23/04/2026
🍀 เมื่อ "สุขภาพดี มีความสุข" ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือศักยภาพทางเศรษฐกิจที่รอการปลุกให้ตื่น ถ้าถามว่าหัวหินคืออะไรในสายตาชาวต่างชาติ คำตอบมักไม่ใช่ "ชายหาด" หรือ "ตลาดกลางคืน" แต่คือ "เมืองที่มาอยู่แล้วมีชีวิตที่ดี"
▫
ขณะที่หลายภาคส่วนในพื้นที่ยังถกเถียงกันว่าจะจัดอีเวนต์อะไรดี ชาวต่างชาติเกือบสองแสนคนที่เลือกมาพำนักในหัวหินได้ตัดสินใจไปแล้วด้วยเหตุผลที่ชัดเจน - ที่นี่มีโรงพยาบาล มีคลินิก มีอากาศดี มีคนใจดี และมีคุณภาพชีวิตที่คุ้มค่าเงินทุกบาท
▫
ดร.เอ๊ะ พรระวี สีเหลืองสวัสดิ์ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนอนันตลักษณ์บริบาล ซึ่งปีนี้เปิดดำเนินการมาครบ 20 ปี คือหนึ่งในคนที่เห็นภาพนี้มาตลอด ในฐานะลูกหลานชาวหัวหินที่เรียนรู้เรื่อง Wellness มาตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษาที่อเมริกา และกลับมาสร้างสิ่งที่เธอเชื่อว่าบ้านเกิดต้องการ
-----
1️⃣ จากลูกหลานหัวหิน…สู่คนที่อยากพัฒนา “บ้านเกิด”
ดร.เอ๊ะเติบโตในครอบครัวชาวหัวหิน-เพชรบุรี ครอบครัวใหญ่ที่ตั้งรกรากในพื้นที่มาหลายชั่วอายุคน เธอจบเศรษฐศาสตร์จากธรรมศาสตร์ ก่อนเรียนต่อปริญญาโท-เอกด้านพัฒนาชุมชน โดยมีประสบการณ์ช่วงหนึ่งที่เมือง Madison รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา เมืองมหาวิทยาลัยที่เธอบอกว่า "บังคับให้เดินทุกวัน อาหารดี อากาศดี ชีวิตปลอดภัย" ซึ่งกลายเป็นต้นแบบในหัวของเธอว่า
▫
"เมืองสุขภาพดี" ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร
"ทุกนาทีที่เราอยู่กรุงเทพ เราไม่เคยคิดว่าเราเป็นคนกรุงเทพเลย เราอยากกลับบ้านเกิด อยากกลับไปพัฒนาบ้านเกิด"
▫
หลังจากกลับมาเป็นอาจารย์ที่ราชภัฏเพชรบุรีและดูแลรีสอร์ทของครอบครัว เธอเคยพยายามเปิด Daycare ผู้สูงอายุในยุคแรก ซึ่งล้มเหลวเพราะสังคมไทยยังไม่พร้อมรับแนวคิดนั้น แต่แทนที่จะท้อ นั่นกลับกลายเป็นจุดที่เธอตกผลึกว่า สิ่งที่ขาดจริงๆ คือ "คน" ที่มีทักษะดูแลผู้สูงอายุอย่างมืออาชีพ
โรงเรียนอนันตลักษณ์บริบาลจึงถือกำเนิดขึ้นในหัวหิน และผ่านมา 20 ปี มีผู้จบการศึกษาไปแล้วกว่า 1,500 คน กระจายทำงานอยู่ทั้งในโรงพยาบาล ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โรงแรม และชุมชนทั่วประจวบคีรีขันธ์และจังหวัดใกล้เคียง
-----
2️⃣ "สุขภาพที่ดีในวัยเกษียณ" คืออะไรกันแน่
ในมุมของ ดร.เอ๊ะ สุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงแค่ร่างกายแข็งแรง แต่ต้องมาพร้อมกัน 3 ด้าน
หนึ่ง — สุขภาพกาย อาหารดี อากาศบริสุทธิ์ ออกกำลังกายได้ มีบริการทางการแพทย์เข้าถึงง่าย
สอง — สุขภาพใจ มีความสุข รู้สึกปลอดภัย มีกิจกรรมที่มีความหมาย ไม่โดดเดี่ยว
สาม — จิตวิญญาณ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ภาคภูมิใจในตัวเอง รู้สึกมีคุณค่า
▫
"ถ้าเราสามารถตอบโจทย์ว่าทำให้คนนี้สุขภาพกายแข็งแรง สุขภาพใจแข็งแรง รู้จักแบ่งปัน และตระหนักถึงคุณค่าความเป็นมนุษย์ แน่นอน เมื่อคนแฮปปี้ขนาดนี้ เมืองก็ต้องแฮปปี้"
และสิ่งที่ทำให้ผู้สูงวัย โดยเฉพาะชาวต่างชาติ มองหาในที่พำนักบั้นปลาย ไม่ใช่แค่ทะเลสวย แต่คือ ระบบนิเวศที่รองรับชีวิตที่ดีได้จริง
-----
3️⃣ ทำไมหัวหิน ทำไมไม่ที่อื่น?
