วางแผนการทำการตลาด บาย มาดูดิ

วางแผนการทำการตลาด บาย มาดูดิ บริการวางแผนการทำการตลาดออฟไลน์และออนไลน์ โดยทีมงานของบริษัท มาดูดิ จำกัด

17/12/2025

โพสต์แบบไหน “ขายดี” ใน Facebook & TikTok?

หลายแบรนด์โพสต์ทุกวัน แต่ยอดขายไม่ขยับ
ปัญหาไม่ใช่คุณโพสต์ไม่เก่ง…
แต่เป็นเพราะ “โพสต์ไม่ตรงพฤติกรรมคนดู” 👀

บน Facebook และ TikTok
มีโพสต์อยู่ 3 ประเภทที่ “ขายได้จริง” มากที่สุดในตอนนี้ 👇



1️⃣ Storytelling – เล่าเรื่องให้คนรู้สึก ไม่ใช่แค่เห็นสินค้า

คนไม่อินกับของ แต่จะอินกับ “เรื่องราว”
ยิ่งเป็นเรื่องจริง ยิ่งทำให้คนหยุดดู

➡ เหมาะกับ:
• เปิดตัวแบรนด์
• เล่าที่มาของสินค้า
• แก้ Pain Point ลูกค้า

➡ ตัวอย่าง:
“จากคนที่เคยแพ้ครีมทุกตัว จนกล้าลองทำแบรนด์นี้ขึ้นมาเอง…”
โพสต์แบบนี้ทำให้คนรู้สึกเชื่อมโยงและอยากติดตาม



2️⃣ Before / After – ภาพชัด ผลลัพธ์ชัด ขายง่าย

สมองคนเชื่อ “สิ่งที่เห็น” มากกว่าคำโฆษณา
Before/After ที่จริง ไม่แต่งเกิน = ปิดการขายแรงมาก

➡ เหมาะกับ:
• สกินแคร์
• ความงาม
• ฟิตเนส
• งานบริการที่เห็นผลชัด

➡ ตัวอย่าง:
ก่อนใช้ → หลังใช้ 14 วัน
แค่ภาพเดียว คนเข้าใจทันทีว่าของคุณ “ช่วยอะไรได้จริง”



3️⃣ รีวิวจริง – เสียงลูกค้าดังที่สุดเสมอ

ต่อให้แบรนด์พูดเองเก่งแค่ไหน
ก็ไม่แรงเท่า “ลูกค้าพูดให้”

➡ เหมาะกับ:
• แบรนด์ใหม่
• แบรนด์ที่อยากเพิ่มความน่าเชื่อถือ
• ปิดการขายช่วงตัดสินใจ

➡ ตัวอย่าง:
คลิปสั้นจากลูกค้าใช้มือถือถ่ายเอง
พูดตรง ๆ ว่า “ตอนแรกไม่คิดว่าจะดี แต่ผลคือ…”
โพสต์แบบนี้ขายได้ทั้ง Facebook และ TikTok



💡 สรุปสั้น ๆ:
• อยากให้คน “อิน” → ใช้ Storytelling
• อยากให้คน “เชื่อ” → ใช้ Before/After
• อยากให้คน “ซื้อ” → ใช้ รีวิวจริง

ถ้าใช้ผสมกันอย่างถูกจังหวะ = ยอดขายโตแบบไม่ต้องเผางบ



📌 ถ้าอยากรู้ว่าแบรนด์คุณควรใช้โพสต์แบบไหน ในช่วงไหน
ทีม มาดูดิ ช่วยวาง Content Plan ให้เหมาะกับ Facebook & TikTok แบบตรงธุรกิจ

📩 ทักมาปรึกษาได้เลยครับ

#มาดูดิ #รับทำการตลาด #คอนเทนต์ขายดี #รีวิวจริง #แบรนด์เล็กก็โตได้

Send a message to learn more

สูตร 3C สำหรับสร้างคอนเทนต์ให้ขายได้จริงคอนเทนต์ที่ดีไม่ใช่แค่ “สวย” หรือ “ไวรัล”แต่ต้อง “ขายได้” และสร้างความสัมพันธ์กั...
30/11/2025

สูตร 3C สำหรับสร้างคอนเทนต์ให้ขายได้จริง
คอนเทนต์ที่ดีไม่ใช่แค่ “สวย” หรือ “ไวรัล”
แต่ต้อง “ขายได้” และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้ยาว ๆ

และนี่คือสูตรที่แบรนด์เล็กใช้แล้วได้ผลมากที่สุดในปี 2025
✨ 3C: Content – Community – Conversion ✨



