ไทยเสรีนิวส์

ไทยเสรีนิวส์ ไทยเสรีนิวส์ สถานีข่าว เพื่อคนท้อง?

หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ภาคอีสานตอนบน "อิสระทางความคิด ในการทำงาน" https://www.thaisaeree.news/
ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ส่งข่าว-ภาพ มาที่ E-mail [email protected] เราพร้อมเป็นสื่อกลาง

ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมเชื่อมพลังสีรุ้ง Bangkok Pride 2026 เสริมสัญญาณทรู 5G ตลอดเส้นทางพาเหรด 31 พ.ค. นี้ ชู "ทุกความรัก...
30/05/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมเชื่อมพลังสีรุ้ง Bangkok Pride 2026 เสริมสัญญาณทรู 5G ตลอดเส้นทางพาเหรด 31 พ.ค. นี้ ชู "ทุกความรักเป็นจริงได้ - LOVE is Always True"

▪️เติมสีสัน Pride Month ด้วย Co-Playing Space ที่ True Alpha Hub พร้อมเมนูพิเศษ “Pride in Paradise” และ “Rainbow Cake” ที่ TrueSphere ทุกสาขาตลอดเดือนมิถุนายน

ทรู คอร์ปอเรชั่น พร้อมเป็นเครือข่ายที่เชื่อมทุกโมเมนต์แห่งความภาคภูมิใจ ในงาน Bangkok Pride 2026 วันที่ 31 พฤษภาคมนี้ ด้วยการติดตั้งรถสถานีฐานเคลื่อนที่เร็ว (COW) และสถานีฐานชั่วคราว (Temp Site) เสริมสัญญาณ True5G ครอบคลุมตลอดเส้นทางพาเหรดจากช่องนนทรี–สีลม–ศาลาแดง–อังรีดูนังต์–สยาม–พระราม 1 พร้อมเปิด War Room ที่ Business Network Intelligence Center (BNIC) โดยนำ AI Autonomous Network มาบริหารและดูแลเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง รองรับการใช้งานสื่อสาร แชร์ภาพ คลิป ไลฟ์สตรีมของประชาชนนักท่องเที่ยวและผู้ร่วมเฉลิมฉลอง Pride Month จำนวนมาก ให้ทุกโมเมนต์แห่งความรัก ความเท่าเทียม และการเป็นตัวของตัวเอง ถูกส่งต่อได้อย่างต่อเนื่องและมั่นใจ ภายใต้แนวคิด “ทุกความรักเป็นจริงได้ - LOVE is Always True”
นอกจากนี้ True Alpha Hub ยังเตรียมจัดกิจกรรม “Co-Playing Space” เปิดพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางเมือง ชวนทุกคนร่วมแสดงออกอย่างอิสระ เฉลิมฉลองความหลากหลาย พร้อมส่งต่อพลังแห่ง Pride Month ด้วยเมนูพิเศษต้อนรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจ ทั้ง “Pride in Paradise” ที่ True Alpha Hub และ “Rainbow Cake” ที่ TrueSphere ทุกสาขาตลอดเดือนมิถุนายน สะท้อนจุดยืนของทรูในการสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับทุกตัวตน ทั้งสำหรับลูกค้า สังคม และพนักงานภายในองค์กร
พร้อมกันนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังอัปเกรดสถานีฐาน เพิ่มความจุ และปรับค่าพารามิเตอร์สัญญาณให้เหมาะสมกับการใช้งานในช่วงเทศกาล เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าปริมาณสูงจากผู้ร่วมงานทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดย War Room ที่ BNIC จะทำงานร่วมกับ AI ระบบ Autonomous Network เพื่อตรวจสอบ วิเคราะห์ และบริหารจัดการเครือข่ายแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยให้การสื่อสาร การแชร์ภาพ วิดีโอ และการไลฟ์สตรีมกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน เป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพสูงตลอดการเฉลิมฉลอง Pride Month
การเสริมสัญญาณ 5G สู่ความพร้อมในครั้งนี้ยังสะท้อนถึงคุณภาพเครือข่ายที่ลูกค้าไว้วางใจ หลังทรู คอร์ปอเรชั่น คว้าอันดับ 1 ด้านคุณภาพเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีป ประจำปี 2025 จาก nPerf สถาบันทดสอบประสิทธิภาพเครือข่ายระดับโลกจากประเทศฝรั่งเศส โดยทรูมูฟ เอช ครองอันดับ 1 เครือข่ายมือถือ 10 ปีต่อเนื่อง ขณะที่ทรูออนไลน์ ครองอันดับ 1 อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ 6 ปีซ้อน สะท้อนการพัฒนาโครงข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริงของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์ดิจิทัล
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงมุ่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั้งเครือข่ายมือถือและบรอดแบนด์ให้ครอบคลุมและเท่าเทียมทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งด้านคอนเทนต์ดิจิทัล บริการที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมถึงภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมใหม่ที่กำลังเติบโต ควบคู่กับการผสานศักยภาพเครือข่ายเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่แข็งแกร่งและครบวงจร รองรับทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจ พร้อมสนับสนุนบทบาทของประเทศไทยในการแข่งขันเศรษฐกิจดิจิทัลระดับโลกและการก้าวสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ เชื่อมทุกหัวใจ ร่วมส่งต่อพลังแห่ง Pride Month
ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ย้ำจุดยืน “LOVE is Always True” เพราะเชื่อว่า ทุกความรักเป็นจริงได้” ผ่านกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษตลอดเดือนแห่งความภาคภูมิใจ เพื่อร่วมส่งต่อพลังแห่งความเท่าเทียม การยอมรับในความหลากหลาย และการเป็นตัวของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ โดย True Alpha Hub สยามสแควร์ ซอย 3 ได้เนรมิต “Co-Playing Space” พื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางเมืองที่เปิดกว้างให้ทุกคนได้ปล่อยพลัง แสดงออกอย่างอิสระ และร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายอย่างมีสีสัน พร้อมเชื่อมทุกโมเมนต์แห่งความสุขและแรงบันดาลใจให้เกิดขึ้นได้อย่างไร้ขีดจำกัดตลอด Pride Month นี้
ชวนทุกคนร่วมสนุกกับ Pride Photo Frame ดีไซน์พิเศษเฉพาะช่วง Pride Month ในราคา 160–180 บาท และประสบการณ์ Interactive ที่ทุกภาพถ่ายสามารถแสดงผลบน Giant Rubic Screen ใจกลางสยาม เพื่อสะท้อนตัวตนและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน
นอกจากนี้ ยังมีเมนูพิเศษต้อนรับ Pride Month ได้แก่ “Pride in Paradise” ที่ True Alpha Hub ที่มาในรูปแบบกระป๋องดีไซน์สุด Cute เติมความสดใสและสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในแบบฉบับคนรุ่นใหม่
สำหรับลูกค้า TrueBlack และ dtac PLATINUM BLUE MEMBER พบเซอร์ไพรส์ต้อนรับ Pride Month กับเครื่องดื่ม “Pride in Paradise” ที่สามารถเลือกเป็นหนึ่งในเมนู TrueSphere Welcome Set ได้ทุกสาขา ตลอดเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อร่วมเติมสีสันและสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองให้กับทุกความหลากหลาย
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังเดินหน้าสนับสนุนความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการยอมรับทุกตัวตน ไม่เพียงเฉพาะกับลูกค้า แต่รวมถึงพนักงานภายในองค์กร ผ่านนโยบายและสวัสดิการที่ไม่จำกัดเพศ อาทิ สิทธิ์ลาพักอยู่ด้วยกันสำหรับคู่รักเพศเดียวกัน สิทธิ์ลาป่วยเพื่อการผ่าตัดแปลงเพศ และสิทธิ์ลาแต่งงานภายใต้สมรสเท่าเทียม พร้อมยืนยันจุดยืนในการไม่ยอมรับการเลือกปฏิบัติจากการแสดงออกทางเพศหรือรสนิยมทางเพศในทุกรูปแบบ
เพราะ True5G ไม่ได้เพียงเชื่อมคนกับโลก แต่ยังเชื่อมถึงหัวใจ ความรู้สึก และตัวตนของทุกคน เพื่อให้ Pride Month นี้ และทุกเดือนของทุกคน เต็มไปด้วยความหมาย พร้อมสนับสนุนให้ทุกความรักเป็นจริงได้ เพราะ “LOVE is Always True”

