PLH Internet Marketing

PLH Internet Marketing เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชี วางแผนการตลาดคอนเทนต์ ดูแลบริหารส่วนงานการตลาดออนไลน์ทั้งการสื่อสาร การทำแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ

ในโลกธุรกิจเต็มไปด้วยผู้ประกอบการที่มีความพร้อม หลากหลายความสามารถ ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณจำเป็นต้องเป็นผู้นำทีม เจรจากั...
23/05/2017

ในโลกธุรกิจเต็มไปด้วยผู้ประกอบการที่มีความพร้อม หลากหลายความสามารถ ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณจำเป็นต้องเป็นผู้นำทีม เจรจากับคู่ค้า มีคอนเน็คชั่นใหม่ๆอยู่เสมอ และพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้า หากเจ้าของธุรกิจคนไหนเป็นคนเข้าสังคมไม่เก่ง หรือเป็นคนขี้อาย วันนี้เรามาดูวิธีเปลี่ยนแปลงเพื่อให้คุณพาธุรกิจไปได้ไกลกันเลย ..

1.เลือกประเภทธุรกิจให้ถูก .. เลือกประเภทธุรกิจที่จะทำอย่างรอบคอบ มีแผนธุรกิจ ใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เราถนัดสร้างจุดแข็งให้ธุรกิจ หรือการเริ่มธุรกิจจากสิ่งที่ชอบจะทำให้เราอยู่กับสิ่งนั้นได้นาน

2.หาคู่ค้าที่จะส่งเสริมกัน .. ทำธุรกิจต้องมีคู่ค้า ซับพลายเออร์ เรื่องนี้ต้องอาศัยการมีคอนเน็คชั่นเยอะ เพื่อเราจะได้เลือกคนที่จะมาช่วยเสริมให้ธุรกิจเราเติบโตขึ้นด้วย

3.ใช้กระบวนการทำงานที่เหมาะกับเรา .. ทั้งกระบวนการทำงานในธุรกิจหรือกลยุทธ์การตลาดมีหลากหลายมาก เจ้าของธุรกิจต้องมองให้ออกว่า การปฏิบัติแบบไหนจะดีที่สุดสำหรับธุรกิจเรา ที่จะนำมาปรับใช้กับองค์กรให้ได้ผลดี

4.ใช้เครือข่ายออนไลน์ สร้างคอนเน็คชั่น .. พยามเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ เข้าสังคมทางออนไลน์ของคนทำธุรกิจประเภทเดียวกันบ้าง หรือการประชุมออนไลน์ก็ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

5.ฝึกเข้าสังคม .. การเป็นเจ้าของธุรกิจ เรื่องเข้าสังคมพบปะผู้คน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้น เราต้องฝึกทักษะเจรจาทางธุรกิจไว้ด้วย เรื่องนี้สำคัญ ผู้ประกอบการที่เจรจาต่อรองทางธุรกิจเก่งย่อมส่งผลดีให้ธุรกิจได้มาก อาจเริ่มได้ที่เข้ากิจกรรมเครือข่ายทางสังคมให้มากขึ้น

6.รับมือกับภาวะกดดันได้ .. ในวันๆนึง ผู้ประกอบการมีหลายอย่างให้ต้องคิด หลายๆปัญหาที่ต้องแก้ พยามแก้ปัญหาและทำงานหลายๆอย่างด้วยความเข้าใจ จัดการอารมณ์ตัวเองให้ได้ ไม่งั้นเราจะไม่มีความสุขกับการทำงาน

สำหรับใครที่เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ หรือกำลังจะเริ่มต้นธุรกิจ แต่ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนพูดไม่เก่ง หรือขี้อาย ลองนำวิธีที่แนะนำไปปรับใช้กันดูนะครับ เพื่อการทำธุรกิจที่คล่องตัวขึ้น

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

โลกออนไลน์ปัจจุบัน การแข่งขันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจทางออนไลน์ ต้องเจอปัญหาลูกค้าจำแบรนด์คุณไม่...
11/04/2017

โลกออนไลน์ปัจจุบัน การแข่งขันยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจทางออนไลน์ ต้องเจอปัญหาลูกค้าจำแบรนด์คุณไม่ได้ เพราะคู่แข่งก็เยอะขึ้นมาก วันนี้เรามีข้อแนะนำ ที่จะทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าและบริการของคุณได้มาบอกกันครับผม ..

โดยทั่วไป หลังจากโฆษณาถูกปล่อยออกไปลูกค้าจะยังจำไม่ได้ในครั้งแรกที่เห็น และยิ่งหากในโฆษณาไม่มีจุดน่าสนใจเด่นๆ คนที่เห็นก็จะยิ่งลืมได้ง่าย แต่โฆษณาที่ประสบความสำเร็จ คือ โฆษณาที่มีการทิ้งข้อมูลที่ดึงดูด สามารถกระตุ้นให้ลูกค้านึกออกทุกครั้งที่นึกถึงสินค้าและบริการในประเภทเดียวกับธุรกิจเรา เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ การทำโฆษณาให้ลูกค้าจำได้

