ตั่งไข่ออนไลน์

ตั่งไข่ออนไลน์ เรียนออนไลน์สบายๆเรียนอยู่บ้าน

👉8 คอนเทนต์ยอดนิยม หากวันนี้ไม่รู้ว่าจะเขียนคอนเท้นต์ยังไง เรามีสรุปแนวทางมาให้ค่ะ1. ดราม่าเห็นกันได้อย่างเด่นชัดมากๆว่า...
25/02/2022

👉8 คอนเทนต์ยอดนิยม
หากวันนี้ไม่รู้ว่าจะเขียนคอนเท้นต์ยังไง เรามีสรุปแนวทางมาให้ค่ะ

1. ดราม่า
เห็นกันได้อย่างเด่นชัดมากๆว่าสมัยนี้คนไทยส่วนใหญ่นิยมเสพเรื่องดราม่ามาก แต่ดราม่าในที่นี้ไม่ใช่แค่พวกดราม่าในกระแสสังคมเท่านั้น แต่รวมถึงเรื่องราวที่ซาบซึ้งกินใจด้วย

แต่อย่าเข้าใจผิดว่า เราต้องหยิบเอาเรื่องๆนึงมาทำคอนเทนต์ แล้วพูดด้วยเรื่องดราม่าอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรพูดนำด้วยเรื่องดราม่า แล้วเชื่อมโยงกลับมาที่แบรนด์ สินค้า หรือบริการของเราให้ได้

ซึ่งความยากก็อยู่ตรงนี้แหละ ว่าจะเชื่อมโยงยังไงให้ดูไม่น่าเกลียด หรือดูฉวยโอกาสมากเกินไป เพราะบางเรื่องก็ค่อนข้างเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟสำหรับบางคน

2. เล่าเรื่องย้อนอดีต
อีกหนึ่งลักษณะนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ก็คือ ชอบคิดถึงเรื่องราวในอดีต หรือเรื่องราวที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งเราสามารถนำจุดนี้มาทำเป็นคอนเทนต์ได้ เช่น วันนี้ในอดีต ก็อาจจะเล่าว่าวันนี้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว เกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรขึ้น หรืออาจจะแชร์คอนเทนต์ที่เราเคยโพสต์ไปแล้ว มารีโพสต์อีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะคนจะรู้สึกมีส่วนร่วมหากเขาเกิดทันในยุคนั้น หรือได้รับรู้เหตุการณ์นั้นๆแบบเรียลไทม์ในอดีต มันจะมีความฟินซ่อนอยู่ เมื่อได้เห็นหรือพูดคุยถึงเรื่องราวที่ตัวเองเคยผ่านมา

3. นำเสนอความน่ารัก
คอนเทนต์ประเภทนี้ยังคงได้รับความนิยมอยู่นะคะเพราะลองสังเกตดูสิว่า บางเพจแค่ตั้งกล้องถ่ายสุนัข แมว หรือเด็ก ทิ้งไว้เฉยๆ ก็ยังมีคนดูอยู่มากมาย เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความน่ารัก ที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมอยู่มากพอสมควร

4. ความสนุกสนาน/ ความตลกขบขัน
แน่นอนว่าใคร ๆ ก็ต้องชอบความสนุกสนานหรือตลกขบขันกันทั้งนั้น ยิ่งถ้านำมาทำเป็นคอนเทนต์ด้วยแล้ว บอกเลยว่าคนให้ความสนใจอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ

ไม่ว่าแบรนด์ของคุณจะเป็นอะไร แต่ถ้ามีคาแรกเตอร์ที่ดูสนุกสนาน มีความตลก ยิงมุกเก่ง ยังไงก็ขายได้ แถมยังช่วยให้จดจำแบรนด์ได้ง่ายด้วย ก็อย่างที่โบราณเขาว่าไว้ “คารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง”

5. เรื่องที่แชร์มาจากคนใกล้ตัว/ คนรู้จัก
ตอนนี้แทบจะเป็นยุคทองของเหล่า blogger หรือ influencer ทั้งหลายเลยก็ว่าได้ แต่เชื่อเถอะว่าคนเขาเชื่อเรื่องราวจากบุคคลเหล่านี้จริงๆนะ เพราะพวกเขารู้สึกเหมือนได้ติดตามข่าวสารวงในจากคนที่น่าเชื่อถือ หรือรู้จริงในด้านนั้นๆ ซึ่งคอนเทนต์ประเภทนี้ มีโอกาสได้ engagement สูงมาก

6. ความดิบเถื่อน
เคยดูคลิปบีบสิวกันบ้างไหมคะ? คาดว่าเกือบทุกคนน่าจะเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง ซึ่งคลิปพวกนี้มันก็ไม่ได้น่าดูอะไรเท่าไหร่ ออกจะน่ากลัวซะด้วยซ้ำ แต่ทำไมเราถึงยังใจจดใจจ่อนั่งดูมัน จนบางทีก็ดูจนจบเลยด้วย

เพราะเขาว่ากันว่า การดูคลิปอะไรแบบนี้เนี่ย มันให้ความรู้สึกเหมือนนั่งรถไฟเหาะเลยล่ะ มันจะมีความหวาดเสียว ลุ้น หรือบางทีก็รู้สึกสะใจเวลาที่สิวมันผุดออกมา ดูมีความซาดิสม์เบา ๆ แต่เชื่อไหมว่าคนชอบดูจริงๆนะ