ชั่วโมงแรกพีคสุด! ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยสถิติวันแรกลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ดันยอดผู้ใช้แอปเป๋าตังพุ่งทำลายสถิติ ...
27/05/2026

ชั่วโมงแรกพีคสุด! ทรู คอร์ปอเรชั่น เผยสถิติวันแรกลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ดันยอดผู้ใช้แอปเป๋าตังพุ่งทำลายสถิติ 1,864% ด้าน กทม. คว้าอันดับ 1 จังหวัดใช้งานสูงสุด
ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานสถิติการใช้งานแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนเครือข่ายของลูกค้าทรูและดีแทคในการลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นวันแรกในการเปิดลงทะเบียนพบว่าปริมาณผู้ใช้งานทั่วประเทศตลอดทั้งวันพุ่งสูงถึง 1,864% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาการใช้งานปกติ สะท้อนกระแสตอบรับอย่างสูงจากประชาชนทั่วประเทศที่พร้อมใจกันเข้าใช้งานตั้งแต่เปิดลงทะเบียน โดยเฉพาะตั้งแต่นาทีแรกมีปริมาณการใช้งานบนเครือข่ายมือถือทรูและดีแทคเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ทีมเน็ตเวิร์กและ IT ของทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เปิดปฏิบัติการ War Room ที่ Business Network Intelligence Center (BNIC) พร้อมนำ AI ระบบ Autonomous Network เข้ามาดูแลและบริหารเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ทั่วประเทศได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับข้อมูลช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานแอปเป๋าตังสูงสุดทั่วประเทศ พบว่า ช่วงเวลา 06.00–07.00 น. มีการเข้าใช้งานสูงที่สุด รองลงมาคือช่วง 07.00–08.00 น., 08.00–09.00 น., 05.00–06.00 น. และ 09.00–10.00 น. ตามลำดับ โดยข้อมูลดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมากเข้าแอปเป๋าตังเพื่อเตรียมความพร้อมตั้งแต่ก่อนเปิดลงทะเบียนในเวลา 06.00 น. และยอดการใช้งานแอปพุ่งสูงสุดตั้งแต่นาทีแรกที่เริ่มเปิดลงทะเบียนทั่วประเทศ (อ้างอิงข้อมูลตลอด 24 ชั่วโมงของวันที่ 25 พ.ค. 2569)
ด้านข้อมูลการใช้งานตามพื้นที่พบว่า กรุงเทพมหานคร เป็นจังหวัดที่มีปริมาณการใช้งานสูงสุด รองลงมาคือ ชลบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี และนนทบุรี ตามลำดับ ขณะที่เมื่อแบ่งตามกลุ่มภูมิภาค พบว่า ภาคกลาง (รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล) มีการใช้งานสูงสุด ตามด้วย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ตามลำดับ สะท้อนการเชื่อมต่อและการเข้าถึงบริการดิจิทัลของประชาชนอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อดิจิทัลในทุกช่วงเวลาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะบริการภาครัฐที่มีประชาชนเข้าใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก สำหรับการเปิดลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บริษัทได้เตรียมความพร้อมโครงข่ายล่วงหน้า ทั้งการเพิ่มความจุเครือข่าย 5G และ 4G การบริหารจัดการทราฟฟิกดาต้าแบบอัจฉริยะด้วย AI การปรับโหลดในพื้นที่ใช้งานหนาแน่น รวมถึงการเฝ้าระวังคุณภาพสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับการใช้งานพร้อมกันทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ทีมงานเน็ตเวิร์กและ IT ได้เข้าประจำการที่ War Room ณ Business Network Intelligence Center (BNIC) ตั้งแต่ก่อนเริ่มเปิดลงทะเบียน เพื่อดูแลเสถียรภาพของสัญญาณ ความเร็วในการรับส่งข้อมูล และความปลอดภัยของการเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์ สะท้อนศักยภาพของทรู คอร์ปอเรชั่น ในการนำ AI และเทคโนโลยี Autonomous Network มายกระดับการบริหารจัดการโครงข่ายอัจฉริยะ รองรับบริการดิจิทัลขนาดใหญ่ระดับประเทศ และสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทรูและดีแทคสามารถใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังได้อย่างราบรื่นในทุกช่วงเวลาสำคัญ

ขอนแก่นบ้านเฮา มีทรูสเฟียร์แล้วเด้อ! ทรูเปิดแลนด์มาร์กดิจิทัลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่“TrueSphere และ True Branding Shop” @ เซ็น...
21/05/2026

ขอนแก่นบ้านเฮา มีทรูสเฟียร์แล้วเด้อ! ทรูเปิดแลนด์มาร์กดิจิทัลไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
