบรรยายหน้าห้องให้นักศึกษาฟัง เขาได้ลบคำสบประมาทที่ว่า "คุณไม่สามารถเป็นอาจารย์ได้" ไปจนหมดสิ้น

ทว่าในโลกของการทำธุรกิจ โดยเฉพาะภาคเหนือ เขารู้ดีว่าการเติบโตอย่างยั่งยืนไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง อาจารย์ปอยอมรับอย่างถ่อมตนว่าเขายังต้องการจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญมาเติมเต็ม สิ่งที่อาจารย์ปออยากทำแต่ยังไม่ได้ทำคือภาพสะท้อนที่เติบโตขึ้นตามประสบการณ์ ความฝันของเขามีสองเรื่องที่ดูเหมือนจะต่างกัน แต่กลับเชื่อมโยงกันด้วยความเป็นนักเล่าเรื่อง

อย่างแรก ลึกๆ แล้ว อาจารย์ปอมีความฝันที่อยากจะจัด "ทอล์คโชว์ของคนเคยติดอ่าง" เพื่อเล่าเรื่องของเด็กชายที่เคยถูกปฏิเสธไม่ให้ยืนหน้าชั้นเรียนเพราะปัญหาการพูด เขาอยากใช้เวทีนี้เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ เล่าเรื่องราวธุรกิจ นวัตกรรม และ Data ให้เป็นเรื่องสนุกและเข้าถึงง่าย พิสูจน์ให้เห็นว่าทักษะที่เคยเป็นจุดอ่อนที่สุดในชีวิต เมื่อถูกขัดเกลาด้วยความพยายาม มันสามารถกลายเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการดึงดูดผู้คนให้ตั้งใจฟังได้

อย่างที่สอง ในฐานะฟันเฟืองที่คลุกคลีกับปัญหา Supply Chain และสินค้าเกษตรมา อาจารย์ปอดำรงตำแหน่งในคณะอนุกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร แต่เขาตระหนักดีว่า การเป็นเพียง "ที่ปรึกษา" ไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมที่จะสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ เขาอยากจะก้าวเข้าสู่บทบาทที่ใหญ่ขึ้นในระดับประเทศหรือนานาชาติ ที่สามารถใช้ Data ใช้ตรรกะแบบคอมพิวเตอร์ การประมวลผลด้วยข้อมูลจริง และการคิดอย่างเป็นระบบ เข้าไปอัปเกรดนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหารากหญ้า

เขากำลังมองหาทีมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง มีความเชื่อในพลังของ Data และที่สำคัญที่สุดคือ "สปิริตนักสู้ที่ไม่ยอมถอย" มาร่วมกันสร้าง Ecosystem ด้านดิจิทัลและเกษตรกรรม เพื่อยกระดับให้เชียงใหม่และภาคเหนือตอนบน กลายเป็น Northern Hub ที่เชื่อมต่อโอกาสและดึงดูดเม็ดเงินจากตลาดจีนได้มากขึ้น

อาจารย์ปอจึงเป็นดั่งชิปซิลิคอนของเมืองปราบเซียน ที่ไม่เพียงแต่ประมวลผลเพื่อเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง แต่ยังแชร์ความรู้ และแรงบันดาลใจ เพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้กับผู้คนรอบข้างอย่างไม่รู้จบ

MADE OF IDENTITY
ชื่อ: ภากร กัทชลี (ปอ)
ธาตุ: Silicon (Si) - แกนประมวลผลที่ทนทานต่อแรงกดดัน และเชื่อมโยงนวัตกรรม
จุดแข็ง: Data Analytics, China Digital Marketing, Agricultural Supply Chain, สปิริตการไม่หนีปัญหา
กำลังมองหา: พันธมิตรทางธุรกิจที่มีเป้าหมายลงมือทำจริง และเชื่อมั่นในการใช้ข้อมูลขับเคลื่อนเมือง
------------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

Platinum Entertainerซีสซี่ย์ คนหลังม่าน ผู้ใช้เสียงหัวเราะและ “งานที่ดี” เป็นเกราะคุ้มครองหัวใจคนทำงานหากเรากางแผนที่เพื...
18/06/2026

Platinum Entertainer

ซีสซี่ย์ คนหลังม่าน ผู้ใช้เสียงหัวเราะและ “งานที่ดี” เป็นเกราะคุ้มครองหัวใจคนทำงาน

หากเรากางแผนที่เพื่อค้นหาสมรภูมิการทำธุรกิจที่ท้าทายที่สุดในประเทศไทย “เชียงใหม่” มักจะถูกขนานนามให้เป็นเมืองปราบเซียนอยู่เสมอ ในเมืองที่เต็มไปด้วยความหลากหลาย ผู้คนมักเชื่อว่าคนที่จะอยู่รอดและเติบโตได้นั้น จะต้องเป็นผู้นำที่โดดเด่น โด่งดัง และพร้อมจะยืนหยัดอยู่ท่ามกลางแสงสปอตไลต์ตลอดเวลา

แต่ทว่า ท่ามกลางสงครามแห่งคอนเทนต์ในยุคโซเชียลมิเดีย สำหรับคุณซีสซี่ย์ โกวมิสค์ แห่ง The Details ที่นำพาบริษัทเอเจนซีโฆษณาในเชียงใหม่ที่กำลังเติบโตก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ได้เลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เธอเชื่อว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของการเป็นผู้ประกอบการ อาจคือการเป็นคนที่ยอมถอยตัวเองมาอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้ผลงานและรอยยิ้มของคนรอบข้างได้เปล่งประกาย

ภายใต้ปรัชญาของ THE MADE OF คนของเมือง ที่เปรียบเทียบคนทำธุรกิจเป็นดั่ง "ธาตุ" ในตารางธาตุแห่งชีวิต ตัวตนของคุณซีสซี่ย์คือส่วนผสมที่น่าทึ่งระหว่างความหนักแน่นของธาตุแพลตทินัม (Platinum - Pt) โลหะมีค่า ที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นยอด ผสานเข้ากับบทบาทของ Entertainer ผู้คอยสร้างเสียงหัวเราะเยียวยาจิตใจคนทำงานในบริษัท

นี่คือเรื่องราวเจาะลึกปรัชญาชีวิต จิตวิทยาการบริหารคน ของคนทำธุรกิจแบบ Platinum Entertainer ผู้เชื่อมั่นอย่างหมดหัวใจว่า "งานที่ดีจะปกป้องเราเสมอ"
------------------------

ศิลปะของการ “ลดทอนตัวตน”

