23/11/2022
รู้จัก 7 เทรนด์การตลาดยุคใหม่ จาก Meta สู่กลยุทธ์ Metta + Mitri (เมตตา+ไมตรี) การตลาดเกื้อกูลคนตัวเล็ก
นับตั้งแต่เกิดโควิด-19 มาถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปัญหาเงินเฟ้อ สถานการณ์โรคติดต่อที่ยังไม่จบ ทำให้ปีหน้ามีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ธุรกิจเจอกับ VUCA World ที่ว่าด้วย Volatility – ความผันผวน, Uncertainty – ความไม่แน่นอน, Complexity – ความซับซ้อน และ Ambiguity – ความคลุมเครือ
แค่นั้นยังไม่พอโลกในอนาคตหลังวิกฤติโควิดยังต้องพบกับสิ่งที่เรียกว่า BANI ซึ่งประกอบไปด้วย B – Brittle ความเปราะบาง, A – Anxious ความกังวล, N – Nonlinear คาดเดาได้ยาก และ I – Incomprehensible ความไม่เข้าใจ เป็นโลกที่สุดขั้วกว่า VUCA Wolrd
ในภาวะที่โลกยังเต็มไปด้วยโจทย์ยาก "สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย" ภายใต้คณะกรรมการอำนวยการชุดใหม่ ที่มี "ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ" เป็นนายกสมาคมฯ วางวิสัยทัศน์และพันธกิจพร้อมเป็น "ผู้ผลักดัน"
ให้การตลาดเป็นยุทธศาสตร์สำคัญ "เปลี่ยน" เพื่อ "โอกาส" เติบโตในโลกการตลาดยุคใหม่ ที่ขับเคลื่อนผ่าน Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Economy พร้อมภารกิจสำคัญสร้าง National Branding
#เปิด7เทรนด์การตลาดในโลกยุคใหม่
สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย วิเคราะห์ 7 เทรนด์โลกการตลาดยุคใหม่ ที่นักการตลาดและองค์กรต้องรู้และปรับตัวตามให้ทันดังนี้
1. การตลาดยุคใหม่ไร้เส้นแบ่ง มุ่งสู่ On-live Marketing
ยุคแรกเป็นการตลาดเป็นเรื่องของ Offline จากนั้นเมื่อผู้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตจำนวนมากจึงเข้าสู่การตลาด Online ทำให้ความได้เปรียบด้านเครือข่ายหมดไป โดยใช้เทคโนโลยีเข้าถึงลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า
แต่โลกในยุคนี้ไม่ได้มี Line เป็นเส้นกั้นอีกต่อไป ไม่มีใครพูดถึงการตลาดที่ว่าด้วย Above the Line, Below the Line, Offline หรือ Online แต่ Line เหล่านั้น จะมาเชื่อมกันเป็นวงกลมที่มีลูกค้าอยู่ตรงกลาง กลายเป็น On-live Marketing การตลาดยุคใหม่ไม่แบ่งโลกจริงและโลกเสมือนที่แยกกันไม่ออก และจะเห็นมากขึ้นจากการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อสร้าง Seamless Experience ให้ผู้บริโภค
2. นักการตลาดไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่งอีกต่อไป
ในยุคนี้ ชื่อตำแหน่งของ "นักการตลาด" อาจเปลี่ยนไป หรือ Function การทำงานอาจเปลี่ยนไป คำว่านักการตลาดจะกลายมาเป็น "หัวใจ" ของทุกตำแหน่ง ทุกองค์กร เป็นความรู้และคุณสมบัติที่ทุกๆ Function จะต้องมี และทำให้ "ทุกคน" คือ "นักการตลาด"
สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนจากเวทีการประชุม APEC 2022 "ผู้นำ" แต่ละประเทศทำหน้าที่ "นักการตลาด" ได้อย่างโดดเด่น ทั้งโฆษณาแบรนด์ให้ประเทศเขากลายเป็นที่รักและชื่นชมของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น "เอ็มมานูเอล มาครง" ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ไปเดินสตรีทฟู้ดเยาวราช แวะดื่มเบียร์ร้านฮั่วเซ่งฮง หรือ "กมลา แฮร์ริส" รองประธานาธิบดีสหรัฐ เดินชมตลาด อ.ต.ก. จตุจักร พร้อมซื้อพริกแกง เครื่องแกงของไทย ถือเป็นการโปรโมทการท่องเที่ยวไทยและส่งเสริมธุรกิจ SME
"เห็นได้ว่านักการตลาดในยุคนี้ ไม่ได้มีชื่อว่า Marketing Manager, PR Manager หรือ CMO อีกต่อไป แต่ทุกคนเป็นนักการตลาดได้ ไม่ใช่แค่บทบาทของเอกชนเท่านั้น แต่รวมทั้ง ข้าราชการ นักการเมือง ทุกคนทำหน้าที่เป็นนักการตลาดได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้ประชาชน ผู้บริโภค พาร์ทเนอร์"