ดร.เอ๊ะมองว่าหัวหินมีความได้เปรียบหลายด้านที่เมืองอื่นไม่มีครบพร้อมกัน
เริ่มจาก ระบบสาธารณสุข ที่มีให้บริการอยู่ทั่วทุกมุมเมือง โรงพยาบาลหลักหลายสาขา รวมถึงคลินิกและร้านยา มีแพทย์ประมาณ 300 คน ทันตแพทย์อีกไม่ต่ำกว่า 200-300 คน และบุคลากรสายสุขภาพรวมกันน่าจะกว่า 3,000 คน
▫
"เรามีบุคลากรไม่น้อย ทั้งแพทย์เฉพาะทาง กายภาพบำบัดก็เริ่มมาแรง ประกันสุขภาพสำหรับต่างชาติก็กำลังบูม นี่ไม่ใช่แค่เมืองสปา มันคือระบบเฮลท์แคร์ครบวงจร"
นอกจากนั้นยังมี อากาศดี ซึ่งเมื่อเทียบกับหลายจังหวัดท่องเที่ยวที่กำลังเผชิญปัญหา PM2.5 ระดับอันตราย หัวหินถือว่าอยู่ในระดับน้อยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และที่สำคัญคือ ความปลอดภัยและความเป็นมิตร คนหัวหิน-เพชรบุรีมี Hospitality สูง แม่ค้าในตลาดพูดภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารได้ บรรยากาศเมืองเดินได้ ไม่อึมครึม และยังมีเสน่ห์ความเป็นเมืองที่มีรากเหง้าแบบ Royal Town ที่ต่างชาติรุ่นเก่าจดจำมาตั้งแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่
-----
4️⃣ ต่างชาติเห็นคุณค่า คนไทยยังมองข้าม?
ตัวเลขที่น่าสนใจมากคือ ขณะที่ประชากรในทะเบียนราษฎรของหัวหินอยู่ที่ประมาณ 60,000 คน แต่มีชาวต่างชาติที่พำนักอยู่จริงๆ อีกเกือบ 200,000 คน และในกลุ่มชาวต่างชาตินั้น แทบทั้งหมดคือผู้สูงอายุ
▫
"เฉพาะหัวหินเรานี้ ผู้สูงอายุ 27 เปอร์เซ็นต์ของประชากร แต่ถ้าฝรั่งในหัวหินนี้ ผู้สูงอายุเกือบทั้งหมดเลย"
และกลุ่มนี้มีกำลังซื้อสูง ยินดีจ่ายค่าบริการด้านสุขภาพปีละเป็นหมื่นหรือแสนบาทโดยไม่ลังเล เพราะพวกเขาเติบโตมาในระบบที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลเองทุกบาท สำหรับคนอเมริกัน ค่าประกันสุขภาพในไทยถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ได้รับ
▫
"คนไทยเรา เราฟรีจนเราเคยตัวแล้ว แต่ของเขาถ้าเป็นอเมริกัน คือต้องจ่ายเงินเองหมด เขาก็เลยรู้เรื่องนี้มากกว่าคนไทยในพื้นที่เองซะอีก"
ความต่างในทัศนคติไทย-ต่างชาตินี้ชัดเจนมาก คนไทยมองสิ่งที่หัวหินมีว่า "ก็มีอยู่แล้ว ธรรมดา" ขณะที่ชาวต่างชาติมองว่า "นี่คือทุกอย่างที่ฉันต้องการสำหรับชีวิตวัยเกษียณ"
-----
5️⃣ หัวหินคือ "เมืองสุขภาพ" ที่พร้อมแล้วแต่ขาดการจัดการ
เมื่อมองภาพรวมขององค์ประกอบทั้งหมด ดร.เอ๊ะมองว่าหัวหินมีส่วนประกอบที่ทำให้เป็น Wellness City ได้จริงๆ ครบอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบสาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติ ความปลอดภัย ความหนาแน่นของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และความเชื่อมโยงกับเพชรบุรีในเรื่องอาหาร วัฒนธรรม และมรดกทางประวัติศาสตร์
▫
สิ่งที่ขาดคือ การจัดระเบียบและทิศทางที่ชัดเจน