เรามาดูลำดับการรับรู้ของคนทั่วไปกัน ..
1. ความคิด .. คือความเข้าใจในคอนเซ็ป ว่าโฆษณาเราต้องการสื่อสารอะไร รวมทั้งการจดจำตัวเลขได้ จะเกิดขึ้นในขั้นตอนนี้ด้วย
2. ความรู้สึก .. หมายถึง ความรู้สึกของผู้บริโภคหลังจากได้เห็นโฆษณานั้นแล้ว หรือที่ในปัจจุบันพูดกันว่า โฆษณานั้นสร้างประสบการณ์แบบไหนให้ผู้บริโภค หลังจากดูแล้วจะรู้สึกดีหรือไม่ดีกับแบรนด์การสื่อสารของธุรกิจกับลูกค้าจึงสำคัญมาก
3. การกระทำ .. ในทางโฆษณา คือขั้นตอนสุดท้ายที่ลูกค้าที่เห็นโฆษณาจะรู้สึกถูกใจจนตัดสินใจซื้อสินค้ามั้ย .. มีงานวิจัย ของAmeritest บอกไว้ว่า โฆษณาประเภทรูปภาพจะช่วยให้คนที่เห็นจดจำได้มากที่สุด และอีกอย่างที่มีผลคือ ช่วงเวลา เวลาไพร์มไทม์ 6โมง – 2ทุ่ม เป็นช่วงเวลาที่คนเริ่มทำกิจกรรมรีแล็กซ์ หากเราปล่อยโฆษณาไปช่วงเวลานี้จะดึงดูดความสนใจจากผู้ชมได้มาก

สุดท้าย สิ่งสำคัญที่ช่วยให้คนทั่วไปจดจำแบรนด์เราได้ดีจากโฆษณาคือ สื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจคอนเซ็ปสินค้าและบริการของเรา หลักๆคือใช้ภาพที่สื่อได้ตรงหรือข้อความ คำพูด โดนๆ กระชับ จำง่าย เพราะหากโฆษณาเรามีจุดเด่นเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย ที่จะทำให้ลูกค้าจำได้และยังตัดสินใจซื้อสินค้าเราได้ง่ายขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตาม การสื่อสารระหว่างธุรกิจกับลูกค้าสำคัญมากเพราะหมายถึงความสัมพันธ์ของแบรนด์กับผู้บริโภค หากมีความสัมพันธ์ที่ดี ก็แน่นอนว่าจะทำให้ลูกค้ายังนึกถึงหรือจำสินค้าเราได้อยู่เสมอ อย่างน้อยที่สุดก็ทำให้ลูกค้าชอบและไว้ใจธุรกิจที่จะซื้อสินค้าด้วย
เจ้าของธุรกิจคนไหน ที่พึ่งมาเริ่มทำธุรกิจทาง
ออนไลน์ใหม่ๆและต้องเจอปัญหาที่ลูกค้ายังจำชื่อสินค้าหรือชื่อแบรนด์ไม่ได้ ลองนำวิธีที่แนะนำไปใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้กันดูครับ

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

ของเล่นใหม่เช็คความนก .. เปิดตัวปุ่ม   ใน Facebookใครไม่นกรายงานตัวหน่อยเร็ว ลองเล่นกันแล้วหรือยัง สำหรับฟีเจอร์ใหม่จาก ...
09/04/2017

ของเล่นใหม่เช็คความนก .. เปิดตัวปุ่ม ใน Facebook

ใครไม่นกรายงานตัวหน่อยเร็ว ลองเล่นกันแล้วหรือยัง สำหรับฟีเจอร์ใหม่จาก Facebook

ปุ่ม “Hello” หรือ “กล่าวทักทาย” ใช้ทักทายทั้งคนที่เป็นเพื่อนและไม่เป็นเพื่อนในเฟสบุ๊ค โดยที่เราไม่ต้องทักแชทหรือกดเพิ่มเพื่อน เมื่อกดแล้วฝ่ายผู้รับก็จะได้การแจ้งเตือนว่ามีคนชื่อนี้กล่าวทักทายคุณ และสามารถกล่าวทักทายตอบได้ โดยไม่ต้องพิมพ์อะไรเลย

ใครเห็นแล้วก็ลองไปเล่นดูนะครับ เพื่อจะได้รู้ ถือว่าเป็นการเช็คอีกฝ่ายว่าอยากคุย อยากรู้จักกับเราหรือเปล่า

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

Google Display Network เรียกง่ายๆ สั้นๆ ว่า   การทำการตลาดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับยักษ์ใหญ่นี้จะส่งผลดีต่อธุรกิจ สิน...
30/03/2017

Google Display Network เรียกง่ายๆ สั้นๆ ว่า การทำการตลาดบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับยักษ์ใหญ่นี้จะส่งผลดีต่อธุรกิจ สินค้า บริการ และยอดขายของเราอย่างไร คุณเองก็คงสงสัย งั้นมาหาคำตอบกันเลยครับ ..

1. เข้าถึงได้มากกว่า 90 % ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ต .. Google มีเว็บไซต์พันธมิตรถึง 2 ล้านเว็บ ถ้ามีคน 100 คน โอกาสที่จะมีคนเห็นโฆษณาของเราก็มีมากถึง 90 คน ยิ่งเข้าถึงมาก ก็ยิ่งมีโอกาสซื้อมากขึ้น

2. ข้าถึงตรงจุด สะดุดตรงใจลูกค้า .. ออกแบบมาอย่างดีเพื่อช่วยเราตามหากลุ่มเป้าหมายที่ตรงจุด โดยการเลือก Placement Targeting ที่สามารถกำหนดได้เลยว่าอยากให้สินค้าหรือบริการของเราไปปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ใด วีดีโอแบบไหน หรือเกมประเภทใด ยังไม่หมดยังไม่พอ เพราะเรายังสามารถเลือกที่โชว์โฆษณา ได้จาก keywords ที่เราระบุไว้ว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา

3. รูปแบบหลากหลายดึงได้หลายจุด .. มีทั้งแบนเนอร์ รูปภาพและวีดีโอ มีสีสันและการเคลื่อนไหวดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น ฉีกกฏการโฆษณาแบบเดิมๆ

4. ทำการตลาดได้หลายที่ ด้วยการจัดการครั้งเดียว .. โปรโมทสินค้าและบริการของผ่าน GDN ครั้งเดียว แต่สามารถแพร่กระจายไปได้อีกหลายเว็บไซต์ เพราะ Google มีเว็บพันธมิตรหลาหลายนับล้าน แค่ครั้งเดียวแต่ผลลัพธ์มหาศาล

5. สร้าง Brand Awareness ได้แบบทันใจ .. เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้หลากหลายแค่นั้นยังไม่พอ แต่ยังเข้าถึงได้รวดเร็วอีกด้วย สินค้าและแบรนด์จะถูกพูดถึงในวงกว้าง จึงเป็นอีกหนทางที่ดีต่อใจจริงๆ ครับผม

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

คำถามข้างต้นเป็นคำถามยอดฮิตที่มีหลายคนเฝ้าถามอยู่บ่อยๆ เวลาไปบรรยายเรื่องการตลาดดิจิทัล ทั้งนี้เพราะ Social Media อย่าง ...
25/03/2017

คำถามข้างต้นเป็นคำถามยอดฮิตที่มีหลายคนเฝ้าถามอยู่บ่อยๆ เวลาไปบรรยายเรื่องการตลาดดิจิทัล ทั้งนี้เพราะ Social Media อย่าง Facebook และ LINE กลายเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารหลักของดิจิทัลในปัจจุบัน หลายๆ คนรู้สึกว่าการเปิด page และมี LINE ไว้คุยติดต่อกับลูกค้าก็น่าจะเพียงพอแล้ว เราจะมี Website ไปทำไมอีก

คำตอบว่าเราต้องมี Website หรือไม่นั้นก็คงยากที่จะฟันธงกันไปตรงๆ เพราะว่ากันตามจริงแล้ว บางธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นอาจจะไม่ต้องมี Website ก็ได้ แต่สำหรับบางธุรกิจนั้นก็จำเป็นเนื่องจากเป็นภาพลักษณ์ เป็นช่องทางที่ลูกค้าหรือคู่ค้าธุรกิจจะมาข้อมูลต่างๆ ซึ่งถ้าไม่มีมันก็จะขาดความน่าเชื่อถือไปด้วย

ผมลองลิสต์ประเด็นต่างๆ ที่เรายัง “ควรมี” Website มาลองให้คิดหน่อยแล้วกันนะครับ

1. การติด SEO ใน Google Search

แม้ว่าการเล่น Social อาจจะเป็นพฤติกรรมหลักของคนดิจิทัล แต่การ Search หาข้อมูลก็ยังเป็นพฤติกรรมที่ไม่แพ้กันเลย คนจำนวนมากยัง Search หาสินค้าและบริการต่างๆ ผ่าน Google อยู่ซึ่งบรรดาเว็บไซต์ต่างๆ ที่ทำคอนเทนต์ได้ดี ติด SEO แม่นๆ ก็จะสามารถฉวยโอกาสเก็บลูกค้ากลุ่มนี้ได้นั่นเอง

2. การมีพื้นที่นำเสนออย่างอิสระ

สิ่งที่ผมมักเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ คือ Facebook เหมือนห้างสรรพสินค้าที่มี “ห้องสำเร็จรูป” มาให้คุณแล้ว แน่นอนว่ามันบริหารจัดการง่าย ไม่ยุ่งยาก แต่แน่นอนว่าหลายๆ อย่างก็อาจจะไม่ถูกใจคุณไปเสียหมด หลายๆ คนอยากจะสร้างร้านในแบบที่ตัวเองชื่นชอบ อยากดีไซน์ทุกอย่างเอง การทำเว็บไซต์เลยเป็นเหมือนร้านที่ที่คุณออกแบบได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับสามารถใส่รายละเอียดสินค้า บริการ รูปภาพต่างๆ ได้อย่างที่คุณต้องการ รวมทั้งการออกแบบ “ประสบการณ์” ของลูกค้าได้มากกว่าอะไรที่ “สำเร็จรูป” ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่จำเป็นสำหรับหลายๆ ธุรกิจอย่างเช่นการซื้อสินค้า การดูข้อมูลบริษัท ฯลฯ นอกจากนี้แล้วเว็บไซต์ยังสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นอื่นๆ เข้าไปได้นอกจากข้อมูลเช่นการซื้อสินค้า การลงทะเบียน เป็นต้น

3. การวิเคราะห์ข้อมูล

สิ่งที่คนมีเว็บไซต์ทำได้เพิ่มขึ้นคือการติดการวัดผลอย่าง Google Analytics เพื่อดูพฤติกรรมของคนที่เข้ามาเว็บไซต์โดยละเอียด เช่นเข้ามาจากทางไหน หน้าที่คนเข้ามาดูมากที่สุดคือหน้าอะไร ซึ่งนั่นกลายเป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ทางการตลาดอย่างดี ยิ่งถ้านำไปผนวกกับข้อมูลอื่นๆ ด้วยแล้วก็จะยิ่งสามารถถอดรหัสลูกค้าได้อีกพอสมควร

