ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์, เอเจนซี่ทางการตลาด, 120/3 ต. แก่งเสี้ยน อ. เมืองฯ, Kanchanaburi.

page ที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการทำ SEO ในยุคของ AI และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการตลาดทั่วไปและการตลาดออนไลน์ รวมไปถึงการสร้างแบรนด์ของธุรกิจให้แข็งแกร่งขึ้นเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน เฟซบุ๊คเพจที่ให้บรอิการคำปรึกษาเรื่อง SEO และการตลาดออนไลน์ฟรีเหมาะแก่ผู้ที่อยู่ในแวดวงวิชาชีพ SEO นักการตลาดดิจิตัล ลูกจ้างทั่วไปทั้งเอกชนและรัฐ เจ้าของกิจการขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ ผมพร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนวิชาความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ ท่านครับ

ลักษณะการเขียนบทความที่ดีตามหลักพื้นฐาน SEO มีดังนี้ครับ👉🏼 เขียน Title  ไม่ควรเกิน 60 ตัวอักษรและใส่คีย์เวิร์ดที่เราโฟกั...
06/10/2025

ลักษณะการเขียนบทความที่ดีตามหลักพื้นฐาน SEO มีดังนี้ครับ

👉🏼 เขียน Title ไม่ควรเกิน 60 ตัวอักษรและใส่คีย์เวิร์ดที่เราโฟกัสลงไป (Primary Keyword)
👉🏼 ใช้ H1 (Heading 1) จำนวน 1 ครั้งและใส่คีย์เวิร์ดที่เราโฟกัส
👉🏼 ใช้ H2, H3, H4, ฯลฯ ลดหลั่นตามลำดับลงไป (และถ้าเป็นไปได้มี Secondary Keyword ให้ใส่เข้าไปด้วย)
👉🏼 ใช่ P Tag หรือ Paragraph พอเป็นส่วนของเนื้อหาหรือส่วนกลางของบทความ

การเขียนบทความที่มีการทำ On-Page SEO แบบนี้ผมอยากให้เรานึกถึงเวลาเขียนเรียงความว่าควรมีโครงสร้างคือ "หัวข้อหลัก" "หัวข้อรอง" และ "หัวข้อย่อย" ครับ เพราะการวางโครงสร้างแบบนี้นอกจากจะทำให้คนที่อ่านเข้าใจได้ง่ายแล้วยังช่วย Google Bot มา Crawl คอนเท้นท์ของเราได้ง่ายขึ้นด้วยครับ

____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจท่านไหนที่อยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ คอนแทคการติดต่ออยู่ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์
🖥️ เว็บไซต์: www.myseo-project.com

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

บนเครื่องมือ Google Analytics 4 มีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่ในเมนูด้านซ้ายมือที่อยู่ภายใต้หัวข้อ "Reports" ชื่อ "L...
25/09/2025

บนเครื่องมือ Google Analytics 4 มีเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลที่อยู่ในเมนูด้านซ้ายมือที่อยู่ภายใต้หัวข้อ "Reports" ชื่อ "Life Cycle" ในเมนูจะมีส่วนที่มีองค์ประกอบของข้อมูลอยู่ด้วยกัน 4 แบบคือ

👉🏼 Acquisition คือ: เมนูที่บอกว่าผู้ใช้เว็บไซต์ (Users) ของเรามาจากแหล่งใดบ้าง มีต้นน้ำ มาอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น Direct, Organic Search, Organic Social, หรือ Referral

👉🏼 Engagement คือ: เมนูที่บอกถึงพฤติกรรมของผู้ใช้บนเว็บไซต์ว่ามีการใช้เว็บไซต์ของเราในลักษณะแบบใดบ้าง เช่น เข้าไปดูหน้าสินค้า-บริการ เป็นจำนวนสูงสุด ในข้อมูลเหล่านี้เราสามารถเลือกค่า Dimension & Metrics ดูได้ เช่น เราสนใจที่จะดูค่า Bounce Rate ของผู้เข้าใช้ หรือต้องการดูค่า Event หรือ Key Event ก็สามารถปรับเปลี่ยนในตัว Report ได้