ในตารางธาตุทางวิทยาศาสตร์ แพลตทินัม (Pt) คือธาตุที่มีคุณสมบัติโดดเด่นในการเป็น “ตัวเร่งปฏิกิริยา” ที่คอยขับเคลื่อนให้สสารอื่นเกิดการเปลี่ยนแปลงและแสดงศักยภาพออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่ตัวมันเองไม่สูญสลายไปในกระบวนการ

คุณสมบัตินี้สะท้อนตัวตนเบื้องลึกของคุณซีสซี่ย์ได้อย่างไร้ที่ติ เบื้องหลังบทบาทการบริหารงาน เธอคือนิยามของคนเก็บตัว (Introvert) อย่างแท้จริง ในยุคที่ผู้บริหารหลายคนพยายามสร้าง Personal Branding ให้ตัวเองยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จัก คุณซีสซี่ย์กลับเลือกที่จะถอดหัวโขนผู้บริหารทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

ทุกครั้งที่ต้องออกไปเจรจาธุรกิจหรือพบปะผู้คนภายนอก เธอเลือกที่จะแนะนำตัวเองด้วยความถ่อมตัวในตำแหน่ง Client Service เท่านั้น การลดทอนตัวตนนี้เป็นความจงใจเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว และเป็นตัวเองให้น้อยลงเมื่อต้องเข้าสังคม ยิ่งไปกว่านั้น ในมุมมองของการสร้างความสัมพันธ์เชิงลึก การลดหัวโขน CEO คือกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ผู้คนจดจำที่ "ผลงานและคุณค่าขององค์กร" มากกว่าการยึดติดกับชื่อเสียงของตัวบุคคล

ตัวตนแบบแพลตทินัมที่ไร้ซึ่งอีโก้นี้เอง ได้ทำหน้าที่เป็นตัวคัดกรองตามธรรมชาติ เมื่อไม่มีตำแหน่งใหญ่โตมาเป็นเปลือกนอกดึงดูด ผู้คนที่เดินเข้ามาหาเธอจึงมีเพียงกลุ่มคนที่มีเป้าหมาย (Purpose) ชัดเจน มีหัวใจเดียวกัน
------------------------

Creative Entertainer เมื่อ “ความสุข” คือสารตั้งต้นของงานสร้างสรรค์

อีกหนึ่งความน่าสนใจในตัวตนของคุณซีสซี่ย์ คือความขัดแย้งที่ลงตัวระหว่างการเป็นคนเก็บตัว กับการเป็นผู้เยียวยาจิตใจคนในทีม

ในสมรภูมิเมืองปราบเซียน การทำงานเอเจนซี่และที่ปรึกษาธุรกิจย่อมเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล แต่คุณซีสซี่ย์มีกฎเหล็กที่ใช้ในการดูแลจิตใจคนทำงานอย่างเคร่งครัด นั่นคือความเชื่อที่ว่า “งานสร้างสรรค์จะทำในตอนที่เครียดไม่ได้”

เมื่อใดก็ตามที่บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มตึงเครียด หรือทีมงานเผชิญกับทางตันทางความคิด ผู้นำสาย Introvert คนนี้พร้อมที่จะกลายร่างและสวมบทบาทเป็น Creative Entertainer ในทันที เธอไม่ถือตัวที่จะลงมาเล่นตลก สร้างเสียงหัวเราะ และเปลี่ยนบรรยากาศรอบข้างให้ผ่อนคลายลง

ปรัชญาเบื้องหลังรอยยิ้มนี้ คือความเข้าใจในจิตวิทยาของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง เธอเชื่อมั่นว่ากลไกทางอารมณ์เชื่อมโยงกับคุณภาพของผลงานโดยตรง เมื่อคนเราอารมณ์ดี ความคิดที่เคยตีบตันจะถูกปลดล็อก ความสุขจะช่วยให้ทีมงานสามารถเปลี่ยนวิธีคิด และผลิตผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมาได้แบบหน้ามือเป็นหลังมือ

นี่คือวิถีของ Platinum Entertainer ที่ใช้ความเข้าอกเข้าใจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ความคิดสร้างสรรค์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
------------------------

ตามหาคนมี “เชื้อ” เพื่อหลอมรวมเป็นพันธมิตร

การจะขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตในระยะยาว ผู้นำไม่สามารถทำงานเพียงลำพังได้ ในตารางธาตุแห่งชีวิต การจะสร้างปฏิกิริยาที่ทรงพลังจำเป็นต้องหาจิ๊กซอว์มาเติมเต็ม

เมื่อถึงคราวต้องสร้างทีม คุณซีสซี่ย์ไม่ได้กวาดสายตามองหาคนที่มีเรซูเม่สวยหรู หรือคนที่เก่งกาจทางทฤษฎีที่สุดในตลาด แต่สิ่งที่เธอตามหาคือคนที่มีสิ่งที่เธอเรียกว่า “มีเชื้อ”

การเป็นคนที่มี “เชื้อ” ในนิยามของคุณซีสซี่ย์ประกอบไปด้วย การมีแพสชันและพลังใจที่เปี่ยมล้นในการทำงาน ความอินในงานที่ทำอย่างแท้จริง และการมองเห็นคุณค่าและความหมายในสิ่งที่ตัวเองกำลังลงมือทำ

เธอเชื่อว่าความเก่งกาจนั้นสร้างกันได้ แต่จิตวิญญาณหรือ “เชื้อ” นั้นคือของแท้ที่ฝังอยู่ในตัวบุคคล เมื่อนำคนที่มีเชื้อเหล่านี้มาบ่มเพาะในสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง และเต็มไปด้วยบรรยากาศที่สนุกสนาน พวกเขาจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นได้อย่างมหาศาล
------------------------

ความทนทานและมองทะลุข้ามความล้มเหลว

ธาตุแพลตทินัมเป็นที่รู้จักดีในเรื่องความทนทานต่อการกัดกร่อน ไม่เป็นสนิมง่าย แม้จะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายเพียงใด เช่นเดียวกับความเชื่อของคุณซีสซี่ย์ในการรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจในเชียงใหม่ ที่มีอุปสรรครายวันแวะเวียนมาทดสอบจิตใจอยู่เสมอ

อาวุธลับของเธอคือความทรหดอดทน และศิลปะการปรับมุมมองปัญหาจาก “ดำเป็นขาว”

เครื่องมือสำคัญของเธอคือความทรหดอดทนและศิลปะการปรับมุมมองปัญหาจาก “ดำเป็นขาว” สำหรับเธอ ปัญหาไม่ใช่ตัวขัดขวาง แต่คือเรื่องปกติของกระบวนการเติบโต หากวันใดที่ไม่มีปัญหาเกิดขึ้นเลย นั่นต่างหากคือสัญญาณอันตรายที่แปลว่าองค์กรกำลังหยุดพัฒนาตัวเอง