7. ความรุนแรง/ อาชญากรรม/ อุบัติเหตุ
หัวข้ออาจจะฟังดูน่ากลัว แต่ก็อย่างที่ได้บอกไปว่า ไม่จำเป็นต้องนำไปใช้ทุกประเภทก็ได้นะคะ เอาที่เหมาะกับธุรกิจและคาแรกเตอร์ของเราดีที่สุด อันนี้เป็นเพียงคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้ทราบกันว่า คอนเทนต์ประเภทเหล่านี้คนไทยเขานิยมดูกันมากก็เท่านั้นเอง

สำหรับคอนเทนต์ประเภทความรุนแรง อาชญากรรม หรืออุบัติเหตุต่างๆ เรามักจะเห็นอยู่ทุกวันจริงๆ ก็เพราะว่าการนำเสนอเรื่องราวประเภทนี้มันได้เรตติ้งที่ดี สำนักข่าวส่วนใหญ่ก็เลยนิยมทำข่าวประเภทนี้กัน

ซึ่งเราไม่ได้เชียร์ให้คุณทำ แค่อยากบอกเล่าว่าคนชอบติดตามคอนเทนต์รูปแบบนี้เฉยๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ ที่คนนิยมติดตามรับชมเมื่อหลายปีก่อน ก็คือสกูปข่าว “ภาพกีฬามันส์ๆ” ถึงมันจะดูรุนแรง แต่เราก็ชอบดูกัน เหมือนรู้สึกสนุกอยู่ลึกๆ เวลาเห็นรถชนกันบ้าง ก็เป็นอะไรที่แปลกดี

8. เรื่องชาวบ้าน
เรื่องเผือกขอให้บอก ส่วนใหญ่สังคมเราไม่ค่อยพลาดกันอยู่แล้ว ติดตามกันอย่างกับซีรีส์ แต่ถ้าถามถึงการนำมาทำคอนเทนต์ ก็อาจจะยากสักหน่อย เพราะต้องอาศัยความเร็วด้วย แล้วก็ต้องชัวร์ว่าเชื่อมโยงเข้ากับสินค้า/ บริการของเราได้อย่างกลมกลืน ไม่งั้นเราจะดูเป็นแค่เพจสายเผือกขึ้นมาทันที

เอาแนวทางไปลองปรับใช้กันดูนะคะ

👉👉5 สิ่งที่สำคัญสำหรับการเขียน Copywriting  ให้โดนใจผู้อ่าน😊การนำเสนอ Copywriting ที่มีเนื้อหาเหมือนกัน แต่กลับให้ความรู...
04/02/2022

👉👉5 สิ่งที่สำคัญ
สำหรับการเขียน Copywriting
ให้โดนใจผู้อ่าน😊

การนำเสนอ Copywriting ที่มีเนื้อหาเหมือนกัน แต่กลับให้ความรู้สึกแก่ผู้อ่านที่แตกต่างกันออกไปอาจเป็นเพราะผู้เขียนไม่ได้ทำบางสิ่งต่อไปนี้ ซึ่งอาจจะนำไปสู่การปิดการขายที่ต่างกันไปด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

ดังนั้นเรามาดู 5 องค์ประกอบสำคัญสำหรับ Copywriting กันค่ะ

1. ทำ Customer personas
หัวใจที่สำคัญที่สุดของการเขียน Copywriting คือ การทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่มที่มีความชอบ ความสนใจ และ ประสบการณ์ที่แตกต่างกันต้องอาศัยการสื่อสารที่แตกต่างกันออกไปด้วย โดยการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายสามารถทำได้โดยการกำหนด Customer personas หรือ การกำหนดลักษณะของกลุ่มเป้าหมายที่ผ่านการวิเคราะห์จากข้อมูลโดยทั่วไป

2. เลือกใช้ Headline ที่น่าดึงดูด
สิ่งแรกที่ผู้อ่านจะสามารถเห็น และเกิดความประทับใจได้จากการ Copywriting ของเราคือ Headline หรือ หัวข้อ ซึ่งเป็นส่วนที่นักการตลาดควรให้ความสำคัญเพื่อใช้ในการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย

3. เลือกใช้ระดับภาษาที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า
หลังจากที่เราได้ทำความเข้าใจกับกลุ่มเป้าหมายของเราแล้ว ข้อสำคัญอีกอย่างคือการเลือกใช้ภาษาให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายของเรา เนื่องจากระดับภาษาที่เราเลือกใช้จะส่งผลต่อการสื่อสารคอนเทนต์ของเราไปยังกลุ่มเป้าหมาย

4. สร้างความน่าเชื่อถือ
ในการเขียน Copywriting มีจุดประสงค์ที่นำไปสู่การเกิด Conversion ทำให้อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ การสร้างความน่าเชื่อถือ ดังนั้นคอนเทนต์ของเราจึงควรมีข้อรองรับสำหรับสิ่งที่เรากำลังนำเสนอ แม้ว่าผู้อ่านยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าในขณะนั้นแต่ยังถือเป็นโอกาสที่จะทำให้ผู้อ่านมีปฎิสัมพันธ์กับแบรนด์ของเราได้

