Ensure WebSite รับออกเเบบเว็บไซต์/สร้างเว็บไซต์

14/09/2020

Twitter เผยข้อมูลใหม่ของการโพสต์วีดีโอแบบ Multiple Video Formats

อีกหนึ่งวิธีทางการตลาดที่มักจะนิยมทำกันมากๆ เลย ก็คือการลดค่าใช้จ่ายการทำแคมเปญ ด้วยการลดงบโฆษณาลง หรือว่าทำแคมเปญโฆษณาแบบ One for all หรือว่า ทำมีเดียครั้งเดียวเอาไว้รันแคมเปญได้หลายๆ ตัว หรือการทำแคมเปญโฆษณาในขนาดที่เล็กลง เพื่อให้สามารถรันแคมเปญโฆษณาได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งในแพลตฟอร์มทวิตเตอร์ ก็มีวิธีการทำโฆษณาแบบนี้สำหรับการทำแคมเปญโฆษณาวีดีโอเหมือนกัน โดยรู้จักกันดีว่าเป็นวีดีโอแบบ Multiple Video Format

วีดีโอแบบ Multiple Video Format คือการตัดบางส่วนในวีดีโอหลักมาเป็นส่วนย่อยๆ เพื่อสร้างการโปรโมตแคมเปญหลากหลายรูปแบบ ซึ่งข้อมูลล่าสุดที่ทวิตเตอร์ออกมาเปิดเผย ก็ทำให้นักการตลาดบนทวิตเตอร์หลายคนเริ่มลังเลใจแล้วว่า การรันแคมเปญแบบ Multiple Video Format มันจะคุ้มค่าจริงหรือไม่?

รายงานนี้มาจากผลวิจัยของทวิตเตอร์เอง ที่พยายามจะวิเคราะห์ผลกระทบของการทำแคมเปญโฆษณาที่แตกต่างกันภายในแคมเปญเดียว โดยร่วมมือกับ MAGNA Global และ IPG Media Lab เอเจนซี่เจ้าดังระดับ Worldwide ที่เรารู้จักกันดี

โดยงานวิจัยนี้ได้ทดสอบการรันแคมเปญวีดีโอบนทวิตเตอร์ โดยรวมถึงการดูครั้งแรก วีดีโอโฆษณาตอนต้น และวีดีโอโปรโมต ผ่านแคมเปญวีดีโอโฆษณาจำนวน 136 ตัว เพื่อวัดว่าผู้ใช้งานแต่ละคนมีการตอบสนองต่อองค์ประกอบต่างๆในวีดีโอยังไง

ผลลัพธ์ก็พบว่า การใช้รูปแบบโฆษณาแบบหลายๆ แบบ จะมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะแคมเปญโฆษณาที่ต้องการสร้าง Brand awareness หรือ Product awareness

ยกตัวอย่างเช่น หากเราใช้งานแคมเปญโดยใช้ตัวจัดการโฆษณาแบบ First view ซึ่งมีข้อดีตรงที่วีดีโอโฆษณาของเราจะเป็นโฆษณาแรกที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของเราบนทวิตเตอร์ จากนั้นก็ค่อยรันแคมเปญวีดีโอแบบ Pre-roll Video เพื่อให้เข้าถึง target audience มากขึ้น โดยทั้งสองแคมเปญนี้ ใช้วีดีโอโฆษณาตัวเดียวกัน แต่เซ็ตแคมเปญไว้สองรูปแบบ

ต้องบอกว่าข้อมูลจากงานวิจัยนี้มีประโยชน์มากๆ ต่อการทำแคมเปญโฆษณาวีดีโอบนทวิตเตอร์ เพราะค่าใช้จ่ายในส่วนของโปรดัคชั่นวีดีโอโฆษณานั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นการใช้วีดีโอชิ้นเดียวเพื่อรันหลายๆ แคมเปญ ย่อมประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่า และยิ่งได้ผลดีกว่าสำหรับการสร้าง Awareness แล้วด้วย แบบนี้ก็ยิ่งดีใหญ่ เป็นข้อมูลสำคัญที่นักการตลาดบนทวิตเตอร์ควรรู้เลยทีเดียว

>> https://www.ensurecommunication.co.th/2020/09/11/twitter-multiple-video-formats-en/



ติดตามข่าวสาร อัพเดทเทรนด์การตลาดไปพร้อมกับเรา
ได้ที่ช่องทาง Line Official : https://lin.ee/sG1nuFe
หรือทาง : https://ensurecommunication.co.th/.....เราจะมาอัพเดทเทรนด์การตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจคุณโตในทุกช่องทางผ่าน Marketing online