1️⃣ Content – เล่าเพื่อให้คนสนใจ ไม่ใช่แค่โชว์ของ

คอนเทนต์ที่ดีคือคอนเทนต์ที่ “มีคุณค่า”
ตอบโจทย์ชีวิตลูกค้า และสะท้อนตัวตนของแบรนด์

➡ ตัวอย่างจริง:
แบรนด์สกินแคร์โพสต์คอนเทนต์ “ผิวแพ้ง่ายต้องเลี่ยงอะไรบ้าง?”
คนบันทึกโพสต์ แชร์โพสต์ เพราะได้ความรู้
และเริ่มรู้สึกว่าแบรนด์นี้ “เข้าใจปัญหาเรา”



2️⃣ Community – ให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์

ถ้าคนแค่ซื้อ = ไม่ซ้ำ
แต่ถ้าเขารู้สึกว่าแบรนด์นี้ “เหมือนเพื่อน” = เขากลับมาซื้อแน่นอน

➡ ตัวอย่างจริง:
แบรนด์อาหารคลีนตั้งกลุ่มแชร์เมนู + รีวิวจากลูกค้า
ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน → ยอดขายประจำเพิ่มขึ้น



3️⃣ Conversion – ปิดการขายแบบเป็นธรรมชาติ ไม่ยัดเยียด

หลังให้คุณค่าจนคนเชื่อใจแล้ว
ต้องมีคอนเทนต์ที่ “กระตุ้นให้ซื้อ” แต่ยังคงเป็นมิตร

➡ ตัวอย่างจริง:
โพสต์ Before–After พร้อมเล่าเคสลูกค้าที่ใช้จริง
จบด้วยข้อเสนอเล็ก ๆ เช่น
“วันนี้ส่งฟรี / ซื้อครั้งแรกลด 10%”
ทำให้ปิดการขายง่ายขึ้นมาก



💡 จำง่าย ๆ:

ให้ความรู้ (Content) → สร้างความผูกพัน (Community) → พาไปสู่การซื้อ (Conversion)

แบรนด์ที่ทำครบ 3C ไม่ต้องลดราคาแรง ก็ขายได้ยาว ๆ



📌 ถ้าอยากให้คอนเทนต์ของแบรนด์ “ขายได้จริง ไม่ใช่แค่ไวรัลวูบเดียว”
ทีม มาดูดิ ช่วยออกแบบ Content Strategy + ตัวอย่างโพสต์ + โทนเพจ ให้เหมาะกับธุรกิจของคุณ

📩 ทักมาคุยได้เลยครับ

#มาดูดิ #รับทำการตลาด #สร้างแบรนด์ #เพจขายของ #ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง #คอนเทนต์ขายดี

กลยุทธ์การตลาดยุค 2025 ที่แบรนด์เล็กต้องรู้ปี 2025 เป็นปีที่ “คอนเทนต์ดี + ความจริงใจ” ชนะเงินทุนก้อนใหญ่แบรนด์เล็กไม่จำ...
23/11/2025

กลยุทธ์การตลาดยุค 2025 ที่แบรนด์เล็กต้องรู้

ปี 2025 เป็นปีที่ “คอนเทนต์ดี + ความจริงใจ” ชนะเงินทุนก้อนใหญ่
แบรนด์เล็กไม่จำเป็นต้องใช้งบเยอะ แต่ต้องใช้ “กลยุทธ์ที่ใช่”

นี่คือ 4 อาวุธที่แบรนด์เล็กควรใช้ตั้งแต่วันนี้ 👇



1️⃣ UGC (User-Generated Content) – คอนเทนต์จากผู้ใช้จริงคือพลังของแบรนด์เล็ก

รีวิวแบบเป็นธรรมชาติ ใช้คนจริง เสียงจริง
ลูกค้ารู้สึกว่า “เชื่อถือได้มากกว่าโฆษณา”
ถ้ามีรีวิวดี ๆ สัก 10 ชิ้น = ยอดขายโตแบบไม่ต้องทุ่มเงินหนัก



2️⃣ Short Video – วิดีโอสั้นคือหัวใจของ Social ปีนี้

คนดูวิดีโอสั้นมากกว่ารูปหลายเท่า
ถ้าแบรนด์คุณยังไม่มีวิดีโอสั้น… เท่ากับพลาดโอกาสลูกค้าครึ่งหนึ่งไปแล้ว
คลิป 7–15 วินาทีที่สื่อสารง่าย ๆ = โอกาสไวรัลสูงมาก



