Konvertive Delivering Your Business Conversions.

24/11/2025

Google ออก Playbook สอนวิธีการเริ่มใช้งาน GA4

ดาวน์โหลด playbook (PDF)ได้ฟรีที่ลิงค์นี้ครับhttps://services.google.com/fh/files/newsletters/google_analytics_4_reporting_playbook.pdf

ปกติพวกเรามักจะตั้งการ Bidding ไว้เป็น Max Conv. Value ซึ่งผมก็ได้ทำการทดสอบการตั้งค่า Max Conv. Value โดยระบุ ROAS เอาไ...
05/09/2025

ปกติพวกเรามักจะตั้งการ Bidding ไว้เป็น Max Conv. Value

ซึ่งผมก็ได้ทำการทดสอบการตั้งค่า Max Conv. Value โดยระบุ ROAS เอาไว้ด้วย (ตามรูป)

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ถึงแม้ว่าเราจะตั้ง Target ROAS ไว้สูงๆ อย่าง 180% แต่ทำได้จริงเพียง 141% (ต่ำกว่าเป้าเยอะ)

ในขณะที่เราตั้งไว้ Target ROAS 155% กับ 130% กับทำได้สูงกว่ามาก (ที่ Actual ROAS 214% และ 202%)

👉 นั่นหมายความว่า การตั้ง ROAS Target ต่ำกว่า 160% มีแนวโน้มทำได้เกินเป้า ในขณะที่ ตั้ง ROAS สูงเกินไป (180%) อาจทำให้ประสิทธิภาพต่ำกว่าเป้าได้

จุดสำคัญของโพสนี้ก็คือ ผมอยากให้เราทำ "การทดสอบ" อยู่เรื่อยๆ ครับ โดยเฉพาะเรื่องของการทำโฆษณา เพราะว่าเราต้องจ่ายเงินให้กับเจ้าของ Platforms ไป ยังไงอย่างน้อยเราต้องได้ data กลับมา เพื่อปรับปรุงงานของเราให้ดีขึ้นต่อไปครับ :-)

📊 หากว่าเว็บไซต์ของคุณมี Organic Traffic ลดลงหลังจากการมาของ AIโดยที่ขาใหญ่ในวงการ SEO (Google?) ก็กำลังปลอบใจพวกเราว่า ...
25/07/2025

📊 หากว่าเว็บไซต์ของคุณมี Organic Traffic ลดลงหลังจากการมาของ AI

โดยที่ขาใหญ่ในวงการ SEO (Google?) ก็กำลังปลอบใจพวกเราว่า "คนที่ยังคลิกผ่าน AI Overview มาจะเป็นคนที่พร้อมซื้อมากขึ้น บลาๆๆ”

🎯 ว่าแต่ทำไมผมถึงไม่ค่อยเชื่อประโยคปลอบใจนี้? เรามาวิเคราะห์ไปที่ละข้อกัน
1. มองข้าม User Intent ที่แตกต่างกัน

ผลกระทบขึ้นอยู่กับว่าคุณทำ SEO คำค้นหาประเภทไหนอยู่?

📖 Informational Queries (วิธีทอดไข่, วันหยุดประจำเดือน)

- AI ตอบครบ ไม่ต้องคลิกเข้าเว็บ

- Traffic ลดลงหนัก ที่สำคัญไม่มี Conversion เกิดขึ้น

- พวกบล็อก เว็บสื่อคอนเทนต์จะโดนหนักสุดๆ
🛍️ Commercial Investigation (รีวิว iPhone vs Samsung)

- คนตัดสินใจได้จาก AI Overview แล้ว

- ทั้ง Traffic และ Conversion ลดลงทั้งคู่

- เว็บรีวิวและ Affiliate Sites ได้รับผลกระทบ
💳 Transactional Queries (ซื้อตั๋วเครื่องบิน, โค้ดส่วนลด shopee)

- เป็นกลุ่มเดียวที่ "Conversion สูงขึ้น" อันนี้ไม่เถียง (สงสัย Google เอาแต่ keywords กลุ่มนี้มาเล่าให้พวกเราฟังซะละมั๊ง ฮาๆๆ)

- คนที่คลิกเข้ามาก็พร้อมซื้อจริงๆ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ควักกระเป๋าจ่ายตังค์ก็คือคนแบบเราๆ ไม่ใช่ AI
2. AI Overview ยังไม่สมบูรณ์