เมื่อทีมต้องเผชิญกับข้อผิดพลาด แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองหรือทีมงานจมปลักอยู่กับความล้มเหลว เธอจะใช้หลักการ “Find the best in the worst” (ค้นหาสิ่งที่ดีที่สุดในเรื่องที่แย่ที่สุด) เพื่อดึงเอาบทเรียนที่เป็นประโยชน์ที่สุดออกมา แล้วนำไปปรับทิศทางใหม่ทันที โดยไม่เสียเวลาฟูมฟายกล่าวโทษใคร

ความเชื่อทั้งหมดนี้ ถูกหลอมรวมจนเกิดเป็นแก่นกลางในการทำงานของเธอที่ว่า “งานที่ดีจะปกป้องเราเสมอ” เพราะไม่ว่าโลกธุรกิจจะผันผวนแค่ไหน เมื่อเราทุ่มเทสร้างผลงานที่มีคุณภาพจากหัวใจ ผลงานนั้นจะกลายเป็นเกราะคุ้มกันชั้นเยี่ยม ที่คอยรักษาความเชื่อมั่น รักษาฐานลูกค้า และสร้างการเติบโตให้ The Details ก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคงที่สุด
------------------------

เอเจนซี่ที่คิดเผื่อ เพื่อพาร์ทเนอร์

ในสมรภูมิที่เอเจนซี่ต่างแข่งขันกันสร้างกระแสไวรัลชั่วข้ามคืน The Details กลับเลือกสร้างจุดยืนของตัวเองด้วยการประกาศตัวเป็น “Partner-like agency in Chiang Mai”

The Details ปฏิเสธการเป็นเพียงผู้รับจ้างที่ส่งมอบชิ้นงานแล้วจบๆ กันไป แต่ยกระดับตัวเองสู่การเป็น ที่ปรึกษาธุรกิจที่พร้อมหลอมรวมการทำงานเป็นเนื้อเดียวกับแบรนด์

ความแตกต่างที่ทำให้ The Details เริ่มโดดเด่นกว่าใครในเมืองปราบเซียนไม่ใช่แค่ออกแบบกราฟิกหรือวิดีโอที่สวยงาม แต่ลงลึกถึงโครงสร้างด้วยการวางกลยุทธ์แบรนด์ และใช้ข้อมูลเป็นเข็มทิศในการตัดสินใจ เพื่อสร้างผลกระทบต่อยอดขายและความยั่งยืนที่แท้จริง

ทุกโปรเจกต์เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายร่วมกัน หากพาร์ทเนอร์มาพร้อมโจทย์ A หน้าที่ของ The Details คือการทำ A ให้สำเร็จ พร้อมกับวิเคราะห์และ “คิดเผื่อ” ไปถึงโจทย์ B, C, และ D ล่วงหน้า เพื่อปูทางให้ธุรกิจเติบโตได้
------------------------

การปล่อยมือเพื่อให้ระบบเติบโต

เป้าหมายสูงสุดของ Platinum Entertainer ไม่ใช่การเข้าไปควบคุมทุกอย่างตลอดกาล แต่คือการบ่มเพาะให้ระบบสามารถงานเดินหน้าต่อไปได้ด้วยตัวเอง

สำหรับก้าวต่อไปในอนาคต คุณซีสซี่ย์ไม่อยากผูกขาดอำนาจการบริหารไว้ที่ตัวเองเพียงคนเดียว แต่เธอวางแผนที่จะขยับตัวเองออกมา 1-2 สเต็ป

วิสัยทัศน์ของเธอคือการวางรากฐานและสร้างระบบที่มั่นคง เพื่อให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เธอเป็นผู้อนุมัติในทุกๆ ก้าวเดิน นี่ไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่ แต่คือการส่งไม้ต่อเพื่อเปิดพื้นที่ให้ทีมงานผู้มีเชื้อ ได้มีอิสระในการแสดงศักยภาพความเป็นผู้นำ และนำพาองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

เรื่องราวของคุณซีสซี่ย์สะท้อนให้เราเห็นถึงปรัชญาอันลึกซึ้งของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน ว่าในสมรภูมิที่ดุเดือด เราไม่จำเป็นต้องเป็นธาตุไฟที่แผดเผาทุกอย่างเพื่อแย่งชิงชัยชนะเสมอไป... บางครั้ง ผู้นำที่แกร่งที่สุด คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ แข็งแกร่ง อารมณ์ดี และยอมถอยตัวเองออกมา เพื่อให้เกราะคุ้มกันที่เรียกว่า “ผลงาน” และศักยภาพของผู้คนรอบตัว... ได้เปล่งประกายออกมาอย่างงดงามและยั่งยืนที่สุด

------------------------
ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

🚀 เปิดลงทะเบียนแล้ว! กิจกรรม From Pitch to Partnership | Northern Business Matching 2026งานสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่กำล...
18/06/2026

🚀 เปิดลงทะเบียนแล้ว! กิจกรรม From Pitch to Partnership | Northern Business Matching 2026
งานสำหรับผู้ประกอบการ SME ที่กำลังมองหาพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ เทคโนโลยีใหม่ ๆ หรือโอกาสในการขยายเครือข่ายทางธุรกิจ🤝
สมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ร่วมกับหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ และเครือข่ายศิษย์เก่าโครงการแลกเปลี่ยนของสหรัฐอเมริกา ขอเชิญเข้าร่วมงาน Northern Business Matching 2026 เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้พบกับบริษัทเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างความร่วมมือและต่อยอดการเติบโตในยุคดิจิทัล💻
ภายในงานพบกับ
✨ Special Talk หัวข้อ “Megatrend in the Modern Era” โดย คุณแป้ง ธัญญลักษณ์ เตชะเพิ่มผล CEO และกรรมการผู้จัดการ บริษัท คัสโตแคร์ จำกัด
✨ การ Pitching นำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันจากบริษัทเทคชั้นนำจาก NDEA
✨ บูธแสดงสินค้าและบริการจากผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยี
✨ กิจกรรม Business Matching เชื่อมต่อผู้ประกอบการกับบริษัทเทคและพาร์ทเนอร์ที่ใช่
✨ Networking Session เปิดโอกาสสร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนมุมมอง และพบปะผู้ประกอบการจากหลากหลายอุตสาหกรรม
🗓️วันที่ 30 มิถุนายน 2569
⏰ เวลา 09.00 - 15.40 น.
📍 ห้อง Exhibition Hall
อาคารอำนวยการอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ (จังหวัดเชียงใหม่)
🎟️ เข้าร่วมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
📌 ลงทะเบียนได้แล้ววันนี้
https://forms.gle/8iz8wWxHrmYf35qz5
กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Northern Digital Connect ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงเครือข่ายด้านดิจิทัลและสร้างโอกาสทางธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการในภาคเหนือและนานาชาติ🇹🇭🇺🇸
แล้วพบกันภายในงานนะเจ้า

#หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่

NDEA สมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ศูนย์กลางเครือข่ายผู้ประกอบการ และนักพัฒนาเทคโนโลยีในภาคเหนือ ขับเคลื่อนเ....

