08/06/2026
BrandLife : แบรนด์กับบอลโลก
โดย ก้า อรินธรณ์
บอลโลกกับสามแบรนด์ยักษ์ใหญ่
ฟุตบอลโลกกำลังจะเริ่มแล้ว
ช่วงนี้จึงได้มีโอกาสได้เห็นแคมเปญฟุตบอลโลกของหลายแบรนด์ ทั้ง McDonald’s, Adidas และ Nike แล้วพบเรื่องราวน่าสนใจที่อยากจะหยิบมาฝากกัน
แม้ว่าหลายๆ แบรนด์
กำลังสื่อสารแบรนด์ผ่าน “ฟุตบอล” เหมือนกัน
แต่ไม่มีใครขายฟุตบอลในรูปแบบที่เหมือนกันเลยครับ
แบรนด์
McDonald’s เค้าเน้นขาย “ความสนุก”
ด้วยไอเดียตั้งต้น กับการเอาลูกฟุตบอล
ไปวางบนโลโก้ตัว M สีเหลือง
อันสุดแสนไวรัลไปทุกสำนักข่าว
เข้าข่ายว่า ทำน้อย จ่ายน้อย ได้มาก
เป็นการใช้พลังความคิดสร้างสรรค์ที่แข็งแรง
เปิดตัวได้อย่างน่าสนใจ ดูสนุก
และมันช่างสอดรับเข้ากันกับดีเอ็นเอ
ของแบรนด์แม็คได้อย่างลงตัว
เพราะในอินไซต์ ของเด็กๆ หลายคน(ที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่)
มีหลายครั้งในประสบการณ์ชีวิต นักเตะริมทุ่ง
ที่เตะฟุตบอล แล้วบอลมันลอยโด่งขึ้นไปติดกิ่งไม้
ลอยไปตกตามชายคาบ้าน
ลองยิงประตูแล้ว กลายเป็นยิงนก
บอลกระเด้งไปค้างอยู่บนหลังคาบ้านใครต่อใคร
แมคโดนัลด์นำเอา แนวคิดนี้มาทำสื่อล้อเลียน ขำๆ
เพื่อสร้างการสื่อสาร ให้จดจำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกิดเป็นจุดจดจำที่ประกบติดอยู่กับโลโก้ตัวเอ็ม อันโดดเด่น
ที่แค่มองเห็นก็รู้ได้เลยว่า แมคโดนัลด์ต้องไปเกี่ยวข้องกับฟุตบอลโลก แน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ในเรื่องการขาย
McDonald’s ยังเปลี่ยนมื้ออาหารธรรมดาให้กลายเป็นมื้อ ที่มีของสะสมยวนใจ ที่เรียกชื่อว่า World Cup Meal
ด้วยการออกแก้วลายพิเศษ ทั้งลาย Beckham, Henry, Ronaldinho, Son Heung-min, Yamal และนักเตะดังอีกหลายคน
จาก Fast Food ที่ต้องสั่งกิน
เพิ่มเติมเป็น Fan Experience แบบของสะสม ที่ได้อารมณ์ความอบอุ่น ได้ถวิลหาแก้วรูปนักเตะคนโปรด มาครอบครองในช่วงที่บอลโลก กำลังเป็นกระแส
ฉลาดคิดจริงๆ ครับ
มาถึงอีกแบรนด์ใหญ่
Adidas เค้าขาย “ความฝัน”
ในแคมเปญที่ชื่อ Backyard Legends
Adidas ไม่ได้เริ่มเรื่องจากนักบอลดังๆ อย่าง Messi หรือ David Beckham เลยในทันที
แต่เริ่มต้นจากชีวิตของกลุ่มเด็กเล่นบอลข้างถนน ที่สะท้อนกลิ่นอายสตรีทฟุตบอล ภาพเด็กธรรมดาที่มีความฝันอยากเป็นนักฟุตบอลเจ๋งๆ
และมีกลิ่นอายวินเทจ แบบเท่ๆ ย้อนเวลา ที่กำลังเป็นที่นิยมกับนิวเจน แฟชั่น
ก่อนจะพาผู้ชมไป ชื่นชมกับบรรดาฟุตบอลไอคอนรุ่นเก่าและใหม่ระดับโลกอย่าง
ลิโอเนล เมสซี่ ,เดวิด เบคแฮม, เซนาดีน ซีดาน
จู๊ด เบลลิงแฮม
มาจนถึง นักเตะดาวรุ่ง รุ่นใหม่อย่าง ลามีน ยามาล
สิ่งที่ Adidas กำลังบอกคือ..
