BCL33 สินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณ

 #วงเงินODสูงสุด100ล้านบาท #บริการรับแลกเช็คเป็นทุน #กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมโรงงานสินเชื่อไม่เช็คเครดิต ติดแบล็คลิสก็กู้ได...
09/05/2024

#วงเงินODสูงสุด100ล้านบาท
#บริการรับแลกเช็คเป็นทุน
#กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมโรงงาน
สินเชื่อไม่เช็คเครดิต ติดแบล็คลิสก็กู้ได้ เอกสารน้อย อนุมัติไว ได้เงินจริง ประเมินหน้ากิจการไม่มีค่าใช้จ่าย ดอกเบี้ยต่ำ คืนต้นเร็ว ลดดอกเบี้ยเพิ่มวงเงิน (OD) หมุนใช้ง่ายไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เราคือบริษัทที่ให้สินเชื่อช่วยเหลือเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเงินทุนไปหมุนเวียน มีเจ้าหน้าที่ลงประเมินหน้ากิจการจริง พร้อมให้บริการทั่วประเทศ

14/10/2022
07/10/2022

Live ขายของในจีน กำลังเติบโตแบบขั้นสุด! มีผู้ใช้งานทะลุ 800 ล้านคน เงินสะพัดกว่า 2 ล้านล้านหยวน หรือราว 10.6 ล้านบาท!
เมื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซไม่ได้มีแค่ขายของและชอปปิงผ่านแอปฯ เท่านั้น แต่ได้มีการพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า สามารถขายสินค้า และเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น นั่นก็คือ “Live Streaming” ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ได้รับความนิยมจากทั้งผู้บริโภคและเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเป็นอย่างมาก ถึงขนาดที่ว่าแม้แต่แบรนด์ชั้นนำต่าง ๆ ก็ได้นำฟีเจอร์เข้าไปใช้ในธุรกิจด้วย โดยประเทศที่ Live Streaming กำลังเติบโตมากที่สุดก็คือ “จีน”
จากข้อมูลของกระทรวงทรัพยากรบุคคลและประกันสังคม ระบุว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมา จีนมีจำนวนผู้ประกอบการในธุรกิจ Live Streaming ทั่วประเทศเกิน 10 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 8.8% โดยในจำนวนนี้ เป็นผู้ประกอบการที่ใช้ Live Streaming ในการขายสินค้า มากถึง 1.234 ล้านคน และมีผู้ใช้บริการทะลุมากกว่า 800 ล้านคน
สำหรับในปี 2565 ตามสถิติของศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตของจีน ระบุว่า มีจำนวนผู้ใช้งาน Live Streaming ออนไลน์ในประเทศมากถึง 716 ล้านคน ซึ่งคิดสัดส่วนเป็น 68.1% ของจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด โดยในจำนวนนี้มีขนาดผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซที่ใช้ Live Streaming ในการขายสินค้า อยู่ที่ 469 ล้านคน คิดสัดส่วนเป็น 44.6% ของจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด
ด้วยความมาแรงของอีคอมเมิร์ซ Live Streaming ทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ ในจีน เร่งพัฒนาระบบอีคอมเมิร์ซ Live Streaming อย่าง “Taobao” ได้ประกาศผลงานของตัวเองในปีที่ผ่านมาว่า Taobao มีห้อง Live Streaming มากถึง 25,000 ห้อง โดยมียอดขายผ่านการ Live มากกว่า 1 แสนล้านหยวน และมีอัตราการเติบโตมากกว่า 100% มีจำนวนสินค้ากว่า 334 รายการ มีสมาชิกใหม่เพิ่มกว่า 120 ล้านคน โดยมีการซื้อมากกว่า 20 ครั้งต่อปี
อย่างแพลตฟอร์ม Douyin E-commerce (TikTok จีน) ประกาศข้อมูล “Douyin 921 Good Things Festival” เป็นครั้งแรก โดยตั้งแต่วันที่ 9-21 กันยายนที่ผ่านมา รวมเวลา Live Streaming ทั้งหมดบนแพลตฟอร์มสูงถึง 33.76 ล้านชั่วโมง เฉลี่ยต่อวันสูงถึง 2.59 ล้านชั่วโมง ซึ่งเมื่อเทียบกับ เทศกาล Douyin 618 Good Things Festival ปี 2022 เวลาเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นถึง 15%
ในส่วนของแบรนด์สินค้า จากข้อมูลของ iResearch การขายสินค้าผ่าน Live Streaming ได้กลายเป็นช่องทางการขายหลักของหลาย ๆ แบรนด์ไปแล้ว ตัวอย่างเช่น L’Oreal การขายสินค้าผ่าน Live Streaming เติบโตขึ้นอย่างมาก มีจำนวนแฟน ๆ ในห้อง Live Streaming Tmall มากเกิน 21 ล้านคน โดยในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ L’Oreal บนแพลตฟอร์ม Douyin GWV มียอดขายเกิน 238 ล้านหยวน
หรืออย่าง Uniqlo แบรนด์เสื้อผ้ายักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น ก็ได้เข้าสู่อีคอมเมิร์ซ Live Streaming เช่นกัน โดยแบรนด์ได้ Live Streaming 10 รายการบนแพลตฟอร์ม Douyin ตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า มีแฟน ๆ ใหม่กว่า 4.68 ล้านคน และมียอดการขายรวมกว่า 5-7.5 ล้านหยวน
อย่างไรก็ตาม เรียกได้ว่ารูปแบบการขายสินค้าของจีนในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนเป็นอีคอมเมิร์ซแบบ Live Streaming อย่างเต็มรูปแบบ และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้น สำหรับผู้ประกอบการไทยท่านใดที่กำลังสนใจเจาะตลาดลูกค้าจีน การขายสินค้าผ่านการ Live Streaming ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ ควรทำความเข้าใจถึงลักษณะการขายผ่านช่องทางนี้ คอยติดตามสถานการณ์ หรือความนิยมของผู้บริโภคชาวจีนแต่ละแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของจีน เพื่อให้สามารถทำการตลาดและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
ที่มา : https://bit.ly/3SBqUxi
#อายุน้อยร้อยล้าน
#อายุน้อยร้อยล้านNEWS
#ไลฟ์ขายของ #อีคอมเมิร์ซจีน #แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ #จีน #ขายของออนไลน์