06/08/2020

Instagram เพิ่มปุ่ม Shop เแล้ว ก้าวต่อไปคือการเป็น On-Platform Shopping

Instragram มาแรงแล้ว เพราะล่าสุดเพิ่งได้มีการอัปเดตแท็ป ‘Shop’ เพิ่มเข้ามาใหม่ในช่อง Explore ซึ่งเป็นก้าวแรกที่ Instragram วางไว้เพื่อชิมลางของการก้าวสู่การเป็น On-Platform Shopping อย่างเต็มตัว
อย่างที่เราได้มีการอัปเดตกันไปเมื่อประมาณเดือนที่แล้วว่า Instragram ได้เริ่มให้ความสำคัญกับ Instragram Shopping มากขึ้น จนถึงขนาดที่ว่าจะสามารถกดจ่ายเงินภายในแอพพลิเคชั่นได้เลย ซึ่งก็จะทำให้ Instragram กลายเป็น On-Platform Shopping อย่างเต็มตัว พูดง่ายๆ ว่า Instragram ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งธุรกิจ E-commerce ที่พ่วงมาด้วยการเป็น Social Media นั่นเอง
โดยในแท็ป Explore ที่ได้มีการเพิ่มแท็ป Shop เข้ามานี้ จะแสดงรายการสินค้าต่างๆ ที่ทำให้เราสามารถเสียเงินกันได้ง่ายๆ ภายในฟีดเดียว เหมือนกับในปัจจุบันที่เมื่อเรากด Explore แล้วคลิกเข้าไปยังรูปที่เราสนใจ เมื่อไถฟีดต่อก็จะพบกับรูปหรือคอนเทนต์ในลักษณะเดียวกัน สำหรับ Explore ในการช้อปปิ้งก็จะแสดงผลเช่นเดียวกัน
โดยใน Shop Listing ของ Instragram จะเน้นไปที่การแสดงผลแบบแนะนำสินค้าให้กับผู้ใช้งาน ตามข้อมูลสินค้าที่เราสนใจหรือกด Follow ไว้ โดยเริ่มต้นจากสินค้าที่อยู่ใน Instragram’s Product Listing ก่อน ซึ่งหากย้อนไปในเดือนพฤษภาคม จะเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็น Shop Listing หรือรายการสินค้าที่สามารถสั่งซื้อได้ภายในแอพพลิเคชั่น Instragram ซึ่งนี่เป็นการเริ่มต้นของการเป็น E-commerce ที่น่าสนใจของ Instragram เลยทีเดียว
ซึ่งก็เป็นประโยชน์มากๆ ต่อพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แบรนด์ หรือสินค้าอื่นๆ ที่เน้นการขายบนช่องทาง Instragram เป็นหลัก เพราะสามารถติดแท็กสินค้าได้ ทำให้อัลดิริทึมของ Instragram จะช่วยให้แท็กของเรา พาสินค้าของเราเข้าถึงผู้ใช้งานได้มากขึ้น และง่ายยิ่งขึ้น โดยนอกจากในส่วนของแท็ป Shop แล้ว ยังจะตามมาด้วย การเพิ่มแท็ป Shop ใน Navigation bar ซึ่งก็สามารถเข้าถึงหน้าร้านบน Instragram ได้เพียงแค่การไถฟีดเล่นเรื่อยๆ
สำหรับเรื่องการจ่ายเงินผ่านแพลตฟอร์ม Instragram ก็กำลังจะเปิดให้บริการระบบ Facebook Pal ในอเมริกาเป็นที่แรก โดยจะเน้นไปที่ระบบความปลอดภัยในการชำระเงิน พร้อมด้วยการใส่รหัสที่ล้ำสมัยไม่มีใครเหมือน เช่น การ Touch ด้วยลายนิ้วมือ หรือจ่ายเงินผ่าน Face ID ทำให้การชำระเงินมีความปลอดภัยอุ่นใจมากขึ้น
เป็นที่น่าสนใจว่า แพลตฟอร์ม Social Media ต่างๆ อยากจะกระโดดเข้ามากินส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจ E-commerce กันมากขึ้นอย่างจริงจัง โดยจากที่เป็นแพลตฟอร์มที่มีรายได้หลักมาจากการซื้อโฆษณา เพราะปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าในช่วงโควิดนี้ ธุรกิจที่โตแรงสวนกระแสกลับเป็น E-commerce ซึ่งถ้าหาก Instragram หรือ Facebook กระโดดเข้ามาอย่างเต็มรูปแบบแล้ว ก็จะสามารถทลายกำแพงการซื้อขายระดับโลกได้เลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม : https://ensurecommunication.co.th/2020/08/06/instagram-shop-on-platform-shopping-en/

ติดตามข่าวสาร อัพเดทเทรนด์การตลาดไปพร้อมกับเรา
ได้ที่ช่องทาง Line Official : https://lin.ee/sG1nuFe
หรือทาง : https://ensurecommunication.co.th/.....เราจะมาอัพเดทเทรนด์การตลาดออนไลน์ให้ธุรกิจคุณโตในทุกช่องทางผ่าน Marketing online

🛒 Ensure website ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเว็บไซต์ eCommerce ด้วย Wordpress/Woocommerce ระบบที่จะช่วยให้การซื้อขายออนไลน์เป็...
08/06/2020

🛒 Ensure website ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเว็บไซต์ eCommerce ด้วย Wordpress/Woocommerce ระบบที่จะช่วยให้การซื้อขายออนไลน์เป็นเรื่องง่าย................................................
เราออกเเบบเว็บไซต์ด้วยทีมงาน UX/UI ให้ระบบสามารถทำงานได้ดี สวยงาม ทันสมัย
👍 - รับรองการซื้อ-ขาย ให้ง่ายเเละปลอดภัย
👍 - รองรับการชำระเงินด้วยระบบ paypal, credit card, การโอนชำระ, เเละชำระปลายทาง
👍 - รองรับ SEO (Search Engine Optimization) การติดอันดับของ Google
👍 - รองรับการใช้งานทุกอุปกรณ์ (desktop, smartphone, tablet)
👍- รองรับการเชื่อมต่อระบบคลังสินค้า การจัดการระบบสินค้า
👍 - รองรับระบบหลังบ้าน สามารถจัดการออเดอร์ ตั้งเเต่การรับออเดอร์ จนถึงการจัดส่ง
👍 - รองรับการเชื่อมต่อกับ Lazada, Shopee