ฟังข้อดีไปแล้ว แน่นอนว่าหลายๆ คนก็อยากจะมีเว็บไซต์กันบ้าง แต่ผมก็มักจะบอกว่ามันก็คงไม่ใช่คำตอบที่ “ต้องทำ” เสมอไป เพราะธุรกิจ SME บางอย่างก็อาจจะไม่เหมาะกับการทำเว็บไซต์ในช่วงแรกเนื่องจากต้องใช้ความรู้พอสมควร การปรับแต่งเว็บไซต์ไม่ได้ง่ายเหมือนกับการเล่น Facebook ซึ่งถ้าไม่คล่องแล้วก็จะกลายเป็นว่าเว็บไซต์จะไม่มีประสิทธิภาพเอาได้ง่ายๆ ด้วย ไหนจะเรื่องการบริหารจัดการซึ่งก็ต้องใช้เวลาอีกต่างหาก

ฉะนั้นแล้ว มันคงยากที่จะฟันธงว่าเราถึงยุคที่จะไม่ต้องมีเว็บไซต์แล้วหรือยัง เรายังต้องมีเว็บไซต์อยู่หรือเปล่า เพราะเราก็ต้องไม่ลืมว่าวันนี้ธุรกิจมากมายก็ยังขายของผ่านเว็บไซต์ ข้อมูลรีวิวต่างๆ มากมายเราก็ยังอ่านจากบล็อก บทความ ที่อยู่ในเว็บไซต์เนี่ยแหละ สำหรับผมแล้ว เครื่องมือนี้ก็ยังมีความสำคัญอยู่ อยู่ที่เราจะฉลาดใช้หรือไม่ ใช้แล้วเหมาะกับเราไหมนั่นแหละครับ

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

4 วิธีเปลี่ยนจาก “หัวหน้า” สู่ “ผู้นำ” ..คุณรู้หรือไม่ว่า ความแตกต่างระหว่างการเป็นหัวหน้าธรรมดา กับการเป็นผู้นำ นั่นคือ...
25/08/2016

4 วิธีเปลี่ยนจาก “หัวหน้า” สู่ “ผู้นำ” ..

คุณรู้หรือไม่ว่า ความแตกต่างระหว่างการเป็นหัวหน้าธรรมดา กับการเป็นผู้นำ นั่นคืออะไร คุณเองอาจจะเป็นเพียงแค่หัวหน้าธรรมดา ที่คอยตัดสินใจเรื่องต่างๆ หรืออาจจะเป็นผู้นำ ที่เป็นหัวเรือขององค์กร คอยกำหนดกลยุทธ์ไปพร้อมๆ กับการเป็นที่รักของคนในทีม เราลองมาดูเคล็ดลับการเปลี่ยนจากหัวหน้าธรรมดา สู่การเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่กันดีกว่า

1. เริ่มจากรักผู้คน .. การเป็นหัวหน้าธรรมดาคุณอาจจะคิดแค่ว่าทำอย่างไรให้งานเสร็จลุล่วงไปด้วยดี แต่สำหรับการผู้นำนั้น เขาต้องคิดมากกว่านั้น โดยเริ่มจากการมอบความรักที่แท้จริงให้แก่ผู้คนของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการรักลูกน้องในทีม พนักงานทุกคนในออฟฟิศ รวมถึงรักลูกค้า ง่ายๆ เลยคือการเริ่มต้นช่วยเหลือพวกเขาอย่างจริงใจและรอดูวันที่พวกเขาประสบความสำเร็จนั่นเอง

2. แค่แนะนำแต่อย่าควบคุม .. เชื่อว่าในการเป็นหัวหน้าทีม หลายคนอาจที่จะอดกังวลไม่ได้ในความผิดพลาดของลูกน้อง บางคนก็กระโดดลงไปทำเสียเอง ลองเปลี่ยนวิธีดูบ้าง เพียงแค่คุณให้คำแนะนำแนวทางคร่าวๆ และอดใจไว้ อย่าควบคุมพวกเขา แล้วสุดท้ายคุณจะได้ลูกทีมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการฝึกฝนพวกเขา

3. ยืดหยุ่นเสียบ้าง .. หลายคนต่างมีวิธีการทำงานเป็นของตัวเอง สำหรับหัวหน้าแล้วพวกเขาอาจจะมีวิธีในการทำงานแบบแข็งแกร่งเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด แต่ทำไมถึงต้องเครียดมากจนเกินไป ลองใช้ความยืดหยุ่นเข้าช่วย ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เป็นไปตามสถานการณ์ที่เหมาะสมดูบ้าง บางครั้งอาจจะไม่สมบูรณ์แบบที่สุด แต่คุณจะกลายเป็นผู้นำที่ได้ใจทุกคน

4. ชมเชยและน้อมรับคำติเตียน .. การเป็นหัวหน้า คุณอาจคิดว่าสิ่งที่คุณทำถูกต้องที่สุด ซึ่งมันไม่เสมอไป ในบางครั้งคุณก็ต้องยอมรับว่าลูกน้องของคุณก็ถูกต้องในบางเรื่อง ชมเชยเรื่องที่พวกเขาทำดีเสียบ้าง และเมื่อมีใครเริ่มออกความคิดเห็นก็จงรับฟัง นอกจากนี้ หากคุณทำบางอย่างที่ผิดพลาดก็ยอมรับความผิดพลาดนั้นและแก้ไข นี่แหละผู้นำตัวจริง

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

ใช้กันหรือยังฟีเจอร์ Shop Section ขายตรงผ่านเฟซบุ๊ค รับรองปังแน่นอน! ใครขายของ Online ฟังทางนี้ๆFacebook เขามีฟีเจอร์ใหม...
02/08/2016

ใช้กันหรือยังฟีเจอร์ Shop Section ขายตรงผ่านเฟซบุ๊ค รับรองปังแน่นอน! ใครขายของ Online ฟังทางนี้ๆ