5. จบด้วยการใส่ Call to action
การใส่ Call to action หรือ การนำให้ผู้อ่านดำเนินการบางสิ่งบางอย่างตามจุดประสงค์ของการเขียนนั้นๆ หากต้องการเขียน Copy เพื่อการขายโดยการอธิบายถึงประโยชน์ของสินค้าหรือบริการที่น่าสนใจ แต่ในตอนจบไม่ได้มีการกล่าวถึงช่องทางการซื้อสินค้า หรือการใส่ลิงก์บนเว็บไซต์ไปยังหน้าสินค้า อาจทำให้แบรนด์เสียโอกาสในการปิดการขายสินค้าได้

Cr.นางฟ้าออนไลน์

มันมาแล้วการ disrupt วงการงานแต่ง !!!แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ไซไฟแต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องจริง!! กับงานแต่งของคู่รักช...
04/02/2022

มันมาแล้วการ disrupt วงการงานแต่ง !!!
แน่นอนว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ไซไฟแต่อย่างใด แต่มันคือเรื่องจริง!! กับงานแต่งของคู่รักชาวอินเดียในโลก Metaverse 😱🌎
ไอเดียสุดบรรเจิดนี้เกิดขึ้นที่ประเทศอินเดียที่รัฐ ทมิฬนาฑู (Tamil nadu) โดยสองคู่รัก นำโดยเจ้าบ่าว Dinesh S P อายุ 24 ปี และเจ้าสาว Janaganandhini Ramaswamy อายุ 23 ปี มาในธีมฮอกวอตส์ โลกแห่งเวทย์มนต์ที่เราคุ้นเคย ถูกจัดขึ้นในโลก Metaverse ซึ่งทั้งคู่มีกำหนดการเริ่มพิธีในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้!!
โดยบรรยากาศในงานแต่ง ได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับแบบดิจิทัลบนโลก Metaverse ซึ่งจะมีเพื่อนๆ และครอบครัวจากทั่วโลกเข้าร่วมด้วย รวมถึงสามารถมอบของขวัญให้คู่บ่าวสาวผ่านสกุลเงิน Crypto ได้อีกด้วย 😊
💖 เรื่องนี้เกิดจากไอเดียสุดล้ำของเจ้าบ่าว!!
Dinesh ได้เล่าให้ฟังผ่านเว็บไซต์ indianexpress.com ไว้ว่า “เราจะเป็นคู่รัก คู่แรกในประเทศอินเดีย” ที่จะแต่งงานกันใน Metaverse ซึ่งในด้านโปรไฟล์ของเจ้าบ่าวก็ไม่ธรรมดาซะด้วย เพราะเจ้าตัวทำงานเกี่ยวกับบล็อคเชนมาเป็นเวลา 1 ปี รวมถึงเรื่องคริปโต ดังนั้นเรื่องเทคนิคการจัดงานแต่งหายห่วงได้เลย
Dinesh ได้ทวิตข้อความว่า "ผมรู้สึกภูมิใจ และมีความสุขมากที่เห็นโอกาส และได้ทำให้เกิดขึ้นจริง ผมเชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ยิ่งใหญ่! ในรูปแบบ Polygon Technology Blockchain ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก TardiVerse บริษัทสตาร์ทอัพด้าน Metaverse
🌎 เซอร์ไพรส์ที่คนทั้งโลกต้องตะลึง!!
ต้องเล่าก่อนว่า คุณพ่อของเจ้าสาวได้เสียชีวิตในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทางฝั่งเจ้าบ่าวคุณ Dinesh เตรียมวางแผนที่จะสร้างอวตารดิจิทัล ด้วยการปลุก “Avatar คุณพ่อเจ้าสาว” มาเป็นประธานในงานแต่งนี้ซึ่งเป็นของขวัญที่ฝั่งเจ้าบ่าวอยากทำให้เจ้าสาวประหลาดใจ และสร้างโมเมนต์หวนรำลึกชวนคิดถึงให้กับเจ้าสาว นับว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่ารักมากๆ แถมคุณพ่อก็ได้มาอวยพรทั้งคู่ด้วย!!!
🎉เราได้เรียนรู้อะไรจาก Metaverse ในครั้งนี้!!
จากเหตุการณ์นี้เราจะได้เห็นคำว่า Metaverse ที่เป็นมากกว่าพื้นที่ดิจิทัล!!
👉 จักรวาลนฤมิตที่แท้ทรู!! เนรมิตทุกธีมงานได้อย่างอิสระ
👉 ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงพื้นที่ Metaverse ได้จริง
👉 เคสคุณพ่อเจ้าสาว นับว่าเป็นทำให้เราเห็นอีกมุมของโลก Metaverse กับเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่กลับเกิดขึ้นจริงในโลกแห่งนี้
👉 ความทรงจำ, ความประทับใจที่สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างอิสระ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในโลกจริง หรือโลก Metaverse ก็เชื่อมถึงกัน
และนี่คืออีกหนึ่งเรื่องราวดีๆ และเป็นไอเดียที่น่าเรียนรู้ไปด้วยกัน เพราะแน่นอนว่าการขับเคลื่อนในโลกที่เรียนว่า Metaverse พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเองค่ะ ยังไงก็ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวด้วยนะคะ 😊❤
Sources :
https://bit.ly/3qQZbNB
https://bit.ly/3tQSptk
https://bit.ly/3FVDj82
https://twitter.com/kshatriyan2811
Cr.DigitalTips