13/06/2026

ใจฟู…จนอยากแชร์

หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมเชียงใหม่เมืองปราบเซียนมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุม ระดมสมองในหลายๆวาระครับ

คำถามที่เรามักคุยในวงสนทนาคือ นึกถึงเชียงใหม่แล้วนึกถึงอะไร เชียงใหม่จะเป็นอะไรดี ความย้อนแย้งทั้งรายได้ต่อหัว vs ค่าครองชีพ ความย้อนแย้งระหว่าง wellness city vs PM2.5

ถ้าเรื่องปัญหาระดับโครงสร้าง หรือมหภาคมันยังแก้ไม่ได้ แล้วคนเมืองตัวเล็กๆ อย่างพวกเราจะทำอะไรได้บ้าง

ทำเพื่อให้ธุรกิจรอด ทำเพื่อให้เรามีโอกาสใหม่ๆ ทำเพื่อให้เราโต เพื่อครอบครัวที่เราต้องดูแล ไม่ว่าเป้าหมายของแต่ละคนจะทำเพื่ออะไร แค่เรายังคงมองเห็นจริต และหัวใจของเมืองนี้

เมืองที่ประนีประนอม เมืองที่ปรับตัวกับทุกปัญหา เมืองที่มองเรื่องยากให้มันง่าย เมืองที่มีความสุขกับสิ่งที่เราพบเจอระหว่างทาง ไม่กดดันตัวเองจนท้อ ไม่ต้องเทียบตัวเองกับชีวิตของใครๆ

วิถีแบบที่เราเป็นนั้นน่ารัก และฮีลใจซึ่งกันและกันได้เสมอ

ถ้าใครถามทีมเราว่า brand ของเมืองนึ้ ต้องเล่าเรื่องไหนดี เราคิดว่า เราจะเล่าวิถีที่เราเป็นอยู่แล้ว แบบนึ้แหละครับ เป็นตัวเราในแบบที่ปรับตัวได้ในยุค 2026 ยุคเศรษกิจไม่ค่อยดี ยุค AI คุย lay-off หรือยุคอะไรก็ตามที่พวกเราเจอ

ไม่ว่าเราจะมองหาวิถีอะไร ที่มันจะช่วยฮีลใจเราให้อบอุ่นและลุยกันต่อได้ ก็วิถีแบบเชียงใหม่นี่แหละ

เมืองที่หันไปมองรอบตัว เราจะเจอใครบางคนที่วิถีของเขา ช่วยฮีลใจเราให้เบาลง

เมืองเชียงใหม่ เมือง ฮีล ใจ

Jobsdb by SEEK ชวนผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้ที่กำลังสร้างทีม มาร่วมฟังมุมมองและประสบการณ์จริงจากนักธุรก...
05/06/2026

Jobsdb by SEEK ชวนผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้ที่กำลังสร้างทีม มาร่วมฟังมุมมองและประสบการณ์จริงจากนักธุรกิจชั้นนำในงาน

🔥 SEEK TALKS: Business Survival Playbook
ฝ่าวิกฤต ธุรกิจต้องรอดพบกับ Speaker จากภาคธุรกิจตัวจริง

• คุณพิชัย จาวลา จาก B2 Hotel
• คุณต่อ ธนิต สุวณิชย์ จาก The Baristro
• คุณอ้วน กฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ จาก Green bus และ Green Park
และเตรียมพบกับ Speaker จากภาคธุรกิจชั้นนำอีกหลายท่าน

📅 วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569
🕐 เวลา 13:00 – 16:30 น.
📍 Nimman Convention Centre, Chiang Mai

ลงทะเบียนฟรี🔗 https://forms.gle/qUu77uV3m4L9fxJF9

ที่นั่งมีจำำนวนจำำกัด สำำรองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ #เชียงใหม่ธุรกิจ #เชียงใหม่เมืองปราบ

Mercurian Womanซอมพอ ผู้ไม่ยอมเป็นฟันเฟืองในระบบ แต่ขอเลือกบทบาทใหม่ให้ชีวิตตัวเองซอมพอ ปาลิตา ชาลีพจน์ จากอดีตคนกองถ่าย...
05/06/2026

Mercurian Woman
ซอมพอ ผู้ไม่ยอมเป็นฟันเฟืองในระบบ แต่ขอเลือกบทบาทใหม่ให้ชีวิตตัวเอง
ซอมพอ ปาลิตา ชาลีพจน์

จากอดีตคนกองถ่ายผู้เป็นเพียงฟันเฟืองในระบบ สู่เถ้าแก่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่คราฟต์ที่ตั้งใจให้เป็นงานที่อยู่ด้วยกันไปจนแก่ เบื้องหลังกลยุทธ์ทลายกำแพงเมืองปราบเซียนด้วยถ้วยเล็กราคาย่อมเยา และการเปิดใจตามหาจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเพื่อเปลี่ยนตัวเองจาก “คนเฝ้าร้าน” สู่ “ผู้ประกอบการ” ที่ยั่งยืน

เมืองที่ปราบเซียน และฟันเฟืองที่ขอเลือกบทบาทชีวิตตัวเอง

หากคุณลองกางแผนที่ประเทศไทยแล้วจิ้มหาเมืองที่ปราบเซียนที่สุดสำหรับการปั้นแบรนด์ร้านอาหาร เชื่อว่าเชียงใหม่ จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน เมืองนี้เปี่ยมด้วยเสน่ห์ดึงดูด โรแมนติก ทว่าในมิติของการทำธุรกิจ มันคือสมรภูมิปราบเซียนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และเต็มไปด้วยข้อจำกัดเฉพาะตัวที่ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไปอย่างเงียบเชียบ ในเมืองที่กระแสมาไวไปไวเช่นนี้ การสร้างแบรนด์ให้มีตัวตนและยืนหยัดอยู่ได้นาน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำคอนเทนต์ฉาบฉวย แต่ต้องการผู้ประกอบการที่เป็น “คนทำจริง” กล้าลุกขึ้นมาสร้างจุดยืนและบอกคนในเมืองว่าเรากำลังทำสิ่งนี้เพื่ออะไร