ฮีโร่ทุกคน..เค้าต่างล้วนเคยเป็นเด็กธรรมดามาก่อน
ทุกตำนานบอล
ล้วนเริ่มต้นจากสนามเล็กๆ
ลานปูน โกลหนู
ตรอกข้างบ้าน
ซอยบ้านเพื่อน
ทุ่งข้างวัด
Adidas ไม่ได้ขายแค่เสื้อฟุตบอล
แต่กำลังขายความเชื่อว่า
“ฮีโร่เท่ๆ คนต่อไป ก็คือคุณนั่นแหละ”
บนความรู้สึกของความเท่แบบย้อนเวลา
ที่มุ่งขยายกลุ่มไปยังตลาดแฟชั่นวินเทจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะในนิวเจเนเรชั่นใหม่ๆ เสื้อบอลคือสินค้าแฟชั่น
อันสุดแสนคลาสสิค
กับความคิด ความรู้สึกว่า
ฟุตบอลมันเป็นมากกว่าเกมส์
มันเป็น ทั้งความสุข ความทรงจำ แฟชั่นเท่ๆ
รวมทั้งวัฒนธรรมร่วมสมัยของคนทั้งโลก
ซึ่ง Adidas คือ ผู้สนับสนุนหลักของงานนี้อย่างเป็นทางการ
ส่วน Nike…
คิดต่างออกไปอีกเส้นทางหนึ่ง
เขากำลังพยายามทำสิ่งที่น่าสนใจใหม่ๆ อีกครั้ง
ด้วยการฉีกตำรารูปแบบเก่าๆ ของตัวเอง
ในแคมเปญใหม่ชื่อ “Rip the Script”
ที่แปลว่าตรงๆ ได้ว่า “ฉีกบททิ้ง”
ต้องบอกเลยว่า ชื่อของแคมเปญนี้ ตั้งได้ฉลาดมากๆ
เพราะชื่อนี้มันทำงานแบบสองชั้น สองเด้ง
เด้งแรก..คือเรื่องราวในหนัง
ที่นักกีฬาและคนดัง ต่างไม่ยอมเล่นตามบท ตามสคริป
จนทำให้กองถ่ายโฆษณาวุ่นวายปั่นป่วนไปหมด
แต่เด้งชั้นที่สอง..ที่ซ่อนลึกกว่า
คือ Nike กำลังป่าวประกาศให้โลกได้รับรู้ว่า
พวกเขากำลังเดินหน้าฉีกสูตรความสำเร็จของตัวเอง
เพราะตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา
Nike คือแบรนด์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้โฆษณาฟุตบอลโลก
และเมื่อสูตรแบบเดิมๆ สามารถถูกเลียนแบบไปจนไม่ใหม่
โจทย์ใหม่ของ Nike คือ
จะทำอย่างไรให้ตัวเองสดใหม่ ยิ่งใหญ่
Rip the Script จึงกลายมาเป็นคำตอบของวันนี้
นี่คือโฆษณาที่เต็มไปด้วยความเละ (แบบตั้งใจ)
นักฟุตบอลไม่ทำตามสคริปต์
กองถ่ายพัง
โปรดักชันวุ่นวายไปทั่วทั้งโรงถ่าย
และมีคนดังสารพัน โผล่เข้ามาอย่างเหนือความคาดหมาย
เหมือน Nike กำลังทดลองสิ่งใหม่ โดยบอกว่า
ในยุคที่ คลิปสั้น คลิปรีลสั้นๆ กำลังเป็นที่นิยม
แอปพริเคชั่นบ้านดำ ติ๊ดตอด ครองโลก
ยุคที่ Meme แพร่ระบาด
ยุคคอนเทนต์ไวรัล เกิดได้จากคนมากมาย
มีแต่ความคาดเดาไม่ได้ในทุกวัน
และพยายามทำให้ความเละ
น่าสนใจกว่าความเนี้ยบ
Nike ไม่ได้มองฟุตบอลเป็นแค่กีฬาอีกต่อไป
แต่เป็นการส่งต่อวัฒนธรรมความป๊อป
ในโฆษณาเดียวกัน เราได้เห็น นักบอลดังมากมายทั้ง
Mbappé
Haaland
Vinicius Jr.
Virgil van Dijk
มาปะทะกับไอคอนระดับตำนาน
Cristiano Ronaldo
Ronaldinho
Zlatan Ibrahimovic
ที่เหมือนว่าจะเป็นสูตรเดิม
แต่มากกว่านั้นคือ เซอร์ไพร์ส จากกลุ่มศิลปิน ดารา เซเลบริตี้และนักกีฬาข้ามวงการอย่าง
Kim Kardashian
LeBron James
Serena Williams
Travis Scott
LISA
และ Ted Lasso
ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่า
LISA จะมาเกี่ยวอะไรกับฟุตบอล?
Kim Kardashian และ LeBron James เข้ามาอยู่ในโฆษณาฟุตบอลทำไม?