3️⃣ Influencer Nano – ใช้คนน้อยแต่แม่นกว่า

ไม่ต้องจ้างดาราหรืออินฟลูราคาแพง
Nano influencer (ผู้ติดตาม 3K–20K) ให้ผลดีกว่าสำหรับแบรนด์เล็ก เพราะ
• คนดูเชื่อถือจริง
• ราคาย่อมเยา
• กระตุ้นยอดขายได้ชัดเจน
แบรนด์เล็กใช้วิธีนี้คุ้มที่สุดในปี 2025



4️⃣ AI Tools – ทำงานเร็วขึ้น ประหยัดงบมากขึ้น

ปีนี้ AI ไม่ใช่ของเล่น แต่เป็น “ทีมงานลับ” ของแบรนด์
• ใช้ AI เขียนคอนเทนต์
• ทำภาพโฆษณา
• วางโครงการตลาด
• ตอบแชท หรือทำระบบ CRM
เจ้าของแบรนด์ทำงานไวขึ้น 5 เท่า ประหยัดต้นทุนแบบเห็นผลจริง



💡 สรุปสั้น ๆ:

ปี 2025 ไม่ได้แข่งกันที่งบ
แต่แข่งกันที่ใคร “เข้าใจผู้บริโภค” และ “สื่อสารได้เร็วกว่า”



📌 ถ้าอยากให้แบรนด์ของคุณใช้เทรนด์พวกนี้แบบ ถูกวิธี – เห็นผล – ทำได้จริง
ทีม มาดูดิ ช่วยวางกลยุทธ์ให้ครบ พร้อมคอนเทนต์ + ระบบที่เหมาะกับแบรนด์เล็กโดยเฉพาะ

📩 ทักมาปรึกษาได้เลยครับ

#มาดูดิ #การตลาด2025 #รับทำการตลาด #แบรนด์เล็กก็โตได้

จากขายของ เป็น ‘เจ้าของแบรนด์’ — เปลี่ยนยังไงให้โตจริง?ในยุคนี้…ใคร ๆ ก็เริ่มขายของได้ภายในวันเดียวแต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “...
08/11/2025

จากขายของ เป็น ‘เจ้าของแบรนด์’ — เปลี่ยนยังไงให้โตจริง?

ในยุคนี้…
ใคร ๆ ก็เริ่มขายของได้ภายในวันเดียว
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะ “เติบโตได้จริง” หรือ “อยู่ในตลาดได้ยาว”

เพราะ “คนขายของ” กับ “เจ้าของแบรนด์”
ต่างกันตรง ระบบที่อยู่เบื้องหลัง 🎯



อยากโตจริง ต้องวางพื้นฐานให้ครบ 5 ขั้นตอนนี้ 👇

1️⃣ Research – เข้าใจตลาดก่อนลงสนาม

รู้ให้ชัดว่าใครคือกลุ่มเป้าหมาย เขาต้องการอะไร คู่แข่งทำอะไรอยู่
แบรนด์ที่โต ไม่ใช่เพราะขายเก่ง แต่เพราะ “เข้าใจลูกค้า” มากกว่า

2️⃣ Identity – สร้างตัวตนให้แบรนด์จำได้

กำหนด DNA ของแบรนด์: สี โลโก้ คำพูด บุคลิก
เพราะ “ถ้าแบรนด์คุณไม่พูดแทนตัวเองได้” ลูกค้าก็จะลืมคุณ

3️⃣ Content – สื่อสารให้ตรงใจ ไม่ใช่แค่สวย

คอนเทนต์ที่ดี = สะท้อนตัวตนแบรนด์ + ตอบโจทย์ปัญหาลูกค้า
พูดให้ง่าย เข้าใจไว และเห็นคุณค่าในสินค้าของคุณ

4️⃣ Ad – ใช้งบให้คุ้ม ไม่ใช่แค่ยิงให้เห็น

ยิงแอดโดยไม่รู้ว่าใครคือลูกค้าคือการเผางบ
แต่ยิงด้วยกลยุทธ์และ Insight ที่ชัด คือ “การลงทุน” ที่สร้างกำไร

5️⃣ CRM – เก็บลูกค้าให้อยู่ ไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกเดือน

ลูกค้าเก่าคือสินทรัพย์ทองคำ
สื่อสารกับเขาอย่างต่อเนื่อง จะสร้างยอดซ้ำโดยไม่ต้องใช้เงินเพิ่ม



💡 เพราะสุดท้าย…

“แบรนด์ที่โตได้ ไม่ใช่แบรนด์ที่ขายเร็วที่สุด
แต่คือแบรนด์ที่เข้าใจและอยู่ในใจลูกค้าได้นานที่สุด”