ให้ความน่าเชื่อถือด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ พร้อมบริการหลังการขายที่พร้อมซัพพอร์ต
--------------------
📌 ติดตามผลงาน : https://ensurecommunication.co.th/website-development/
🛒อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://ensurecommunication.co.th
🛒โทร : 061 635 5452
🛒inbox : m.me/ensurewebsiteservices

#รับทำเว็บไซต์ #รับทำเว็บไซต์ออนไลน์ #ทำเว็บไซต์ #ทำเว็บไซต์ด้วยWordpress #สนใจทำเว็บไซต์ #สนใจทำเว็บไซต์ซื้อขายออนไลน์

HootSuite ผู้ให้บริการเครื่องมือ Social Media Management ชื่อดังของโลก และเป็นพาร์ทเนอร์หลักของ We Are Social ที่ร่วมกัน...
27/04/2020

HootSuite ผู้ให้บริการเครื่องมือ Social Media Management ชื่อดังของโลก และเป็นพาร์ทเนอร์หลักของ We Are Social ที่ร่วมกันจัดทําข้อมูลและสถิติการใช้สื่อดิจิทัลออกมาทุกปีเพื่อเผยแพร่ให้นักการตลาดทั่วโลกนําไปอ้างอิง ได้ทําสรุป Social Media Marketing Trend 2020 จากการสัมภาษณ์นักการตลาดมากกว่า 3,000 คน
1. หาความสมดุลระหว่างการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในแบบสาธารณะ (public) public) และแบบส่วนตัว (public) private)....เกือบสองในสามคนระบุว่าพวกเขารู้สึกอุ่นใจมากกว่าที่จะแชร์เรื่องราวต่าง ๆ กับเพื่อนหรือครอบครัวที่สนิทผ่านทาง Messenging App ทั้งหลาย และจากการสัมภาษณ์ผู้บริหารด้านการตลาดระดับสูงเกือบครึ่งที่ HootSuite ระบุว่าพวกเขากําลังให้ความสําคัญเรื่องการวาง content strategy เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพในช่องทาง private เหล่านี้....หนึ่งในตัวอย่างที่ทาง HootSuite ยกขึ้นมาคือ การทําาการตลาดของ App ทําสมาธิชื่อ Headspace ที่ใช้ Social Media ในการสร้างการรับรู้ให้แบรนด์ (public) Brand Awareness) แล้วใช้ Facebook Group แบบปิดที่ต้องขออนุญาตเข้าร่วมก่อน เพื่อให้ผู้ใช้งาน App มาพูดคุยเรื่องการทําสมาธิ ถามคําถาม และแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับการนั่งสมาธิในหมู่สมาชิก ซึ่งปัจจุบัน Facebook Group นี้มีสมาชิกมากกว่า 17,000 คน
สิ่งที่ควรทําในปี 2020
- สร้างเส้นทางของกลุ่มเป้าหมายเพื่อนําาพวกเขาจากช่องทาง public ไป privateโดยสามารถใช้ทั้ง Facebook Ads และ Instagram Ads ในการแนะนําพวกเขาถึงช่องทาง private ดังกล่าว เพื่อเข้าไปพูดคุยกับแบรนด์และผู้บริโภคคนอื่น ๆ ได้
- ใช้การผสมผสานระหว่างการใช้ chatbot และคนจริง เพื่อ
สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าบน social media โดยเตรียม Chatbot เพื่อตอบคําถามที่พบบ่อย ส่วนแอดมินคนจริงมีไว้เพื่อพูดคุยรองรับเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ เพราะมีผู้บริโภคมากกว่าครึ่งที่หงุดหงิดเมื่อไม่สามารถติดต่อมนุษย์ของแบรนด์ได้เมื่อต้องการ
- เคารพความเป็นส่วนตัวในช่องทาง private แทนที่จะพยายามขายของแบบยัดเยียดตลอดเวลา เราค่อย ๆ สร้างให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกดี ๆ ในระยะยาว ให้ข้อมูลที่มีคุณค่ากับพวกเขา มากกว่าจะบอกว่าเรากําลังจะขายอะไร