“TrueSphere และ True Branding Shop” @ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส
เสิร์ฟมาตรฐาน First-Class Retail Experience สู่เมืองศักยภาพแห่งทศวรรษ
จากเมืองศักยภาพแห่งอีสาน สู่จุดหมายใหม่ของประสบการณ์ First Class Co-working Space... ทรู คอร์ปอเรชั่น ปักหมุดประสบการณ์บริการระดับ First Class สู่จังหวัดขอนแก่น ผ่าน TrueSphere และ True Branding Shop ณ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ภายใต้คอนเซ็ปต์ “When Lifestyle and First-Class Experience Become One” ยกระดับมาตรฐาน Retail Experience ให้ชาวอีสานตอนกลางได้สัมผัสบริการเหนือระดับผสานเทคโนโลยี Generative AI, Smart Device Ecosystem และสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในพื้นที่เดียว ออกแบบภายใต้แนวคิด Modern Zen Experience ผสมผสานความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเข้ากับบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และอบอุ่น เพื่อให้ทุกการเข้ามาใช้บริการไม่ใช่แค่การติดต่อธุรกรรม แต่คือประสบการณ์ที่สะท้อนความใส่ใจในทุกรายละเอียด พร้อมประสบการณ์ True Online High-Speed Wi-Fi ที่เสถียรและครอบคลุม ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของลูกค้าในยุคปัจจุบัน
คุณสุจิตรา อมิตรพ่าย หัวหน้าสายงานบริหารฝ่ายปฏิบัติการ ทรู รีเทลช็อป บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“การเปิดตัว TrueSphere และ True Branding Shop ขอนแก่น ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการขยายสาขาใหม่ของทรู แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ของ Retail Experience ในภูมิภาคอีสานตอนกลาง โดยทรูเล็งเห็นถึงศักยภาพของขอนแก่นในฐานะเมืองยุทธศาสตร์ที่พร้อมเติบโตในอีกทศวรรษข้างหน้า ทั้งในมิติของเศรษฐกิจดิจิทัล การสร้างสรรค์คอนเทนต์ การลงทุน การประชุมสัมมนา และการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่”
“สำหรับทรู เราไม่ได้มองขอนแก่นในฐานะจังหวัดหนึ่งเท่านั้น แต่ขอนแก่นคือเมืองศักยภาพที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อระดับภูมิภาค การนำสุดยอดบริการของ True Branding Shop และ TrueSphere มาสู่จังหวัดขอนแก่น จึงไม่ใช่เพียงการเปิดสาขาใหม่ แต่คือโอกาสสำคัญในการสร้าง Superior Retail Experience ที่ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในภาคอีสานให้ใกล้เคียงมาตรฐานเมืองชั้นนำของประเทศไทย”
“การก้าวเข้าสู่หัวใจของภาคอีสานครั้งนี้ เป็นการมองไปข้างหน้าในระยะ 10 ปี โดยนำ Sphere DNA ซึ่งเป็นมาตรฐานสูงสุดด้าน Retail Experience มาสู่ TrueSphere @ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อและมองหาประสบการณ์ Premium Lifestyle พร้อมสิทธิพิเศษเหนือระดับ ตอกย้ำว่าไลฟ์สไตล์ระดับ First Class ของทรูได้ขยายสู่ใจกลางภูมิภาคด้วยมาตรฐานเดียวกันแล้ววันนี้”
คุณอิทธิ์ศักดิ์ ศรีสันติสุข หัวหน้าสายงานบริหารจัดการระดับภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า"การเปิด TrueSphere แห่งแรกของภาคอีสานตอนกลางในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญของภูมิภาค ที่มุ่งเน้นการส่งมอบบริการที่มีคุณภาพแบบ 100% และเป็นการขยายฐานลูกค้ากลุ่มพรีเมียมในพื้นที่ยุทธศาสตร์อย่างจังหวัดขอนแก่น ทั้งจากฐานผู้ใช้งานบริการทรูที่ครองอันดับ 1 ในจังหวัดขอนแก่น ประกอบกับศักยภาพของเมืองในฐานะศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การศึกษาการแพทย์ และหนึ่งใน MICE City ของประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจ การประชุม และการลงทุนสำคัญของภูมิภาค"
"เราจึงตั้งใจให้ TrueSphere และ True Branding Shop ณ เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส แห่งนี้เป็นมากกว่าแค่เพียงศูนย์บริการ แต่เป็น Co-working Space และ Business & Lifestyle Destination จุดนัดพบทางธุรกิจ สำหรับคนรุ่นใหม่ เชื่อมโยงผู้คน ไอเดีย และโอกาสใหม่ ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ของชาวขอนแก่นและจังหวัดใกล้เคียง โดยมุ่งหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เติบโตอย่างยั่งยืน"