📌 อยากเปลี่ยนจากขายของ → เป็นเจ้าของแบรนด์ที่โตจริง?
ทีม มาดูดิ ช่วยคุณวางระบบแบรนด์ครบทุกขั้นตอน
ตั้งแต่ Research ถึง CRM พร้อมกลยุทธ์ที่ทำได้จริง 💬

📩 ทักมาปรึกษาได้เลยครับ — เริ่มวันนี้ ดีกว่ารอให้คู่แข่งเริ่มก่อน

#มาดูดิ #สร้างแบรนด์ #รับทำการตลาด #จากขายของสู่เจ้าของแบรนด์ #มาร์เก็ตติ้งยุคใหม่

ทำไมบางแบรนด์ขายดี… ทั้งที่สินค้าก็ธรรมดาเหมือนกัน?เคยสงสัยไหมว่า…บางแบรนด์ไม่ได้ของดีที่สุดไม่ได้ราคาถูกที่สุดแต่ขายดีก...
02/11/2025

ทำไมบางแบรนด์ขายดี… ทั้งที่สินค้าก็ธรรมดาเหมือนกัน?

เคยสงสัยไหมว่า…
บางแบรนด์ไม่ได้ของดีที่สุด
ไม่ได้ราคาถูกที่สุด
แต่ขายดีกว่าทุกเจ้าในตลาด 💸

คำตอบคือ — เขาไม่ได้ขาย “สินค้า”
แต่ขาย “ความรู้สึก” ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ ❤️



🎯 สิ่งที่ทำให้แบรนด์ขายดี ไม่ใช่แค่คุณภาพ แต่คือ “Perception”

Brand Perception = ภาพที่ลูกค้า “รู้สึก” เกี่ยวกับแบรนด์นั้น

เช่น…
• Starbucks ไม่ได้ขายกาแฟแก้วละ 150 บาท แต่ขาย “ช่วงเวลาที่รู้สึกดีตอนถือแก้ว” ☕
• Muji ไม่ได้ขายของใช้เรียบ ๆ แต่ขาย “ความเรียบง่ายที่มีรสนิยม”
• แบรนด์สกินแคร์บางเจ้าก็ไม่ได้ต่างกันมากในสูตร แต่ต่างกันตรง “ความเชื่อใจ” ที่ลูกค้ามี



💡 เพราะคนซื้อด้วยอารมณ์ แล้วค่อยหาเหตุผลมาสนับสนุนทีหลัง
เราทุกคนไม่ได้ซื้อเพราะ “ต้องการของ”
แต่ซื้อเพราะ “อยากรู้สึกบางอย่าง” จากของนั้น

แบรนด์ที่เข้าใจจิตใจลูกค้า
จะสร้าง Emotional Connection ได้
และนั่นคือพลังที่คู่แข่งเลียนแบบไม่ได้เลย



✨ ถ้าอยากให้แบรนด์ของคุณ “ขายได้เพราะลูกค้ารู้สึกดี”
ไม่ใช่แค่ลดราคาแข่งทุกเดือน
ทีม มาดูดิ ช่วยวาง Brand Story + Positioning + Content Strategy
ให้แบรนด์คุณกลายเป็นที่จดจำในใจลูกค้า 💬

📩 ทักมาได้เลยครับ เริ่มสร้างแบรนด์ให้โตอย่างมีตัวตนวันนี้

#มาดูดิ #สร้างแบรนด์ #รับทำการตลาด #แบรนด์เล็กก็โตได้

อยากให้คนจำแบรนด์ ต้องเริ่มจากอะไร?บางคนมีโลโก้แล้ว มีเพจแล้ว แต่คนก็ยัง “ไม่จำแบรนด์”เพราะการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่ “สวย”...
24/10/2025

อยากให้คนจำแบรนด์ ต้องเริ่มจากอะไร?

บางคนมีโลโก้แล้ว มีเพจแล้ว แต่คนก็ยัง “ไม่จำแบรนด์”
เพราะการสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่ “สวย” แต่ต้อง “มีระบบความคิด” อยู่เบื้องหลัง 🎯

และหนึ่งในเครื่องมือที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้คือ
✨ Branding Pyramid ✨
โมเดลที่ใช้วางรากฐานให้แบรนด์มีความจำได้ชัดเจนในใจลูกค้า



🔺 ขั้นที่ 1 : Core (หัวใจของแบรนด์)