2. สร้างความเชื่อมั่นให้พนักงานของเราต่อเรื่องประเด็นทางสังคม.... 75% ของพนักงานเชื่อว่า บริษัทหรือแบรนด์ที่พวกเขาทํางานให้จะเลือกทําในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ ซึ่งมากกว่าความเชื่อมั่นที่พวกเขามีให้กับรัฐบาลและสื่อ พวกเขาหวังว่าบริษัทของพวกเขาต้องมีส่วนทําให้โลกนี้ดีขึ้นไม่ใช่ทําเพื่อกําไรอย่างเดียว....ในปี 2020 แบรนด์ใดที่สามารถมอบความมั่นใจกับพนักงานได้ว่าจะเลือกทําสิ่งที่ถูกต้อง จะมีความได้ปรียบในการแข่งขันมากกว่าคู่แข่งเพราะจากข้อมูล บริษัทที่มีเป้าหมายเรื่องประเด็นทางสังคมอย่างชัดเจนสามารถโตเร็วมากกว่า 3 เท่า เทียบกับบริษัทที่ไม่มี และยังมีความพึ่งพอใจของพนักงานและลูกค้าสูงกว่าอีกด้วย
สิ่งที่ควรทําาในปี 2020
- อย่าแค่พูดต้องทําด้วยเพราะผู้บริโภคจะจับได้ว่าเมื่อไหร่ที่แบรนด์แค่โหนกระแสประเด็นทางสังคมเพื่อผลประโยชน์ทางการตลาดแต่ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนั้นจริง ๆ ดังนั้นไม่ว่าจะนําเสนอประเด็นไหนทาง Social Media ต้องมั่นใจว่าเราเองให้ความสําาคัญกับประเด็นนั้นจริง ๆ ในองค์กรด้วย
- ทําเป็นแบบอย่างตั้งแต่ข้างบนลงมาเพราะ 71% ของพนักงานเชื่อว่า CEO และผู้บริหารระดับสูงของพวกเขาต้องแสดงและทําให้เห็นว่าใส่ใจใน
ประเด็นทางสังคมจริง ๆ หากมีเรื่องใดก็ตามที่กระทบกับประเด็นดังกล่าวจากนโยบายหรือการกระทําโดยของคนของแบรนด์ CEO ต้องออกมาพูดแสดงความรับผิดชอบและอธิบายแผนการในการปรับปรุงหรือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
- สร้างพนักงานให้เป็นกระบอกเสียงของแบรนด์เมื่อเราสร้างความมั่นใจให้กับพนักงานแล้วว่าแบรนด์ของเราใส่ใจในประเด็นทางสังคมจริง ๆ ขั้นต่อไปเราต้องสร้างให้พนักงานเป็นกระบอกเสียงของแบรนด์อีกด้วย (public) Brand Avocacy) เพื่อให้พวกเขาส่งต่อเรื่องราวดี ๆ เหล่านี้ในสื่อ Social ต่อไป
3. การท้าชิงของ TikTok....TikTok เป็น App ที่ถ้ก install มากที่สุดใน Q1 ปี 2019 และมี monthly active user มากกว่า 800 ล้านคนต่อเดือน โดยแต่ละคนใช้เวลาประมาณ 46 นาทีต่อวัน เราจะเริ่มเห็นแล้วว่าวิดีโอสั้น ๆ เน้นบันเทิงของ TikTok นี้ถูกนําาไป repost บน Instagram, Facebook, Twitter ต่ออีกที กลายเป็นปรากฎการณ์ social content รูปแบบใหม่ จนมีส่วนทําให้นักร้องนักดนตรีและผู้สร้างผลงานเพลงต้องนําเสนอเพลงที่เหมาะกับการเอาท่อนฮุกติดหูพร้อมท่าเต้นให้คนไปเล่นกันต่อใน TikTok
ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงทําให้ปี 2020 TikTok กลายเป็นผู้ท้าชิงอันดับหนึ่งที่จะแยกเวลาผู้ใช้งานจาก platform หลักอย่าง Facebook แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
สิ่งที่ควรทําาในปี2020
- ถ้า Gen Z เป็นกลุ่มเป้าหมายของคุณ และความสนุกและขี้เล่นเป็นโทนที่เหมาะสมกับแบรนด์ในปี 2020 คงต้องเริ่มสร้าง content ใน TikTok แล้ว แต่ถ้าไม่ใช่จงมองข้าม TikTok ไปก่อนแล้วเอาเวลาไปลงที่ social platform อื่นน่าจะดีกว่า เช่น content ประเภทใก้ลเคียงกันอย่าง Instagram Stories หรือ LinkedIn live video ที่เพิ่งเปิดตัวไป- ลองเริ่มทดสอบกับ social platform อื่น ๆ นอกเหนือ Facebook, Instagram, Twitter ดูบ้าง เช่น Pinterest ที่มี 322 ล้าน monthly
active user ทั่วโลก หรือ LinkedIn ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 650 ล้านทั่วโลก การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใน platform ที่เล็กกว่าจะสามารถช่วยเรื่องของการเพิ่ม website traffic และ engagement ให้แบรนด์ได้
หากท่านใดสนใจอยากอ่านรายละเอียดเรื่องเทรนด์การตลาด Social Media ที่ต้องจับตามองในปี 2020 จาก HootSuite สามารถเข้าไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://blog.hootsuite.com/social-media-trends/