07/10/2022

ในปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่วงการธุรกิจต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมาย โดยเฉพาะการต้องรับมือกับโรคระบาด แต่ถึงอย่างนั้นก็มีหลายบริษัทที่สามารถผ่านปัญหาเหล่านั้นมาได้ วันนี้พามาเปิด 10 อันดับบริษัทในไทยที่รายได้รวมมากที่สุดในปี 2564 จะมีบริษัทอะไรกันบ้างไปดูกัน!
1. ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัทด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในไทย ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 1,226,868 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 67,325 ล้านบาท
2. ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ จำกัด ธุรกิจร้านทองชื่อดัง ที่ให้บริการทางการเงินเกี่ยวกับทอง ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 737,393 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 78.6 ล้านบาท
3. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ธุรกิจค้าปลีกบริษัทในเครือของ ปตท. ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 737,393 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 9,168 ล้านบาท
4. วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและส่งออกเครื่องประดับจากทองคําและเพชรพลอย ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 455,035 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 66.8 ล้านบาท
5. เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด ธุรกิจค้าทองคำแท่งหรือที่เรารู้จักกันในชื่อร้านทองแม่ทองสุก ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 439,664 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 21 ล้านบาท
6. พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) ธุรกิจเคมีภัณฑ์ในกลุ่มของปตท. GC ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 415,016 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 37,128 ล้านบาท
7. ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจกลั่นและจัดจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 370,301 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 24,652 ล้านบาท
8. โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ธุรกิจจัดจำหน่ายรถยนต์ ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 332,771 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 27,609 ล้านบาท
9. โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ธุรกิจซื้อขายชิ้นส่วนรถยนต์ ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 327,248 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 7,315 ล้านบาท
10. ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจในเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่มีธุรกิจหลักคือ 7-Eleven ทำรายได้รวมในปี 2564 ไปสูงถึง 320,435 ล้านบาท โดยมีกำไรขาดทุนอยู่ที่ 9,031 ล้านบาท
ที่มา : https://bit.ly/3SXl0X2
#อายุน้อยร้อยล้าน
#อายุน้อยร้อยล้านNEWS
#ธุรกิจ #ไอเดียธุรกิจ

07/10/2022

#ข่าวหน้าหนึ่งกรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 7 ตุลาคม 2565
ติดตามข่าวสาร บทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ เพิ่มเติมได้ที่: https://www.bangkokbiznews.com/
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