👉👉5 Checklist ในการสร้างคอนเทนต์ดี ๆ ให้โดนใจผู้อ่าน คำนิยามคำว่าคอนเทนต์มีคุณค่าของแต่ละคน และแต่ละที่ ก็จะมีความแตกต่า...
03/02/2022

👉👉5 Checklist ในการสร้างคอนเทนต์ดี ๆ ให้โดนใจผู้อ่าน

คำนิยามคำว่าคอนเทนต์มีคุณค่าของแต่ละคน และแต่ละที่ ก็จะมีความแตกต่างกันไป
แต่ที่จะมาพูดในบทความนี้ คือ คอนเทนต์ที่มีคุณค่า

การเขียนคอนเทนต์หรือการเขียนบทความที่ดี ที่มีคุณค่านั้นคืออะไร ซึ่งสามารถสรุปประเภทคอนเทนต์ได้ 4 ข้อง่าย ๆ ดังนี้

1. คอนเทนต์ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาให้ผู้อ่านได้จริง
2. คอนเทนต์ที่ช่วยให้ผู้อ่านประหยัดเวลาได้
3. คอนเทนต์ที่ช่วยให้ผู้อ่านมีความรู้ และมองเห็นโอกาสมากขึ้น
4. คอนเทนต์ที่ตรงใจ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้อ่าน

นอกจากนี้ เราสามารถตรวจสอบคอนเทนต์ที่เราเขียนขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าคอนเทนต์ของเราตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่ ช่วยแก้ไขปัญหา หรือเป็นประโยชน์มากน้อยเพียงไหน ด้วยการใช้ 5 Checklist ที่สำคัญ

1. คอนเทนต์หรือบทความ ต้องสามารถค้นหาได้ง่าย (Findable)
2. คอนเทนต์หรือบทความ ต้องอ่านง่ายสบายตา (Readable)
3. คอนเทนต์หรือบทความ ต้องสามารถเข้าใจได้ (Understandable)
4. คอนเทนต์หรือบทความ ต้องกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำ (Actionable)
5. คอนเทนต์หรือบทความ ต้องทำให้เกิดการบอกต่อ (Shareable)

✅ จาก 5 ข้อดังกล่าวจะสามารถช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมให้แก่ลูกค้า จากการเขียนคอนเทนต์หรือการเขียนบทความที่มีคุณค่า และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้นั่นเองค่ะ

👉👉6 เทรนด์กราฟิกในปี 2022 เตรียมรับมือให้ดี ปีใหม่เทรนด์ใหม่ก็มา!ถ้าพูดถึงเรื่องแบรนด์ดิ้ง การนำเสนอคอนเทนต์ ภาพ ก็มีการ...
29/01/2022

👉👉6 เทรนด์กราฟิกในปี 2022
เตรียมรับมือให้ดี ปีใหม่เทรนด์ใหม่ก็มา!

ถ้าพูดถึงเรื่องแบรนด์ดิ้ง การนำเสนอคอนเทนต์ ภาพ ก็มีการเปลี่ยนแปลงให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น จะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1. เทรนด์ METAVERSE
ในปี 2022 พื้นที่ดิจิทัลจะได้รับความ realistic มากขึ้นด้วย เทคโนโลยี AR และ VR ภาพเคลื่อนไหวจะยกระดับการโต้ตอบเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น

2. แนวการออกแบบกราฟิก
จะมีกลิ่นอายของยุค 70 มากขึ้นด้วยพื้นหลังโฮโลแกรม และภาพแนว abstractions

3. AI จะส่งผลกระทบต่อการผลิตเนื้อหาคอนเทนต์
ยกตัวอย่างเช่น ในปีที่ผ่านมาเราจะเห็นบทบาทของ AI เวลาที่เราฟังเพลงในแอปที่จะมีคำแนะนำตามประวัติการค้นหา อารมณ์ หรือรสนิยมของเรา

4. เทรนด์ Y2K
พูดง่ายๆ ก็คือเทรนด์ของยุคปี 2000 กำลังจะกลับมาแรงไม่ว่าจะเป็นสีชมพู เหลือง เขียว และน้ำเงิน ความรู้สึกย้อนยุค

5. ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดูเรียลและสื่อถึงความรักมากขึ้น
ในปี 2022 แบรนด์ต่างๆ จะปรับโทนและภาพที่สื่อออกไปดูจริงใจมากขึ้น ช่างภาพจะเลือกใช้การจัดองค์ประกอบที่เรียบง่ายเห็นภาพที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์

6. โฆษณา 3 มิติ ฟิลเตอร์ AR
ช่วยให้ทุกคนที่มีสมาร์ทโฟนโต้ตอบ ทดสอบ หรือปรับแต่งผลิตภัณฑ์ได้อย่างใกล้ชิดก่อนตัดสินใจซื้อทางออนไลน์

👉ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อย่าลืมดูแบรนด์ของตัวเองเป็นหลัก
ก่อนนำเทรนด์การออกแบบเหล่านี้มาใช้นะคะ
เพราะมันจะไม่มีประโยชน์เลยถ้าเราออกแบบมาแล้วมันไม่เข้ากับแบรนด์ตัวเอง