Facebook เขามีฟีเจอร์ใหม่ ที่เปรียบเสมือน catalogue สินค้า ให้แฟนเพจของคุณเข้ามาชม และช้อปกันได้สะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องมานั่งไล่ดูใน Photos เหมือนสมัยก่อน ลองใช้กันดูนะครับ

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

3 สัญญาณที่บอกว่า .. ไอเดียนี้ไม่เวิร์กในการทำธุรกิจคุณจำเป็นที่ต้องมี   ความหลงใหลในสิ่งที่กำลังทำ แต่ในบางครั้งความหลง...
23/07/2016

3 สัญญาณที่บอกว่า .. ไอเดียนี้ไม่เวิร์ก

ในการทำธุรกิจคุณจำเป็นที่ต้องมี ความหลงใหลในสิ่งที่กำลังทำ แต่ในบางครั้งความหลงใหลก็อาจจะทำให้คุณตาบอด มองไม่เห็นสัญญาณอันตรายที่กำลังเกิดขึ้น นั่นอาจทำให้คุณเดินไปสู่ความล้มเหลว เราลองมาดูกันดีกว่าว่า เมื่อคุณมีไอเดียใหม่ๆ ในการทำธุรกิจจะมีสัญญาณอะไรบ้างไหมที่กำลังบอกคุณว่า ไอเดียนี้ไม่เวิร์กอย่างที่คิด

1. ตลาดที่คุณจะลงเล่นแออัดเกินไป .. ในตอนนี้ไม่ว่าใครต่างก็ให้ความสำคัญกับคำว่า นวัตกรรม แต่นวัตกรรมคือการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ มีผู้ประกอบการหลายคนที่ใช้คำว่านวัตกรรมในการดำเนินธุรกิจหรือสร้างแบรนด์ แต่กลับยังคงไม่มีความแตกต่างจากผู้เล่นเดิมที่มีอยู่ ทำให้สินค้าในตลาดก็ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่นัก

ความเป็นจริงที่น่าเสียใจคือ เมื่อเรามีไอเดียเจ๋งๆ แต่กลับพบว่า เราไม่ได้เป็นคนแรกหรือคนเดียวในตลาดที่คิดถึงเรื่องนี้ เพราะไม่ว่าใครต่างก็มีไอเดียเจ๋งๆ กันทั้งนั้น เแต่ว่าใครกัน ที่จะเป็นคนลงมือเริ่มต้นก่อน ดังนั้น หากตลาดของคุณมีผู้เล่นเดิมมากเกินไป สินค้าคล้ายคลึงกัน คุณอาจต้องมองหาตลาดใหม่ ถ้าไม่อย่างนั้นคุณจำเป็นที่จะต้องคิดสิ่งใหม่ให้แตกต่างจากตลาดที่แออัดหรือไม่อย่างนั้นก็ต้องเสี่ยงกับความล้มเหลว

2. คุณสูญเสียความหลงใหลในธุรกิจของคุณ .. คุณกำลังมองไปข้างหน้าและสู้รบกับความท้าทาย หรือคุณกำลังเบื่อหน่ายกับขั้นตอนเหล่านี้ คุณมีความกระตือรือร้นกับไอเดียใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นหรือรอให้แต่ละวันค่อยๆ ผ่านไป นี่เป็นสัญญาณอันตรายอย่างรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น

บางครั้งเมื่อคุณดำเนินธุรกิจมาถึงในจุดหนึ่ง การสูญเสียความหลงใหลในธุรกิจ หรือไอเดียที่คุณเคยมีก็อาจจะเป็นไปได้ สิ่งที่ดีที่สุดหากคุณเริ่มหมดไฟคือ การก้าวเดินไปยังจุดเริ่มต้น มองย้อนกลับไป เริ่มจัดการสิ่งต่างๆ ที่น่าเบื่อ สร้างสีสันให้ตนเอง อาจทำให้คุณได้ไอเดียที่ดีกว่าที่ผ่านมา

3. ไอเดียของคุณยังไม่ใช้สิ่งที่พวกเขาต้องการ .. ลองสังเกตดูให้ดีว่าไอเดียของคุณ ตรงกับความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคหรือไม่ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องผลิตสินค้านวัตกรรมสุดล้ำ มีไอเดียที่ดีและแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แต่สุดท้ายกลับต้องเจอกับความล้มเหลว นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่คุณกำลังลงเล่น

ไอเดียดีมีความสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นคือ ความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค ลองสำรวจตลาดที่คุณสนใจลงแข่งขัน ดูว่ามีการแข่งขันมากน้อยเพียงใดและผู้บริโภคต้องการอะไร เพียงเท่านี้ไอเดียที่ดีของคุณก็จะไม่กลายเป็นไอเดียที่สูญเปล่า

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

คุณกำลังทำลายสุขภาพตัวเอง อยู่รึป่าว?ในขณะที่คนเรากำลังแก่ตัวลงทุกวัน พวกเรากลับตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเราปล่อยเวลาที่เสี...
21/07/2016

คุณกำลังทำลายสุขภาพตัวเอง อยู่รึป่าว?