ในซอยเล็ก ๆ ของเชียงใหม่ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ชื่อว่า "ความลับของก๋วยเตี๋ยวไก่" กำลังเป็นที่จับตามองในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่หาญกล้าท้าทายสมรภูมินี้ เบื้องหลังแบรนด์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวนี้คือ คุณซอมพอ ปาลิตา ชาลีพจน์ หญิงสาวชาวลำพูนวัย 33 ปีที่มาเติบโตและใช้ชีวิตในเชียงใหม่ เธอจบการศึกษาจากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีภูมิหลังการทำงานในสายงานวิดีโอโปรดักชันรวมถึงการเป็น AE (Account Executive) มาก่อน

จุดเปลี่ยนของชีวิตเธอเริ่มต้นขึ้นเมื่อความทุ่มเทและอินกับงานประจำจนเกินขีดจำกัดทำให้เธอต้องเสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ความจริงที่เจ็บปวดในโลกของพนักงานบริษัทคือ ไม่ว่าเราจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพียงใด สุดท้ายเราก็เป็นเพียง “ฟันเฟืองตัวหนึ่ง” ที่หากวันใดวันหนึ่งเราหยุดพักหรือหยุดทำงานไป บริษัทก็สามารถหาคนอื่นมาเปลี่ยนแทนได้ในทันที บทเรียนนั้นกลายเป็นแรงผลักดันและคำถามสำคัญในใจเธอว่า

“ถ้าเราสามารถทุ่มเทชีวิตและพลังงานทั้งหมดให้คนอื่นได้ขนาดนั้น ทำไมเราถึงไม่ลองทำแบบนั้นเพื่อสร้างสิ่งที่เป็นของตัวเองบ้างล่ะ?”

คำถามสั้น ๆ นั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้ซอมพอตัดสินใจก้าวออกจากเซฟโซน มาสู่การเป็นเถ้าแก่เนี้ยหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ งานที่เธอตั้งใจจะลงหลักปักฐานและอยู่ร่วมกับมันไปจนแก่
------------------------

กลยุทธ์ชามละ 25 บาท พื่อขอโอกาสและเอาชนะใจคนเมือง

ในเชียงใหม่ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มีอยู่แทบทุกมุมถนน การจะทำให้ร้านน้องใหม่กลายเป็นตัวเลือกในใจผู้บริโภคเป็นโจทย์ที่ยากราวกับเข็นครกขึ้นภูเขา ซอมพอใช้สัญชาตญาณแบบนักโฆษณาเก่าฉีกรูปแบบเดิม ๆ ของตลาดด้วยกลยุทธ์ “ก๋วยเตี๋ยวไก่ถ้วยเล็ก ราคา 25 บาท”

ปกติแล้ว ก๋วยเตี๋ยวรูปแบบชามเล็กราคาย่อมเยามักจะจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มก๋วยเตี๋ยวเรือหรือก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ แต่เธอเลือกที่จะนำมันมาปรับใช้กับก๋วยเตี๋ยวไก่ ราคา 25 บาทไม่ใช่การตัดราคาเพื่อทำลายตลาด แต่คือการดีไซน์ “Low Barrier to Entry” หรือการทลายกำแพงความลังเลในใจของลูกค้า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การที่ลูกค้าจะก้าวขาเข้าร้านใหม่สักร้านหนึ่งมีความลังเลเรื่องความคุ้มค่า ชามละ 25 บาทจึงเป็นการส่งสารไปถึงลูกค้าอย่างอ่อนน้อม

“ทำยังไงก็ได้ ให้เขาเปิดใจลองมาชิมร้านเราดูสักทีหนึ่งเถอะ” และเมื่อลูกค้าก้าวข้ามความไม่มั่นใจเข้ามา นั่งลง และคีบเส้นเข้าปาก รสชาติอาหารที่เธอคราฟต์มาอย่างตั้งใจจะทำหน้าที่มัดใจและดึงดูดให้พวกเขากลับมาซ้ำเองในระยะยาว
------------------------

เมื่อมองตัวตนและกลยุทธ์ทางธุรกิจของคุณซอมพอผ่านเลนส์ THE MADE OF คนของเมือง โดย Story Lab 2026 เธอเปรียบได้กับธาตุปรอท (Mercury - Hg) ตัวแทนของ "ความยืดหยุ่นและการปรับตัว"

ธาตุปรอทเป็นโลหะเพียงชนิดเดียวที่เป็นของเหลว ณ อุณหภูมิห้อง ซึ่งสะท้อนคุณสมบัติเด่นของคุณซอมพอในเรื่อง ความลื่นไหล แม้จะมีความยืดหยุ่นสูงเหมือนของเหลว ปรอทมีแรงตึงผิวที่ทำให้มันเกาะกลุ่มกันได้ดี มีตัวตนและแพชชั่นเป็นศูนย์กลางในการยึดโยงทุกอย่างที่เธอทำเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างจุดยืนที่แตกต่างในเมืองปราบเซียน

ต้นทุนที่ล้ำค่าที่สุดที่คุณซอมพอนำมาจากกองถ่ายไม่ใช่เงินทุนก้อนโต แต่คือ ความอึดและทนทานในงานโปรดักชันเคยเคี่ยวกรำให้เธอต่อแรงกดดัน สภาพแวดล้อม และเวลาทำงานที่ลากยาว เมื่อต้องมาเปลี่ยนสายงานมายืนหน้าเตาร้อน ๆ ในร้านอาหารใช้ทั้งแรงกายและแรงสมอง ขีดจำกัดความอดทนของเธอที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปอยู่แล้ว จึงกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้เธอยืนระยะได้โดยไม่มีเสียงบ่น

เธอไม่ใช่เชฟมือทองระดับมิชลิน และไม่ใช่ปรมาจารย์ด้านการเงิน แต่เธอเหมือน “เป็ด” ที่เรียนรู้ไว ปรับตัวเก่งตามสถานการณ์ และมีจิตวิญญาณการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งเป็นเลิศ

คุณซอมพอนิยามตัวเองว่าเป็นเป็ดที่สามารถเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ได้เสมอ แม้สิ่งที่ทำไม่เป็นในวันนี้ก็สามารถทำให้เป็นได้ในวันหน้า การลงมือทำร้านอาหารจริงสอนให้เธอรู้ว่า โลกหน้างานไม่ได้สวยงามและราบรื่นเหมือนทฤษฎีในห้องเรียน

“บางอย่าง ChatGPT หรือ AI มันก็ตอบเราได้ไม่หมดหรอก”

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเคี่ยวน้ำซุปในแต่ละวัน การจัดการกับเนื้อไก่ที่นุ่มพอดี หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายามวัตถุดิบขาดแคลน สิ่งเหล่านี้ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปในโลกออนไลน์ แต่มันต้องอาศัยทักษะแบบเป็ดที่เน้นการลงมือทำจริง เจ็บจริง และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์หน้าร้านเท่านั้น
------------------------

น้ำซุปหม้อแรก และวินัยที่ว่า “ถ้าหยุดเดินคือตาย”