👉🏼 Monetization คือ: การเปลี่ยนข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกทางธุรกิจที่วัดผลเป็นตัวเงินได้โดยตรงที่สามารถตอบคำถามว่า สินค้า-บริการไหนขายดีที่สุด ผู้ใช้ใช้เวลานานเท่าไหร่จนกว่าจะตัดสินในซื้อสินค้า-บริการ

👉🏼 Retention คือ: รายงานที่ใช้วัดความสามารถของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันในการรักษาลูกค้าประจำให้กลับมาใช้บริการในช่วงเวลาต่าง ๆ พูดง่าย ๆ คือ มันบอกว่า “ผู้ใช้กลับมาหาเราบ่อยแค่ไหน” หลังจากที่เข้ามาใช้งานครั้งแรก

ทั้ง 4 ส่วนล้วนเป็นหลักสำคัญของการทำการตลาดไปจนถึงการขาย จึงสามารถถ่ายทอดออกมาเป็นรูป Funnel ได้ดังในภาพกราฟฟิคนี้ หากแฟนเพจคนไหนสนใจอ่านบทความเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปอ่านได้ที่นี่
https://bit.ly/google_analytics_4_fundamental_guide
____________________
🧔🏻‍♂️ แฟนเพจท่านไหนกดไลค์แล้วและอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

สวัสดีชาวแฟนเพจ Facebook ทุกท่านครับ ตอนนี้ทางเพจผมเปิดตัวเว็บไซต์แล้วนะครับ (สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงก์เว็บไซต์ด้านล่างไ...
15/09/2025

สวัสดีชาวแฟนเพจ Facebook ทุกท่านครับ ตอนนี้ทางเพจผมเปิดตัวเว็บไซต์แล้วนะครับ (สามารถเข้าไปดูได้ที่ลิงก์เว็บไซต์ด้านล่างได้เลยครับ) ช่วงหลัง ๆ เลยไม่ค่อยได้ทำคอนเท้นท์บน page เพราะยุ่งอยู่กับการทำเว็บไซต์ครับ แต่เดี๋ยวจะกลับมาทำคอนเท้นท์เพิ่มในภายหลังนะครับ 😊

____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์: artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์
🖥️ เว็บไซต์: https://bit.ly/myseo_project_website

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

SEO ยังมีความจำเป็นอยู่ไหมเมื่อ Google AI-mode มาให้ใช้แล้วในประเทศไทย หาคำตอบได้จากโพสต์ของเพจ รับทำ Backlink SEO คุณภา...
30/08/2025

SEO ยังมีความจำเป็นอยู่ไหมเมื่อ Google AI-mode มาให้ใช้แล้วในประเทศไทย หาคำตอบได้จากโพสต์ของเพจ รับทำ Backlink SEO คุณภาพสูง by Pompom นี้ได้เลยครับ