27/09/2022

Sep 26, 2022 จับมือถอน! โตโยต้าสั่งปิดโรงงาน มาสด้าจ่อถอนกิจการออกจากรัสเซีย
โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ได้ตัดสินใจยุติการดำเนินกิจการและโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าในประเทศรัสเซีย สาเหตุสำคัญมาจากการผลิตรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาซัพพลายชิ้นส่วนรถยนต์สะดุดหยุดลงบ่อยครั้ง ก่อนหน้านี้ โตโยต้ายกเลิกการผลิตจากโรงงานในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา รวมถึงยุติการนำเข้ารถยนต์โตโยต้าจากประเทศญี่ปุ่นมายังรัสเซีย
ในช่วงเวลา 6 เดือนหลังจากเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ถึงแม้โตโยต้าจะมีการอบรมทักษะการทำงานของพนักงานด้วยความหวังว่าปัญหาต่างๆจะคลี่คลายในทางที่ดีขึ้น แต่โตโยต้าไม่สามารถกลับไปเปิดการผลิตรถยนต์ให้เกิดความต่อเนื่องได้ ที่สำคัญ ไม่เห็นสัญญาณใดๆในทางบวกที่จะกลับไปดำเนินกิจการได้อีกในอนาคตสำหรับรัสเซีย
สื่อรัสเซียน คอมเมอร์แซนท์ ชื่อดังในประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า โรงงานโตโยต้าในรัสเซียมีกำลังผลิตปีละ 100,000 คัน และผลิตรุ่นแคมรี่ และราฟโฟร์นั้น อาจจะถูกขายโรงงานให้กับทุนในท้องถิ่น
มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปเรชั่น ที่ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เตรียมพิจารณายุติการผลิตรถยนต์มาสด้าในประเทศรัสเซียกับบริษัทร่วมลงทุนในโรงงานผลิตรถยนต์มาสด้าที่เมืองวลาดิวอสตอก ตั้งอยู่ทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย ในปีที่ผ่านมา มาสด้าขายรถยนต์ได้ 30,000 คันในรัสเซีย
อ่านเพิ่มเติม คลิก 👉https://bit.ly/3BKLlAK
ติดตาม BTimes ได้ทุกช่องทาง ดังนี้
เฟซบุ๊ก: https://m.facebook.com/btimesch3/
ยูทูป: https://m.youtube.com/c/MisterBan
ทวิตเตอร์: https://mobile.twitter.com/btimes_ch3
เว็บไซต์: https://btimes.biz
พ็อดคาสท์: https://btimes.podbean.com/
#มาสด้า #โตโยต้า #รัสเซีย #สงครามรัสเซียยูเครน #สงคราม #ผลิตรถยนต์

26/09/2022

ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์ ถึงไม่ซื้อ ทองคำ ? /โดย ลงทุนแมน
“ทองคำไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งมองคุณ”
เจ้าของคำพูดนี้คือ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” นักลงทุนชื่อดังของโลก

ปกติแล้ว ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ มีความไม่แน่นอนสูง
สินทรัพย์อย่าง ทองคำ มักจะเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่หลายคนเลือกลงทุน

โดยทองคำถือเป็นอีกหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย หรือที่เรียกกันว่า Safe Haven
ที่เชื่อกันว่าสามารถรักษาความมั่งคั่งได้ โดยที่มูลค่าจะไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา

แต่ทำไม วอร์เรน บัฟเฟตต์ กลับมีมุมมอง ที่ไม่ชอบลงทุนในทองคำ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ปัจจุบัน ทองคำถือเป็นสินทรัพย์ลงทุนประเภทหนึ่ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สถานการณ์ทางเศรษฐกิจ มีความไม่แน่นอนสูง

ทำให้นักลงทุนมีการแบ่งเงินบางส่วน ไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น
ทองคำก็มักเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่นักลงทุนจำนวนไม่น้อย ต้องมีติดไว้ในพอร์ตลงทุน

ปัจจุบันวิวัฒนาการการลงทุนในทองคำ ก็เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก
ทำให้ทางเลือกของการลงทุนในทองคำ มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น

- ทองคำแท่ง
- กองทุนรวมทองคำ
- กองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ (Gold ETFs)
- สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า (Gold Futures)

อย่างไรก็ตาม บัฟเฟตต์ กลับไม่ชอบการลงทุนในทองคำ
โดยเขาเคยพูดถึงทองคำไว้ว่า “ทองคำไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากนั่งมองคุณ”