จุดเริ่มต้นของทุกอย่างคือ “ทำไมเราถึงเริ่ม?”
ตอบให้ได้ว่าแบรนด์ของคุณเกิดขึ้นมาเพื่อ “ช่วยใคร” และ “แก้ปัญหาอะไร”
➡ ตัวอย่าง: “ช่วยผู้หญิงออฟฟิศที่อยากมั่นใจในทุกวัน โดยไม่ต้องแต่งหน้าเยอะ”



💬 ขั้นที่ 2 : Message (ข้อความหลัก)

สิ่งที่อยากให้คนจำเมื่อพูดถึงแบรนด์เรา
เป็น Tone, Voice, หรือคำพูดสั้น ๆ ที่บอกตัวตนได้ชัด
➡ เช่น “เรียบง่ายแต่ดูดี”, “ดูแพงได้ในงบจำกัด”, “ธรรมชาติที่เห็นผลจริง”



🎨 ขั้นที่ 3 : Visual (ภาพลักษณ์)

โลโก้ สี ฟอนต์ ภาพประกอบ ทุกอย่างควรสอดคล้องกับ Message
เพราะภาพที่คนเห็นซ้ำ ๆ จะกลายเป็นความจำในใจลูกค้า
➡ เช่น ถ้าแบรนด์เน้นความอบอุ่น ให้ใช้โทน Earth Tone และภาพที่ดูเป็นมิตร



📢 ขั้นที่ 4 : Marketing (การสื่อสารสู่ตลาด)

เมื่อโครงสร้างพร้อม ก็ถึงเวลานำตัวตนไปเล่าให้โลกรู้
ผ่านคอนเทนต์, แอด, รีวิว, Storytelling ที่สะท้อน “Core เดิม” อย่างสม่ำเสมอ
➡ ยิ่งเล่าซ้ำ ยิ่งชัด และยิ่งติดในใจคน



💡 จำไว้ว่า:

“คนจะจำแบรนด์ ไม่ใช่เพราะเห็นแค่ครั้งเดียว
แต่เพราะรู้สึกว่าแบรนด์นี้ ‘ใช่สำหรับเขา’ ทุกครั้งที่เห็น”



📌 ถ้าอยากเริ่มสร้างแบรนด์ให้ชัด ตั้งแต่ Core ถึง Marketing
ทีม มาดูดิ ช่วยวางให้ครบวงจร — จากเพจเปล่าจนถึงแบรนด์ที่คนจำได้
📩 ทักมาปรึกษาได้เลยครับ

#มาดูดิ #สร้างแบรนด์ #รับทำการตลาด #ตัวตนแบรนด์ #ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง

มาดู 5 เหตุผลว่าทำไมแบรนด์เล็กถึงควรเริ่มจาก “การสร้างตัวตน” ก่อนขายของ 👇⸻1️⃣ ตัวตนชัด = ลูกค้าจำได้ง่ายถ้าคนเห็นโพสต์คุ...
24/10/2025

มาดู 5 เหตุผลว่าทำไมแบรนด์เล็กถึงควรเริ่มจาก “การสร้างตัวตน” ก่อนขายของ 👇



1️⃣ ตัวตนชัด = ลูกค้าจำได้ง่าย
ถ้าคนเห็นโพสต์คุณแล้วรู้ทันทีว่า “อันนี้ของแบรนด์นี้แน่ ๆ”
นั่นคือพลังของแบรนด์ — ไม่ต้องลดราคาแข่งก็ขายได้

2️⃣ สื่อสารง่าย ไม่ต้องคิดทุกโพสต์ใหม่
เมื่อรู้ว่า “เราเป็นใคร” “พูดกับใคร”
คอนเทนต์และโฆษณาทุกชิ้นจะสื่อสารตรงจุด และลดต้นทุนเวลาได้เยอะมาก

3️⃣ ลูกค้าไว้ใจเร็วขึ้น
คนไม่ซื้อของจากคนแปลกหน้า แต่จะซื้อจาก “คนที่คุ้นเคย”
ตัวตนแบรนด์คือสะพานเชื่อมระหว่าง “เรา” กับ “ลูกค้า”

4️⃣ สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ทันที
สินค้าคล้ายกันในตลาดมีเยอะ
แต่ตัวตนที่ไม่เหมือนใครจะทำให้แบรนด์ของคุณโดดเด่น

5️⃣ ตัวตนชัด = โอกาสขยายธุรกิจในอนาคต
เมื่อแบรนด์มีจุดยืนและภาพจำที่ชัด
ต่อให้ขยายสินค้าใหม่ ลูกค้าก็ยังเชื่อใจและตามไปซื้อ