3. อายุตัวและอายุงาน ไม่ได้กำหนดตำแหน่งอีกต่อไป
การทำหน้าที่ "นักการตลาด" ในยุคนี้ อายุคนและอายุงานไม่ได้กำหนดตำแหน่งอีกต่อไป แต่อยู่ที่ ความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ การมีบทบาทสำคัญกับการก้าวหน้าใน Career Path ของโลกยุคใหม่
"เราจะเห็นผู้บริหารระดับสูงอายุน้อยลง เป็น Gen ใหม่ และจะเห็นคนวัยเกษียณที่ยังทำงานในบทบาทอื่นเยอะขึ้น พร้อมจะ Upskill & Reskill ให้ตัวเองทันโลกอยู่เสมอ"
4. ขนาดขององค์กรไม่ได้เป็นตัวกำหนดความสำเร็จ
โลกธุรกิจยุคนี้จะเห็นได้ว่ามีองค์กรใหม่ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและปรับตัวอย่างแท้จริง เป็นยุค "การเปิด-ปรับ-เปลี่ยน" คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ องค์กรใหญ่ก็ต้องเรียนรู้จากองค์กรเล็ก องค์กรเล็กก็ต้องเรียนรู้จากองค์กรใหญ่
5. การสร้าง "คุณค่า" จะนำไปสู่ "มูลค่า"
ปัจจุบัน Value Creation เป็นสิ่งสำคัญมาก "คุณค่า" ตีความได้ทั้งในมิติของสินค้า-บริการ และในมิติของแบรนด์ การแข่งขันทางราคาไม่ได้แปลว่าต้องถูกที่สุด แต่ต้องคุ้มค่าที่สุดและมีค่าต่อใจที่สุด
6. การตลาดบนฐานของเทคโนโลยี
การนำเทคโนโลยีมาใช้ในโลกธุรกิจ ช่วย 3 เรื่องสำคัญ 1. การเข้าถึง 2. ลดต้นทุน 3.ทำให้เห็นเป็นรูปธรรม เช่น เทคโนโลยีดิจิทัล,การแพทย์,พลังงาน การตลาดบนฐานเทคโนโลยี เป็นสิ่งที่ "คนกับเทคโนโลยี" ต่างทำงานร่วมกันภายใต้การบริหารบิ๊กดาต้า เพื่อความรวดเร็ว แม่นยำ สร้างสรรค์ไอเดีย และนวัตกรรมใหม่ๆ
7. จาก Meta สู่ Metta + Mitri (เมตตา+ไมตรี)
ปีที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี Metaverse ที่เชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือนเข้าด้วยกัน ในฝั่งตะวันตกคือ Meta ที่ก้าวสู่ยุค Web 3.0 แต่ในฝั่งเอเชีย การใช้เทคโนโลยี Meta จะเพิ่มเติมเป็น Metta + Mitri (เมตตา+ไมตรี) หัวใจของสิ่งนี้คือ การตลาดแบบเกื้อกูลที่อยู่บนพื้นฐานของเทคโนโลยี ช่วยเหลือกันไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เป็นการตลาดสำหรับคนตัวเล็ก
"การตลาดยุค web 3.0 ของไทย พูดถึง Meta ในมุมของ Metta + Mitri (เมตตา+ไมตรี) เป็นใช้เทคโนโลยีที่เข้าใจและเป็นประโยชน์กับมนุษย์ สอดคล้องกับ Marketing 5.0 ของ Philip Kotler ที่ว่าด้วย Technology for Humanity เป็นการตลาดที่เข้าใจมนุษย์และใช้เทคโนโลยีช่วยทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น"
แต่ในอีกมุมที่นักการตลาดไทยนำไปใช้เป็นกลยุทธ์ที่แตกต่างได้ คือการก้าวสู่ยุคแห่งความเป็นมิตรและการพึ่งพากันอย่างแท้จริง เป็นยุคแห่งเมตตาและไมตรี เป็นการตลาดของคนตัวใหญ่เพื่อคนตัวเล็ก เพื่อโลก สิ่งแวดล้อมและสังคม เป็นการตลาดแบบทุกคนเติบโตไปด้วยกัน
สิ่งที่บริษัทขนาดใหญ่ให้ความสำคัญในยุคนี้ คือ การทำงานร่วมกับบริษัทเล็กๆ สตาร์ทอัพ ที่มีจุดเด่นเรื่องความคิดสร้างสรรค์ (Creativity) เพราะธุรกิจใหญ่ๆ ก็ยังต้องการไอเดียจากคนตัวเล็ก และธุรกิจเล็กก็ต้องการวิธีการบริหารจัดการให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากคนตัวใหญ่ เพื่อโอกาส Scale up
"เทรนด์ธุรกิจวันนี้ เอกชนรายใหญ่มองว่าการอยู่รอดได้ รายเล็กต้องรอดด้วย จึงเริ่มเห็นการสร้างตลาดในประเทศ สนับสนุนเอสเอ็มอี ปรับตัวไปสู่ New S-curve ใหม่"
ปี 2566 สมาคมฯ เตรียมจัดสัมมนาใหญ่ในธีมการตลาด Metta + Mitri (เมตตา+ไมตรี) ดึงนักการตลาดทั่วโลกเข้ามาร่วมพูดคุยในประเด็นนี้
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
https://www.brandbuffet.in.th/2022/11/mat-society-announced-7-marketing-trends-2023/
#สมาคมการตลาด