ข้อมูลจาก : https://creativetalklive.com/social-media-marketing-trends-2020/
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

TikTok แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นที่กำลังมาแรงทั่วโลกในขณะนี้ ด้วยฐานผู้ใช้ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้นแท่นแอป...
25/04/2020

TikTok แพลตฟอร์มสร้างสรรค์วิดีโอสั้นที่กำลังมาแรงทั่วโลกในขณะนี้ ด้วยฐานผู้ใช้ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วขึ้นแท่นแอปพลิเคชั่นอันดับหนึ่งที่มียอดดาวน์โหลดสูงสุดทั่วโลกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทรนด์คอนเทนท์วิดีโอสั้นที่เข้าใจง่าย กระชับ และสนุกสนานที่จะพลิกโฉมการทำ Digital Marketing ตอบโจทย์แบรนด์ที่ต้องการสร้างการรับรู้ (awareness) และการปฏิสัมพันธ์ (engagement) ระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ได้จนเป็นกระแสไวรัลอย่างรวดเร็ว ผ่านคอนเทนท์วิดีโอสั้นสุดครีเอทบน Challenge Campaign ที่สร้างประวัติศาสตร์การทำไวรัลมาแล้วทั่วโลกในรูปแบบโฆษณามิติใหม่ที่ไม่เหมือนใคร!
จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คนการเติบโตของเทรนด์วิดีโอสั้นและความนิยมของTikTok รวมถึงการที่แบรนด์ดังระดับโลกมากมายเริ่มเข้ามาใช้ TikTok เป็นแพลตฟอร์มในการทำการตลาดและสื่อสารไปถึงกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญที่ได้พลิกโฉมวงการDigital Marketing และเติมเต็มศักยภาพการทำตลาดดิจิทัลด้วยการเข้าถึงและสร้างปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับรูปแบบโฆษณาในแบบเดิมๆ
ไม่เพียงเท่านั้นด้วยการเป็นต้นแบบแพลตฟอร์มสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด TikTok ยังถือเป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการพื้นที่โฆษณาที่มาในมิติใหม่ฉีกกฎโฆษณาแบบเดิมๆโดยแบ่งประเภทรูปแบบโฆษณาตามวัตถุประสงค์ออกเป็น 2 ประเภทคือ
1. รูปแบบโฆษณาเพื่อการสร้าง Reach หรือ การเข้าถึง
Brand Takeover: รูปแบบโฆษณาที่สามารถสร้างการเข้าถึงหรือ Reach ได้เยอะที่สุดถึง 100% Share of Voice เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีแคมเปญการตลาดอยู่แล้วและอยากโปรโมทข้อความสั้นๆ เพื่อสร้างการรับรู้ และตอกย้ำก่อนที่ผู้ใช้จะเข้าไปยังหน้า FeedTop View: รูปแบบโฆษณาในตำแหน่งด้านบนที่สามารถสร้างได้ทั้ง Reach (การเข้าถึง), Traffic (จำนวนคนที่เข้ามาบนแพลตฟอร์ม) และ Consideration (การพิจารณาเพื่อตัดสินใจ) ไปยังหน้าเว็บ--ของแบรนด์นั้นๆ ซึ่งเป็นรูปแบบ ที่มีจำนวนการแสดงผล ทั้ง View (การมองเห็น) และ Impression (จำนวนครั้งที่แสดงโฆษณา) เป็นจำนวนมากหลายล้านต่อวันIn-Feed Ads: รูปแบบโฆษณาที่จะเกิดขึ้นระหว่าง Feed ของวิดีโอต่างๆ ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องของ Reach แบบเจาะกลุ่มเป้าหมายและยังสามารถใส่ Call-to-Action ต่างๆ เพื่อเพิ่มการตัดสินใจหรือ Conversion ได้อีกด้วย
2. รูปแบบโฆษณาเพื่อการสร้าง Engagement หรือ ปฎิสัมพันธ์
Hashtag Challenge: รูปแบบโฆษณาในลักษณะของการจัดแคมเปญเพื่อท้าให้ผู้ใช้มาร่วมกิจกรรมเพื่อลุ้นรับรางวัลต่างๆ จนกลายเป็นกระแส ซึ่งสามารถสร้าง Engagement หรือปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ในแบบ User Generated Content หรือคอนเทนท์ที่สร้างขึ้นจากผู้ใช้กับแบรนด์ได้อย่างมหาศาล
Branded Effect: รูปแบบโฆษณาที่แบรนด์สามารถเข้ามาสร้างสรรค์ Effect ต่างๆ ทั้งภาพและเสียง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ประกอบกับวิดีโอขนาดสั้นของพวกเขาได้ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการจดจำและปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ได้ลึกซึ้งมากขึ้น
ซึ่งจากรูปแบบโฆษณาต่างๆ บนแพลตฟอร์มของ TikTok ที่กล่าวมาข้างต้นแบรนด์สามารถเลือกนำไปใช้สำหรับรูปแบบที่เหมาะสมกับแบรนด์นั้นๆ เพื่อสร้างสรรค์การทำตลาดและสื่อสารที่ตอบโจทย์และกลายเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมผู้ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของแบรนด์นั้นๆ ได้อีกด้วย
ข้อมูลจาก : https://www.ryt9.com/s/prg/3105339
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

วันนี้เราจะพูดถึงเกี่ยวกับ 5 แพลตฟอร์มที่มาแรงในปี 2020 ที่นักรีวิวต้องมี!ซึ่งทั้ง 5 แพลตฟอร์มนี้ ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่...
23/04/2020

วันนี้เราจะพูดถึงเกี่ยวกับ 5 แพลตฟอร์มที่มาแรงในปี 2020 ที่นักรีวิวต้องมี!

ซึ่งทั้ง 5 แพลตฟอร์มนี้ ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เรียกได้ว่าเป็นยุคของคนสร้างคอนเทนต์ออนไลน์เลยก็ว่าได้ ใครที่มีครบทุกช่องทางแล้วมีผู้ติดตามมากก็เป็นข้อดีที่จะช่วยสร้างอาชีพได้

1. Facebook

ทุกวันนี้ใครๆ ก็ใช้เฟซบุ๊กจนกลายเป็นอวัยวะที่ 34 ต่อจากสมาร์ตโฟนเลยก็ว่าได้ เฟซบุ๊กส่วนตัวใครที่มีผู้ติดตามเยอะก็เป็นโอกาสที่ดี หรือใครที่มีไลฟ์สไตล์อยากแชร์หรือส่งต่อเรื่องราวดี ๆ ด้วยการสร้าง Fanpage ก็ถือเป็นอีกช่องทางที่ต่อยอดทำเงินได้ ซึ่งเฟซบุ๊กมีคอนเทนต์ทั้งแบบเขียน ภาพนิ่ง และวิดีโอ เป็นต้น