👉8 เทรนด์ Facebook/Meta ที่ต้องรู้ในปี 2022รับมือให้ดี!!!สำหรับคนทำการตลาดออนไลน์บนเฟส/Metaพฤติกรรมของผู้ใช้และแบรนด์มีก...
19/01/2022

👉8 เทรนด์ Facebook/Meta ที่ต้องรู้ในปี 2022
รับมือให้ดี!!!
สำหรับคนทำการตลาดออนไลน์บนเฟส/Meta

พฤติกรรมของผู้ใช้และแบรนด์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การติดตามแนวโน้มของ Facebook /Metaเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2022 ลองอ่านแล้วนำไปปรับใช้กันค่ะ

1. รูปภาพมาแรงเป็นอันดับ 1
แบรนด์ทั่วโลกเน้นทำรูปภาพคิดเป็น 72.5% ของเนื้อหา Facebook /Metaและ 61.2% ของเนื้อหา Instagramรูปแบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับสองบน Facebook /Metaคือวิดีโอ (16.5%)

2. โพสต์ที่มีแฮชแท็กน้อยลงมักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า
การใส่แฮชแท็กมากเกินไปในโพสต์ไม่ใช่กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพอีกต่อไป ให้จำกัดจำนวนแฮชแท็กต่อโพสต์และพยายามใช้คำที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุด

3. ปัจจุบัน E-wallets เป็นตัวเลือกการชำระเงินที่คนต้องการ
แต่ยังมีอีกกลุ่มที่รู้สึกว่าอยากจ่ายด้วยเงินสดเพราะกังวลด้านความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว รวมถึงค่าธรรมเนียมที่สูง

4. ราคาขายไม่ใช่ปัจจัยหลักอีกต่อไป
คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้น ความพร้อมใช้งานที่ดีขึ้น และเวลาในการจัดส่งที่รวดเร็วขึ้นล้วนมีส่วนในการตัดสินใจ

5. วิดีโอได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีกโดยเฉพาะ Short Video
วิดีโอในโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่คนเจอเราง่ายมากขึ้น

6. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลต่อการเลือกแบรนด์มากขึ้น
เป็นเหตุผลแรกๆ ที่หลายคนเลือกจะเปลี่ยนแบรนด์เพราะปัญหาเรื่องของสิ่งแวดล้อม

7. การใช้จ่ายออนไลน์ต่อคนเพิ่มขึ้น 60%
และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัวจนถึงปี 2569

8. สินค้าออนไลน์โตขึ้นรวดเร็วหลายหมวดหมู่
ไม่ได้จำกัดแค่สินค้าความงามอีกต่อไป แต่ยังรวมไปถึงเครื่องใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องใช้ในครัวเรือนมีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุดแต่อาจจะซื้อไม่บ่อย เพราะเป็นสินค้าราคาแพง
ในทางตรงกันข้าม หมวดหมู่ยอดฮิต เช่น ของชำ ของเล่น หรือเครื่องสำอางมีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อธุรกรรมออนไลน์ต่ำที่สุด แต่มีการซื้อบ่อยกว่า

👉👉6 เหตุผลทำไมปีนี้ต้องทำคอนเทนต์ทำคอนเทนต์ สร้างแบรนด์ดิ้ง กลยุทธ์ที่ปี 2022 นี้ยังต้องทำ! ใครที่ลองทำมาแล้วก็ยังพัฒนาต...
15/01/2022

👉👉6 เหตุผลทำไมปีนี้ต้องทำคอนเทนต์

ทำคอนเทนต์ สร้างแบรนด์ดิ้ง กลยุทธ์ที่ปี 2022 นี้ยังต้องทำ!

ใครที่ลองทำมาแล้วก็ยังพัฒนาต่อไปได้อีก
ส่วนใครที่ยังไม่ได้เริ่มปีนี้ต้องเริ่มจับทางกันแล้วนะคะ

1. มีเนื้อหาสำหรับโพสต์บนโซเชียลมีเดียอยู่เสมอ
เพื่อสร้างตัวตนให้ลูกค้าได้จดจำ

2. เข้าใจกลุ่มลูกค้าของตัวเองว่าต้องการอะไร
ดูได้จากการมีส่วนร่วมของโพสต์และคอมเมนต์

3. คอนเทนต์สร้างโอกาสในการขาย
มากกว่าการตลาดแบบดั้งเดิมถึง 3 เท่า และมีค่าใช้จ่ายน้อยลง ผู้บริโภคไม่ชอบเห็นแบรนด์ที่พูดถึงตัวเองอยู่ตลอดเวลา โฆษณาทางอ้อมจึงเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ผู้คนต้องการเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ไม่เน้นการขาย

4. ลูกค้าจะค้นหาเราเจอ
ถ้าผลิตคอนเทนต์ดีจะทำให้เกิดการแชร์บนโซเชียล ผู้คนเห็นแบรนด์ของเราเยอะขึ้น

5. เป็นการเริ่มต้นสร้างเครือข่ายกับ influencers
การเอื้อกันของแบรนด์และอินฟลูเป็นเรื่องสำคัญและช่วยให้ทำการตลาดออนไลน์ง่ายขึ้น

6. สามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมและสร้างชุมชนเฉพาะกลุ่มได้
เป็นสองวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มการรับรู้แบรนด์ แต่กว่าจะถึงจุดนั้นได้ต้องมีคอนเทนต์เยอะก่อน

👉👉วงเอาไว้เลย! ทำออนไลน์ปี 2022 ต้องทำอะไรบ้าง ?1. ตรวจสอบตลาด เช่น คุณมีผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไรบ้าง? คู่แข่งทางการตลาดม...
13/01/2022

👉👉วงเอาไว้เลย! ทำออนไลน์ปี 2022
ต้องทำอะไรบ้าง ?