เมื่อ AI ให้ข้อมูลผิดพลาด (ผมเคยอ่านเจอเคสที่ว่า "ให้ใส่กาวในพิซซ่า"!!!) คือถ้าเป็นแบบนี้คนก็จะกลับไปคลิกตรงพวก Organic Links แบบเดิมๆ แล้วก็คลิกเข้าไปอ่าน ซึ่งเว็บที่มีแบรนด์แข็งๆ ก็จะได้เปรียบตรงจุดนี้

3. "Conversion" ไม่ได้มีแค่การขาย

อย่าลืมพวก Micro-conversion ต่างๆ เช่น

- สมัครรับจดหมายข่าว

- ดาวน์โหลด E-book

- รายได้จากโฆษณา

ที่ไม่ใช่ Macro-conversion ที่เป็นการขายของเอาเงินอย่างเดียว

คือถ้า AI ให้คำตอบครบแล้ว คนก็ไม่เข้าเว็บ ทำให้พวก Micro-Conversion เหล่านี้จะลดลงตาม Traffic ที่หายไปได้เหมือนกัน
💡 แนวทางในการรับมือเบื้องต้น:

✅ วิเคราะห์ Keyword Portfolio ของคุณตามประเภท User Intent

✅ สร้างแบรนด์และความน่าเชื่อถือที่ AI ทดแทนไม่ได้

✅ กระจายความเสี่ยงไปยัง Social Media, Email Marketing, Direct Traffic

แล้วก็อย่าปลอบใจตัวเองด้วยการเชื่อขาใหญ่เค้าบอกมาอย่างเดียว

Trust, but verify คือประโยคทองที่คุณควรนำมาใช้ตลอดครับผม



PS. 🕵️‍♀️ รู้จักกับ Search Intent: เคล็ดลับทำ SEO ให้ตรงใจผู้ใช้ และ Google! https://bit.ly/3Wo6EDj

ว่ากันว่าเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนบ่นมานาน
08/07/2025

ว่ากันว่าเป็นฟีเจอร์ที่หลายคนบ่นมานาน

08/07/2025

Goodhart’s Law: when a measure becomes a target, it ceases to be a good measure.

Via: https://bit.ly/3G8N5dr

🚀 6 วิธีพิชิต AI Overviews (จากการวิเคราะห์ข้อมูลกว่า 300,000 คีย์เวิร์ดของ Ahrefs)AI Overviews (AIO) ของ Google กำลังพล...
04/07/2025

🚀 6 วิธีพิชิต AI Overviews (จากการวิเคราะห์ข้อมูลกว่า 300,000 คีย์เวิร์ดของ Ahrefs)

AI Overviews (AIO) ของ Google กำลังพลิกโฉมผลการค้นหาที่เราคุ้นเคย ทำให้การการทำ SEO แบบเดิมๆ อาจจะไม่ได้ผลเหมือนแต่ก่อน โดยทาง Ahrefs ก็ได้วิเคราะห์คีย์เวิร์ดกว่า 300,000 คำ เพื่อหาวิธีดูว่า...

“ถ้าอยากจะให้เว็บของเราไปแสดงอยู่ในส่วนของ AI Overviews จะต้องทำอะไรยังไงบ้าง?”

และนี่คือ 6 ขั้นตอนสำคัญที่พวกเราควรทำ:
📝 ขั้นตอนที่ 1: เน้นคีย์เวิร์ดแบบยาว (Longtail Keywords)

AI Overviews (AIO) มักปรากฏกับคีย์เวิร์ดที่ยาวและเจาะจง หรือที่เรียกว่า Longtail Keyword คำเหล่านี้มักเป็นประโยคคำถาม เฉลี่ย 4 คำขึ้นไป และแสดงถึงความต้องการข้อมูลที่ละเอียด

ตัวอย่าง: คนไม่ถามแค่ "ปลูกทุเรียน" แต่จะถามว่า "วิธีปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตเยอะๆ ทำอย่างไร" การแข่งขันในคีย์เวิร์ดกลุ่มนี้ต่ำกว่าคีย์เวิร์ดสั้นๆ มาก จึงเป็นโอกาสดีที่คุณจะติด AIO
🎯 ขั้นตอนที่ 2: เลือกคีย์เวิร์ดที่มีความยากต่ำ (Low Keyword Difficulty)

ผลวิจัยชี้ว่า 71% ของคีย์เวิร์ดที่ติด AIO มีค่า Keyword Difficulty (KD) ต่ำกว่า 30