เพราะคำตอบแบบชัดๆ ก็คือ..
Nike ต้องการขยายวง การรับรู้ การเสพ ให้กว้างออกไป
แบรนด์ไม่ได้ต้องการคุยกับแฟนบอลอย่างเดียว
แต่กำลักับงพยายามเปิดการสนทนา
กับคนให้หลากหลายมากขึ้น ผ่านฟุตบอล
บางคนเข้ามาเพราะ Ronaldo
บางเจนเข้ามาชมเพราะ Zlatan
บ้างก็เข้ามาดู LISA
บางคนตามมาเพราะสงสัยว่า Kim Kardashian มาทำอะไร?
ทุกคนมีเหตุผลของตัวเองในการเข้ามาสู่จักรวาลฟุตบอลของ Nike ซึ่งเป็นการสื่อสารการตลาดยุคใหม่
ที่มองฟุตบอลเป็นวัฒนธรรม เป็นแฟชั่น
ไม่ใช่แค่การแข่งขันกันทำประตู
เมื่อมองในมุมธุรกิจ แคมเปญนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Nike กำลังฟื้นการเติบโต เพราะการแข่งขันในตลาดแฟชั่นกีฬาเข้มข้นขึ้น
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนเร็วขึ้น
และแบรนด์กีฬาต้องขยายตลาด ด้วยการสร้างพลังทางวัฒนธรรม
ดังนั้น Rip the Script จึงไม่ใช่แค่โฆษณาฟุตบอล
แต่เป็นการประกาศว่า
Nike ยังต้องการเป็นผู้นำในบทสนทนาของโลกกีฬา
แถมด้วยการตกแต่งหน้าร้าน
ที่ยังความเป็น Nike คนเดิม
พวกเขาพูดเรื่องความกล้า
ความฝัน
ความทะเยอทะยาน
และความเชื่อมั่นในตัวเอง
โปสเตอร์แต่ละชิ้นที่หน้าร้านดูยิ่งใหญ่
ออกแบบให้ดูเหมือนโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่สื่อเรื่องราว
Nike ไม่ได้แค่ขายรองเท้า ไม่ได้แค่ขายฟุตบอล
แต่ขาย "ตัวตนที่คุณอยากเป็น"
เวลาเราเห็นงานของ Nike เรามักเกิดความรู้สึกว่า
"งานมันสื่อสาร งานมันพูดกับชีวิตเราจริงๆ"
จะเห็นได้ว่าทั้งสามแบรนด์ใช้ฟุตบอลโลกเหมือนกัน
แต่เลือกที่จะเล่าเรื่องกันคนละแบบ
McDonald’s ขายการมีส่วนร่วม
Adidas ขายความฝัน ความวินเทจ ความเท่
Nike ขายวัฒนธรรม ขายแฟชั่น
McDonald’s ทำให้คนอยากสะสม
Adidas สร้างให้คนเชื่อ ผูกพัน
Nike ทำให้คนอยากเข้าไปมีส่วนร่วม
และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดของฟุตบอลโลกครั้งนี้
แบรนด์ที่ชนะคือแบรนด์ที่สามารถสร้าง “บทสนทนา” ได้มาก และยาวนานที่สุด
เพราะในโลกปัจจุบัน การสื่อสารไม่ได้จบลงเมื่อหนังโฆษณาจบ
แต่เพิ่งเริ่มต้น เมื่อผู้คนหยิบมันไปแชร์
หยิบงานไปตัดคลิป
หยิบมันไปสร้างมีมัน
หยิบมันไปล้อเลียน
หยิบมันไปคุยต่อ เล่าต่อ บอกต่อ
ซึ่งเท่ากับเป็นการต่อชีวิตให้เรื่องราวของแบรนด์
เดินหน้า ขยายวงกว้างออกไปในโลกจริง แบบไร้ขีดจำกัด
นั่นคือเกมใหม่ ของการสื่อสารแบรนด์
“เกมส์ขยายวง” “เพิ่มผู้รับสารกลุ่มใหม่”
คือเกมส์ใหม่
ที่แต่ละแบรนด์ กำลังแข่งขันกันอยู่
และฟุตบอลโลกนี้ ก็เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น
ที่ทำให้เรามองเห็นความเปลี่ยนแปลง
และการแข่งขันได้ชัดเจนขึ้น ⚽️🌎
ขอทิ้งท้ายแบบเท่ๆ สักนิด
โปรดติดตามบอลต่อไป
ว่าใครจะเตะเข้าประตู
::
ก้า อรินธรณ์
ติดตาม link โฆษณาทั้งสองแบรนด์ได้ในความเห็นนะครับ
x
#บอลโลก
#ก้าอรินธรณ์