ก็ต้องบอกว่า หนึ่งในหลักการพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับการลงทุนของบัฟเฟตต์ คือ การลงทุนในสิ่งที่สามารถสร้างประโยชน์ และตอบสนองต่อความต้องการของผู้คนได้จริง

ซึ่งในมุมมองของบัฟเฟตต์นั้น
ทองคำไม่ได้สร้างผลตอบแทน ในระหว่างที่ถือครอง
ต่างจากหุ้นที่ยังมีธุรกิจ คอยสร้างสินค้าหรือบริการ สามารถสร้างกระแสเงินสด และจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้

ซึ่งการลงทุนในกิจการที่ดี สุดท้ายแล้วก็ทำให้มูลค่ากิจการสูงขึ้น ราคาหุ้นก็จะเพิ่มขึ้น จากกำไรของกิจการที่มากขึ้น

ขณะที่การลงทุนในทองคำ เป็นการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคา
ซึ่งราคาจะขึ้นสูงได้นั้น เกิดจากการที่มีคนยอมจ่ายในราคาแพงกว่าเท่านั้นเอง

อีกทั้งทองคำยังสร้างผลผลิตได้น้อยมาก ส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับ ไม่ได้นำไปใช้ในอุตสาหกรรมอะไรมากนัก

ซึ่งแนวคิดนี้ก็คล้ายกับการที่บัฟเฟตต์กล่าวไว้ว่า ไม่มีความคิดที่จะซื้อบิตคอยน์ เพราะบิตคอยน์ไม่ได้ผลิตอะไรขึ้นมาได้ เหมือนกิจการ

และทั้งหมดนี้ก็คือมุมมองของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่มีต่อทองคำ
ที่แม้ทองคำจะมีราคาเท่าไรก็ตาม เขาก็คงไม่อยากซื้อมันอยู่ดี..

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ ช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของดัชนี S&P 500 อยู่ที่ 14.25% ขณะที่ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีของทองคำ อยู่ที่ 0.52% ต่างกันถึง 28 เท่า เลยทีเดียว..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
- https://www.investopedia.com/articles/basics/08/invest-in-gold.asp
- https://www.youtube.com/watch?v=gF5RzCSHGXs
- https://whitetopinvestor.com/warren-buffett-explains-gold/

23/09/2022

จีนกำลังเขมือบ ธุรกิจอาหารทั่วโลก ให้อยู่ในมือตัวเอง /โดย ลงทุนแมน
“อาหารคนจีน ต้องอยู่ในมือของคนจีน” นี่คือคำพูดของสี จิ้นผิง ผู้นำของจีนที่อยากสร้างความมั่นใจว่าคนจีนจะต้องไม่ขาดแคลนอาหาร รวมถึงต้องมีอำนาจในการควบคุมผลผลิตทางอาหารจากประเทศอื่น ๆ ได้

ปัจจุบัน จีนเป็นผู้นำเข้าอาหารมากที่สุดของโลก มูลค่าสูงกว่า 4.1 ล้านล้านบาท
โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และธัญพืช ที่จีนเป็นประเทศผู้นำเข้าอันดับ 1 ในโลก

ทำไม จีน ต้องนำเข้าอาหารมากขนาดนี้
แล้วผู้นำจีนคิดอะไรอยู่ ถึงอยากมีอำนาจในการควบคุมอาหารทั่วโลกให้ได้ ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
จีนมีพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่ อยู่บริเวณตอนกลางและตอนเหนือของประเทศ ติดกับฝั่งทะเลด้านตะวันออก

โดยมีพื้นที่ประมาณ 1.4 ล้านตารางกิโลเมตร หรือคิดเป็น 10% ของพื้นที่เพาะปลูกทั่วโลก
ซึ่งก็ยังนับว่าเป็นประเทศที่มีพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรม ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย

แม้ว่าจีนจะเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลกก็จริง แต่ด้วยประชากรที่มีจำนวนมากถึง 1,400 ล้านคน
จึงทำให้การมีผลผลิตที่เพียงพอ ต่อความต้องการบริโภคทั้งหมดภายในประเทศ เป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร

เพราะจีนเอง ก็ต้องเจอกับปัญหาการทำเกษตรกรรมภายในประเทศหลายเรื่องด้วยกัน
โดยเรื่องแรกเลย คือ “พื้นที่เกษตรกรรมต่อประชากรที่น้อย”

