11/08/2025
นักการตลาด 1,700 ราย
ทั้ง B2B และ B2C
มาสรุปแนวโน้ม 2025
(ได้มาตามนี้ ยาวหน่อยแต่ดี)
ปี 2025 ไม่ใช่ปีที่นักการตลาดสามารถ “ทำเหมือนเดิม”
แล้วคาดหวังผลลัพธ์ได้อีกต่อไป โลกการตลาดกำลังหมุนเร็วจากแรงกระแทกของ AI พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแทบทุกไตรมาส และข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ
HubSpot ลงมือเก็บข้อมูลจากนักการตลาดกว่า 1,700 คนทั่วโลก ทั้งสาย B2B และ B2C เพื่อหาคำตอบว่า อะไรคือสิ่งที่กำลังทำให้แบรนด์ชนะ หรือพลาดในปีนี้
ผลลัพธ์ไม่เพียงบอกเทรนด์และโอกาส แต่ยังชี้ชัดถึง “ด่านทดสอบ” ที่ทีมการตลาดทุกขนาดต้องเผชิญนี่คือสรุปภาพรวมตลาดการตลาดโลก 2025 หลักๆที่น่าสนใจได้ตามนี้
แนวโน้มการตลาดในปี 2025
(ผู้เขียนโดย Maxwell L.)
1. AI ช่วยให้การตลาดตอบสนองความต้องการเนื้อหาเพิ่มขึ้น
ในปี 2024 การใช้งาน AI ในกลุ่มนักการตลาดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และแม้ว่าจะมีเครื่องมือ AI มากมายที่ช่วยในด้านต่าง ๆ ของการตลาด นักการตลาดรายงานว่าพวกเขามุ่งเน้นการใช้ AI เพื่อสร้างเนื้อหาเพื่อรองรับความต้องการเนื้อหาที่เพิ่มขึ้น
น่าสนใจที่นักการตลาดใช้ AI ในวิธีที่แตกต่างกัน เช่น การใช้ AI เพื่อพัฒนาร่างเนื้อหาทั้งหมดตั้งแต่ต้น การปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้อยู่ในรูปแบบต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น การใช้ AI เพื่อเปลี่ยบ blog เป็นสคริปต์วิดีโอ หรือคลิปวิดีโอเป็นโพสต์โซเชียลมีเดีย AI ช่วยให้ทีมการตลาดสามารถเพิ่มผลผลิตเนื้อหาโดยไม่จำเป็นต้องจ้างคนเพิ่ม
แนวโน้มนี้แสดงให้เห็นว่าการใช้ AI ช่วยเพิ่มผลผลิตเนื้อหาอย่างมาก โดยเฉพาะในด้านการสร้างเนื้อหา การวิจัย การระดมความคิด การเรียนรู้วิธีทำสิ่งต่าง ๆ การวิเคราะห์ข้อมูลและรายงาน การจดบันทึกหรือสรุปการประชุม ซึ่งเป็นการใช้งาน AI ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
ในด้านประเภทของเนื้อหาที่ใช้ AI สร้าง นักการตลาดมักใช้กับโพสต์โซเชียลมีเดีย อีเมล บล็อกโพสต์ ไอเดียหัวข้อ และภาพ รวมถึงคำอธิบายสินค้า เครื่องมืออย่าง HubSpot Content Marketing Software ก็ช่วยเปลี่ยนโพสต์บล็อกเป็นโพสต์โซเชียล เนื้อหาในจดหมายข่าว และไฟล์เสียงได้ในไม่กี่นาที
สำหรับการใช้งาน AI ในการสร้างเนื้อหา HubSpot มีเครื่องมือ AI Content Creator ให้ใช้ฟรีเพื่อเริ่มต้น
Dane Vahey หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของ OpenAI กล่าวว่า “นักการตลาดเริ่มใช้ AI มากขึ้นในด้านความคิดสร้างสรรค์ การตัดสินใจบนข้อมูล การทำงานอัตโนมัติ และการระดมความคิดเชิงกลยุทธ์ในปี 2025”
2. นักการตลาดจำนวนมากยังคงประสบปัญหาในการบูรณาการ AI เข้ากับเวิร์กโฟลว์
แม้ AI จะเป็นที่นิยมมากขึ้น แต่การเรียนรู้และบูรณาการเครื่องมือ AI เข้ากับเวิร์กโฟลว์ยังคงเป็นความท้าทาย เช่น การเข้าใจวิธีใช้งานอย่างชัดเจน การวัดผลกระทบของ AI ในกลยุทธ์การตลาด ซึ่งมีเพียง 47% ที่รู้สึกว่ามีความเข้าใจชัดเจนเกี่ยวกับการใช้ AI และ 48% ที่เข้าใจวิธีวัดผลกระทบของ AI
นอกจากนี้ การใช้งาน AI อย่างมีจริยธรรมก็เป็นความท้าทาย เช่น ความกังวลเรื่องความโปร่งใสและความรับผิดชอบในด้านจริยธรรมของ AI ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z ให้ความสนใจมากขึ้น