เธอยกตัวอย่างสิงคโปร์ที่ถูกจัดอยู่ใน Blue Zone หรือเมืองที่อยู่แล้วอายุยืน แม้จะเป็นเกาะเล็กๆ ไม่มีทรัพยากรธรรมชาติ แต่สิงคโปร์ดูแลทุกอย่างอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่คุณภาพอาหาร มาตรฐานอากาศ ไปจนถึงการแจกเครื่องวัดสุขภาพให้ประชาชนในช่วงโควิด
"สิงคโปร์ทำมาแล้วสามสิบปีในเรื่องการควบคุมความหวานและความเค็มในอาหาร ในขณะที่เราเพิ่งเริ่มพูดถึงเรื่องนี้"
-----
6️⃣ อุตสาหกรรม Wellness ใหญ่แค่ไหน และหัวหินอยู่ตรงไหน
ดร.เอ๊ะมองว่าคำว่า Wellness ไม่ใช่เรื่องของคนรวยหรือสปาหรูเท่านั้น แต่คือทุกคนที่อยากมีสุขภาพดีและมีความสุข ซึ่งแปลว่าทุกคนในโลกคืออยู่ในตลาด Wellness ทั้งนั้น ต่างกันแค่กำลังซื้อและระดับที่เลือกใช้
▫
"ทุกคนอยากแฮปปี้ ทุกคนอยากเฮลตี้ เพราะฉะนั้นทุกคนสามารถอยู่ในอุตสาหกรรมเวลเนสได้ บางคนซื้อพาราเซตามอลเม็ดละห้าสิบสตางค์ บางคนซื้อไทลินอล นั่นก็คือเวลเนสเหมือนกัน แค่เลือกตามระดับความต้องการ"
▫
สำหรับหัวหินโดยเฉพาะ ตัวเลขที่น่าสนใจคือปัจจุบันหัวหินสร้างรายได้เข้าประเทศจากการท่องเที่ยวปีละประมาณ 40,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่เล็กน้อยเลย แต่ดร.เอ๊ะตั้งคำถามว่า รายได้นั้นแลกมาด้วยต้นทุนอะไรบ้าง ทั้งขยะ น้ำเสีย ความแออัดของโรงพยาบาล และโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับไม่ทัน
▫
และยิ่งไปกว่านั้น ถ้าสามารถดึงกลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักระยะยาวเกือบสองแสนคนมาร่วม "จ่าย" ให้กับเมืองในรูปแบบที่เป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นค่าประกัน ค่าธรรมเนียมการใช้สาธารณูปโภค หรือรูปแบบ Resident Card ที่เธอเสนอ รายได้นั้นน่าจะพอเลี้ยงทั้งเมืองและยกระดับบริการสาธารณะได้อีกมาก
-----
7️⃣ สิ่งที่หัวหินยังต้องพัฒนา
ดร.เอ๊ะพูดถึงสิ่งที่ยังขาดอย่างตรงไปตรงมา
หนึ่ง — การบูรณาการข้อมูลและนโยบาย หัวหินมีทรัพยากรครบ แต่ทุกหน่วยงานทำงานแยกส่วน ไม่มีฐานข้อมูลรวมว่าใครอยู่ในเมืองบ้าง สุขภาพเป็นอย่างไร ใช้บริการอะไร ซึ่งถ้ามีข้อมูลชุดนี้ การจัดสรรงบประมาณและบริการสาธารณสุขจะมีประสิทธิภาพขึ้นมากทันที
▫
สอง — ทิศทางของเมืองที่ไม่ชัดเจน การที่แต่ละฝ่ายต่างมุ่งหน้าไปคนละทิศ บางส่วนอยากให้หัวหินมีอีเวนต์ใหญ่ๆ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ในขณะที่บางส่วนอยากรักษาบรรยากาศเดิมไว้ ทำให้เมืองไม่มีเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งพอ เธอยกตัวอย่างมาเก๊าที่ขึ้นชื่อเรื่องคาสิโนมาตลอด แต่เลือกที่จะ Rebranding ตัวเองเป็นเมืองมรดกโลกด้านอาหารและวัฒนธรรม โดยไม่จำเป็นต้องเลิกสิ่งที่มี แค่รู้ว่าจะชูอะไรเป็นหน้าตาของเมือง
▫
"หัวหินไม่ควรส่งเสริมภาพลักษณ์ไปทางเมืองปาร์ตี้ มันไม่ขับเคลื่อนศักยภาพของเมือง ถ้าคุณมารีแล็กซ์เพื่อสุขภาพ แต่ข้างๆ มีคอนเสิร์ตเสียงดัง มันก็จะเกิดปัญหาอื่นตามมา"
▫