แม้จะมีพื้นที่เกษตรกรรมเยอะก็จริง แต่หากเทียบต่อประชากรทั้งประเทศแล้ว จะพบว่า

- จีน มีพื้นที่เกษตรกรรม 0.09 เฮกตาร์ต่อคน
- ทวีปเอเชีย มีพื้นที่เกษตรกรรม 0.19 เฮกตาร์ต่อคน
- ทั้งโลก มีพื้นที่เกษตรกรรม 0.20 เฮกตาร์ต่อคน

จะเห็นได้ว่าจีนมีพื้นที่สำหรับทำเกษตรกรรมต่อหัว น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งทวีปเอเชียและทั่วโลกมาก
จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการ

เรื่องต่อมา คือ “พื้นที่เกษตรกรรมมีคุณภาพลดลงอย่างต่อเนื่อง”

สัดส่วนการใช้ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ในพื้นที่เกษตรกรรมของจีน สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้จะมีการขยายระบบชลประทาน เพื่อรองรับการเติบโตของการทำเกษตรกรรม
แต่กลับพบว่า ผลผลิตที่ออกมานั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเลยแม้แต่น้อย

และอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ “คนจีนมีรายได้เพิ่มขึ้น”
หากเรามาดูจำนวนชนชั้นกลางของจีน พบว่า

- ปี 2000 มีจำนวน 3% ของประชากรทั้งหมด
- ปี 2018 มีจำนวน 51% ของประชากรทั้งหมด

จะเห็นได้ว่า ภายในระยะเวลาเพียง 18 ปี จำนวนประชากรที่มีรายได้แบบชนชั้นกลาง เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จนมีสัดส่วนเป็นครึ่งหนึ่งของประเทศ

เรื่องนี้ทำให้คนจีนมีการกินอาหารที่เปลี่ยนแปลงไป จากที่กินเพียงแค่ธัญพืช นำไปสู่การกินเนื้อสัตว์ และอาหารที่มีราคาแพงมากขึ้น ทำให้การบริโภคต่อคนสูงขึ้นตามไปด้วย

จีนจึงตกอยู่ในสถานะที่เราเรียกกันว่า “ความมั่นคงทางอาหารต่ำ”

เพราะในปัจจุบัน จีนมีความมั่นคงทางอาหารเป็นอันดับที่ 33 ของโลก ตามหลังประเทศยักษ์ใหญ่ของโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา เยอรมนี ญี่ปุ่น และสหราชอาณาจักร

เรื่องความมั่นคงทางอาหารที่ต่ำนี้เอง ทำให้จีนจำเป็นต้องนำเข้าอาหารจากต่างประเทศ เป็นจำนวนมากทุกปี โดยเฉพาะอาหารหลัก เช่น ข้าว ถั่วเหลือง หรือเนื้อสัตว์

รู้หรือไม่ว่า จีนมีการนำเข้าธัญพืชมากถึง 1 ใน 3 ของผลผลิต ที่นำเข้ามาทั้งหมดในทวีปเอเชียเลยทีเดียว

เรื่องดังกล่าวทำให้รัฐบาลจีน คิดที่จะกระจายความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารของตัวเอง
เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ซัปพลายเชนทั่วโลกหยุดชะงัก ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือความไม่แน่นอนของภัยธรรมชาติ

จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ว่า ทำไมปัจจุบัน จีนกำลังเร่งเข้าไปลงทุนในธุรกิจอาหารทั่วโลก
โดยรัฐวิสาหกิจจีนที่เข้ามามีบทบาทเกี่ยวกับเรื่องนี้ ชื่อว่า “COFCO”

แล้ว COFCO คืออะไร ?

COFCO ถูกก่อตั้งในปี 1949 โดยในช่วงแรกเริ่ม จะคอยลงทุนในธุรกิจการเกษตรภายในประเทศเท่านั้น ตั้งแต่การลงทุนในฟาร์มเกษตร ไปจนถึงการจัดเก็บและการขนส่งทั้งประเทศ

เมื่อรัฐบาลจีนเริ่มเปลี่ยนแนวคิด ที่จะส่งธุรกิจจีนออกไปลงทุนในระดับโลกมากขึ้น
COFCO จึงเริ่มดำเนินธุรกิจ ลงทุนฟาร์มเกษตร รวบรวมสินค้า จัดเก็บ และขนส่งอาหาร