Google AI Mode มาแล้ว SEO ยังไปต่อได้หรือเปล่า❓
ตอบจากมุมมองของคนที่ทำ SEO มาแล้วมากกว่า 7 ปี ✨
จากกระแส Google AI Mode ที่เริ่มเปิดใช้งานในประเทศไทยและหลาย ๆ ประเทศ ทำให้คนทำ SEO หลายคนเริ่มกังวลอีกครั้งว่าพอ Google เปิด AI Mode ที่ค้นหาไปคุยไปได้เลย คำตอบอยู่ในหน้าเดียว ไม่ต้องคลิกเข้าเว็บไซต์อีกต่อไป แล้วdkime SEO จะยังมีอนาคตอยู่ไหม❓
จากประสบการณ์ของปอมที่ทำ SEO มานาน และเจอการเปลี่ยนแปลงหรือกระแสเหล่านี้มาหลายครั้ง ปอมยังคงมองเหมือนเดิมว่า SEO ยังไปต่อได้สบาย ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ 👇
1️⃣ SEO ไม่ใช่แค่การทำอันดับบน Google แต่คือการทำให้ธุรกิจหรือแบรนด์ของเราเป็นข้อมูลที่ AI เลือกไปตอบผู้ใช้งาน
Google AI Mode เวลาตอบคำถามก็ใช้วิธีการดึงข้อมูลจากเว็บไซต์จริงมาสรุป ดังนั้นถ้าเว็บคุณน่าเชื่อถือและมีเนื้อหาที่ตอบโจทย์จริง คุณยังมีโอกาสถูกหยิบไปโชว์เป็นคำตอบได้ครับ
2️⃣ แม้การมาถึงของ Zero-Click Search จะทำให้คนกดเข้าเว็บไซต์น้อยลง แต่การที่เว็บไซต์ของเราถูก AI หยิบเนื้อหามาอ้างในคำตอบก็เหมือนกับการได้ Brand Exposure ฟรี ๆ ซึ่งช่วยสร้าง Trust และ Awareness ให้ลูกค้ารู้จักคุณได้มากขึ้นด้วย
3️⃣ SEO ยังเป็นรากฐานของ AI Search
ฐานข้อมูลของ Google AI Mode ก็มาจาก Google อยู่ดี ถ้าไม่มีการทำ SEO เลย เว็บไซต์ก็แทบไม่มีโอกาสถูกเห็นอยู่ดี ไม่ว่าจะบน Google หรือ AI Mode
4️⃣ สิ่งที่ควรโฟกัสต่อไปในความคิดของปอม
- ทำ Content ที่ ชัดเจน กระชับ ตรงกับความต้องการของผู้ค้นหา รวมไปถึงวางโครงสร้างของ Content ให้เหมาะสม
- ใช้ Backlink คุณภาพเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ในสายตาของ Google และ AI
- ปรับ Technical SEO ให้เว็บเร็ว โหลดง่าย ใช้งานลื่นไหล
- Monitor Data จาก Google Analytics ที่ตอนนี้เริ่มแยก AI Traffic ให้แล้ว
📌 การมาของ Google AI Mode ไม่ได้หมายความว่า SEO จะหายไป แต่แค่ทำให้การทำ SEO ของพวกเรามีความเข้มข้นขึ้นมากขึ้นเท่านั้น เพราะสุดท้ายแล้ว ข้อมูลหลักที่ AI นำมาใช้ตอบผู้ใช้งาน ก็ยังต้องพึ่งเว็บไซต์จริง ๆ ที่มีคุณภาพอยู่ดีครับ 💙

ตั้งแต่กลางปี 2025 เป็นต้นมา Google 🤖 ได้เปิดตัว AI-Overview ให้ฝั่งคนไทยได้ใช้กันซึ่งนับเป็นโจทย์ที่คนทำ SEO อย่างพวกเร...
25/08/2025

ตั้งแต่กลางปี 2025 เป็นต้นมา Google 🤖 ได้เปิดตัว AI-Overview ให้ฝั่งคนไทยได้ใช้กันซึ่งนับเป็นโจทย์ที่คนทำ SEO อย่างพวกเราจะต้องเฝ้าติดตาม แล้ววิธีการที่จะทำให้เว็บไซต์หรือบทความของเราขึ้นไปติดอันดับอยู่ใน AI-Overview นั้นต้องทำอย่างไรบ้าง ผมเขียนวิธีไว้ตามที่ด้านล่างนี้เลยครับ

1️⃣ โฟกัสที่คีย์เวิร์ดประเภท Long-Tailed Keyword หรือกลุ่มคำค้นหาที่ทีความหมายไปในทิศทางเดียวกัน
2️⃣ วางโครงร่างเนื้อหาของเว็บไซต์หรือบทความอย่างเป็นระเบียบเข้าใจได้
3️⃣ ใช้ Scheme Markup ส่วนนี้จะช่วยให้ AI เข้าใจเว็บไซต์หรือบทความของเราได้ดีขึ้น
4️⃣ สร้างบทความคุณภาพสูงและเป็นเอกลักษณ์
5️⃣ วางแผนการให้ Google มา Crawl ได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น ระวังเรื่องการใช้ robots.txt ฯลฯ)
6️⃣ อัพเดทบทความใหม่ ๆ ตลอดเวลา
7️⃣ สร้างความน่าเชื่อถือของคุณ

เพียงเท่านี้ คุณก็จะเพิ่มโอกาสทำให้บทความของคุณติดอันดับ AI-Overview ได้แล้วครับ 😊

แหล่งอ้างอิง​:
- https://www.semrush.com/blog/how-to-rank-in-ai-overviews/

____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

เคยเจอไหมครับว่าเวลาเราเสิร์ชหาร้านคาเฟ่ใน 📍 Google Maps แล้วเราเจอร้านกาแฟที่อยู่ไกลจากเราออกไปไกลกว่าอีกร้านหนึ่งก่อน ...
23/08/2025