สาม — แรงงานบริบาลที่ยังไม่พอ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีประชากร 550,000 คน เป็นผู้สูงอายุแล้วกว่า 22% หรือราว 120,000 คน แต่บุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรมด้านบริบาลทั้งหมดในพื้นที่ยังห่างไกลจากจำนวนที่ต้องการมาก
▫
สี่ — Tax Incentive และนโยบายส่งเสริม ดร.เอ๊ะเสนอว่าถ้าจะทำให้หัวหินเป็น Wellness Destination จริงๆ ต้องมีแรงจูงใจในเชิงนโยบาย เช่น ลดภาษีสำหรับธุรกิจด้านสุขภาพในพื้นที่ ยกเว้นค่าธรรมเนียมใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการที่ทำในกรอบ Wellness รวมถึงการพิจารณาให้หัวหินเป็นเขตพิเศษในลักษณะเดียวกับพัทยา เพื่อให้มีอำนาจจัดการเมืองได้คล่องตัวขึ้น
-----
8️⃣ ฝากถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
สิ่งที่ ดร.เอ๊ะอยากฝากไว้มากที่สุดคือการเริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้เลย
เริ่มจาก Health Literacy ให้คนในเมือง ให้ทุกคนตั้งแต่กุ๊กในครัว พ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงพนักงานโรงแรม เข้าใจเรื่องสุขภาพขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่การลดโซเดียมในอาหาร ไปจนถึงการดูแลผู้สูงอายุเบื้องต้น
▫
สร้าง Big Data ด้านสุขภาพของเมือง รู้ว่ามีใครอยู่ที่นี่บ้าง สุขภาพเป็นอย่างไร ใช้บริการอะไร เพื่อให้จัดสรรทรัพยากรได้ตรงจุด และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องพูดเรื่องนี้ให้เป็นเรื่อง "ของทุกคน" ไม่ใช่แค่ของโรงแรมหรูหรือสปาระดับท็อป แต่คือทิศทางที่คนหัวหินทุกคนเดินไปด้วยกัน
▫
"เราต้องยอมรับความจริงว่าหัวหินมีประชากรเทศบาลหกหมื่น แต่มีฝรั่งมากินมานอนอยู่ประมาณสองแสน สองแสนหกหมื่นคนนี้ต้องน้ำประปาด้วยกัน ทิ้งขยะด้วยกัน ใช้โรงพยาบาลด้วยกัน เพราะฉะนั้นมันต้องเป็นภารกิจของอำเภอ ว่าเราจะทำ Healthy Happy Hua Hin Together"
▫
ดร.เอ๊ะทิ้งท้ายด้วยภาพที่เธอฝันถึงมาตลอด 20 ปี ว่ายังไม่มีเมืองไหนในประเทศไทยที่ทำให้รู้สึกได้จริงๆ ว่า "มาอยู่แล้วสุขภาพดี" แต่หัวหินมีทุกอย่างที่จะเป็นเมืองนั้นได้ สิ่งที่ยังขาดอยู่คือแค่ความกล้าที่จะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองมี
"โลกภายนอกเขามองเห็นเราแล้ว เขาเลยมาอยู่ กว่าที่คนในจะรู้เองว่าเรามีสิ่งนี้ อย่าให้มันช้าเกินไป"
-----
9️⃣ เกี่ยวกับโรงเรียน อนันตรักษ์การบริบาล
โรงเรียนอนันตลักษณ์บริบาล หัวหิน เปิดสอนหลักสูตรผู้ช่วยพยาบาลและการดูแลผู้สูงอายุ ทั้งระยะ 70 ชั่วโมง, 3 เดือน และ 6 เดือน รองรับทั้งผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพและผู้ที่ต้องการดูแลคนในครอบครัว ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้โดยตรงที่โรงเรียน
โรงเรียนอนันตรักษ์การบริบาล หัวหิน Anantarak Healthcare training
📩 สนใจสมัครเรียน / สอบถามรายละเอียด
☎ 032 - 514100, 080-3522926 และ 063-2415141
✅ Line : https://lin.ee/zsl4PgM
#คนหัวหิน #เมืองสุขภาพ #อนันตรักษ์การบริบาล #ดรเอ๊ะ