💡 อยากให้แบรนด์ของคุณมีตัวตนชัด ตั้งแต่ยังไม่เริ่มขายของ?
ทีม มาดูดิ ช่วยวางโครงสร้างแบรนด์ตั้งแต่ศูนย์
ทั้ง Positioning, Tone & Voice, และ Content Strategy
📩 ทักมาปรึกษาได้เลยครับ — ไม่มีค่าใช้จ่ายรอบแรก

#มาดูดิ #รับทำการตลาด #สร้างแบรนด์ #ตัวตนแบรนด์ #ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง #เพจขายของ #แบรนด์เล็กก็โตได้

การมีแบรนด์ vs ไม่มีแบรนด์ — ใครจะไปได้ไกลกว่า?เวลาขายของออนไลน์ หลายคนตั้งคำถามว่า “แค่ขายของก็พอไหม จำเป็นต้องมีแบรนด์...
13/10/2025

การมีแบรนด์ vs ไม่มีแบรนด์ — ใครจะไปได้ไกลกว่า?

เวลาขายของออนไลน์ หลายคนตั้งคำถามว่า “แค่ขายของก็พอไหม จำเป็นต้องมีแบรนด์เหรอ?”
คำตอบคือ… ถ้าคุณอยากขายได้แค่ช่วงนี้ “ไม่จำเป็น”
แต่ถ้าคุณอยากอยู่ในตลาดไปอีก 5–10 ปี “แบรนด์คือสิ่งที่ขาดไม่ได้”

แบรนด์คือ “สินทรัพย์ที่โตเองได้”
ต่างจาก “ของที่ขายได้ชั่วคราว” เพราะเมื่อคุณมีแบรนด์
ลูกค้าจะ จำได้ – เชื่อใจ – และกลับมาซื้อซ้ำ โดยไม่ต้องลดราคาแข่งกับใคร

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ 👇
แบรนด์เล็ก ๆ ที่เราเคยทำให้จากเพจเปล่า ไม่มีผู้ติดตาม
เริ่มต้นจากการวาง Position ชัด ว่าสินค้า “เหมาะกับใคร” และ “แก้ปัญหาอะไร”
ใช้เวลาไม่ถึง 6 เดือน มีลูกค้าประจำ และยอดขายโตต่อเนื่องโดยไม่ต้องยิงแอดหนักอีกต่อไป

เพราะสุดท้าย “คนไม่ได้ซื้อของถูกที่สุด แต่ซื้อของที่เขาเชื่อใจที่สุด”
และแบรนด์… คือเครื่องมือที่สร้างความเชื่อใจนั้น



💡 อยากเริ่มสร้างแบรนด์ตั้งแต่เพจศูนย์ แต่ไม่รู้เริ่มยังไง?
ให้ “มาดูดิ” ช่วยวางแผนแบรนด์ให้คุณแบบครบวงจร
📩 ทักมาได้เลยครับ
ทีมเราพร้อมช่วยให้เพจคุณกลายเป็นแบรนด์จริง 💬