เคยเจอไหมครับว่าเวลาเราเสิร์ชหาร้านคาเฟ่ใน 📍 Google Maps แล้วเราเจอร้านกาแฟที่อยู่ไกลจากเราออกไปไกลกว่าอีกร้านหนึ่งก่อน นั่นอาจเป็นผลมาจากการค้นหาที่เรียกว่าการทำ Local SEO

การทำ Local SEO คือการทำให้หมุดบน Google Maps นั้น ๆ ถูกแสดงผลการค้นหาก่อนอีกหมุดนึง (การจัดอันดับ) ส่วนการทำ Local SEO มีปัจจัยอะไรบ้าง ผมระบุปัจจัยต่าง ๆ ในรูปอาร์ตเวิร์คของโพสต์นี้แล้วครับ

สำหรับความสำคัญของการทำ Local SEO มีอะไรบ้างเราตามมาดูกันครับ 👇🏽

📍 เปลี่ยนคนเสิร์ชมาเป็นลูกค้าตัวจริง: กล่าวคือเปลี่ยนคนค้นหาบนมือถือให้กลายเป็นลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้าน
📈 เอาชนะคู่แข่งในพื้นที่: แม้ธุรกิจเราจะเป็นร้านเล็ก ๆ แต่ก็สามารถปรากฏบน Google Maps ก่อนคู่แข่งที่ใหญ่กว่าได้
⭐️ สร้างความน่าเชื่อถือด้วยรีวิว: คะแนนรีวิวและรูปภาพดี ๆ บน Google Business Profile คือป้ายการันตีชั้นยอดที่ลูกค้ามองหาก่อนตัดสินใจ
💰 เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า: ถือเป็นการเข้าถึงลูกค้าที่ "พร้อมซื้อ" ได้อย่างตรงจุดและยั่งยืนกว่าการยิงแอดแบบกว้าง ๆ

____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

Semrush นัก SEO หลาย ๆ ท่านต่างรู้ดีกันว่าการทำ SEO 🧑🏻‍💻 ต้องใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็น Googlse Sear...
21/08/2025

Semrush

นัก SEO หลาย ๆ ท่านต่างรู้ดีกันว่าการทำ SEO 🧑🏻‍💻 ต้องใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการวิเคราะห์ไม่ว่าจะเป็น Googlse Search Console (GSC) , Google Analytics 4 (GA4), และเครื่องมือ ๆ ⚒️ อื่น ๆ ที่อาจต้องเสียค่าบริการ สำหรับผมนั้นผมเลือกที่จะใช้เครื่องมือการทำ SEO จาก Semrushc ด้วยเหตุผลดังนี้:

1️⃣ ง่ายในการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการทำ Keyword Research การวิเคราะห์เว็บไซต์คู่แข่ง (Domain Overview) หรืออาจจะเป็นการทำ Site Audite เพื่อดูสุขภาพของเว็บไซต์
2️⃣ มีฟังก์ชั่นให้ทำงานในด้านต่าง ๆ ของ SEO เช่น Domain Overview, Local SEO, หรือ Site Audit เพื่อทำ Technical-SEO
3️⃣ มีฝ่ายดูแลผู้ใช้งานที่เข้าถึงได้ง่ายถึงแม้ว่าจะเป็นชาวต่างชาติเยอะ แต่ทีมงานของ Semrush ก็ดูแลในการแก้ปัญหาเป็นอย่างดี

แล้วท่านหละครับใช้เเครื่องมือไหนบ้างในการทำ SEO แบบมืออาชีพ? สามารถแชร์ความรู้ ประสบการณ์ หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ที่ใต้โพสต์นี้เลยนะครับ

____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

📅 แนวโน้มในการเขียนบทความในปี ค.ศ. 2025 เพื่อทำ SEO 🤖 นั้นนับได้ว่าเข้มข้นขึ้นจากเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะมาก เนื่องด้วยระบบ...
21/08/2025

📅 แนวโน้มในการเขียนบทความในปี ค.ศ. 2025 เพื่อทำ SEO 🤖 นั้นนับได้ว่าเข้มข้นขึ้นจากเมื่อก่อนค่อนข้างเยอะมาก เนื่องด้วยระบบการประมวลผลอัลกิริธึมของ Google ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น วันนี้ผมจะแนะแนวแนวทางในการเขียนบทความเพื่อตอบโจทย์ "ผู้อ่าน" บนโลกออนไลน์และ "AI" ที่นับว่าเข้ามามีส่วนร่วมเยอะขึ้นซึ่งมีดังนี้