ในเมืองปราบเซียนที่มีร้านรวงหน้าใหม่เกิดขึ้นและดับไปเป็นว่าเล่น Mindset ที่ตรึงให้ซอมพอยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้คือสัจธรรมที่ว่า “ถ้าหยุดทำเมื่อไหร่คือตาย”

คำว่าหยุดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการห้ามพักผ่อน แต่หมายถึงการหยุดพัฒนา มาตรฐานตก หรือการปล่อยปละละเลย ในโลกธุรกิจทุกวันนี้ กระแสในโซเชียลมีเดียอาจช่วยดึงคนให้มาแน่นร้านในเดือนแรก ๆ แต่หากเจ้าของร้านหยุดนิ่ง ไม่รักษาคุณภาพน้ำซุปหรือบริการ ลูกค้าที่พร้อมจะเปลี่ยนใจไปลองร้านใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันก็พร้อมจะหายไปในพริบตา วินัยและความสม่ำเสมอจึงเป็นคาถาหัวใจสำคัญของการอยู่รอด

แรงกระเพื่อมจากหม้อแรกสู่เหตุผลใหม่ของผู้คนในการมาเที่ยวเชียงใหม่

ความน่าภาคภูมิใจที่สุดของการเดินทางตลอด 10 เดือนแรกของร้าน "ความลับของก๋วยเตี๋ยวไก่" ไม่ใช่ตัวเลขผลกำไรที่หวือหวา แต่มันคือการสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกที่ส่งผลต่อคนรอบข้างที่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ

น้ำซุปหม้อแรกที่เธอเคี่ยวด้วยความตั้งใจ สามารถพิสูจน์ตัวเองและทลายกำแพงความไม่เห็นด้วยของคนในครอบครัวที่เคยต่อต้านไม่อยากให้เธอมาทำอาชีพนี้ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเปลี่ยนจากร้านค้าตัวคนเดียวให้กลายเป็นธุรกิจครอบครัวที่ดึงเอาทักษะของแต่ละคนมาต่อเป็นจิ๊กซอว์ โดยมีแฟนและคุณแม่เข้ามาช่วยอุดรอยรั่วในเรื่องระบบบัญชีและรายรับ-รายจ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอสารภาพตรง ๆ ว่าไม่ถนัด

บัดนี้ "ความลับ" ของเธอเริ่ม Viral ไปไกลกว่าเชียงใหม่ สตอรี่ของความตั้งใจและรสชาติอาหารคราฟต์ที่กินได้ทุกวัน เริ่มกลายเป็นเหตุผลใหม่ ๆ ที่ทำให้คนอยากเดินทางมาท่องเที่ยวและเช็คอินที่เมืองนี้ ขณะเดียวกัน เรื่องราวของเธอก็กลายเป็นต้นแบบ Use Case ที่ Story Lab 2026 และเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียนมองว่า มันสร้างแรงบันดาลใจให้คนตัวเล็กในเมืองได้ แบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจนสามารถหยั่งรากและเติบโตในเมืองนี้ได้จริง
------------------------

หา “คนที่ใช่” มาร่วมต่อระบบ

แม้แบรนด์ "ความลับของก๋วยเตี๋ยวไก่" จะสร้างรากฐานได้อย่างมั่นคงในช่วง 10 เดือนแรก แต่สำหรับมิติของศักยภาพ วิสัยทัศน์ของคุณซอมพอยังคงมีความฝันที่อยากไปต่อ นั่นคือการเพิ่มจำนวนสาขาในเชียงใหม่และขยายตัวออกไปสู่ระดับประเทศอย่างกรุงเทพฯ

ทว่า สิ่งที่เป็นคอขวดสำคัญในฐานะผู้ประกอบการมือใหม่คือสภาวะ "ปล่อยมือไม่ได้"

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซอมพอแทบจะไม่ได้ก้าวขาออกจากร้านไปไหน เพราะห่วงหน้างานและต้องการควบคุมคุณภาพด้วยตัวเองทั้งหมด เธอยอมรับว่าเธอยังติดกับดักของการเป็น “เถ้าแก่เนี้ย” ที่ต้องเฝ้าหน้าร้าน มากกว่าการเป็น “เจ้าของธุรกิจ” ที่มองภาพกว้างและวางระบบบริหารจัดการ นอกจากนี้ ระบบหลังบ้านในการคำนวณอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบ และการควบคุมอุณหภูมิน้ำซุปในปริมาณมาก ๆ เธอยังใช้วิธีลองผิดลองถูกและ "สุ่ม ๆ ทำเอา" ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการสเกลธุรกิจไปสู่สาขาถัดไป

การตระหนักรู้ในจุดอ่อนและยอมรับว่า “คนเดียวมันไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง” คุณซอมพูจึงไม่ได้แบกความกดดันไว้คนเดียว แต่เธอกำลังมองหากลุ่มคนที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะร่วมสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน คนที่มีประสบการณ์หน้างานจริง มีความรู้เฉพาะทางในการคำนวณอายุวัตถุดิบ (Shelf Life) ระบบการสต็อก และควบคุมอุณหภูมิในครัวหลังบ้านให้เป็นวิทยาศาสตร์และมีระบบมาตรฐานสากล คนทำจริงที่เคยผ่านสมรภูมิการจัดการร้านอาหารหลายแห่งพร้อมกัน เพื่อร่วมกันวางโครงสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแรงพอจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้โดยไม่ต้องให้เจ้าของเฝ้าหน้าร้านตลอดเวลา

ซอมพอเปรียบเปรยการตามหาจิ๊กซอว์ธุรกิจในครั้งนี้ว่าเหมือนกับการจับคู่ในแอป Tinder มันไม่ใช่แค่การจ้างพนักงานตามตำแหน่งหน้าที่ทั่วไป แต่คือการมองหาคนที่มีเคมีตรงกัน มีความเชี่ยวชาญ และมีความเชื่อในคุณค่าของแบรนด์ร่วมกัน เพื่อเข้ามาประกอบกันสร้างโอกาสและอนาคตใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครสามารถทำได้สำเร็จเพียงลำพัง

เรื่องราวของ "ซอมพอ" และก๋วยเตี๋ยวไก่ราคา 25 บาท จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการขายของถูกเพื่อเอาชีวิตรอดในตลาดที่แออัด แต่คือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้ากำหนดจุดยืน เปลี่ยนตัวเองจากฟันเฟืองในระบบของคนอื่น มาเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตและสร้างระบบที่ยั่งยืนของตัวเองในเมืองปราบเซียนแห่งนี้
------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

CARBON OF LIFEไผ่ ประณัศเดช ตันติพงศ์ชุบชีวิตความทรงจำในบ้านพ่ออุ้ยไกรสร สู่สมรภูมิร้านอาหารที่ขับเคลื่อนด้วย ความรักในส...
02/06/2026