1. ตรวจสอบตลาด
เช่น คุณมีผลิตภัณฑ์หรือบริการอะไรบ้าง? คู่แข่งทางการตลาดมีแบรนด์ไหนบ้าง? อะไรคือข้อได้เปรียบ เสียเปรียบของแบรนด์ เป็นต้น

2. ภาพรวมของลูกค้าเป้าหมาย
เช่น พวกเขาเป็นใคร? พวกเขาต้องการอะไร? อะไรเป็นแรงจูงใจให้พวกเขาซื้อ?

3. เป้าหมายที่ตั้งไว้
ระบุเป้าหมายของบริษัทสำหรับปีที่กำลังจะมาถึง ทั้งเป้าหมายทางการตลาดและการขาย ที่สำคัญเป้าหมายนั้นจะต้อง สมเหตุสมผล วัดได้ ทำได้ และเป็นเรื่องจริง

4. กลยุทธ์
หัวใจสำคัญของแผนการตลาด ข้อความทางการตลาดของคุณคืออะไร สื่อ วิธีวางแผนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางการตลาด และกลยุทธ์ที่จะใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายเหล่านั้น

5. งบประมาณ
ส่วนสุดท้ายของแผนการตลาดคือแจกแจงค่าใช้จ่ายที่คาดการณ์ไว้

6. จัดการคนในทีมตามหน้าที่
จัดการคนในทีม แบ่งหน้าที่ตามแผนการตลาดที่วางไว้

วางแผนเอาไว้แต่เนิ่นๆ ดีกว่าจะได้ไม่พลาดสิ่งสำคัญไปนะครับ😊

👉  #อย่าเอาวันแรกของเราไปเปรียบเทียบกับวันที่ร้อยของใครความสำเร็จมีหลายรูปแบบ เราอาจมีต้นแบบความสำเร็จที่อยากจะเป็น แต่ไ...
11/01/2022

👉 #อย่าเอาวันแรกของเราไปเปรียบเทียบกับวันที่ร้อยของใคร
ความสำเร็จมีหลายรูปแบบ เราอาจมีต้นแบบความสำเร็จที่อยากจะเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเหมือนใคร
คนเรามีโอกาสประสบความสำเร็จในชีวิตได้ด้วยการลองทำอะไรที่แตกต่าง หลายครั้งที่เราอยากทำอะไรบางอย่างที่สวนกระแส ไม่ใช่เพราะเราต้องการเรียกร้องความสนใจ แต่มันคือวิถีทางที่เราอยากจะเป็น และอยากพิสูจน์ตัวตน
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายกับการเริ่มต้นทำอะไรที่แตกต่างออกไปจากเดิมในชีวิต เราอาจรู้สึกหวั่นกลัว และผู้คนอาจไม่เข้าใจ แต่หากเรามั่นใจและรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราจะสามารถอธิบายให้ผู้อื่นเข้าใจได้อย่างแน่นอน
เราทุกคนมีความสามารถ มีพรสวรรค์ มีข้อดีในแบบของเราเอง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไม บิล เกตส์ ถึงบอกว่า ‘ทำไมเราถึงไม่ควรเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น’

อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้ยกตัวอย่างให้เราเข้าใจง่าย ๆ โดยการให้เราลองนึกถึง ‘ปลา’ ที่ว่ายน้ำเก่งมาก แต่หากเราตัดสินความสามารถของมันด้วยการสั่งให้ปลาปีนต้นไม้ สุดท้ายปลาตัวนั้นจะขาดอากาศหายใจ และจากไปพร้อมกับความเชื่อที่ว่า ‘ชีวิตของมันไร้ประโยชน์’
เพราะความจริงแล้วเราสามารถ ทำ, เป็น, มี ในสิ่งที่เราใฝ่ฝัน นั่นคือสิทธิ์และโอกาสที่ชีวิตของเราได้มอบให้ในทุกชีวิตอย่างเท่าเทียม
เหตุผลที่ทำให้หลายคนรู้สึกด้อยคุณค่ากว่าผู้อื่น อาจเพียงเพราะเรากำลังขาดความเชื่อมั่น และคิดว่าเราคิดว่าเรายังดีไม่พอ แต่เมื่อไหร่ที่เราเริ่มฉุกคิดได้ว่าเราก็เป็นหนึ่งคนที่ทำอะไรได้อีกมากมาย แม้จะแตกต่างจากคนอื่นไปบ้าง โอกาสในการทำได้สิ่งต่างๆจะมีมากขึ้น และเราจะกล้าทำมันมากขึ้น และไม่มีความจำเป็นอันใดที่เราจะต้องนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นอีกเลย
เป็นกำลังใจให้ทุกคนกล้าที่จะทำในสิ่งที่แตกต่างและเชื่อมั่นในตัวเองนะคะ