2. Youtube

Youtube ขึ้นชื่อเรื่องคอนเทนต์วิดีโอ ใครทำดีมีผู้ตามเยอะก็จะได้โล่รับรองจาก Youtube ซึ่งมี โล่เงินโล่ทอง ที่เราเห็น ๆ กันเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครีเอเตอร์ได้สร้างสรรค์คอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ ออกมา นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางที่สร้างรายได้ให้เหล่ายูทูบเบอร์อีกหลายคน และเป็นช่องทางสร้างอาชีพให้กับคนรุ่นใหม่อีกช่องทางเลยทีเดียว

3. Twitter

เป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์สั้น กระชับ เข้าใจง่าย อยากรู้อะไรเสิร์ชได้ผ่านแฮชแท็ก ผ่านการเล่าเรื่องราวสั้น ๆ ด้วยตัวอักษร 280 ตัวอักษร เช่นเดียวกับการรีวิวที่เกิดขึ้นใน Twitter มีเยอะพอ ๆ กับแพลตฟอร์มอื่น ๆ

4. instagram

ช่องทางสุดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องภาพถ่าย ใครถ่ายรูปสวย เก๋ ช่องทางนี้ก็แหล่งแชร์รูปภาพเลยก็ว่าได้ นอกจากภาพนิ่งแล้ว ยังสามารถลงวิดีโอสั้นได้ 1 นาที และช่องทาง IGTV ที่เพิ่มคอนเทนต์ได้ยาว ๆ แบบเต็มอิ่ม ดังนั้น instagram จึงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่สร้างคอนเทนต์ได้หลากหลาย

5. TikTok

คอนเทนต์วิดีโอสั้นกำลังมาแรงในปัจจุบัน แม้คนเราจะชอบเสพคอนเทนต์ที่เป็นวิดีโอแต่ก็เป็นโจทย์ยากที่จะทำอย่างไรให้คนดูคอนเทนต์จนจบ กระแสคอนเทนต์วิดีโอสั้นจึงมาแรงผ่านแพลตฟอร์มอย่าง TikTok ที่ตอนนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะถูกลิสต์เป็นหนึ่งช่องทางที่บรรดาแบรนด์ตามหาครีเอเตอร์เพื่อรีวิวผ่านช่องทางนี้

#แพลตฟอร์ม #2020 #นักรีวิว
___________________________________
ช่องทางอื่นๆ ที่สามารถติดตามเราได้
FB.: Ensure communication Co.,Ltd.
Website: www.ensurecommunication.co.th/
Twitter: www.twitter.com/ensureofficial
IG: www.instagram.com/ensure_communication/
inbox : m.me/ensurewebsiteservices

“Foot Plate Panel” นวักรรมเพลทเปิดประตูจากเฮเฟเล่ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะหนึ่งในจุด...
22/04/2020

“Foot Plate Panel” นวักรรมเพลทเปิดประตูจากเฮเฟเล่ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะหนึ่งในจุดที่ต้องผ่านมือทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้มาตลอดนั่นก็คือที่จับประตู ซึ่งถ้าเป็นฝั่งที่เราผลักออกไปได้ก็ไม่เท่าไหร่ เอาตัวดันๆออกไปได้บ้าง แต่ฝั่งดึงต้องจับลงไปแบบเต็มไม้เต็มมือ
Häfele เข้าใจในเรื่องนี้ดี เฮเฟเล่จึงชวนเรามาสัมผัสกับนวัตกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ที่ผสานความสะดวกและความปลอดภัยเป็นหนึ่งเดียว ด้วยการประยุกต์ไอเดีย สู่การสร้างสังคมปลอดเชื้อโรค กับ “Häfele Foot Plate Panel” แผ่นเพลทเหยียบเปิดประตู อุปกรณ์เสริมความมั่นใจในการใช้ชีวิต ด้วยการใช้แนวคิดเพลทแมนนวล (Plate Manual) ติดเข้ากับบานประตูด้านล่าง เพื่อหลีกเลี่ยงการจับหรือสัมผัสประตู ช่วยลดโอกาสการสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรง เหมาะสำหรับการติดตั้งในทางเข้า-ออกสาธารณะ อาทิ ประตูห้องน้ำสาธารณะ, ประตูอาคารสำนักงาน, ประตูร้านอาหาร รวมไปถึงประตูบ้านก็สามารถใช้งานได้ ให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างมั่นใจ ปลอดภัย และไกลเชื้อโรค
ผลิตจากสแตนเลสสตีลเกรด 304 มีความแข็งแรง ทนทาน น้ำหนักเบา ไม่สะสมเชื้อโรค ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อีกทั้งยังติดตั้งและใช้งานได้ง่าย เพียงใช้เท้าเหยียบให้มั่นและดึงเพลทเพื่อเปิดประตูด้วยสเต็ปง่ายๆ “เหยียบ ดึง เปิด” โดยไม่ต้องใช้มือช่วยเลยด้วยซ้ำ ทำให้ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโควิด-19 ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ใครสนใจสามารถเข้าไปช็อปกันได้ที่เฮเฟเล่ออนไลน์ช้อป www.hafelehome.co.th , LINE และ Call Center โทร. 02-768-7171
ข้อมูลจาก : https://www.dailygizmo.tv/2020/04/17/foot-plate-panel-from-hafele/?fbclid=IwAR1l5g1OhbFM6FkwvWbHuTZ6K1k-Q6RvcLBn8WvNYRpQMUeuEF-IB81P-iU
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

Nintendo ประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการของตนเอง ว่าพร้อมแล้วที่จะกลับมาจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังสิน...
21/04/2020

