17/09/2026
ตัวเรามีส่วนอย่างมากในการกำหนดเส้นทางชีวิต
แม้ในตอนต้นเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่เมื่อโตแล้ว เราเลือกได้
ออกจากโรงงานตอนอายุ 17
กลับไปเริ่มเรียนชั้น ม.3 ใหม่
วันนี้เธอยืนอยู่บนเวทีเดียวกับนักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล
เมื่อ 16 ปีก่อน 胡萌 (หูเมิ่ง) ยังเป็นเด็กสาวที่ทำงานอยู่บนสายการผลิตในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์เมืองเซี่ยเหมิน
ทุกวันเธอต้องเข้าโรงงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง และกลับออกมาเมื่อฟ้ามืดแล้ว ชีวิตวนอยู่กับงานเดิมซ้ำๆ จนแทบมองไม่เห็นว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปทางไหน
แต่วันนี้ในวัย 32 ปี เธอเป็นนักศึกษาปริญญาเอกของ 四川大学 (มหาวิทยาลัยสี่ชวน) มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการชั้นนำ และได้รับเลือกให้เดินทางไปเยอรมนี เพื่อร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบลลินเดา ครั้งที่ 75
เส้นทางระหว่างสองจุดนี้ ใช้เวลานานถึง 16 ปี
胡萌 (หูเมิ่ง) เกิดในพื้นที่ภูเขาของมณฑลสี่ชวน พ่อแม่เดินทางไปทำงานที่มณฑลฝูเจี้ยนตลอดทั้งปี
หลังเรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เธอเดินทางไปเมืองเซี่ยเหมิน และเริ่มทำงานในโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ตอนอายุ 16 ปี
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นหนึ่งปีต่อมา เมื่อเพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ตัวเองสามารถสอบเข้า 集美大学 (มหาวิทยาลัยจี๋เหม่ย) ได้สำเร็จ หลังจากเรียนภาคค่ำ
เรื่องนี้ทำให้ 胡萌 (หูเมิ่ง) เพิ่งมองเห็นเป็นครั้งแรกว่า การเรียนหนังสืออาจพาเธอออกไปจากชีวิตบนสายการผลิตได้
เธอตัดสินใจกลับบ้านทันที โดยไม่รอรับเงินเดือนให้ครบเดือน เพราะไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
แต่การกลับไปเรียนไม่ได้ง่ายเหมือนเพียงเดินกลับเข้าโรงเรียน
胡萌 (หูเมิ่ง) ถูกโรงเรียนปฏิเสธหลายครั้ง ก่อนจะมีโรงเรียนแห่งหนึ่งรับเธอกลับเข้าเรียน โดยต้องเริ่มต้นใหม่ตั้งแต่ชั้น ม.3
ส่วนเหตุผลที่โรงเรียนก่อนหน้านั้นปฏิเสธเธอ ต้นข่าวไม่ได้อธิบายเอาไว้
แม้ต้องย้อนกลับไปเริ่มใหม่ 胡萌 (หูเมิ่ง) ก็ใช้โอกาสนั้นอย่างเต็มที่ การสอบประจำเดือนครั้งแรก เธอทำได้อันดับ 12 ของห้อง ก่อนขยับขึ้นมาเป็นอันดับ 6 ในการสอบกลางภาค
เมื่อเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เธอได้รับทุนการศึกษาชั้นหนึ่งภาคการศึกษาละ 5,000 หยวน (ประมาณ 25,000 บาท) และในที่สุดก็สอบเข้า 中国医科大学 (มหาวิทยาลัยการแพทย์แห่งประเทศจีน) ได้สำเร็จ
การสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ ไม่ได้แปลว่าความลำบากสิ้นสุดลง
ระหว่างเรียน 胡萌 (หูเมิ่ง) ต้องเรียนไปด้วยและทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองไปด้วย ทั้งรับสอนพิเศษและทำงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด
ต่อมา ระหว่างฝึกงานด้านคลินิก เธอได้พบกับโรคบางชนิดที่การแพทย์ในเวลานั้นยังจัดการได้ยาก ประสบการณ์นั้นทำให้เธอเริ่มคิดว่า หากอยากหาคำตอบให้ปัญหาเหล่านี้ การรักษาผู้ป่วยเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่พอ
เธอจึงเลือกเดินต่อไปบนเส้นทางการวิจัย
หลังจากนั้น 胡萌 (หูเมิ่ง) ได้เข้าศึกษาและทำงานในห้องปฏิบัติการสำคัญระดับชาติด้านการบำบัดทางชีวภาพของ 四川大学 (มหาวิทยาลัยสี่ชวน)
แต่เส้นทางนักวิจัยของเธอก็ไม่ได้เริ่มต้นอย่างสวยงาม
ตลอดช่วงปริญญาโทและสองปีแรกของระดับปริญญาเอก เธอยังไม่มีผลงานที่เรียกได้ว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ
เธอยอมรับตรงๆ ว่า ไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นคนมีพรสวรรค์ด้านการเรียน สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงพยายามให้มากกว่าคนอื่น
胡萌 (หูเมิ่ง) เริ่มเรียนชีวสารสนเทศศาสตร์ หรือ Bioinformatics (การใช้ข้อมูลและคอมพิวเตอร์ช่วยวิเคราะห์ปัญหาทางชีววิทยา) รวมถึงเทคนิคการทดลองต่างๆ ตั้งแต่ศูนย์