ในขณะที่คนเรากำลังแก่ตัวลงทุกวัน พวกเรากลับตระหนักได้ว่าที่ผ่านมาเราปล่อยเวลาที่เสียไปโดยไม่ได้ดูแลตนเองเท่าที่ควรและเมื่อวันนั้นมาถึง สุขภาพเราอาจจะย่ำแย่ลงอย่างกู่ไม่กลับแล้ว วิธีดูแลสุขภาพพื้นฐานอย่างที่ทุกคนรู้กันคือ การออกกำลังกาย ลดน้ำหนักด้วยการทานอาหารที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ แต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะคนวัยทำงานที่ทุ่มเทเวลาให้กับหน้าที่และความรับผิดชอบโดยมักจะละเลยการดูแลสุขภาพ แต่มี 7 อย่างต่อไปนี้ที่คนส่วนใหญ่ทำและเป็นการทำลายสุขภาพอย่างไม่รู้ตัว

1.ปราศจากการสัมผัสอย่างเพียงพอ .. หากคุณเป็นคนที่ไม่ชอบแสดงความรักโดยการสัมผัส กอด หอมแก้ม จับมือกับคนที่คุณรัก นั้นเป็นหนึ่งวิธีที่คุณกำลังทำลายสุขภาพตัวเองอยู่ เพราะการสัมผัสทางด้านร่างกายเป็นวิธีที่ให้ผลดีต่อร่างกายของคุณในด้านการสูบฉีดเลือดของหัวใจ การเต้นของหัวใจ ที่จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยให้คุณผ่อนคลายความเครียดหลังจากการทำงานได้ วิธีง่ายๆที่จะเริ่มต้นการสัมผัสคือ การนวดผ่อนคลาย การเลี้ยงสุนัข การอุ้มเด็ก จับมือคนที่คุณรัก การนอนเล่น เป็นต้น

2.การไม่ยืดกล้ามเนื้อ .. การยืดกล้ามเนื้อไม่เพียงแต่เป็นวิธีของคนที่เล่นโยคะเพียงเท่านั้น แต่การยืดกล้ามเนื้อสามารถทำได้กับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ต้องทำสิ่งเดิมซ้ำกันทุกวัน เช่น นั่งพิมพ์งานติดต่อกัน จะทำให้กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นและเลือดสามารถไปหล่อเลี้ยงกล้ามเนื้อได้ดีขึ้นและส่งผลดีในอนาคตของคุณอย่างแน่นอน แต่หากคุณไม่ยืดกล้ามเนื้อของคุณ เพียง 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์อาจทำให้คุณเกิดอาการปวดเมื่อย หรือกล้ามเนื้ออักเสบได้ง่ายเมื่อคุณใช้ร่างกายหนักจนเกินไป

3.เจ้าคิดเจ้าแค้น .. คนทุกคนต่างมีเรื่องที่รู้สึกผิด เสียใจ เคียดแค้นจากการที่คนอื่นมาทำให้เราผิดหวัง ทำร้ายเรา โดยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่หากเรายังเก็บสิ่งเหล่านั้นไว้ในใจและยังคิดโกรธเคืองอยู่เสมอ อาจจะไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายของเราก็เป็นได้ เนื่องจากความโกรธ ความแค้นที่สะสมอยู่ในร่างกายจะทำให้เราเกิดความเครียด ความไม่สบายใจ ไม่ผ่อนคลาย และทำให้เรากลายเป็นคนเจ้าโมโห แต่หากคุณให้อภัยคนที่เคยทำผิดกับเรา ปล่อยวาง ทำใจให้สงบ จะทำให้คุณได้ปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกมาและ ระบบการทำงานในร่างกายจะเกิดความสมดุลมากกว่าการเก็บอารมณ์เหล่านั้นไว้

4.นอนหลับไม่เพียงพอ .. การนอนหลับไม่เพียงพอไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอดทน แต่เป็นสัญญาณร้ายที่กำลังก่อตัวขึ้น เมื่อคุณขาดการนอนหลับที่เพียงอย่างน้อยติดต่อ 7- 8 ชั่วโมงต่อคืน คุณต้องเตรียมตัวรับมือกับผลที่ตามมาในอนาคตอย่างความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย น้ำหนักขึ้นง่ายกว่าปกติ หงุดหงิด แต่หากคุณรู้ตัวตั้งแต่วันนี้คุณก็สามารถปรับเปลี่ยนวิถีการนอนหลับของคุณได้ โดยการวางแผนก่อนนอนว่า ต้องตื่นกี่โมงและนับถอยหลังเวลาที่ควรจะนอนให้เพียงพอ หรือระหว่างวันคุณอาจหาเวลา 15 – 20 นาที เพื่องีบหลับสักนิดให้ร่างกายสดชื่นก็สามารถทำได้

5.ไม่สร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น .. การเชื่อมต่อทางอารมณ์คือวิตามินที่ดีที่สุดในโลก มันสามารถรักษาบาดแผลทางจิตใจ มันช่วยสร้างพลังในทางบวกและมันคือสิ่งจำเป็นในชีวิตของคนเรา เรากำลังพูดคือการเชื่อมต่อกับคน ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุย การสบตา การระบายปัญหา การมีเพื่อน โดยจะทำให้เราสามารถเยียวยาบาดแผลทางจิตใจที่ผ่านมาโดยการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น ซึ่งอาจจะเริ่มต้นจากการหาเวลาและใช้เวลากับคนที่คุณรัก การพบปะสังสรรค์ การพูดคุยและช่วยเหลือกับคนแปลกหน้า การสร้างเพื่อนใหม่ เป็นต้น