Briana Rogers รองประธานฝ่ายการตลาดของ Miro กล่าวว่า “นักการตลาดจะต้องเรียนรู้วิธีบูรณาการ AI เข้ากับงานของตนเอง” และเน้นว่าการทดลองและปรับใช้ AI ในด้านต่าง ๆ ตั้งแต่การซื้อโฆษณา การสร้างโมเดลคาดการณ์คุณค่าลูกค้า ไปจนถึงการวิเคราะห์รูปแบบในข้อมูลและการสร้างแคมเปญเต็มรูปแบบ เป็นสิ่งสำคัญ
3. AI ส่งผลกระทบอย่างมาก แต่ไม่ควรแทนที่มนุษย์
ข้อมูลจากการสำรวจแสดงให้เห็นว่า AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยมากกว่าการแทนที่มนุษย์ เช่น การแก้ไขเนื้อหาที่สร้างโดย AI โดยนักการตลาดยังคงแก้ไขและปรับปรุงเนื้อหาอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพา AI มากเกินไป ซึ่ง Google ก็มีเครื่องมือเช็คความถูกต้องของข้อมูลที่ AI สร้างขึ้น เช่น Google Gemini
Kendra Lee ประธานของ KLA Group กล่าวว่า “AI ไม่ได้มาแทนที่ทีมขายและการตลาด แต่เป็นการเสริมศักยภาพให้ทีมทำงานได้ดีขึ้น เมื่อสร้างกลไกสร้างรายได้ที่ใช้ AI วิเคราะห์พฤติกรรมและอัตโนมัติการติดต่อซ้ำ ๆ ทีมงานสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างความไว้วางใจ เข้าใจความต้องการ และแสดงคุณค่าในวิธีที่ทำให้ลูกค้าต้องการทำงานร่วมด้วย”
4. โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการตลาดที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด
ในปี 2025 ตำแหน่งงานที่นักการตลาดมักจะเน้นคือ ครีเอเตอร์เนื้อหา ผู้ประสานงานโซเชียลมีเดีย และกลยุทธ์โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา
จากการสำรวจพบว่า โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางการค้นพบสินค้าอันดับต้น ๆ ของกลุ่ม Gen Z และ Millennials โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 64% ของ Gen Z, 59% ของ Millennials และ 47% ของกลุ่ม X ที่เคยค้นพบสินค้าในโซเชียลมีเดียในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดีย 17% เคยซื้อสินค้าผ่านแอปใน 3 เดือนที่ผ่านมา และ 25% ซื้อสินค้าตามคำแนะนำของอินฟลูเอนเซอร์ รวมถึง 19% ส่งข้อความโดยตรงเพื่อขอความช่วยเหลือด้านบริการลูกค้า
แพลตฟอร์มอย่าง Instagram, TikTok และ Facebook ช่วยให้แบรนด์สามารถตั้งร้านค้าออนไลน์ในแอปได้โดยไม่ต้องออกจากแพลตฟอร์ม การซื้อขายผ่านโซเชียลมีเดียกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ
5. Facebook ยังคงเป็นแพลตฟอร์มที่ทรงพลังสำหรับนักการตลาด
แม้จะมีข่าวลือว่า Facebook เสื่อมความนิยม แต่จากผลสำรวจพบว่า 58% ของนักการตลาดยังคงใช้แพลตฟอร์มนี้ในกลยุทธ์ของตน และ 40% ระบุว่า Facebook เป็นหนึ่งในสามแพลตฟอร์มที่สร้างผลตอบแทนสูงสุดในปีที่ผ่านมา
นักการตลาดวางแผนที่จะลงทุนใน Facebook เพิ่มขึ้นในปี 2025 เนื่องจากแพลตฟอร์มนี้ยังคงเป็นแหล่งสร้างผลตอบแทนที่สำคัญ
6. การแข่งขันระหว่าง Threads กับ X (เดิมคือ Twitter) ยังคงดำเนินต่อไป
แม้ Facebook จะยังคงเป็นผู้นำในด้านโซเชียลมีเดีย แต่การเปรียบเทียบระหว่างแพลตฟอร์ม Threads กับ X ยังคงเป็นที่สนใจ โดย 68% ของนักการตลาดวางแผนจะลงทุนใน X และ 59% ใน Threads ในปี 2025
นอกจากนี้ ยังมีการวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มของแพลตฟอร์มต่าง ๆ และวิธีการใช้ประโยชน์จากแต่ละแพลตฟอร์มในกลยุทธ์การตลาด
7. การเล่าเรื่องด้วยภาพกำลังมาแรง
ในปี 2024 และ 2025 รูปแบบเนื้อหาที่เน้นภาพ เช่น วิดีโอสั้น ภาพถ่าย และการถ่ายทอดสด ได้รับความนิยมสูงสุด โดยนักการตลาดวางแผนเพิ่มการลงทุนในเนื้อหาเหล่านี้ เนื่องจากเป็นรูปแบบที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดในปีที่ผ่านมา