1️⃣ เริ่มต้นจากการสร้าง "แผนผังหัวข้อ" (Topic Mind Map)
ก่อนจะเริ่มเขียน ให้ลองคิดว่าผู้ค้นหาจะค้นหาด้วยคำ วลี หรือประโยคใด เช่น "กาแฟ cold brew คืออะไร" หลังจากนั้นให้เราแตกแขนงความคิดออกมาซึ่งต้องมีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา เช่น "วิธีการทำกาแฟ cold brew", "ร้านกาแฟ cold brew มีที่ไหนบ้าง", "คู่มือการทำกาแฟ cold brew" ฯลฯ การระดมความคิดและทำแผนผังความคิดจะทำให้คุณเห็นภาพรวมในการเขียนบทความและเข้าใจบทความของคุณมากยิ่งขึ้น

2️⃣ ออกแบบโครงสร้างบทความให้เป็น "หัวข้อหลัก" (Pillar Content)
พอคุณมีข้อมูลคำถามครบถ้วนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดระเบียบข้อมูลเหล่านั้นให้กลายเป็นบทความที่มีเชื่อมโยงกันจากหัว "ข้อย่อย" ไปยังหัว "ข้อหลัก" และต้องอ่านง่ายต่อ "ผู้อ่าน" และ "AI" เช่น การตั้งหัวข้อหลักว่า "วิธีทำกาแฟ Cold Brew ฉบับสมบูรณ์ พร้อมทุกเรื่องที่คุณอยากรู้ (2025)" แล้วโยงประเด็นจากหัวข้อหลักไปหัวข้อรองซึ่งคือ "กาแฟ Cold Brew คืออะไร?" เป็นต้น

3️⃣ เขียนให้ "ครบถ้วน" และจัดรูปแบบให้อ่านง่าย
ขั้นตอนนี่คือการลงมือเขียนเนื้อหาจริง โดยมีเป้าหมายคือตอบทุกคำถามในแผนผังบทความของคุณให้ชัดเจนที่สุด
วิธีการเขียนคือ หนึ่งหัวข้อ = หนึ่งคำตอบที่สมบูรณ์ รวมถึงการตอบให้ครอบคลุมภายใต้แต่ละหัวข้อย่อย (H3, H4) เขียนคำตอบที่ตรงไปตรงมาและสมบูรณ์ในแต่ละย่อหน้า เช่น ถ้าหัวข้อคือ "กาแฟ Cold Brew เก็บได้กี่วัน?" ให้เขียนตอบทันทีว่า "โดยทั่วไปสามารถเก็บในตู้เย็นได้นาน 5-7 วันในภาชนะที่ปิดสนิท..."

👉🏼 นอกเหนือจากนี้ควรตอบให้เกินความคาดหมายเพราะจะเป็นการเพิ่มคุณค่าให้บทความของคุณน่าอ่านและโดดเด่นกว่าบทความของคู่แข่ง

แหล่งอ้างอิง:
- https://www.semrush.com/blog/query-fan-out/
____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

👉🏼 INP (Interaction to Next Paint) คือมาตรวัดที่ใช้ตรวจ "การตอบสนองโดยรวมของหน้าเว็บต่อการโต้ตอบของผู้ใช้" ด้วย "การหาค่...
19/08/2025

👉🏼 INP (Interaction to Next Paint) คือมาตรวัดที่ใช้ตรวจ "การตอบสนองโดยรวมของหน้าเว็บต่อการโต้ตอบของผู้ใช้" ด้วย "การหาค่าความหน่วง (Latency)" ของการคลิก การกด และการโต้ตอบผ่านคีย์บอร์ดทั้งหมดที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ผู้ใช้เยี่ยมชมหน้าเว็บนั้น สำหรับองค์ประกอบที่ถูกมาวิเคราะห์ว่าเป็น "ค่าความหน่วง" หรือไม่นั้นมีอยู่ 3 จุดคือ