ข้อดีคือ: คุณไม่จำเป็นต้องมี Backlink เป็นร้อยหรือค่า DA สูงลิ่ว ก็มีโอกาสติดได้ AIO เป็นโอกาสทองสำหรับเว็บไซต์ใหม่ หรือเว็บที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก

คำแนะนำ: อย่าเพิ่งไปเน้นในคีย์เวิร์ดที่แข่งขันสูง ให้ลองหาคีย์เวิร์ดที่มี KD ต่ำๆ ก่อนเพื่อเพิ่มโอกาสของคุณ
💡 ขั้นตอนที่ 3: ตอบโจทย์ความตั้งใจในการค้นหาแบบให้ข้อมูล (Informational Search Intent)

เกือบทั้งหมด (99.2%) ของคีย์เวิร์ดที่แสดงผลใน AIO คือ 'Informational Search Intent' หรือการค้นหาข้อมูล ผู้ใช้งานกำลังมองหาคำตอบ คำอธิบายต่างๆ เช่น 'วิธีทำ...' 'อะไรคือ...' 'เหตุผลที่...' แนวๆ นี้

หัวใจสำคัญ: เนื้อหาของคุณต้องเน้นให้ข้อมูลเชิงลึก ครอบคลุม และไขข้อสงสัย อย่าเพิ่งไปเน้นในส่วนของการขายของแบบตรงๆ อย่างเดียว แต่ให้นึกถึงการเขียนแบบ Wikipedia หรือคู่มือวิธีการต่างๆ แทน เพราะว่ามันจะทำให้เนื้อหาของคุณติด AIO ได้
🎪 ขั้นตอนที่ 4: ปรับให้ติด Featured Snippets และ People Also Ask (PAA)

AI Overviews มักจะปรากฏพร้อมกับ SERP Features อื่นๆ โดยเฉพาะ Featured Snippets และ People Also Ask (PAA) หากเนื้อหาของคุณติด Featured Snippets หรือ PAA โอกาสที่จะติด AIO ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เพราะ Google สามารถดึงข้อมูลจากส่วนเหล่านี้ไปสร้าง AIO ได้โดยตรง

เคล็ดลับ: ตั้งคำถามในหัวข้อของคุณ ตอบคำถามให้ตรงประเด็น และใช้ Bullet Points หรือตารางเพื่อสรุปข้อมูลให้ชัดเจน
🌟 ขั้นตอนที่ 5: เพิ่มการรับรู้แบรนด์ของคุณ (Brand Presence)

AI ประเมินว่าใครคือ "ผู้เชี่ยวชาญ" จากการถูกกล่าวถึง (Mentions) ไม่ใช่แค่ Backlink

ดังนั้นการที่แบรนด์ของคุณเป็นที่รู้จักและถูกอ้างอิงบ่อยๆ ในฐานะแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ จึงสำคัญมาก

วิธีทำ: ให้เขียน Press Release (PR), Guest Post หรือสร้างการพูดถึงบนโซเชียลมีเดีย (เช่น ใช้ Brand Radar ของ Ahrefs ช่วยมอนิเตอร์) เพื่อเพิ่มโอกาสให้ AI มองเห็นแบรนด์ของคุณ
🔍 ขั้นตอนที่ 6: หาช่องว่าง AI Visibility Gap แล้วเติมเต็ม

วิเคราะห์ว่าคู่แข่งติด AIO ในคีย์เวิร์ดที่คุณยังไม่ติด แล้วทำไมพวกเขาถึงทำได้

เสร็จแล้วคุณก็สร้างเนื้อหาที่ดีกว่า หรือนำเสนอในมุมมองที่แตกต่าง รวมไปถึงการติดต่อเว็บไซต์ต่างๆ ที่อ้างอิงถึงคู่แข่ง เพื่อให้พวกเค้าช่วยอ้างอิงเนื้อหาของคุณเพิ่มเติมด้วย
💫 สรุปคือ AI Overviews คืออนาคตของ SEO ที่เน้นคุณภาพข้อมูล การเข้าใจความตั้งใจของคนค้นหา และการสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์

ลองนำ 6 ขั้นตอนนี้ไปใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสในโลกของ AI Overviews แล้วได้ผลยังไงก็อย่าลืมแวะมาแชร์กันด้วยนะครับ :)