โดยปัจจุบัน มีการทำธุรกิจไปกว่า 35 ประเทศ โดยมีทั้งท่าเรือ โกดัง และสำนักงานการค้าอยู่ทุกทวีปอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการเข้าซื้อกิจการเกี่ยวกับเกษตรกรรมในหลายแห่งของโลก เช่น

- ธุรกิจ Noble Agri ของฮ่องกง ที่ทำธุรกิจจัดหาและส่งออกสินค้าเกษตรไปยังทวีปแอฟริกา
- ธุรกิจ Nidera ของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์พืชระดับโลก

โดยทั้ง 2 ธุรกิจนี้ COFCO ใช้เงินลงทุนไปกว่า 103,460 ล้านบาท
เพื่อแลกกับสัดส่วนความเป็นเจ้าของ 49-51% เท่านั้น

แต่ต่อมาก็ได้ไล่ซื้อหุ้นที่เหลือ จนกลายเป็นเจ้าของทั้งบริษัท
ซึ่งเงินลงทุนบางส่วนของ COFCO ก็ได้รับมาจาก ธนาคารเพื่อการพัฒนาประเทศของจีน เป็นจำนวนประมาณ 173,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ COFCO ก็ยังมีการไปเข้าซื้อธุรกิจ Tully Sugar ผู้ผลิตน้ำตาลสัญชาติออสเตรเลีย
ด้วยมูลค่า 5,360 ล้านบาท

ในขณะที่ประเทศสหรัฐอเมริกา COFCO ก็มีการไปลงทุนร่วมกับ Growmark กลุ่มเกษตรกรรายใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐอเมริกา ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการผลิตธัญพืช เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง เพื่อการส่งออกอีกด้วย

ถึงตรงนี้ จะเห็นได้ว่า COFCO กลายเป็นบริษัทของจีน ที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารในจีนเพิ่มขึ้น

ซึ่งการดำเนินธุรกิจของรัฐวิสาหกิจแห่งนี้
จะเน้นการลงทุนในภูมิภาคที่มีการส่งออกอาหารทั่วโลก
โดยเฉพาะทวีปอเมริกาใต้ ที่มีการเข้าไปลงทุนมากถึง 60% ของสินทรัพย์ทั้งหมดในบริษัท

หรือการเข้าไปลงทุน ในประเทศยุโรปตะวันออก และบริเวณรัสเซีย
ที่มีการผลิตธัญพืชในสัดส่วนที่สูง เช่น รัสเซีย ยูเครน
โดยในสถานการณ์ปัจจุบัน อาจได้รับผลกระทบในการทำธุรกิจอยู่บ้าง

แต่ด้วยการกระจายการลงทุนไปทั่วโลก ทำให้ COFCO ยังสามารถทำธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง

ที่น่าสนใจก็คือ เรื่องนี้อาจกลายเป็นความเสี่ยงให้กับอาหารทั่วโลกได้เช่นกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า “การมีอำนาจควบคุมอาหารของจีน”

การเข้าลงทุนของ COFCO เป็นการลงทุนในธุรกิจแบบเบ็ดเสร็จ
เพราะมีทั้งธุรกิจฟาร์มเกษตร การขนส่ง การจัดเก็บสินค้า และศูนย์กระจายสินค้า อยู่ในสถานที่แห่งเดียวกัน กลายเป็นว่าจีนสามารถควบคุมการส่งอาหารทั่วโลกได้ ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

อีกทั้ง หากเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจทำให้จีนสามารถใช้ธุรกิจนี้ เป็นเครื่องมือสำคัญในการเจรจาและต่อรอง ซึ่งยิ่งทำให้สถานการณ์ราคาอาหารทั่วโลก อาจมีความปั่นป่วนได้เช่นกัน

ดังเช่นในช่วงสงครามการค้า ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน
แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะห้ามการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน
แต่ด้วยการเข้าไปลงทุนของ COFCO และธุรกิจการเกษตรของจีน
การนำเข้าสินค้าเกษตรจากทวีปอเมริกาใต้ จึงเข้ามาทดแทนการนำเข้าจากสหรัฐอเมริกามากขึ้น

กลายเป็นว่าจีนค่อนข้างได้รับผลกระทบที่น้อย เมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา
และผลกระทบจากสงครามการค้า ก็ไปเกิดขึ้นอย่างมากกับประเทศอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแทน

ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่รัฐบาลจีนพยายามทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อต้องการสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ แต่ก็สามารถทำธุรกิจเกี่ยวกับเกษตรกรรมแบบครบวงจรไปทั่วโลกได้ควบคู่กัน

ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นพ่อค้าคนกลางด้านอาหารของโลก
เพราะ COFCO รัฐวิสาหกิจผู้มีบทบาทสำคัญของจีน มีการรวบรวม จัดเก็บ และขนส่งอาหารไปยังประเทศต่าง ๆ เกือบทุกทวีป ซึ่งสามารถสร้างรายได้สูงถึง 122,000 ล้านบาท ในปีที่ผ่านมา

และหากประเทศไทย อยากเป็นครัวของโลกอย่างต่อเนื่อง
การต้องเจอกับพ่อค้าคนกลางด้านอาหาร อย่างจีน ก็จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้..
╔═══════════╗
ภาวะเงินเฟ้อ ตลาดผันผวนแบบนี้ ติดตามข่าวเศรษฐกิจแบบเน้น ๆ จากหลายเพจได้ใน Blockdit - คอนเทนต์แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานเป็นประจำ 2 ล้านคน ลองใช้ฟรี blockdit.com/download
╚═══════════╝
ติดตามลงทุนแมนได้ที่
Website - longtunman.com
Blockdit - blockdit.com/longtunman
Facebook - facebook.com/longtunman
Twitter - twitter.com/longtunman
Instagram - instagram.com/longtunman
Line - page.line.me/longtunman
YouTube - youtube.com/longtunman
TikTok - tiktok.com/
Spotify - open.spotify.com/show/4jz0qVn1AL7tRMHiTvMbZH
Apple Podcasts - podcasts.apple.com/th/podcast/ลงทุนแมน/id1543162829
Soundcloud - soundcloud.com/longtunman
References
-https://chinapower.csis.org/china-middle-class/
-https://www.trademap.org/Country_SelProduct_TS.aspx?nvpm
-https://globalagriculturalproductivity.org/sustainable-food-and-agriculture-systems
-http://www.cofco.com/en/BrandProduct/COFCOInternational/
-https://www.prachachat.net/world-news/news-1036255
-https://impact.economist.com/sustainability/project/food-security-index/Index
-https://en.wikipedia.org/wiki/COFCO_Group
https://www.cofcointernational.com/media/1919/cof_fact-sheet_en_2021-06.pdf
-https://www.cofcointernational.com/who-we-are/
-https://www.yieldgap.org/gygaviewer/index.html
-https://www.scmp.com/economy/china-economy/article/3111623/china-food-security
-https://www.statista.com/statistics/1036418/china-agriculture-forestry-fishing-product-import
-https://www.statista.com/topics/7439/agriculture-in-china/
-https://knoema.com/atlas/ranks/Agricultural-land-area #:~:text=China

22/09/2022

นายกฯญี่ปุ่นประกาศรับฟรีวีซ่าท่องเที่ยวรายบุคคล (ไม่ผ่านกรุ๊ปทัวร์) ตั้งแต่ 11 ต.ค.นี้ ส่งสัญญาณเปิดประเทศเต็มรูปแบบครั้งแรกในรอบราว 2 ปีครึ่งหลังการระบาดใหญ่ของโควิด-19
นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่น แถลงในนครนิวยอร์กของสหรัฐ วันนี้ (22 ก.ย.) ว่า ญี่ปุ่นจะเปิดรับฟรีวีซ่าท่องเที่ยวรายบุคคล แบบไม่ผ่านบริษัทกรุ๊ปทัวร์ ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.นี้
“เราจะยกเลิกการจำกัดจำนวนผู้เดินทางเข้าประเทศ และจะกลับมาอนุญาตให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าประเทศและรับฟรีวีซ่าท่องเที่ยวอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. เป็นต้นไป”
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นอนุญาตเฉพาะผู้เดินทางเข้าประเทศแบบผ่านกรุ๊ปทัวร์ วันละไม่เกิน 5 หมื่นคน และกำหนดให้ผู้เดินทางเข้าประเทศทุกคนต้องมีวีซ่า ในความพยายามเพื่อยับยั้งการระบาดของโควิด
ประกาศล่าสุดของผู้นำญี่ปุ่น ส่งผลให้ตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค. เป็นต้นไป นักท่องเที่ยวระยะสั้นที่ได้รับการยกเว้นวีซ่าในช่วงก่อนโควิดระบาด จะสามารถเข้าประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยว และไม่ต้องจองทริปผ่านบริษัททัวร์ ทำให้เข้าประเทศได้ง่ายขึ้น
ที่มา: https://asia.nikkei.com/Spotlight/Coronavirus/Japan-to-allow-visa-free-individual-tourists-from-Oct.-11
#กรุงเทพธุรกิจ #กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
-------------------------------
ติดตาม "กรุงเทพธุรกิจ" ผ่านช่องทางต่างๆ ได้ที่
Line: https://line.me/R/ti/p/%40rvb8351i
Twitter: https://twitter.com/ktnewsonline
Website: http://www.bangkokbiznews.com
Youtube: https://www.youtube.com/user/KrungthepTurakij
Blockdit: https://www.blockdit.com/bangkokbiznews
Instagram: https://www.instagram.com/bangkokbiznews
Tiktok: https://www.tiktok.com/
Soundcloud: https://soundcloud.com/bangkokbiznews
Spotify: https://qrgo.page.link/CHpWR