1️⃣ การคลิกจากเมาส์
2️⃣ การแตะจากจอบนมือถือหรือแท็บเลท
3️⃣ การกดปุ่มคีย์บอร์ด

ส่วนการซูมเข้า-ออก การเลื่อนจอขึ้น-ลง หรือการกดค้าง จะไม่ได้ถูกนำมาวิเคราะห์ว่าเป็นค่าคาวมหน่วงสำหรับค่ามาตรวัด INP ครับ

📚 แหล่งอ้างอิง:
- https://web.dev/articles/inp
____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

การคำนวณ CLS 🧠 นั้นเราจำเป็นต้องหาค่า "สัดส่วนผลกระทบก่อน" และรู้ค่า "สัดส่วนระยะห่าง " แล้วถึงนำทั้งสองค่ามาคูณกันเป็นอ...
18/08/2025

การคำนวณ CLS 🧠 นั้นเราจำเป็นต้องหาค่า "สัดส่วนผลกระทบก่อน" และรู้ค่า "สัดส่วนระยะห่าง " แล้วถึงนำทั้งสองค่ามาคูณกันเป็นอัตราร้อยละถึงจะได้คำตอบ "ค่าขยับเขยื้อน" ดังนี้เราจะได้สูตรตามนี้

👉🏼 [ ค่าขยับเขยื้อน = สัดส่วนผลกระทบ x สัดส่วนระยะห่าง ] 👈🏼

ยกตัวอย่าง ในการคำนวณค่าขยับเขยื้อนของคอนเท้นท์บนเว็บเบราว์เซอร์ เราจะพิจารณาขนาดของขอบเขตการมองเห็น (viewport) และการเคลื่อนที่ของสัดส่วนที่ไม่เสถียร (unstable elements) ภายในขอบเขตการมองเห็นนั้นระหว่างสองเฟรมที่แสดงผล คะแนนค่าขยับเขยื้อนจึงมาจากค่าชี้วัดของทั้งสองตัวที่ป็นไปตามสูตรการคำนวณด้านบน

ในรูปภาพที่โพสต์นี้จะสังเกต 👀 เห็นว่าสัดส่วนที่หนึ่งกินพื้นที่ 50% ของขอบเขตการมองเห็นในเฟรมแรก จากนั้นในเฟรมถัดมา สัดส่วนเดียวกันนี้ได้เลื่อนต่ำลงมาเป็นระยะทางเท่ากับ 25% 💻 ของความสูงของขอบเขตการมองเห็น กรอบสี่เหลี่ยมเส้นประสีแดงแสดงถึงพื้นที่ทั้งหมดที่สัดส่วนนี้เคยปรากฏในทั้งสองเฟรมรวมกัน ซึ่งในกรณีนี้คิดเป็น 75% ของขอบเขตการมองเห็นทั้งหมด ดังนั้น ค่าสัดส่วนผลกระทบจึงเท่ากับ 0.75


ดังนั้นในตัวอย่างนี้ค่าสัดส่วนผลกระทบ คือ 0.75 และ ค่าสัดส่วนระยะทาง คือ 0.25 ทำให้ คะแนนค่าขยับเขยื้อนเป็น 0.75 X 0.25 = 0.1875 ซึ่งถือว่าค่า CLS (Cumulative Layout Shift) อยู่ในระดับ "ดีถึงปานปลาง"

แหล่งอ้างอิง:
- https://bit.ly/wev_dev_CLS_blog_post
____________________
🧔🏻‍♂️ สำหรับแฟนเพจหน้าใหม่ท่านไหนที่พึ่งกดไลค์และอยากพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง SEO หรือ การตลาดออนไลน์อื่น ๆ ผมยินดีแชร์ความรู้และประสบการณ์กับทุก ๆ คนนะครับ ผมทิ้งคอนแทคการติดต่อไว้ที่ด้านล่างนี้เลยครับ

📞 โทร. 086-7585092 (คุณอาร์ท ทุกวัน​ 9:00-18:00 น.)
🤳🏼 ไลน์ artsy21
🧑🏻‍💻 FB: ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์

#การตลาดออนไลน์ #การตลาดดิจิตอล #การทำเว็บไซต์

ที่อยู่

120/3 ต. แก่งเสี้ยน อ. เมืองฯ
Kanchanaburi
71000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ที่ปรึกษา SEO และการตลาดออนไลน์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์