👉👉มีแต่คนทัก แต่ไม่มีคนซื้อ!!!มีวิธีแก้ง่ายๆ มาฟังกันค่ะ #อย่ารีบนำเสนอสินค้าให้ถามถึงปัญหาของลูกค้าก่อนให้คำปรึกษาลูกค้...
11/01/2022

👉👉มีแต่คนทัก แต่ไม่มีคนซื้อ!!!
มีวิธีแก้ง่ายๆ มาฟังกันค่ะ

#อย่ารีบนำเสนอสินค้าให้ถามถึงปัญหาของลูกค้าก่อน
ให้คำปรึกษาลูกค้าก่อนว่าเขามีปัญหาอะไรบ้าง กังวลเรื่องอะไร ให้เขาได้เริ่มเปิดใจกับสินค้าของเราก่อน

#นำเสนอสินค้าพร้อมผลลัพธ์
เลือกเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์กับปัญหาของลูกค้า พร้อมรีวิวการันตีผลลัพธ์ว่าเคยมีเคสเดียวกันแบบนี้ก็ได้

#กระตุ้นลูกค้ามากขึ้นด้วยข้อจำกัด
เช่น เป็นวันสุดท้ายของโปรโมชั่นหรือสินค้าใกล้หมดแล้ว ทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปให้ได้

#ปิดจบด้วยการสรุปยอด
ถามย้ำว่าลูกค้าต้องการชุดไหนดีหรือต้องการชำระเงินทางไหน

👉ยังไงลองเอาเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ในการปิดยอดขายกันได้นะคะ😊

👉👉แนะ 5 วิธียิง Ads แบบง่ายๆ1.อันดับแรกให้เราเข้าไปที่บัญชีที่เราจะใช้ยิงแอดหรือยิงโฆษณา ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในเฟสบุ๊คส่ว...
11/01/2022

👉👉แนะ 5 วิธียิง Ads แบบง่ายๆ

1.อันดับแรกให้เราเข้าไปที่บัญชีที่เราจะใช้ยิงแอดหรือยิงโฆษณา ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในเฟสบุ๊คส่วนตัว และเพจที่เราดูแลได้เลย
2.กดที่ปุ่ม Campaigns จากนั้นเลือกที่ Create Ad เพื่อสร้างแอดหรือโฆษณา
ในหัวข้อ Create New Campaign ให้เราเลือก Objective หรือวัตถุประสงค์ในการลงโฆษณาชุดนี้ โดยระบบของ Facebook จะช่วยค้นหาผู้ใช้งานที่มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมายของเราให้โดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ ในปัจจุบัน Facebook ได้มีคำแนะนำในการเลือก 3 Objective ซึ่งเราสามารถเลือกได้ตามเป้าหมายที่เราต้องการได้อย่างอิสระดังต่อไปนี้

• Build your band คือ เน้นไปที่การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก เช่น การกดไลค์ คอมเม้นต์ โฆษณาของเรา
• Make connections คือการสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย โดยยึดการเชื่อมต่อกับลูกค้าเป็นหลัก
• Drive sales คือ มุ่งเป้าหมายไปที่สร้างยอดขายให้กับธุรกิจของเรา
3.ถัดมาเราในหัวข้อ Campaign Details คือการตั้งชื่อให้กับแคมเปญหรือโฆษณาของเรา และการกรอกงบประมาณหรือจำนวนเงินที่เราต้องการใช้จ่ายไปกับแคมเปญนี้ โดยตั้งได้ 2 แบบ คือ
Daily Budget คือ งบประมาณที่จะใช้จ่ายต่อวันในการลงโฆษณา และ Lifetime Budget คือ การตั้งงบลงโฆษณาแบบตลอดอายุ Facebook จะคำนวณให้ตามวันที่เราตั้งค่าเปิดปิดโฆษนาให้อัตโนมัติ เมื่อใส่วัตถุประสงค์ของโฆษณาเรียบร้อยแล้วก็กด Continue เพื่อไปกำหนดกลุ่มเป้าหมายของเราได้เลย
4.ต่อมาหัวข้อ AD SET ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าเป็นส่วนที่สำคัญมากในการลงโฆษณา ในขั้นตอนนี้เราจะทำการเลือกกลุ่มเป้าหมายของโฆษณาชุดนี้ ถ้าเราเลือกกลุ่มเป้าหมายดี กระแสตอบรับกับโฆษณาของเราก็จะดีตามไปด้วย ดังนั้นเราควรใส่ใจในรายละเอียดดังต่อไปนี้
• Audience คือ การกำหนดข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ Facebook ส่งโฆษณาให้กลุ่มผู้ใช้งานเหล่านั้น
• Location เลือกเป็น People who live this location คือ กลุ่มคนที่อยู่ในสถานที่นั้น เช่น เราจะส่งโฆษณานี้ให้คนไทย เราก็ต้องเลือก Thailand
• Age กำหนดช่วงอายุของกลุ่มเป้าหมายของเรา
• Gender กำหนดเพศของกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการส่งโฆษณาไปให้ถึง
• Demographics คือ ลักษณะทางประชากรศาสตร์ เช่น การศึกษา การทำงาน และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ
• Interests คือ ความสนใจกิจกรรมที่ชอบและหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เช่น ขายคอร์สออกกำลังกาย ก็ต้องเลือกเป็น Fitness and wellness Behaviors พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่สนใจเรื่องการออกกำลังกาย กลุ่มผู้รักการดูแลสุขภาพ เป็นต้น
5.Placement คือการเลือกว่าจะให้โฆษณาไปแสดงผลในส่วนไหนของ Platforms ของกลุ่มเป้าหมาย อันได้แก่ Facebook, Instagram, Messenger และอื่นๆ โดยเลือกได้เป็นให้แสดงโฆษณานี้เฉพาะการใช้งานผ่านคอมพิวเตอร์หรือบนโทรศัพท์ ทั้งนี้เราแนะนำให้เลือกทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์และผู้ใช้งานครั้งแรกแนะนำให้เลือกเป็น Facebook Budget & Schedule คือ การกำหนดงบประมาณและตั้งเวลาโฆษณา Optimization for Ad Delivery ให้เลือก Post Engagement ตามวัตถุประสงค์ที่เลือกไว้ข้างต้น Cost Control ให้ Facebook คำนวณงบประมาณตามจำนวนเงินที่เราใส่ในหัวข้อ Campaign Details ให้อัตโนมัติได้เลย

ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ

คุณคิดว่าโลกจะปฏิบัติต่อคนที่ “ให้” มากกว่าที่ถูก “ร้องขอ”อย่างไร?🤨ทิปว่าเราทุกคนก็เคยมีประสบการณ์….ร้านค้าออนไลน์ที่มัก...
10/01/2022

คุณคิดว่าโลกจะปฏิบัติต่อคนที่ “ให้” มากกว่าที่ถูก “ร้องขอ”อย่างไร?🤨
ทิปว่าเราทุกคนก็เคยมีประสบการณ์….
ร้านค้าออนไลน์ที่มักมีของแถมกระจุกกระจิก หรือบางครั้งก็เขียนกระดาษน้อยแสดงความขอบคุณมาให้พร้อมสินค้า

ครูบางคนที่พร่ำเพียรสอนเราปากเปียกปากแฉะ เคี่ยวเข็ญสารพัด เพราะหวังจะให้เราได้ดี

พนักงานที่ทำงานเกินกว่าที่ถูกร้องขอ จ้างร้อยเล่นล้าน

ใช่ค่ะ คนเหล่านี้มีอยู่จริงๆ (หรือบางที ก็อาจจะเป็นสิ่งที่ทุกท่านกำลังทำอยู่นี่แหละ)

พวกเขาทำในสิ่งที่จริงๆแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเลยก็ได้

พี่โจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ เรียกสิ่งนี้ว่า “วิชาทำเกิน”
Larry Page ก็เคยกล่าวไว้ว่า ….”จงให้มากกว่าที่คนอื่น คาดหวังเสมอ”
คนสำเร็จทั้งหลาย รู้เคล็ดลับข้อนี้ดี✅
สมัยที่เริ่มก่อร่างสร้างตัว ลี กาชิง ทำธุรกิจส่งออกดอกไม้พลาสติก เวลาพ่อค้าชาวอเมริกันสั่งสินค้ากล่องละ 100 ดอก เขาจะใส่ดอกไม้เกินไปกล่องละ 1 ดอกเสมอ
เมื่อลูกค้าได้รับสินค้าก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นทุกกล่องมีดอกไม้เกินมา ถามไปก็ได้รับคำตอบว่า ดอกไม้ที่เกินมานั้น เพื่อสำรองไว้กรณีเกิดความผิดพลาดเสียหาย …นับจากนั้นมา ลูกค้ารายนี้ ก็กลายเป็นคู่ค้าสำคัญที่สั่งสินค้าของลีกาชิงในเวลาต่อมา
ครั้งหนึ่งทิปมีโอกาสได้พูดคุยกับพี่เตา บรรยง พงษ์พานิช ใน Clubhouse พี่เตาเคยบอกว่าถ้าเรายัง Junior และอยากเติบโตเร็วๆ เราต้อง อาสาไปช่วยคนนั้นคนนี้เยอะๆ เพื่อจะได้เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ
แน่นอนว่า…เราจะเหนื่อยเพิ่ม (555) แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าแน่นอน…นอกจากเพื่อนจะรักแล้ว เราก็ได้เรียนรู้ระบบ ได้ประสบการณ์ใหม่ๆมากขึ้น …คนที่ทำงานแบบไม่เกี่ยงงาน ขยันขันแข็ง อยู่ที่ไหน ใครๆก็รัก
ไม่ต้องกลัวว่า ใครจะเห็นหรือไม่เห็น เพราะ “วิชา” ที่ได้ มันติดตัวเรา
กรรม (การกระทำ) ดีทั้งหลาย ไม่มีอะไรสูญสลายหายไปค่ะ มันคงอยู่เสมอ …ไม่ต้องกลัวเลย
กลับมาที่คำถามข้างต้น
โลกจะปฏิบัติต่อคนเหล่านี้อย่างไร?
เราอาจจะตอบคำถามนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่จากประสบการ์ณที่เจอคนเหล่านี้ ไม่มีใครที่ “ไม่รุ่ง” เลยซักคน🥰

Cr.DigitalTips

ที่อยู่

Rangsit
12130

เบอร์โทรศัพท์

+66826164795

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตั่งไข่ออนไลน์ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์