6.ไม่เคยตรวจสุขภาพ .. เราคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า กันไว้ดีกว่าแก้ มาบ้าง มันคงจะดีกว่าหากคุณหมั่นตรวจสอบและใส่ใจในสุขภาพมากขึ้นและไม่ปล่อยให้เจ็บป่วยจนต้องเข้าโรงพยาบาล และยิ่งไปกว่านั้นหากคุณเป็นโรคที่รักษาได้ยากอย่างโรคมะเร็งชนิดต่างๆ แต่ถ้าคุณรู้ตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จะทำให้การรักษาเป็นไปได้ง่ายมากขึ้น นอกจากนี้การตรวจสุขภาพสามารถทำได้ง่ายและรวดเร็วมากกว่าในสมัยก่อน เพียงแค่คุณจัดสรรเวลาเพื่อเข้าพบแพทย์และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เพียงแค่นี้คุณก็จะไม่ต้องเซอร์ไพรซ์กับโรคที่อาจจะมาทักทายคุณโดยไม่รู้ตัว

7.ไม่ทดสอบสติปัญญา .. การทดสอบสติปัญญาและฝึกฝนทักษะทางด้านสมองอยู่เป็นประจำ จะช่วยให้คุณมีทักษะใหม่ มีการกระตุ้นของสมองและทำให้สมองของคุณทำงานอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม การทายคำใบ้ อักษรปริศนา ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ดีต่อตัวของคุณในอนาคตอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังทำให้คุณกลายเป็นผู้ที่สามารถเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้ตลอดชีวิต

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

ต้องขอบคุณอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้ปัจจุบันเพิ่มโอกาสให้คนบางกลุ่มสามารถทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องผูกติดกับสำนักงาน ซึ่งทำ...
19/07/2016

ต้องขอบคุณอินเทอร์เน็ต ที่ทำให้ปัจจุบันเพิ่มโอกาสให้คนบางกลุ่มสามารถทำงานอยู่ที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องผูกติดกับสำนักงาน ซึ่งทำให้หลายคนเลือกใช้ชีวิตแบบ คือ ทำงานอิสระโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศ เปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อยๆ ..

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

5 ข้อที่ทำให้ Content Marketing ประสบความสำเร็จ ..จากการรวบรวมข้อมูลของ neilpatel.com ที่สำรวจความคิดเห็นของนักการตลาดใน...
16/07/2016

5 ข้อที่ทำให้ Content Marketing ประสบความสำเร็จ ..

จากการรวบรวมข้อมูลของ neilpatel.com ที่สำรวจความคิดเห็นของนักการตลาดในปี 2014 พบว่า 59% ของนักการตลาด เผยว่า Content Marketing ของเขาประสบความสำเร็จ หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คอนเทนต์ไม่ประสบความสำเร็จอาจไม่ใช่เหตุผลอื่นไกล แต่เป็นอุปนิสัย และทัศนคติส่วนบุคคลก็เป็น มาดูกันว่า 5 นิสัยของนักการตลาดแบบไหนที่จะทำให้ Content Marketing ประสบความสำเร็จ

1. มีเอกสาร และจดทุกอย่าง นี่อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่มีผลสำรวจระบุว่า 66% ของนักการตลาดที่ใช้เอกสารในการประชุมหรือวางแผน สามารถผลิตคอนเทนต์ให้ประสบความสำเร็จได้ นอกจากนี้ การจดทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นความคิด หรือไอเดีย จะช่วยให้คุณรวบรวมไอเดียที่เป็นประโยชน์ได้ในทุกช่วงเวลา รวมถึงการเขียนบล็อกก็เช่นกัน

2. จับกระแส และความเคลื่อนไหวของแวดวงที่ตัวเองทำงานอยู่ ถ้าคุณอยู่ในธุรกิจประเภทใดก็ตาม พยายามติดตามข่าวสารความอัปเดตเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทางที่ดีควรรู้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งก้าว เพื่อความได้เปรียบในการทำงาน

3. สานสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ในความเป็นจริง คุณไม่สามารถทำงานคนเดียวได้ การสร้างความสัมพันธ์ และการพบปะกับคนใหม่ๆ จะช่วยให้คุณทำงานได้ง่ายขึ้น ทั้งการขอความร่วมมือ ความช่วยเหลือ รวมถึงการระดมความคิด

4. มีมาตรฐานการทำงานของตัวเอง หนึ่งในแรงขับเคลื่อนการทำงานที่ดีที่สุดคือ การมีมาตรฐานของตัวเอง ซึ่งแต่ละคนจะแตกต่างกัน ถ้าอยากให้งานประสบความสำเร็จถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ คุณต้องใช้ความพยายาม ใส่ใจในการทำงาน เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ต่ำกว่ามาตรฐานของตัวเอง

5. รู้จักคิดวิเคราะห์ นี่เป็นทักษะสำคัญที่นักการตลาดต้องมี การคิดวิเคราะห์ ถือเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ บางครั้งคอนเทนต์อาจไม่ได้วัดแค่ Page View หรือทราฟฟิกเข้าเว็บเท่านั้น แต่ต้องดูผลตอบรับรอบด้าน ความคิดเห็นของกลุ่มเป้าหมาย เผื่อต้องปรับเปลี่ยนระหว่างแคมเปญ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์แผนงานเพื่อต่อยอดไปสู่แคมเปญต่อไป

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

คิดให้ดี ! ก่อนลาออกไปเป็น  เวลานี้ คำว่า “สตาร์ทอัพ” (Startup) หรือการทำธุรกิจแนวใหม่กลายเป็นคำฮิตติดหู โดยการทำธุรกิจร...
05/07/2016