#มาดูดิ #รับทำการตลาด #สร้างแบรนด์ #เจ้าของแบรนด์มือใหม่ #ออนไลน์มาร์เก็ตติ้ง

10/09/2025

อาณาจักร 4,000 ล้านของ ปลา iberry เจ้าแม่ร้านอาหาร
เริ่มต้นจากร้านไอศกรีมเล็ก ๆ แห่งหนึ่งชื่อ “iberry” ในปี 2542 มาวันนี้คุณปลา อัจฉรา บุรารักษ์ ได้ปั้นอาณาจักรร้านอาหารของตัวเองจนมีเป็นสิบแบรนด์ เป็นร้อยสาขา ที่อยู่ภายใต้เครือ iberry group โดยที่ปีล่าสุด บริษัททั้ง 4 แห่งที่คุณปลาร่วมหุ้นอยู่ด้วยมีรายได้รวมกันถึง 4,400 ล้านบาทและกำไร 820 ล้านบาท
ในช่วงแรกที่เปิดร้าน iberry ใหม่ ๆ นั้น คุณปลาและพี่ชายนำผลไม้ไทยและทั่วโลกมาแปรรูปทำไอศกรีม จึงทำให้มีไอศกรีมรสชาติแปลก ๆ ที่ไม่เหมือนกับคู่แข่ง อีกทั้งยังตกแต่งร้านให้มีความแตกต่างและแปลกใหม่จากร้านอื่น ๆ ทำให้ลูกค้าที่มาเข้าร้านชื่นชอบและบอกต่อปากต่อปากจนกลายเป็นร้านที่มีชื่อเสียง
ต่อมา คุณปลาก็ได้เริ่มทำอาหารคาวขาย โดยการเปิดร้าน “กับข้าว' กับปลา” ที่นำอาหารไทยและฟิวชันมายกระดับ จนกลายเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ติดตลาด โดยหลังจากนั้นคุณปลาก็ทยอยออกแบรนด์ร้านอาหาร ร้านขนมหวาน และคาเฟ่เรื่อย ๆ จนปัจจุบัน iberry group มีแบรนด์ในเครือรวมกัน 18 แบรนด์แล้ว
การขยายธุรกิจผ่านการออกแบรนด์ใหม่เป็นท่าประจำของธุรกิจร้านอาหารอยู่แล้ว แต่มีไม่บ่อยนักที่จะออกแบรนด์ใหม่แทบจะปีละครั้ง เรียกได้ว่า ร้านเก่ายังมีไม่ถึง 10 สาขา ร้านใหม่ก็มาแล้ว ทำให้หลายคนอาจสงสัยว่า แทนที่จะเน้นการออกแบรนด์ใหม่แบบนี้ ทำไมไม่เน้นขยายสาขาแบรนด์เก่าก่อน
การออกแบรนด์ใหม่ช่วยให้สามารถจับกลุ่มลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้นและยังเป็นการขยายโอกาสทางตลาด อีกทั้งยังเปรียบเสมือนการกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ เพราะแต่ละร้านก็มีกลุ่มลูกค้าที่แตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์นี้ก็อาจส่งผลให้ต้นทุนการบริหารสูงขึ้น เพราะต้องลงทุนด้านการตลาด การสร้างแบรนด์ และการจัดการ แยกกันไปในแต่ละแบรนด์ นอกจากนี้หากมีกลุ่มเป้าหมายที่ทับซ้อนกัน ก็อาจเกิดการกินส่วนแบ่งทางการตลาดกันเอง หรือ Cannibalization อีกด้วย
ดังนั้นจึงบอกได้ว่า การแตกแบรนด์ใหม่ออกมาแต่ละครั้งนั้นไม่ง่าย มีหลายแง่มุมต้องวิเคราะห์ให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ซึ่งเคสของคุณปลา iberry ก็เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับคนที่อยากเปิดร้านอาหาร
ที่มา: iberry group, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
เขียนและเรียบเรียง: พรบวร จิรภัทร์วงศ์


#ธุรกิจ

10/09/2025

Annabel Hay สาวที่ปั้นธุรกิจกาวติดเสื้อผ้ากันโป๊ มูลค่า 300 ล้านบาท ขณะที่ยังทำงานประจำ /โดย ลงทุนเกิร์ล

หลายคนคงเคยฝันอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่ก็กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะทิ้งงานประจำเพื่อไปทุ่มเทกับความฝันนั้น

แต่รู้ไหมว่า ความจริงแล้วหลายธุรกิจมูลค่าหลายร้อยล้านบาท ก็มีจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ขณะที่ผู้ก่อตั้งยังทำงานประจำอยู่ เหมือนกับคุณ Annabel Hay ผู้จัดการสาวในบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง

เรื่องราวนี้น่าสนใจอย่างไร ? ลงทุนเกิร์ลจะเล่าให้ฟัง

Clutch Glue คือกาวกันโป๊สำหรับติดเสื้อผ้า ออกแบบมาเพื่อป้องกันเสื้อผ้าไม่ให้เคลื่อนที่ หรือม้วนขึ้นขณะที่ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน

แก้ Pain Point สาว ๆ ที่อยากใส่เสื้อผ้าสวย ๆ แต่ก็ต้องคอยระวังว่าสายเสื้อจะหลุดลื่น ไหล คอเสื้อจะเปิดอ้า ซึ่งอาจทำให้โป๊โดยไม่ได้ตั้งใจ

แม้จะมีหลายแบรนด์เข้ามาแก้ปัญหานี้ด้วยการผลิตเทปกาวแฟชั่น แต่สาว ๆ ก็มักเจอปัญหาว่ามันติดไม่อยู่ และกาวจากเทปยังไปทำลายผิวหรือเสื้อผ้าสวย ๆ แทน

ซึ่งปัญหานี้ก็เคยเกิดกับคุณ Annabel Hay ขณะที่เธอกำลังเต้นอยู่ในไนต์คลับ แต่ชุดของเธอก็ชอบหลุดแม้เธอจะติดเทปกาวแฟชั่นแล้ว ทำให้เธอรำคาญที่ต้องเต้นไปพะวงกับชุดไป