Nintendo ประกาศผ่านเว็บไซต์ทางการของตนเอง ว่าพร้อมแล้วที่จะกลับมาจัดส่งสินค้าให้กับลูกค้าในประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังสินค้าขาดตลาดอย่างหนักเพราะ COVID-19
Nintendo Switch และ Nintendo Switch Lite นั้นมีความต้องการทางตลาดสูงมาก ไม่เพียงแต่ในประเทศญี่ปุ่นอย่างเดียว แต่รวมไปถึงตลาดโลกอีกด้วย เพราะตอนนี้ผู้คนส่วนใหญ่กำลังทำการกักตัวเองอยู่บ้าน ตอบสนองนโยบาย Social Distancing เพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ลุกลามไปทั่วโลกในขณะนี้ ซึ่งใครกักตัวเองอยู่บ้านด้วย Work From Home ด้วยก็ไม่เท่าไหร่เพราะต้องทำงาน แต่ก็มีหลายๆคนกักตัวอยู่บ้านว่างๆ ก็คงจะต้องหาอะไรมาคลายเครียดให้กับตัวเอง อย่างที่เห็นได้จากโซเชียลมีเดียหลายช่องทาง และการเล่นเกมส์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เข้ามาช่วยให้เราคลายเหงาคลายเครียดได้
Nintendo จะส่งสินค้าออกวางขายตามช็อปต่างๆ รวมทั้งเปิดให้สั่งจองออนไลน์ผ่าน My Nintendo Store ซึ่งจะพร้อมส่งสินค้าในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงกลางพฤษภาคมนี้ ซึ่งการขาดตลาดของ Nintendo Switch นั้นส่วนหนึ่งเกิดจากโรงงานผลิตในจีนนั้นชะงักไปในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ของ COVID-19 ซึ่งเริ่มจากจีนเป็นแห่งแรก
Nintendo จะส่งสินค้าออกวางขายตามช็อปต่างๆ รวมทั้งเปิดให้สั่งจองออนไลน์ผ่าน My Nintendo Store ซึ่งจะพร้อมส่งสินค้าในช่วงปลายเดือนเมษายน ถึงกลางพฤษภาคมนี้ ซึ่งการขาดตลาดของ Nintendo Switch นั้นส่วนหนึ่งเกิดจากโรงงานผลิตในจีนนั้นชะงักไปในช่วงการระบาดครั้งใหญ่ของ COVID-19 ซึ่งเริ่มจากจีนเป็นแห่งแรก
ข้อมูลจาก : https://www.dailygizmo.tv/2020/04/17/nintendo-resume-shipment-switch/
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 15 เม.ย. 2563 บริษัท แอปเปิล ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก ออกแถ...
20/04/2020

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 15 เม.ย. 2563 บริษัท แอปเปิล ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก ออกแถลงการณ์ประกาศเรื่องการเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่คือ ‘ไอโฟน เอสอี’ (iPhone SE) รุ่นที่ 2 ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับไอโฟน 8 โดยยังมีแถบดำด้านบนและปุ่มโฮม ส่วนหน้าจอแบบ HD Retina ขนาด 4.7 นิ้ว
iPhone SE รุ่นใหม่ มีราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท มีให้เลือก 3 สีคือ ดำ, ขาว และแดง กับ 3 ความจุคือ 64 GB, 128 GB (16,900 บาท) และ 256 GB (20,900 บาท) สำหรับในสหรัฐฯ และบางประเทศ (ไม่รวมไทย) ชิพประมวลผล A13 Bionic, ระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi และการแสดงผลแบบ ทรูโทน เป็นต้น เริ่มสั่งจองได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 17 เม.ย. และเริ่มส่งจำหน่ายวันที่ 24 เม.ย.
iPhone SE รุ่นนี้ใช้กล้องหลังแบบเดี่ยว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ขนาด 28 มม. รูรับแสง f/1.8 พร้อมโหมดถ่ายรูปหน้าชัดหลังเบลอ, ระบบ Smart HDR และระบบกันสั่น แบบเดียวกับกล้องหลักของไอโฟน 11 บันทึกวิดีโอระดับ 4K ที่ 24 fps, 30 fps หรือ 60 fps ขณะที่กล้องเซลฟี่มีความละเอียด 7 ล้านพิกเซล บันทึกวิดีโอระดับ HD 1080p ที่ 30 fps
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการปลดล็อกโทรศัพท์ด้วยใบหน้าของไอโฟนรุ่นปัจจุบัน iPhone SE 2020 รุ่นนี้ยังเก็บระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือเอาไว้ แต่ไม่มีแจ็คต่อหูฟังแล้ว
ข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th/news/tech/1821954
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

หลังจาก Samsung ได้ปล่อยวิดีโอตัวอย่างการใช้งานคีย์บอร์ดล่องหน หรือ Selfie Type ซึ่งระบบนี้สามารถใช้พิมพ์ข้อความต่างๆ ได...
23/03/2020

หลังจาก Samsung ได้ปล่อยวิดีโอตัวอย่างการใช้งานคีย์บอร์ดล่องหน หรือ Selfie Type ซึ่งระบบนี้สามารถใช้พิมพ์ข้อความต่างๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องมีคีย์บอร์ดจริงๆ ในวิดีโอที่ทาง Samsung ปล่อยออกมา

จะเห็นได้ว่าคีย์บอร์ด Selfie Type สามารถใช้ร่วมกับ สมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต และ Foldable Phone โดยระบบจะสามารถพิมพ์ข้อความจากระยะไกลได้ ถือว่าเป็นอีกเรื่องที่น่าใจในอนาคตที่เดียว