ไฮไลต์สำคัญภายในพื้นที่ ประกอบด้วย :
• TrueSphere First Class Co-Working Space Service Designed Around You
TrueSphere การบริการไม่ได้เริ่มต้นเมื่อคุณขอความช่วยเหลือ—แต่เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณก้าวเข้ามา ลูกค้าจะได้รับการต้อนรับด้วยประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยทีมงาน TrueSphere ได้รับการฝึกอบรมเพื่อส่งมอบประสบการณ์แบบ First Class ทั้งด้านบริการ ไลฟ์สไตล์ และคำแนะนำด้านเทคโนโลยี พร้อมเสิร์ฟ Welcome Exclusive Set ผ่านเครื่องดื่มพรีเมียมจาก True Coffee และการดูแลแบบ Personalized Service ที่ออกแบบเฉพาะสำหรับลูกค้าระดับ Premium เช่นคุณ เพื่อให้ทุกครั้งที่มาเยือน ไม่ใช่แค่ความสะดวก…แต่คือความรู้สึกของการได้รับการดูแลอย่างแท้จริง

• Where Great Minds Meet เพราะบางครั้ง…คุณค่าที่แท้จริงของ First Class ไม่ได้อยู่ที่สิ่งอำนวยความสะดวก เพียงเท่านั้น แต่อยู่ที่ “ผู้คน” ที่คุณได้พบ
ที่นี่จึงเป็นพื้นที่แห่งโอกาส ที่ได้รับการรังสรรค์ให้เป็นจุดนัดพบของนักธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ Content Creator และคนรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนอนาคตของภาคอีสาน ในเมืองที่กำลังเติบโตอย่างขอนแก่น การได้อยู่ท่ามกลาง Community ที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน เชื่อมโยงจุดเริ่มต้นของไอเดียใหม่ เกิดความร่วมมือร่วมใจครั้งสำคัญ หรือโอกาสทางธุรกิจที่เปลี่ยนอนาคตที่คุณคาดไม่ถึง

• AI Experience
TrueSphere ไม่ได้เพียงนำเทคโนโลยีมาแสดง แต่ทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้ ผ่าน AI Experience ที่มาพร้อมโซนทดลองใช้นวัตกรรมและ Smart Devices จากแบรนด์ชั้นนำ ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสอนาคตก่อนใคร กับ Retail Innovation Zone รวมสมาร์ทดีไวซ์ แก็ดเจ็ตไลฟ์สไตล์ IoT และเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้งานจริง อาทิ Enabot AI Smart Companion ,Creative Digital Gadget Collection จาก Divoom,Smart Audio และ Lifestyle Devices และแบรนด์ดังชั้นนำมากมาย เพราะสำหรับทรู…AI ไม่ใช่เรื่องของวันพรุ่งนี้ แต่คือประสบการณ์ของวันนี้
เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการเปิดตัวครั้งนี้ ทรูจัดข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้า ให้เป็นเจ้าของดีไวซ์รุ่นยอดนิยมพร้อมสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม อาทิ HUAWEI MatePad Mini พร้อมรับฟรี Huawei M-Pencil 3 และ Huawei FreeBuds SE 2 มูลค่ารวม 5,989 บาท รวมถึง Samsung Galaxy Flip 7 ความจุ 256 GB ที่สามารถแลกรับสิทธิ์ได้ด้วยเพียง 5 TruePoint โดยรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 พฤษภาคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
สัมผัสประสบการณ์ระดับ First Class พร้อมข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่คัดสรรมาเพื่อยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ได้แล้ววันนี้ที่ TrueSphere และ True Branding Shop เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official Account:

ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิด War Room พร้อม AI ดูแลเครือข่าย 24 ชม. รองรับประชาชนลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านแอปเป๋าต...
21/05/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิด War Room พร้อม AI ดูแลเครือข่าย 24 ชม. รองรับประชาชนลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านแอปเป๋าตังวันแรก 25 พ.ค. นี้ คาดคนใช้งานพร้อมกันทั่วประเทศ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความพร้อมด้านโครงข่ายสื่อสาร 5G และ 4G เพิ่มความจุรองรับเชื่อมต่อแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ในวันที่ 25-29 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 06.00 -22.00 น. ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าใช้งานพร้อมกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะช่วงชั่วโมงแรกของการเปิดให้ลงทะเบียนในวันแรก จะส่งผลให้ปริมาณการใช้งานดาต้าและทราฟฟิกบนเครือข่ายมือถือเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำ AI ระบบ Autonomous Network มาช่วยบริหารจัดการโครงข่ายแบบเรียลไทม์ ทั้งการบริหารทราฟฟิก การปรับโหลดในพื้นที่หนาแน่น และตั้ง War Room ดูแลคุณภาพสัญญาณตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานมือถือได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เราให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและคุณภาพของการเชื่อมต่อดิจิทัลทุกช่วงเวลาสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะบริการรัฐที่เกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมาก เราได้เตรียม War Room ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเสริมศักยภาพโครงข่ายล่วงหน้า ทั้งด้านความจุของสัญญาณ และความครอบคลุมพื้นที่ใช้งาน เพื่อรองรับการลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตังพร้อมกันทั่วประเทศ”
นอกจากนี้ ทีมเน็ตเวิร์กทรูยังได้นำดาต้าพฤติกรรมการใช้งานจากครั้งที่ผ่านมา มาวิเคราะห์และวางแผนรองรับล่วงหน้า โดยอ้างอิงจากวันแรกของการเปิดลงทะเบียนโครงการ “คนละครึ่งพลัส” เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2568 ซึ่งพบว่าการใช้งานแอปพลิเคชันเป๋าตังของลูกค้าทรูและดีแทค เพิ่มขึ้นมากกว่า 2,600% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยช่วงเวลาที่มีการใช้งานสูงสุดคือ 06.00–07.00 น. รองลงมาคือช่วง 07.00–08.00 น., 08.00–09.00 น., 09.00–10.00 น. และ 10.00–11.00 น. ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนจำนวนมากรอเข้าใช้งานตั้งแต่วินาทีแรกของการเปิดลงทะเบียนทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้จัดตั้ง War Room ที่ Business and Network Intelligence Center (BNIC) หรือศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ พร้อม AI ดูแลและบริหารเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานจากฝ่ายเน็ตเวิร์กและ IT จะเข้าประจำการตั้งแต่ก่อนเปิดลงทะเบียนในช่วงเช้าวันที่ 25 พฤษภาคม เพื่อดูแลความพร้อมของระบบอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเสถียรภาพของสัญญาณ 5G และ 4G ความเร็วในการรับส่งข้อมูล รวมถึงความปลอดภัยของการเชื่อมต่อ เพื่อรองรับการใช้งานแบบเรียลไทม์ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังได้เตรียมแผนรองรับเพิ่มเติมในการดูแลสัญญาณทั่วไทยตลอดระยะเวลาใช้สิทธิ์ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2569 – 30 กันยายน 2569 ในพื้นที่ที่มีแนวโน้มใช้งานหนาแน่นสูง ทั้งกรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่างๆ โดยเพิ่มการเฝ้าระวังคุณภาพสัญญาณ และประสานทีมภาคสนามทั่วประเทศ เพื่อดูแลโครงข่ายอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ลูกค้าทรูและดีแทคชำระเงินจับจ่ายผ่าน G-Wallet ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 บนแอปพลิเคชันเป๋าตังได้อย่างต่อเนื่อง
ทรู คอร์ปอเรชั่น ขอแนะนำให้ประชาชนอัปเดตแอปพลิเคชันเป๋าตังเป็นเวอร์ชันล่าสุด และตรวจสอบการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตกับมือถือให้พร้อมก่อนเข้าใช้งาน สำหรับกรณีเพิ่งติดตั้งแอปเป๋าตัง ผู้ใช้งานต้องยืนยันตัวตนผ่านช่องทางธนาคารกรุงไทย และควรทดสอบความพร้อมให้มั่นใจด้วยการทดลองเข้าบริการอื่นๆ ภายในแอป เพื่อช่วยให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็วและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ รัฐบาลเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ระหว่างวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00–22.00 น. จำนวน 30 ล้านสิทธิ์ โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40% วงเงินสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน รวมสิทธิ์สูงสุด 4,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนจำนวนมากเข้าใช้งานแอปเพื่อลงทะเบียนพร้อมกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงแรกของวันแรกในการเปิดลงทะเบียน