คุณ Hay จึงกลับมาพัฒนากาวสูตรพิเศษ เพื่อมาแทนที่เทปกาวแฟชั่นอยู่ 4 ปี ขณะที่เธอก็ยังทำงานเป็นผู้จัดการโครงการก่อสร้างในบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่ง

เธอถึงกับยอมย้ายไปอยู่กับบริษัทที่ฮ่องกงเพื่อลดค่าใช้จ่าย และนำเงินเก็บส่วนตัวกว่า 5 ล้านบาท มาพัฒนาแบรนด์

จนในที่สุดเธอก็สามารถพัฒนากาวที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ ทนเหงื่อ แต่ก็สามารถซักออกง่าย ๆ ด้วยน้ำ ซึ่งภายหลังเธอได้จดสิทธิบัตรสำหรับกาวตัวนี้

และปลายปี 2022 คุณ Hay ก็เริ่มปล่อยคลิปวิดีโอเกี่ยวกับกาว Clutch Glue บนโลกออนไลน์เป็นครั้งแรก

ไม่กี่เดือนต่อมา คลิปที่แสดงการใช้งานกาวเพื่อช่วยให้สายเดรสไม่เลื่อนหลุดก็กลายเป็นไวรัล มียอดวิวสูงถึง 9.4 ล้านวิว ทำให้สินค้าขายหมดเกลี้ยงในชั่วข้ามคืน

หลังจากนั้น เธอก็ได้ไปออกรายการ Shark Tank Australia และได้รับเงินลงทุนจาก Shark สองคนรวมเป็นเงิน 13 ล้านบาท แลกกับหุ้น 20%

ซึ่งพอเธอตกลงรับดีลนี้ เหล่า Shark ก็ต่างพากันแซวให้เธอลาออกจากงานประจำได้เลย แต่สุดท้ายคุณ Hay ก็ปฏิเสธดีลนี้ในภายหลัง และหันมาระดมทุนภายนอก

กลายเป็นว่าเธอรวบรวมเงินลงทุนได้กว่า 66 ล้านบาท โดยหนึ่งในผู้ร่วมลงทุนคือบริษัท VC ชื่อดังที่เคยลงทุนให้ Canva อย่าง Blackbird Ventures

ทำให้ Clutch Glue เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีมูลค่าบริษัทสูงถึง 300 ล้านบาทภายในเวลาแค่ 2 ปีกว่า

และสินค้าของเธอก็ถูกนำไปวางขายในร้านยาและร้านค้าปลีกหลายประเทศ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง อังกฤษ รวม ๆ กันมากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก

จนในที่สุด คุณ Hay ก็ยอมลาออกจากงานประจำเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เพื่อหันมาโฟกัสที่ Clutch Glue อย่างเต็มที่

เพราะในปีนี้เอง Clutch Glue ได้ไปวางขายใน CVS Pharmacy เชนร้านขายยาและสินค้าความงามยักษ์ใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเธอก็คาดว่าปีนี้ บริษัทอาจทำยอดขายได้กว่า 980 ล้านบาท

เชื่อว่าหากใครอ่านเรื่องนี้จบ คุณ Hay อาจเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคนที่ฝันอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่ก็ยังกล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเริ่มต้น

สุดท้ายนี้ ปิดท้ายด้วยอีกเรื่องราวที่น่าสนใจของคุณ Hay คือเธอเองทำงานในสายอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้มีเส้นสายในวงการค้าปลีกแม้แต่น้อย

เธอจึงใช้วิธีเดาอีเมลของตัวแทนจัดซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยาใหญ่ ๆ โดยอาศัยข้อมูลที่เจอจากการส่องโปรไฟล์พวกเขาบน LinkedIn

ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็เดาอีเมลตัวแทนจัดซื้อของ Priceline ร้านค้าปลีกด้านสุขภาพและความงามในออสเตรเลียได้สำเร็จ และบังเอิญว่าผู้จัดซื้อคนนั้น ก็เคยเห็นวิดีโอไวรัลของ Clutch Glue มาก่อน

เขาจึงตกลงรับสินค้าของเธอมาวางขาย ก่อนที่มันจะกลายเป็นสินค้าขายดีท็อป 3 อันดับแรกของร้าน ภายในเวลาเพียง 1 สัปดาห์..

References :
- Forbes, Financial Review, The Modern Muse Magazine, Marie Claire Australia

ที่อยู่

52/3 Moo 8, Bang Phut Subdistrict, Pak Kret District
Nonthaburi
11120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วางแผนการทำการตลาด บาย มาดูดิผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์