โปรเจค Selfie Type เป็นโปรเจคที่ถูกพัฒนาจากบริษัท Samsung โดยเป็นการสร้างคีย์บอร์ดเสมือนจริง (Virtual Keyboard) เพื่อให้ผู้ใช้งานพิมพ์ข้อความโดยไม่ต้องสัมผัสตัวเครื่อง หรือแป้นพิมพ์ของจริง ที่สำคัญระบบนี้ไม่มีการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ ซึ่งระบบมีการทำงานจาก กล้องหน้า และระบบ AI ล้วนๆ จากนั้นระบบจะมีการตรวจจับนิ้วมือของผู้ใช้งาน เมื่อผู้ใช้งานขยับนิ้วทำท่าทางพิมพ์ลงไป ตัวหนังสือก็จะปรากฏในหน้าจอทันที

สำหรับคีย์บอร์ด Selfie Type ทาง Samsung จะมีการแสดงตัวอย่างในงาน CES 2020 และคาดว่าในอนาคตอาจจะได้เห็นในสมาร์ทโฟนระดับเรือธงจาก Samsung ก็เป็นได้
ข้อมูลจาก : https://news.siamphone.com/news-44202.html
Contact
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

Samsung ได้มีการแนะนำ ‘บอลลี่ (Ballie)’ หุ่นยนต์รูปทรงกลมขนาดเล็กที่กลิ้งได้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่เปรียบเสมือนเพื่อน (l...
13/03/2020

Samsung ได้มีการแนะนำ ‘บอลลี่ (Ballie)’ หุ่นยนต์รูปทรงกลมขนาดเล็กที่กลิ้งได้ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่เปรียบเสมือนเพื่อน (life companion) ที่พร้อมเข้าใจ สนับสนุน และคอยช่วยเหลือผู้ใช้งานในการจัดการทุกอย่างภายในบ้าน จากความสามารถในการประมวลผล AI ผ่านเครื่องได้โดยตรง (On-Device AI)
'Age of Experience’ คือยุคแห่งประสบการณ์ที่จะเข้ามาเปลี่ยนทุกวิธีการที่เราดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น วิธีการในการดูแลตนเองและครอบครัว วิธีการปรับแต่งบ้านเพื่อให้เข้ากับความต้องการของแต่ละบุคคล หรือแม้กระทั่งวิธีการสร้างเมืองอัจฉริยะที่มีความปลอดภัยและยั่งยืน ผ่านการนำเสนอความก้าวหน้าล่าสุดในด้านหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Intelligent robotics) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยี 5G และ Edge Computing โดยในครั้งนี้ Samsung ได้จัดแสดงให้เห็นถึงภาพรวมของอนาคตอันใกล้ ซึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้จะมารวมตัวกันเพื่อมอบประสบการณ์ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี


ข้อมูลจาก : https://techsauce.co/pr-news/samsung-electronics-age-experience-intelligent-robotics?fbclid=IwAR2RXFG3dOOwQuT4lGKa4yISmvRS1n9k56JgrTGjYplaBI_jimnksxxZtjo
Contact
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ของ Sony ได้สร้างความประหลาดใจให้ผู้เข้าร่วมงานแสดงเทคโนโลยี CES ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่...
06/03/2020

ยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์ของ Sony ได้สร้างความประหลาดใจให้ผู้เข้าร่วมงานแสดงเทคโนโลยี CES ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าที่เรียกว่า Vision S
รถคันนั้นเป็นต้นแบบที่ออกแบบมาเพื่ออวดเซ็นเซอร์ของ บริษัท และเทคโนโลยีความบันเทิงในรถยนต์
แผงควบคุมถูกขนาบข้างด้วยหน้าจอพาโนรามากว้างพิเศษ "สำหรับการขับขี่ข้อมูลและความบันเทิง"
อย่างไรก็ตาม Sony ไม่ได้ระบุว่ามีแผนจะขายรถยนต์ให้กับสาธารณะ
ในบรรดาคุณสมบัติภายในของรถคือเทคโนโลยีการตรวจจับที่สามารถตรวจจับผู้โดยสารของรถยนต์และจดจำพวกเขาเพื่อให้สามารถควบคุมท่าทางของระบบความบันเทิงได้
โดยรวมแล้ว Sony ได้รวมเซ็นเซอร์ 33 ตัวไว้ในต้นแบบ Vision S บริษัท ญี่ปุ่นเป็นที่รู้จักกันในการพัฒนาเซ็นเซอร์ภาพที่ทรงพลังที่สามารถใช้ในการวิเคราะห์ถนนด้านหน้ารถ
นายดอนเนลล์กล่าวว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจช่วยระบบการขับขี่ในยานพาหนะในอนาคตช่วยตัดสินเมื่อต้องใช้เบรกหรือปรับเปลี่ยนพวงมาลัย แต่ยังคงต้องตัดสินใจเรื่องขับรถ
"การขับขี่แบบช่วยเหลืออาจมีประโยชน์ในความเป็นจริงในบางวิธีมีประโยชน์มากกว่าการขับขี่แบบอิสระ"
#รถยนต์ไฟฟ้า #เทคโนโลยีCES
ข้อมูลจาก : https://techsauce.co/tech-and-biz/best-innovation-of-ces-2020
Contact
inbox : m.me/ensurewebsiteservices
website : https://ensurecommunication.co.th/

ที่อยู่

Khon Kaen
40000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 17:00
อังคาร 09:00 - 17:00
พุธ 09:00 - 17:00
พฤหัสบดี 09:00 - 17:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 17:00

เบอร์โทรศัพท์

+66616355452

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ensure WebSiteผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ensure WebSite:

แชร์