CARBON OF LIFE
ไผ่ ประณัศเดช ตันติพงศ์

ชุบชีวิตความทรงจำในบ้านพ่ออุ้ยไกรสร สู่สมรภูมิร้านอาหารที่ขับเคลื่อนด้วย ความรัก

ในสมรภูมิธุรกิจที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่า "เชียงใหม่เมืองปราบเซียน" พื้นที่ที่ธุรกิจมากมายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และค่อย ๆ เลือนหายไปจากแผนที่อย่างรวดเร็ว การจะหยั่งรากและยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งนั้น ลำพังเพียงแค่การมีทุนหนาหรือแผนการตลาดที่หวือหวาอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป

THE MADE OF คนของเมือง by Story Lab 2026 ขอพาทุกคนไปสกัดสูตรลับ กะเทาะเปลือกตัวตนของ คุณไผ่ ประณัศเดช ตันติพงศ์ ผู้ประกอบการหนุ่มฝีมือดีที่ผันตัวจากผู้กำกับโฆษณาแถวหน้ามาสู่เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร "ไท่ไท่ทองอินทร์" และ "Healthy Thongin by Taitai Thongin" เพื่อค้นหาว่าอะไรทำให้เขาสามารถเปลี่ยนบ้านไม้เก่าของอดีตนักการเมืองชื่อดัง ให้กลายมาเป็นพื้นที่คอมมูนิตี้สเปซรสชาติอบอุ่นที่พร้อมโอบรับคนทุกศาสนิกในเมืองแห่งนี้

คาร์บอนแห่งชีวิต
หากเปรียบเทียบคุณไผ่เป็นหนึ่งใน "ตารางธาตุแห่งชีวิต" ธาตุที่อธิบายเนื้อแท้ของเขาได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ธาตุคาร์บอน (Carbon - C)

คาร์บอนคือธาตุพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับวิธีคิดของคุณไผ่ที่ไม่เคยเริ่มธุรกิจจากความว่างเปล่า แต่เลือกสำรวจ DNA และขุดค้นคุณค่าจากอดีตของบรรพบุรุษขึ้นมาเป็นรากฐาน แม้พื้นเพของเขาจะเป็นอยู่กรุงเทพฯ แต่สายเลือดและรากเหง้าครึ่งหนึ่งผูกพันกับเชียงใหม่อย่างลึกซึ้ง

ชีวิตพาร์ทแรกของคุณไผ่ในอุตสาหกรรมโฆษณาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์มาตลอด 15 ปีในฐานะ Creative และผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา ทว่าเมื่อเจอกับแรงเค้นและประสบการณ์ คาร์บอนก้อนนี้ก็เปลี่ยนรูปกลายร่างเป็นเพชรที่แข็งแกร่ง ในฐานะผู้ประกอบการร้านอาหารที่ลุยหน้างานมายาวนานกว่า 13 ปี บริหารร้านริมแม่น้ำในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาแล้วกว่า 9 ร้าน

เมื่อตัดสินใจกลับมาทำร้านอาหารบนที่ดินของครอบครัว คุณไผ่ไม่ได้หยิบเอาความถนัดของตัวเองมาสวมทับทันที แต่ศึกษาบริบทโดยรอบจนพบว่า เชียงใหม่ยังขาดร้านอาหารเหนือแบบฮาลาล (Muslim Friendly) ที่มีมาตรฐานและมีรสชาติลงลึก ร้านไท่ไท่ทองอินทร์จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างความต่างในตลาด และตอบโจทย์ย่านวัดเกตุ ที่มีความหลากหลายทางศาสนาได้อย่างกลมกลืน
------------------------

ปรัชญา "ไม่เกินตัว" และวิชาการไปเป็นลูกน้องคนก่อนลงมือปั้นธุรกิจของตัวเอง

การเอาตัวรอดในเมืองปราบเซียนของคุณไผ่ ไม่ได้ใช้สูตรสำเร็จจากตำราการตลาดเล่มไหน แต่เกิดจากการตกผลึกที่ผสมผสานระหว่างสัญชาตญาณและคำสอนของครอบครัว

"อย่าทำอะไรให้มันเกินตัว และอย่าทำอะไรให้มันเวอร์"
คำสอนของพ่ออุ้ยไกรสร ตันติพงศ์ อดีต ส.ส. เชียงใหม่ 7 สมัย กลายมาเป็นเข็มทิศหลัก ในการทำแบรนด์ แบรนด์ของคุณไผ่จึงไม่เน้นความลักชูรีขั้นสุด แต่เน้นความเรียบง่าย เข้าถึงได้ และพร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคน

คุณไผ่แชร์ 3 สูตรลับสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่เอาไว้ว่า

ความอินและ Passion ต้องมาก่อนตัวเลขผลกำไร
คุณไผ่เลือกทำธุรกิจจากสิ่งที่ทำให้ "ใจเต้นแรง" เป็นอันดับหนึ่ง หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่าไม่อิน ต่อให้ตัวเลขมาร์จิ้นจะสวยหรูหรือมีโอกาสเติบโตแค่ไหน เขาก็เชื่อว่าจะอยู่กับมันได้ไม่นาน

ศึกษานิสัยคู่ค้า พาร์ทเนอร์ ก่อนศึกษาแผนการตลาด

ความพลาดครั้งใหญ่ตอนไปเปิดร้านอาหารที่โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ช่วงเริ่มการระบาดแรก ๆ ของโควิด 19 ทำให้ได้รับบทเรียนที่จำฝังใจ ปัญหาไม่ได้เกิดจากการจัดการ แต่เกิดจากสไตล์การทำงานที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างตัวเขาที่เป็นสาย "เถ้าแก่สั่งลุย" คลุกหน้างานตอนตั้งไข่ กับพาร์ทเนอร์ชาวเวียดนามที่อยากเจอแค่วันเซ็นสัญญาและประชุมปีละไม่กี่ครั้ง ตั้งแต่นั้นมา บรรทัดฐานใหม่ของคุณไผ่คือการศึกษา "นิสัยสันดาน" ของคนที่จะมาร่วมทุนให้ถ่องแท้ก่อนจะคุยเรื่อง Marketing

วิชา "การเป็นลูกน้องคนก่อน"

สำหรับใครที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณไผ่แนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่าควรไปเริ่มจากการเป็นลูกจ้างให้โดนกด โดนข่ม โดนขี่ และเผชิญเลเยอร์ความกดดันของงานมาก่อนสัก 2 ปี เพราะการโดนเค้นโดนเขี่ยวเข็ญในวันที่เป็นลูกน้อง จะช่วยทลายขีดจำกัด ทำให้เราเห็นศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง และทำให้เราเข้าใจหัวอกของคนทำงานทุกระดับ ตั้งแต่งานคนงานไปจนถึงระดับผู้บริหารในวันที่เราเติบโตไปเป็นเจ้าของกิจการเอง
------------------------