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=RdGOqv2FJqw



PS. 🚀 SXO: ยกระดับเหนือกว่า SEO! พิชิตใจลูกค้าในยุค AI 🤖 https://bit.ly/4gkOOsS

📈 เว็บไซต์คุณมีคนเข้าเยอะ แต่ยอดขายไม่วิ่งตาม? อาจเพราะมองข้าม "เส้นทางการซื้อ" ของลูกค้า!รายงาน "หน้าและหน้าจอ" ใน GA4 ...
26/06/2025

📈 เว็บไซต์คุณมีคนเข้าเยอะ แต่ยอดขายไม่วิ่งตาม? อาจเพราะมองข้าม "เส้นทางการซื้อ" ของลูกค้า!

รายงาน "หน้าและหน้าจอ" ใน GA4 คือแผนที่สำคัญที่จะบอกว่าลูกค้าไปที่ไหนบ้างในเว็บไซต์ และทำอะไรที่นั่น
🎯 ทำไมรายงานนี้ถึงสำคัญ:

1. เห็น "จุดทำเงิน" ของจริง

รู้หน้าที่คนเข้าชมเยอะที่สุด vs หน้าที่สร้างรายได้จริง โดยดูจากตัวเลข "Total Revenue" ที่เชื่อมโยงกับแต่ละหน้า

2. มองหา "จุดรั่วไหล" ของทราฟฟิก

พบหน้าที่มีคนเข้าเยอะ แต่ Engagement Time ต่ำ หมายความว่าคุณอาจจะมีปัญหาคอนเทนต์ไม่ตรงปก หรือ UX ไม่ดี เว็บไซต์โหลดช้า ฯลฯ

3. เข้าใจ "เส้นทางลูกค้า"

ให้ใช้ฟีเจอร์ "Path Exploration" เพื่อดูเส้นทางก่อนซื้อ โดยวิเคราะห์ว่าลูกค้าออกจากหน้าสินค้าแล้วไปหน้าไหนต่อบ้าง ก่อนที่จะจบด้วยการสั่งซื้อ
💡 ข้อมูลเชิงลึกที่ได้:

✅ ปรับปรุงคอนเทนต์ให้ตรงใจลูกค้า
✅ เพิ่มประสิทธิภาพ Landing Page และกระบวนการขาย
✅ ลดค่าโฆษณาโดยโฟกัสหน้าที่มีประสิทธิภาพ

เริ่มวิเคราะห์เส้นทางลูกค้าวันนี้ แล้วคุณจะพบว่าการเพิ่ม Conversion ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไรจริงๆ ในหน้าต่างๆ ที่อยู่ในเว็บไซต์ของคุณ



PS. เรียนรู้การใช้งาน GA4 ขั้นสูง พร้อมรับความช่วยเหลือหลังเรียนจบในกลุ่ม VIP ได้ที่นี่ https://bit.ly/3VjkgOI

19/06/2025

🚨 การนำ AI มาใช้อย่างถูกวิธีนั้นง่ายมากๆ

ก็คือการนำ AI ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาธุรกิจของคุณได้จริง หรือสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้

ซึ่งการที่จะรู้ได้ว่า AI มันช่วยแก้ปัญหาได้จริง หรือสร้างโอกาสใหม่ๆ ได้หรือไม่นั้น...

ก็คือ "การนำมาใช้" นั่นเอง

คุณอาจจะเริ่มจากจุดเล็กๆ ที่ AI สามารถสร้าง Impact ได้จริง แล้วก็ทำการวัดผล และก็ค่อยๆ ขยายขอบเขตของงานให้มัน Automation ไปเรื่อยๆ

ทำแบบนี้รับรองว่าคุณจะสนุกกับ AI มากขึ้นแน่นอนครับ :-)

Google กำลังเปิดตัว AI Mode ซึ่งเป็นประสบการณ์ AI Search ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เช่น- Deep Search: สำหรับไว้ใช้หาข้อมูลเชิงล...
22/05/2025

Google กำลังเปิดตัว AI Mode ซึ่งเป็นประสบการณ์ AI Search ที่ทรงพลังยิ่งขึ้น เช่น

- Deep Search: สำหรับไว้ใช้หาข้อมูลเชิงลึกที่ละเอียดมากๆ

- Live capabilities (Search Live): คุยโต้ตอบกับ Search แบบเรียลไทม์ผ่านกล้อง

- Agentic capabilities (Project Mariner): ช่วยทำงานให้เรา เช่น จองร้านอาหาร ซื้อตั๋วงานอีเวนต์ต่างๆ ได้