ทรู คอร์ปอเรชั่น คุมสัญญาณชายแดนไทย–ลาว ตัดวงจรสแกมเมอร์  พร้อมอัปเกรดสัญญาณเน็ตหนุนชาวบ้านริมโขง พร้อมรองรับมาตรการรัฐ ...
21/05/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น คุมสัญญาณชายแดนไทย–ลาว ตัดวงจรสแกมเมอร์ พร้อมอัปเกรดสัญญาณเน็ตหนุนชาวบ้านริมโขง พร้อมรองรับมาตรการรัฐ “ไทยช่วยไทยพลัส”
ทรู คอร์ปอเรชั่น นำทีมตรวจสอบคุณภาพสัญญาณ 5G และ 4G จังหวัดชายแดนอีสานตอนบนติดชายแดนไทย-ลาว และชุมชนริมโขง และรับฟังความเห็นการใช้งานจากชาวบ้านในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ควบคู่คุมสัญญาณชายแดนไทย–ลาว ตามมาตรการสำนักงาน กสทช. เพื่อตัดวงจรการสื่อสารของสแกมเมอร์ข้ามแดน นำโซลูชันเสริมสัญญาณเพื่อชุมชน ทั้งติดตั้งสถานีฐานขนาดเล็ก (Small Cell) และเฟมโตเซลล์ (Femtocell) ล่าสุดลงพื้นที่ตรวจสอบสัญญาณชายแดนจังหวัดหนองคาย จัดแผนเสริมสัญญาณลดช่องว่างดิจิทัลเพื่อประโยชน์ชาวบ้านที่อาศัยพื้นที่ชายแดน โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐเตรียมเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัส” ซึ่งต้องอาศัยการเข้าถึงบริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ
ล่าสุด บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย และ นายธงชัย ขวัญพุฒ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาโครงข่ายและการปฏิบัติงานภาคสนาม ร่วมด้วย นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร หัวหน้าสายงานรัฐกิจสัมพันธ์และกำกับดูแล พร้อมทีมเน็ตเวิร์กลงพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยเฉพาะอำเภอศรีเชียงใหม่ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงจากการแอบลักลอบใช้สัญญาณข้ามพรมแดน เพื่อตรวจสอบและปรับควบคุมสัญญาณทุกจุดตามมาตรการความปลอดภัย กสทช.
นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ทรู คอร์ปอเรชั่น ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงโครงข่ายบริเวณชายแดนไทย–ลาว เพื่อสกัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ขณะเดียวกัน เรายังคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสัญญาณ และรับฟังข้อเสนอแนะจากชุมชนอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันเราติดตั้งเสริมสัญญาณให้ชาวบ้านแล้วมากกว่า 100 จุดในพื้นที่อีสานตอนบนตามแนวชายแดนเพื่อให้ประชาชนยังคงใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง”
ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ปรับปรุงโครงข่ายชายแดนไทย-ลาวใน 5 จังหวัด ได้แก่ เลย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร และหนองคาย ด้วยเทคนิค Cell Radius ควบคู่การปรับพารามิเตอร์เครือข่าย ทั้งทิศทางเสาสัญญาณ กำลังส่ง และความหนาแน่นของสถานีฐาน เพื่อควบคุมสัญญาณให้อยู่ในฝั่งไทยอย่างแม่นยำ พร้อมเปิดวอร์รูมตรวจจับซิมบ็อกซ์และใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมผิดปกติแบบเรียลไทม์ผ่านศูนย์ปฏิบัติการเครือข่ายอัจฉริยะ (BNIC) ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชนและติดตั้ง Small Cell และ Femtocell เพิ่มเติมในชุมชนชายแดนของ 5 จังหวัดที่กล่าวมา เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านคุณภาพอินเทอร์เน็ตที่เกิดจากการปฏิบัติตามมาตรการ กสทช. อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะนี้เริ่มจะเข้าสู่ช่วงที่รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการ "ไทยช่วยไทย คนละครึ่งพลัส" ซึ่งคาดว่าจะเปิดลงทะเบียนรับสิทธิ์ปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และแจกเงินช่วยเหลือคนละ 4,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ระหว่างเดือนมิถุนายน-กันยายน 2569 การเสริมสัญญาณให้รองรับการเข้าถึงบริการดิจิทัลภาครัฐได้จึงมีความสำคัญยิ่งสำหรับชาวบ้านในพื้นที่ห่างไกลต่างๆ โดยเฉพาะชายแดนและริมโขง
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังย้ำถึงการทำงานร่วมกับภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์ โดยยกระดับความปลอดภัยด้วยการลงทะเบียนซิมแบบไบโอเมตริกซ์ จำกัดจำนวนเลขหมายต่อบุคคล และใช้ AI ตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ รวมถึงรองรับเทคโนโลยี Liveness Detection ครบทุกช่องทาง
ทรู คอร์ปอเรชั่น ยืนยันการดำเนินงานตามนโยบายภาครัฐและ กสทช. อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้โครงข่ายถูกนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย พร้อมเร่งปรับจูนโครงข่ายในพื้นที่ชายแดน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ แม่ค้า พ่อค้า และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในชุมชนริมแม่น้ำโขงให้มากที่สุด

ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4....
21/05/2026

ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.8 พันล้านบาท

ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าที่ดีขึ้นภายใต้โครงการปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ในไตรมาสนี้ บริษัท มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6.6 พันล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการได้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ แม้เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงสามารถรักษาผลการดำเนินงานในเชิงบวกของธุรกิจหลักทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานจากทุกกลุ่มธุรกิจของเราในไตรมาสแรกปี 2569 มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เพียงผลประกอบการทางการเงินที่โดดเด่น แต่ยังรวมถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ขณะเดียวกัน เรายังคงติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินตามแผนที่วางไว้ การพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจและองค์กร ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สร้างความแตกต่าง ซึ่งสามารถยกระดับทั้งประสบการณ์ลูกค้า ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราได้อย่างต่อเนื่อง”
จุดเด่นการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569
สำหรับไตรมาสนี้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 614,000 เลขหมาย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงการบริหารอัตราการเลิกใช้บริการได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรการรักษาฐานผู้ใช้บริการเชิงรุก และการเข้าร่วมส่งเสริมโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Study Anywhere Anytime)” ของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 48.1 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 36,000 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยได้รับแรงหนุนจากความเสถียรในการใช้งานของโครงข่ายและคุณภาพบริการที่ดีขึ้น การปรับปรุงโครงข่ายอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระยะเวลาระบบเครือข่ายขัดข้อง (network downtime) ของธุรกิจออนไลน์ลดลง และยังส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจลูกค้า (Net Promoter Score) ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้งานช่องทางบริการตนเองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดปริมาณการติดต่อคอลเซ็นเตอร์ ส่งผลดีต่อประสบการณ์ลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส มีผู้ใช้บริการ 5G รวม 18.4 ล้านราย
นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) แต่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ยังคงแข็งแกร่งจากการเติบโตของผู้ใช้บริการและการลงทุนด้านโครงข่ายรวมไปถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัยและรัดกุม ส่งผลให้ EBITDA เติบโต และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น กำไรสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 4.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 73% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.8 เท่า โดยมีแรงหนุนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 0.4 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดในไตรมาส 4/2568
ในระยะถัดไป บริษัท มีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน โดยยังคงมุ่งเน้นการบริหารการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการลงทุนอย่างมีวินัยในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเดินหน้าสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง”
จุดเด่นผลการดำเนินงานทางการเงิน
ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.6 % เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) แต่ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ เมื่อปรับรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศกับ NT รายได้จากการให้บริการลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน การลดลงของค่าเช่าโครงข่ายซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากการขายลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว iPhone ในไตรมาสก่อน
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการ สิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลง 25.2% จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการประหยัดต้นทุนจากการพัฒนาโครงข่าย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 5.3% จากการตั้งค้างจ่ายโบนัสและระดับหนี้สูญที่ลดลงในปีก่อน ส่วนต้นทุนอื่นในการให้บริการลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายคอนเทนต์ที่ลดลง (ไม่มี EPL)
นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถเพิ่ม EBITDA ได้ 8.6 พันล้านบาท หรือเติบโต 44% โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากประโยชน์ของการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 7.1 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 68.3% สำหรับไตรมาสนี้ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage) อยู่ที่ 3.8 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.2 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
สำหรับไตรมาส 1/2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6.6 พันล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 4.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่73% หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9% ของยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าว
ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญสำหรับไตรมาส 1/2569
รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย IC:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
EBITDA:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 68.3%
กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT):
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท
เงินปันผลระหว่างกาล:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท
เงินปันผลต่อหุ้น 0.14 บาท
คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 73%
ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ทำกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน พร้อมจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 4.8 พันล้านบาท


ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยยังคงสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง จากแรงหนุนการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าที่ดีขึ้นภายใต้โครงการปรับปรุงโครงข่ายให้ทันสมัย (Network Modernization) และการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย ในไตรมาสนี้ บริษัท มีกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6.6 พันล้านบาท ขณะที่ EBITDA อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการได้ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ แม้เผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจมหภาค ทรู คอร์ปอเรชั่น ยังคงสามารถรักษาผลการดำเนินงานในเชิงบวกของธุรกิจหลักทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่ และออนไลน์ได้อย่างต่อเนื่อง

นายซิกเว่ เบรกเก้ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ผลการดำเนินงานจากทุกกลุ่มธุรกิจของเราในไตรมาสแรกปี 2569 มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่เพียงผลประกอบการทางการเงินที่โดดเด่น แต่ยังรวมถึงความพึงพอใจของลูกค้าที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ด้วย ขณะเดียวกัน เรายังคงติดตามและเฝ้าระวังผลกระทบจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคที่เพิ่มขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินตามแผนที่วางไว้ การพัฒนาโครงข่ายให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจและองค์กร ถือเป็นจุดแข็งสำคัญที่สร้างความแตกต่าง ซึ่งสามารถยกระดับทั้งประสบการณ์ลูกค้า ประสิทธิภาพการดำเนินงาน และศักยภาพการแข่งขันในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเราได้อย่างต่อเนื่อง”