คืนชีวิตให้บ้านที่ไม่เคยปิดประตู และรสชาติแห่งความรัก ของ Healthy Thongin by Taitai Thongin

เรื่องที่สร้างความภาคภูมิใจให้คุณไผ่มากที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขผลกำไร แต่คือการได้ชุบชีวิตจิตวิญญาณของพื้นที่บ้านเก่าให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง

ในอดีต บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของ ส.ส. ที่เปิดต้อนรับชาวบ้านอยู่เสมอ การกลับมาเปิดประตูร้านไท่ไท่ทองอินทร์ทำให้คนเฒ่าคนแก่ในย่านนี้ได้แวะเวียนเข้ามาพูดถึงความประทับใจที่มีต่อคุณปู่คุณย่า หรือแม้กระทั่งมีลูกค้าจากสุราษฎร์ธานีที่ยอมขับรถมาไกลเพื่อจะได้เห็นห้องทำงานของคุณปู่ไกรสร เพราะความรักและความศรัทธาในสายสัมพันธ์ทางการเมืองยุคเก่า สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จที่คุณไผ่เรียกว่า "การทำให้ความทรงจำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง"

นอกเหนือจากอาหารเหนือฮาลาลแล้ว ความลึกซึ้งของแบรนด์ไท่ไท่ทองอินทร์ ยังแตกไลน์ออกมาเป็น "Healthy Thongin by Taitai Thongin" แบรนด์อาหารสุขภาพที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวในครอบครัว เมื่อคุณพ่อตรวจพบมะเร็งไตเมื่อ 2 ปีก่อนจนต้องผ่าตัดไตออกไปหนึ่งข้าง ส่งผลให้ชีวิตหมดสนุกกับการกินอาหารเพราะต้องคุมโซเดียมอย่างหนัก

ด้วยความรัก แม่บ้านและคนในครอบครัวจึงช่วยกันศึกษาและปรับเปลี่ยนส่วนผสมของเมนูอาหาร จนคุณพ่อสามารถกลับมาทานอาหารสุขภาพที่ "อร่อย" ได้อีกครั้ง คุณไผ่จึงหยิบเอาเรื่องราวของคุณพ่อ ความใส่ใจและการดูแลคนในบ้านนี้ มาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพเพื่อส่งต่อความหวังในการกินอย่างมีความสุขให้กับผู้ป่วยโรคไตและคนรักสุขภาพคนอื่น ๆ ในสังคม
------------------------

ทลายรั้วเพื่อรวมแผ่นดินบรรพบุรุษ และการปักหมุดสู่มาตรฐานระดับสากล

เมื่อมองไปข้างหน้า ความฝันและวิสัยทัศน์ที่คุณไผ่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จในอนาคตคือภารกิจรวมผืนที่ดินในอดีต และ มาตรฐาน Michelin Guide

หากเดินเข้าไปในร้านไท่ไท่ทองอินทร์ จะสังเกตเห็นที่ดินว่างเปล่าด้านข้างฝั่งซ้ายมือ ในอดีตที่ดินผืนนี้เคยเป็นผืนเดียวกันขนาดใหญ่ราว 2 ไร่ และเคยใช้ทำเป็นหอพักสตรี แต่ในวันที่คุณปู่เลิกเล่นการเมือง ด้วยความที่เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีอุดมการณ์ซื่อสัตย์ ประหยัดมัธยัต และไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจซ้อนทับอื่น ๆ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องเฉือนขายที่ดินครึ่งหนึ่งนั้นไปเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ความฝันของคุณไผ่คือการเก็บเงิน เพื่อซื้อที่ดินผืนนั้นกลับคืนมา แล้วทลายรั้วกั้นออก รวมผืนดินบรรพบุรุษให้กลับมาสมบูรณ์และทำธุรกิจที่เอื้อหนุนกันเหมือนในอดีตจริงๆ

เพื่อให้ความฝันในการซื้อที่ดินคืน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึงหลายสิบล้านบาทสำเร็จได้เร็วขึ้น คุณไผ่ตั้งใจจะยกระดับร้าน ไท่ไท่ทองอินทร์ ให้ได้มาตรฐาน Michelin Guide เช่นเดียวกับร้านอาหารอีก 2 ร้านในเครือของเขาที่กรุงเทพฯ ที่เคยคว้าใบรับรองสากลนี้มาแล้ว เขาเชื่อว่ามาตรฐานนี้จะเป็นเครื่องมือการประชาสัมพันธ์ที่ทรงพลังในการดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
------------------------

แม้คุณไผ่จะมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการระบบหลังบ้านของธุรกิจ ทั้งเรื่องโครงสร้างร้านอาหาร การบริการ และการควบคุมคุณภาพอาหารได้อย่างไร้ที่ติ แต่ในมิติของการขยายแบรนด์ท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน เขาก็ยังมองหา "คนที่ใช่" มาร่วมเป็นพันธมิตร

สิ่งที่คุณไผ่ยอมรับว่ายังขาดและกำลังมองหา คือกลุ่ม Influencers, Content Creators และกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกระบอกเสียงช่วยประชาสัมพันธ์และบอกเล่าความตั้งใจลึกๆ ของแบรนด์นี้ออกไปในวงกว้าง เขาไม่ได้มองหาเพียงแค่การทำการตลาดเพิ่มยอดขาย แต่ต้องการคนที่มีสัญชาตญาณ ความอิน และชื่นชมในคุณค่าของรากเหง้าของไท่ไท่ทองอินทร์อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เขายังเปิดกว้างสำหรับการพูดคุยสร้างโอกาสใหม่ ๆ กับองค์กร หน่วยงาน และพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุน ส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่น หรือร่วมสร้างช่องทางรายได้ใหม่ในช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องฤดูกาลท่องเที่ยวที่ผันผวนของเชียงใหม่

คุณไผ่เชื่อเสมอว่า ความฝันและการชุบชีวิตย่านนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เกิดจากการประกอบกันของ ผู้คน คอนเนคชัน และโอกาส หากคุณมีความเชื่อ มีเป้าหมาย และเคมีตรงกัน ประตูบ้าน ส.ส. เก่าหลังนี้ก็พร้อมเปิดต้อนรับและเติบโตไปด้วยกัน
------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

Address

Tasala, Muang

50000

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when เชียงใหม่เมืองปราบเซียน posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to เชียงใหม่เมืองปราบเซียน:

Shortcuts

  • Want your business to be the top-listed advertising & marketing company?

Share