จากการสำรวจพบว่า รูปแบบเนื้อหาที่ใช้มากที่สุดคือ วิดีโอสั้น 29%, ภาพถ่าย 29%, การสัมภาษณ์ 22%, บล็อกโพสต์ 19%, และวิดีโอถ่ายทอดสด 19% ซึ่งเป็นแนวโน้มที่แสดงให้เห็นว่าการสร้างเนื้อหาที่เน้นภาพและวิดีโอกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก
8. อินฟลูเอนเซอร์เฉพาะกลุ่มกำลังกลายเป็นช่องทางสำคัญ
แม้ influencer marketing จะเป็นช่องทางที่สำคัญอยู่แล้ว แต่ในปี 2024 นักการตลาดให้ความสำคัญกับอินฟลูเอนเซอร์ขนาดเล็กที่มีผู้ติดตามน้อยกว่า 100,000 รายมากขึ้น เนื่องจากความน่าเชื่อถือและความภักดีของกลุ่มเป้าหมายที่มีต่ออินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้สูงกว่า
Parimal Deshpande จาก Adobe Express กล่าวว่า “ความสำเร็จของการตลาดอยู่ที่ความแท้จริงและความน่าเชื่อถือ การร่วมมือกับครีเอเตอร์ที่มีความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายเป็นกุญแจสำคัญ”
9. การเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูลยังคงเป็นความท้าทาย
การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายและนโยบายความเป็นส่วนตัว เช่น GDPR, iOS และการยกเลิกคุกกี้ของ Google ส่งผลต่อกลยุทธ์การตลาดอย่างมาก โดย 84% ของนักการตลาดเชื่อว่าความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเป็นสิทธิมนุษยชน
เกือบ 90% ของนักการตลาดรายงานว่าการเปลี่ยนแปลงด้านความเป็นส่วนตัวส่งผลต่อกลยุทธ์ในปีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ต้องใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ใหม่ ๆ เพื่อรักษาความสมดุลระหว่างการตลาดและความปลอดภัยของข้อมูล
10. การปรับแต่งส่วนบุคคลเป็นสิ่งจำเป็น
จากผลสำรวจ 86% ของนักการตลาดระบุว่าลูกค้าของตนได้รับประสบการณ์ที่ปรับแต่งตามความสนใจ และ 94% เชื่อว่าการให้ประสบการณ์ส่วนบุคคลส่งผลต่อยอดขาย
อย่างไรก็ตาม นักการตลาดยังขาดข้อมูลคุณภาพสูงเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น สถานที่บริโภคเนื้อหา ความสนใจ และพฤติกรรมการช็อปปิ้ง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า
เครื่องมืออย่าง HubSpot Marketing Analytics ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้าได้ดีขึ้น เพื่อสร้างแคมเปญที่ตรงเป้าหมายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
11. ข้อมูลที่แยกเป็นส่วน ๆ และข้อมูลที่ไม่เชื่อมต่อกันยังคงเป็นปัญหา
นักการตลาดยังคงเผชิญกับความท้าทายในการรวมข้อมูลจากหลายแหล่งให้เป็นแหล่งเดียว โดยมีเพียง 20% เท่านั้นที่รายงานว่าข้อมูลของตนเชื่อมต่อกันอย่างสมบูรณ์ และ 30% ระบุว่าการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างเครื่องมือเป็นไปอย่างไม่ราบรื่น
Anna James จาก Asana กล่าวว่า “ความล้มเหลวในการเชื่อมต่อข้อมูลและการทำงานเป็นซิลโลเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสำเร็จในปี 2025” การมีแหล่งข้อมูลเดียวจึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ปัญหานี้
12. การใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐานสำคัญมากขึ้น
การเป็นองค์กรที่ใช้ข้อมูลอย่างเต็มที่ไม่ใช่แค่ความสามารถเสริม แต่เป็นสิ่งจำเป็นในยุคนี้ การใช้ข้อมูลช่วยให้เข้าใจผลลัพธ์ของกลยุทธ์และแสดงผลตอบแทนจากการลงทุน
แม้จะมีความท้าทายด้านความไว้วางใจและคุณภาพข้อมูล แต่การใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในอนาคต
เขียนและเรียบเรียงโดย 100WEALTH
———
100WEALTH l ไปให้ถึง100ล้าน
#ไปให้ถึง100ล้าน