จุดเด่นการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569

สำหรับไตรมาสนี้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้น 614,000 เลขหมาย เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สะท้อนถึงการบริหารอัตราการเลิกใช้บริการได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มาตรการรักษาฐานผู้ใช้บริการเชิงรุก และการเข้าร่วมส่งเสริมโครงการ “เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Study Anywhere Anytime)” ของกระทรวงศึกษาธิการ ส่งผลให้จำนวนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมอยู่ที่ 48.1 ล้านเลขหมาย ผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบ้านเพิ่มขึ้น 36,000 ราย ซึ่งเป็นการเติบโตสูงสุดนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ โดยได้รับแรงหนุนจากความเสถียรในการใช้งานของโครงข่ายและคุณภาพบริการที่ดีขึ้น การปรับปรุงโครงข่ายอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ระยะเวลาระบบเครือข่ายขัดข้อง (network downtime) ของธุรกิจออนไลน์ลดลง และยังส่งผลให้คะแนนความพึงพอใจลูกค้า (Net Promoter Score) ดีขึ้น ขณะเดียวกัน การใช้งานช่องทางบริการตนเองผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดปริมาณการติดต่อคอลเซ็นเตอร์ ส่งผลดีต่อประสบการณ์ลูกค้าและประสิทธิภาพการดำเนินงาน ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส มีผู้ใช้บริการ 5G รวม 18.4 ล้านราย

นายนกุล เซห์กัล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกของปีสะท้อนถึงวินัยทางการเงินที่เราดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่การควบรวมกิจการ แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะได้รับผลกระทบบางส่วนจากธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) แต่ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ยังคงแข็งแกร่งจากการเติบโตของผู้ใช้บริการและการลงทุนด้านโครงข่ายรวมไปถึงการยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ในขณะเดียวกัน ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ การรับรู้ผลประโยชน์จากการควบรวมกิจการ (Synergy) และการควบคุมต้นทุนอย่างมีวินัยและรัดกุม ส่งผลให้ EBITDA เติบโต และอัตรากำไรปรับตัวดีขึ้น กำไรสุทธิหลังหักภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับปีก่อนและไตรมาสก่อน คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 4.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผล 73% สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อความสามารถในการสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน (Leverage ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 3.8 เท่า โดยมีแรงหนุนจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 0.4 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.1 จุด เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ และการไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดในไตรมาส 4/2568

ในระยะถัดไป บริษัท มีลำดับความสำคัญที่ชัดเจน โดยยังคงมุ่งเน้นการบริหารการเงินอย่างรอบคอบ ควบคู่กับการลงทุนอย่างมีวินัยในธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อเดินหน้าสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวได้อย่างต่อเนื่อง”

จุดเด่นผลการดำเนินงานทางการเงิน

ทรู คอร์ปอเรชั่น ทำกำไรสุทธิหลังหักภาษีต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการประหยัดต้นทุนด้านคลื่นความถี่และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) ในไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.6 % เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ธุรกิจโทรทัศน์บอกรับสมาชิก (PayTV) แต่ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และธุรกิจออนไลน์ เมื่อปรับรายได้การให้บริการข้ามโครงข่ายภายในประเทศกับ NT รายได้จากการให้บริการลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน การลดลงของค่าเช่าโครงข่ายซึ่งเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ภายหลังการสิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้จากการขายลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 14.6% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปิดตัว iPhone ในไตรมาสก่อน

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (ไม่รวมค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย) ลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการ สิ้นสุดสัญญาเช่าโครงข่ายกับ NT ค่าใช้จ่ายด้านโครงข่ายลดลง 25.2% จากการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ และการประหยัดต้นทุนจากการพัฒนาโครงข่าย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 5.3% จากการตั้งค้างจ่ายโบนัสและระดับหนี้สูญที่ลดลงในปีก่อน ส่วนต้นทุนอื่นในการให้บริการลดลง 13.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายคอนเทนต์ที่ลดลง (ไม่มี EPL)

นับตั้งแต่การควบรวมกิจการแล้วเสร็จ ทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถเพิ่ม EBITDA ได้ 8.6 พันล้านบาท หรือเติบโต 44% โดยในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ รายงาน EBITDA เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากประโยชน์ของการได้มาซึ่งใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการปรับตัวดีขึ้น 7.1 จุด เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 68.3% สำหรับไตรมาสนี้ ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA (Leverage) อยู่ที่ 3.8 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 ลดลง 0.3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 0.2 เท่า เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

สำหรับไตรมาส 1/2569 ทรู คอร์ปอเรชั่น รายงานกำไรสุทธิหลังหักภาษีจำนวน 6.6 พันล้านบาท โดยคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 3 เดือนแรกของปี 2569 จำนวน 4.8 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่73% หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านการลงทุน (CAPEX) ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9% ของยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าว

ตัวเลขทางการเงินที่สำคัญสำหรับไตรมาส 1/2569

รายได้จากการให้บริการไม่รวมรายได้ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย IC:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
EBITDA:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน
อัตราส่วน EBITDA ต่อรายได้จากการให้บริการ:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 68.3%
กำไรสุทธิหลังหักภาษี (NPAT):
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 6.6 พันล้านบาท
เงินปันผลระหว่างกาล:
ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท
เงินปันผลต่อหุ้น 0.14 บาท
คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 73%

ที่อยู่

76 หมู่ 20 ถนนกสิกรทุ่งสร้าง ต. ศิลา อ. เมือง จ. ขอนแก่น
Khon Khen
40000

เบอร์โทรศัพท์

+66631759655

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ไทยเสรีนิวส์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ไทยเสรีนิวส์:

แชร์