เธออ่านงานวิจัยและฝึกทำการทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนในปีที่สองของการเรียนระดับปริญญาเอก ภายใต้การสนับสนุนจากอาจารย์ที่ปรึกษาและทีมวิจัย เธอได้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Iseq-Cit
เทคโนโลยีนี้ใช้ตรวจวัดโปรตีนที่ผ่านกระบวนการ Citrullination (การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของโปรตีนรูปแบบหนึ่ง) โดยอาศัยสารมาตรฐานภายในและไม่ต้องผ่านขั้นตอนสกัดเพิ่มความเข้มข้น
พูดให้ง่ายขึ้น งานของเธอช่วยสร้างเครื่องมือใหม่ให้นักวิจัยศึกษากลไกของโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ และค้นหาเป้าหมายใหม่สำหรับการรักษาโรคนี้ได้
ผลงานดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Biomedical Engineering
ปัจจุบัน 胡萌 (หูเมิ่ง) มีผลงานวิจัยตีพิมพ์รวม 9 ฉบับ ในฐานะผู้เขียนชื่อแรกหรือผู้เขียนชื่อแรกร่วม
ผลงานของเธอปรากฏในวารสารชั้นนำ เช่น Nature Biomedical Engineering และ Signal Transduction and Targeted Therapy
นอกจากนี้ เธอยังเคยได้รับทุนการศึกษาแห่งชาติ ได้รับเลือกเป็นหนึ่งในนักศึกษาปริญญาโทและปริญญาเอกยอดเยี่ยม รวมถึงดาวเด่นด้านวิชาการของ 四川大学 (มหาวิทยาลัยสี่ชวน)
เธอยังเป็นผู้รับผิดชอบโครงการวิจัยพื้นฐานสำหรับนักวิจัยรุ่นเยาว์ ภายใต้มูลนิธิวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีนอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ 胡萌 (หูเมิ่ง) ได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียนทุนลินเดา จากศูนย์วิทยาศาสตร์จีน-เยอรมัน ภายใต้มูลนิธิวิทยาศาสตร์ธรรมชาติแห่งชาติจีน
โอกาสนี้พาเธอเดินทางไปเยอรมนี เพื่อร่วมการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบลลินเดา ครั้งที่ 75
ที่นั่น เธอเป็นนักวิจัยที่นำเสนอผลงานของตัวเอง และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ได้รับรางวัลโนเบล รวมถึงนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่จากหลายประเทศ
เหตุผลที่เรื่องของ 胡萌 (หูเมิ่ง) ได้รับความสนใจในจีน ไม่ใช่เพียงเพราะเป็นเรื่องราวของคนธรรมดาที่เรียนจนได้เป็นด็อกเตอร์
แต่เพราะเส้นทางของเธอแตะความเชื่อสำคัญอย่างหนึ่งในสังคมจีน นั่นคือ “การศึกษาอาจเปลี่ยนชะตาชีวิตของคนคนหนึ่งได้”
เธอไม่ได้เริ่มจากครอบครัวที่มีต้นทุนพร้อม ไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางการศึกษาที่ต่อเนื่อง และไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นคนมีพรสวรรค์
เธอเคยออกจากโรงเรียนไปทำงานในโรงงาน ต้องกลับมาเริ่มเรียนชั้น ม.3 ใหม่ หาเงินส่งตัวเองเรียน และใช้เวลาหลายปีกว่าจะสร้างผลงานวิจัยชิ้นสำคัญได้
เรื่องของเธอจึงมีความหมายมากกว่าเรื่อง “พยายามแล้วประสบความสำเร็จ”
มันสะท้อนว่า สำหรับเด็กจากครอบครัวธรรมดาในจีน การศึกษายังคงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่เส้นทางที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งของตัวเองในสังคมได้จริง
ขณะเดียวกัน ความสำเร็จของเธอยังเป็นภาพแทนของสิ่งที่จีนให้ความสำคัญมากขึ้น นั่นคือการผลักดันนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ให้สร้างงานวิจัยที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องทดลอง แต่สามารถนำไปช่วยทำความเข้าใจโรคและค้นหาวิธีรักษาใหม่ๆ ได้
จากสายการผลิตในโรงงาน สู่ห้องปฏิบัติการวิจัย และจากเด็กที่ต้องย้อนกลับไปเริ่มเรียนชั้น ม.3 ใหม่ สู่เวทีแลกเปลี่ยนกับนักวิทยาศาสตร์ระดับโลก
胡萌 (หูเมิ่ง) ใช้เวลา 16 ปี เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตัวเองทีละก้าว
เธอบอกว่า คำแนะนำของคนอื่น เธอจะเลือกรับฟังเฉพาะส่วนที่เหมาะสม แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอต้องเรียนรู้ต่อและเดินหน้าต่อไป เพราะนั่นคือความรับผิดชอบที่เธอมีต่อตัวเอง
บางครั้ง จุดเปลี่ยนของชีวิตอาจไม่ได้เริ่มจากโอกาสครั้งใหญ่
แต่อาจเริ่มจากวันที่คนคนหนึ่งเพิ่งรู้ว่า ชีวิตยังมีอีกเส้นทางให้เลือก และตัดสินใจไม่ปล่อยให้ตัวเองอยู่ที่เดิมอีกต่อไป
ข้อมูลจาก Tencent News
#บุญไชน่าเล่าเรื่องจีน #เล่าเรื่องจีน #ข่าวจีน