คิดให้ดี ! ก่อนลาออกไปเป็น

เวลานี้ คำว่า “สตาร์ทอัพ” (Startup) หรือการทำธุรกิจแนวใหม่กลายเป็นคำฮิตติดหู โดยการทำธุรกิจรูปแบบนี้เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา และจะได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่มีความรู้ ความสามารถ สนใจมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และต้องการจะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วยระยะเวลาอันรวดเร็ว ประกอบกับการที่รัฐบาลออกมาให้การสนับสนุนสตาร์ทอัพ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยิ่งเป็นการปลุกกระแสการทำธุรกิจรูปแบบนี้ให้เกิดขึ้นในกลุ่มรุ่นใหม่กันมากขึ้น

สำหรับคนทำงานที่มองเห็นช่องทาง โอกาสจากการเป็นสตาร์ทอัพ และมีความคิดที่จะลาออกไปทำธุรกิจเป็นของตัวเอง บางครั้งการมีแค่ความชอบ ความตั้งใจเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เราเสนอให้ลองวิเคราะห์ตัวเองดูก่อน ว่าพร้อมหรือยัง? ที่จะลาออกจากวงจรชีวิตมนุษย์เงินเดือนไปเป็นสตาร์ทอัพ โดยจะขอฝากข้อคิดให้พิจารณาเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

1. เวลา .. มีคนจำนวนไม่น้อยที่มองว่าการทำธุรกิจส่วนตัวจะทำให้คุณมีเวลาเป็นของตัวเองมากขึ้น แท้จริงแล้วการทำธุรกิจ คุณอาจต้องใช้เวลานานพอสมควรในการเริ่มต้นธุรกิจ เรียนรู้ผิด-ถูก รวมถึงการแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้น หากคุณเป็นพนักงานออฟฟิศเสาร์-อาทิตย์อาจเป็นวันหยุดของคุณ แต่หากคุณทำธุรกิจเป็นของตัวเอง 24 ชั่วโมงของคุณแทบจะเป็นวันทำงานทั้งนั้น

2. เงินทุน .. ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งสำคัญที่สุดในการทำธุรกิจคือคุณต้องมีเงินลงทุนและผลกำไร แม้ว่าคุณจะมีองค์ความรู้ หรือช่องทางมากแค่ไหน คุณต้องมั่นใจว่าการทำธุรกิจของคุณต้องสามารถสร้างรายได้ให้กับคุณได้เป็นอย่างดีและต่อเนื่อง สำหรับพนักงานออฟฟิศ บริษัทยังมอบสวัสดิการต่างๆ ให้กับคุณ แต่สำหรับเจ้าของธุรกิจคุณต้องการสิ่งเหล่านี้มาด้วยตนเองทั้งนั้น

3. หุ้นส่วนและทีมงาน .. แม้ว่าคุณจะเก่งกล้าแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงการทำธุรกิจจำเป็นเพื่อนคู่คิดหรือทีมงานที่ดี ดังนั้นก่อนเริ่มต้น คุณควรมองหาพาร์ทเนอร์ที่ไว้ใจได้ มีความคิดตรงกับคุณ และพร้อมที่จะสู้ไปพร้อมกับคุณ เพื่อที่จะช่วยกันขับเคลื่อนธุรกิจให้ไปถึงเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ แม้จะเกิดปัญหาต่างๆ ขึ้นระหว่างทางก็ตาม

4. ความเป็นไปได้ของไอเดีย .. ก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจ คุณควรศึกษาสภาพ และความต้องการของตลาดให้ดี ว่าสิ่งที่คุณกำลังจะเริ่มทำสามารถตอบโจทย์ตลาดได้จริงๆ หากคุณมั่นใจ เราก็ขอแนะนำให้คุณก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซน แล้วลุยเลย

5. ความอดทน และความพร้อม .. การทำธุรกิจในช่วงต้นหรือที่เรียกว่า “สตาร์ทอัพ” ช่วงแรกมันไม่ได้สวยงาม ราบรื่นอย่างที่ใจคิด สิ่งสำคัญคือความพร้อม และความอดทนซึ่งถือเป็นหัวใจหลักที่จะทำให้คุณทำธุรกิจจนประสบความสำเร็จ ซึ่งแต่ละธุรกิจอาจใช้เวลาไม่เท่ากัน ดังนั้นเราอยากให้คุณอดทนที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ เราเชื่อว่าความสำเร็จรอคุณอยู่ไม่ไกล

หากคุณมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับทั้ง 5 ข้อนี้ได้แน่นอน เราขอแนะนำให้คุณยื่นใบลาออกได้เลยครับ เพราะคุณอาจกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในช่วงเวลาไม่กี่ปี แต่หากยังตอบคำถามตัวเองไม่ได้ หรือยังแน่ใจ คงต้องทบทวนชีวิตดูใหม่อีกครั้ง แม้ว่าการทำงานเป็นพนักงานเงินเดือนจะดีแย่อย่างไร ท้ายที่สุดแล้วปลายเดือนคุณยังมีเงินเดือนรออยู่ แต่การธุรกิจนั้นมันอยู่ที่มันสมองกับสองมือ และดวงชะตาล้วนๆ คุณรับความเสี่ยงได้แค่ไหน เรื่องนี้น่าจะอยู่ที่เวลากับความพร้อมเป็นหลัก คิดให้ดีก่อนตัดสินใจ ..

PLH Internet Marketing .. เทคนิคธุรกิจออนไลน์ การตลาดบนโซเชียลฯ
เล่าให้คลิก พลิกแบรนด์ให้ดัง

ที่อยู่

ซอย เจริญพัฒนา 2
Hua Hin
77110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PLH Internet Marketingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PLH Internet Marketing:

แชร์