- Shopping AI: สำหรับนักช้อป มี Virtual try-on (ให้ลองเสื้อผ้าเสมือนจริงด้วยรูปถ่าย) และ Agentic checkout (ซื้อของให้ผ่าน Google Pay)

- Personal context: ให้คำแนะนำที่ปรับให้เหมาะกับแต่ละคน โดยดูจากประวัติการค้นหา และการเชื่อมต่อแอปต่างๆ ของ Google เช่น Gmail

- Custom charts & graphs: สำหรับวิเคราะห์ข้อมูลซับซ้อน ช่วยสร้างกราฟที่โต้ตอบกับคำถามเราได้เลย

จะเห็นได้ว่า ตอนนี้ Google จะไม่ใช่แค่ช่วยเราในเรื่องของการค้นหาข้อมูล (Search) อย่างเดียวแล้ว

แต่เหมือนกับ Google จะเข้ามาช่วย “จัดการ” ชีวิตให้กับเราเลย! เหมือนกับรู้ใจเราไปหมดทุกอย่าง!

ผมก็ยังไม่รู้ว่า โลกของ AI ในวันข้างหน้ามันจะเป็นอะไรยังไง? ดีขึ้นมากกว่าเดิมแค่ไหน? แล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรตามมาอีกบ้าง?

อยูที่เราแล้วแหละครับว่า เราจะยอมให้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้เข้ามาช่วยเรามากแค่ไหน? หรืออะไรที่เรายังอยากที่จะ “ควบคุม” เอาไว้สำหรับตัวเราเองบ้าง?

มาเรียนรู้และปรับตัวไปด้วยกันนะครับ :)

Source: https://bit.ly/3YTkdfo



PS. 🚀 ปลดล็อกพลัง AI บน Google Search: สร้างแคมเปญโฆษณาให้ปัง! ง่ายกว่าที่คิด! https://www.facebook.com/konvertive/posts/pfbid032u19abSZbKK6GCUf3t4JwFVxEcRSccssD3kHoTMmuZGFKGsRZ7wxU5LcC8ZqZe2Bl

Google Tag Manager (GTM) ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้เลยหลายคนอาจจ...
15/05/2025

Google Tag Manager (GTM) ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลเว็บไซต์ของคุณได้เลย

หลายคนอาจจะคิดว่า GTM มันยาก แต่จริงๆ แล้วมันคือตัวช่วยชั้นดีที่จะทำให้ชีวิตนักการตลาดง่ายขึ้นเยอะ

วันนี้ผมจะมาแชร์วิธีใช้ GTM แบบที่จับต้องได้ พร้อมตัวอย่างการนำไปใช้จริงเพื่อเป็นไอเดียให้คุณเอาไปปรับใช้กัน
1️⃣ ติดตั้ง GTM ให้ถูกวิธี:

หลายคนพลาดตั้งแต่เริ่ม เพราะติดตั้ง GTM ไม่ถูกต้อง ทำให้ข้อมูลที่เก็บมาผิดพลาดตั้งแต่ต้นทาง

* ตรวจสอบว่าโค้ด GTM ติดตั้งในทุกหน้าของเว็บไซต์
* วางโค้ด GTM ให้อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง (Head และ Body)
* ตรวจสอบว่า GTM ทำงานอย่างถูกต้องด้วย Tag Assistant (Chrome Extension)
2️⃣ ตั้งค่า Tags, Triggers, และ Variables ให้เป็นระบบ:

หัวใจสำคัญของ GTM คือการจัดการ Tags, Triggers, และ Variables ให้เป็นระบบ เพื่อให้การติดตามข้อมูลเป็นไปอย่างแม่นยำ

* Tags: คือโค้ดที่เราต้องการยิงไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Google Analytics, Facebook Pixel, TikTok, LINE ฯลฯ
* Triggers: คือเงื่อนไขที่จะทำให้ Tags ทำงาน เช่น เมื่อมีคนคลิกปุ่ม, เมื่อเข้าชมหน้าเว็บไซต์, เมื่อมีคนอยู่บนหน้าเว็บนานกว่า 5 นาที ฯลฯ
* Variables: คือตัวแปรที่เราต้องการนำไปใช้ เช่น URL, Event Category, Event Name ฯลฯ
3️⃣ ตัวอย่างการใช้งาน GTM จริง:

* วัดผลการคลิกปุ่ม "Add to Cart": สร้าง Tag ที่ส่งไป GA4 เมื่อมีคนคลิกปุ่ม "Add to Cart" พร้อมทั้งเก็บข้อมูลสินค้าที่ถูกเพิ่มลงในตะกร้า
* วัดผลการดาวน์โหลดไฟล์: สร้าง Tag ที่ยิงไปยัง GA4 เมื่อมีคนดาวน์โหลดไฟล์ พร้อมทั้งเก็บข้อมูลชื่อไฟล์และประเภทไฟล์
* ติดตามการส่งฟอร์ม: สร้าง Tag ที่ยิงไปยัง GA4 เมื่อมีการส่งฟอร์ม พร้อมทั้งเก็บข้อมูลที่ผู้ใช้กรอกในฟอร์ม
GTM ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราเข้าใจหลักการและฝึกฝนการใช้งานบ่อยๆ ลองเอาไปปรับใช้กันดู แล้วคุณจะเห็นว่า GTM ช่วยให้การทำงานของคุณง่ายขึ้นเยอะเลยครับ



PS: #มือใหม่อยากรู้ Google Tag Manager คืออะไร? https://bit.ly/3XsMKb2

ใครๆ ก็อยากรู้ว่าแคมเปญโฆษณาที่กำลังรันอยู่นั้น คุ้มค่าหรือเปล่า?แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแคมเปญไหนปัง แคมเปญไหนแป้ก?ผมขอแน...
24/04/2025

ใครๆ ก็อยากรู้ว่าแคมเปญโฆษณาที่กำลังรันอยู่นั้น คุ้มค่าหรือเปล่า?

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแคมเปญไหนปัง แคมเปญไหนแป้ก?

ผมขอแนะนำให้คุณรู้จัก UTM Tracking ตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้คุณเห็นทุกเม็ดเงินที่ลงไป และวัดผลลัพธ์ได้อย่างแม่นยำ
🤔 UTM Tracking คืออะไร ทำไมถึงสำคัญ?

UTM Tracking คือชุดคำสั่งพิเศษ ที่เราใส่ไว้ในลิงก์ (URL) เพื่อบอก GA4 ว่า Traffic ที่เข้ามาในเว็บไซต์ มาจากแคมเปญไหน, ช่องทางอะไร, มีรายละเอียดอะไรบ้าง?

ง่ายๆ ก็คือเหมือนกับเป็นการติด "ป้ายชื่อ" ไว้บนตัวลูกค้าแต่ละคนที่เดินเข้ามาในร้านเรา
🤔 ทำไมต้องใช้ UTM Tracking?

🔹 การวัดผลที่แม่นยำ: ช่วยให้คุณเห็นผลลัพธ์ที่แท้จริงของแคมเปญโฆษณาได้อย่างละเอียด จากทุกช่องทางไม่ว่าจะเป็นโฆษณาจาก Google, Facebook, LINE, TikTok ฯลฯ

🔹 การปรับปรุง ROI: ด้วยข้อมูลที่ได้ คุณสามารถปรับปรุงแคมเปญของคุณให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

🔹 การเข้าใจลูกค้า: ช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในเชิงลึก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์และเพิ่มยอดขาย
🚀 ตัวแปรของ UTM หลักๆ มี 5 ตัว ที่คุณต้องรู้จัก:

1. utm_source: ระบุแหล่งที่มาของทราฟฟิก เช่น facebook, google

2. utm_medium: ระบุประเภทของสื่อ เช่น cpc, email

3. utm_campaign: ระบุชื่อแคมเปญ เช่น summer_sale, product_launch

4. utm_term: คำค้นหา สำหรับแคมเปญโฆษณาบน Search Engine

5. utm_content: รายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ เช่น ใช้แยก ad แต่ละตัวในแคมเปญเดียวกัน

💬 มีคำถามเกี่ยวกับการตั้งค่า UTM Tracking หรือการวิเคราะห์ข้อมูลใน GA4? ติดต่อเข้ามาได้เลยครับ



PS. แนวทางการใช้งาน GA4 เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลแบบเน้นๆ ไม่ต้องเยอะ แต่ได้ผล! https://bit.ly/4jQ6q17

ที่อยู่

199/30 Moo 3, Bang Khun Kong, Bang Kruai
Nonthaburi
11130

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66818935535

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Konvertiveผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Konvertive:

แชร์