20/09/2022

Sep 20, 2022 เสือเหลืองลิ่ว! มาเลเซียภูมิใจกลายเป็นประเทศรายได้สูงอย่างไม่เป็นทางการ รายได้ต่อหัวทะลุเฉียด 5 แสนบาท
รัฐบาลมาเลเซีย เปิดเผยว่า รายงานตัวเลขรายได้เฉลี่ยประชากรต่อหัว หรือ GDP Per Capita ประจำปี 2565 ซึ่งเปิดเผยโดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ พบว่ามีประชาชนชาวมาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยต่อหัวพุ่งขึ้นมาเป็น 13,268 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 490,916 บาทต่อคน ทำให้ตามกฎเกณฑ์การจัดประเทศที่มีสถานะรายได้ของธนาคารโลกนั้น ส่งผลให้ประเทศมาเลเซียกลายเป็นประเทศที่มีรายได้สูง หรือ High Income Nation อย่างไม่เป็นทางการ
ในปีที่ผ่านมา มาเลเซียมีรายได้เฉลี่ยประชากรต่อหัวอยู่ที่ 11,399 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 421,763 บาทต่อหัว ซึ่งจัดเป็นประเทศรายได้ปานกลางถึงรายได้สูง หรือ Middle to High Income Nation แต่ในปี 2565 ที่ผ่านมาได้ 8 เดือนแรก พบว่า รายได้เฉลี่ยประชากรต่อหัวพุ่งขึ้น 16.4% มากเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน มาเป็น 13,268 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 490,916 บาทต่อคน
รัฐบาลมาเลเซีย กล่าวต่อไปว่า ประเทศมาเลเซียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเปิดระบบเศรษฐกิจมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยสัดส่วนการค้าต่ออัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพี สูงถึง 130% นับตั้งแต่ปี 2010 หรือเป็นเวลาต่อเนื่องถึง 12 ปี การเปิดตลาดการค้า และการเปิดการลงทุน เป็นเครื่องจักรสำคัญไม่เพียงในการสร้างงานให้กับประชาชนมาเลเซีย แต่ยังสร้างรายได้เพิ่มสูงมากขึ้น ปัจจุบัน พบว่า 40% ของการจ้างงานในประเทศมาเลเซียอยู่ในภาคการส่งออก
ด้านการขยายตัวทางเศรษฐกิจมาเลเซีย พบว่า มาเลเซียมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีพุ่งทะยานถึง 8.9% ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ในปีผ่านมา นอกจากนี้ ยังเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1 ปีนี้ ที่เติบโตมากถึง 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2564
ทั้งนี้ ประเทศมาเลเซียมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 37 ของโลก และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ในอาเซียน
อ่านเพิ่มเติม คลิก 👉 https://bit.ly/3DDjVPB
ติดตาม BTimes ได้ทุกช่องทาง ดังนี้
เฟซบุ๊ก: https://m.facebook.com/btimesch3/
ยูทูป: https://m.youtube.com/c/MisterBan
ทวิตเตอร์: https://mobile.twitter.com/btimes_ch3
เว็บไซต์: https://btimes.biz
พ็อดคาสท์: https://btimes.podbean.com/
#มาเลเซีย #ประเทศรายได้สูง #รายได้ #เศรษฐกิจ

20/09/2022

ที่อยู่

203 ปาก ถ. รามอินทรา มีนบุรี กรุงเทพมหานคร
Min Buri
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66811979829

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BCL33ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BCL33:

แชร์