22/05/2021
ไป....พร้อมแล้ว
เทคนิคการสัมภาษณ์งานที่เยอรมันให้ได้งาน!!
พ่อบ้านได้มีโอกาสได้รับเชิญให้ไปร่วมกิจกรรม Course intensive พิเศษสำหรับคนที่ต้องการหาและเปลี่ยนงาน หรือว่าจะเป็นการสมัครเรียนหรือขอทุน ในเรื่องของการเตรียมตัวการสัมภาษณ์งานในเยอรมันมา
ซึ่งเห็นว่าเป็นประโยชน์มากๆ เลยสำหรับคนที่กำลังมองหางานหรือประสบการณ์ที่เยอรมัน จึงขอนำมาแชร์ให้ฟัง
-------------------------------
รู้มั้ยว่า?
การที่บริษัทเรียกเราไปสัมภาษณ์นั้นหมายความว่าเค้ามีความต้องการที่จะจ้างเราแล้วประมาณ 25% โดยหน้าที่ของเราถัดไปนั้นคือการที่ทำอย่างไรให้ 25% นั้นมากกว่า 50 หรือกระโดดมากไปจนถึง 100% ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าคนเยอรมันนั้นเค้าชอบคนแบบไหนแล้วเราควรเตรียมตัวอย่างไรเพื่อที่จะได้ผลลัพธ์ที่ดี
-------------------------------
เสื้อผ้า หน้า ผม
บุคลิกที่เหมาะสมกับงานนั้นจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของคุณได้เป็นอย่างดี และคนเยอรมันเองนั้นก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่เค้าจะไม่ได้ดูในเรื่องของหน้าตาเป็นหลัก เพราะเค้าก็ไม่ได้ต้องการให้คุณใส่สูท ผูกไทด์เป๊ะๆ หน้าเด้งตลอดเวลา
เพียงแต่ว่าเค้าจะมองว่าคุณแต่งตัวให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะส่งเสริมบุคลิกของคุณหรือไม่ บางตำแหน่งเช่น Designer นั้นเค้าอาจจะไม่ชอบให้คุณใส่สูทเป๊ะๆ มาด้วยซ้ำ
ดังนั้นดูตำแหน่งที่คุณจะสมัครให้ดีแล้วคิดถึงเครื่องแต่งกายที่จะส่งเสริมให้คุณดูเป็นมืออาชีพในตำแหน่งนั้นๆ มากกว่า
-------------------------------
มั่นใจในตัวเอง
สำหรับคนเยอรมันหรือผู้สัมภาษณ์มักจะชอบคนที่มีความมั่นใจ พูดจาฉะฉาน ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือสูดลมหายใจลึกๆ ซักปื้ด แล้วตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าไปในบริษัทคือคุณควรจะอยู่ในมาดที่เป็นผู้เชี่ยวชาญหรือคนที่มีความมั่นใจอยู่เสมอ
สิ่งที่สำคัญและเป็นจุดอ่อนสำหรับคนไทยคือ
"การมองตา"
กับผู้พูดในโลกตะวันตก โดยเฉพาะที่เยอรมนีการที่เราไม่ได้จ้องตาคนถามคำถามเรานั้นมันสื่อได้หลายความหมาย เช่น ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่เป็นมืออาชีพ ไม่มีมารยาท ซึ่งเรื่องเล็กๆ แค่นี้ก็อาจจะทำให้เราพลาดตำแหน่งงานได้เลยทีเดียว
นอกจากนั้นเรื่องของน้ำเสียงควรพูดเสียงดังฟังชัด โดยอาจจะพูดกับตัวเองในกระจกก่อน แล้วระวังในเรื่องของน้ำเสียงถ้าเบาเกินไปก็จะแสดงถึงความไม่มั่นใจ ถ้าดังเกินไปก็จะดูก้าวร้าว
สำหรับในเรื่องของการตอบคำถามนั้นควรจะฉะฉาน ฟันธงไปเลยระดับนึง ไม่ควรใช้คำตอบแบบว่า ผมประมาณว่าเท่านั้น เท่านี้ เพราะที่นี่ค่อนข้างเคารพความคิดเห็นของคุณ คุณอาจจะใช้แนวทางการตอบที่บอกว่า
ในความคิดของผม ผมคิดว่า.........
สำหรับตัวเลขนั้นผมจำไม่ได้ แต่ผมคิดว่าจะอยู่ที่......... ซึ่งถ้าเกิดมีความคลาดเคลื่อนผมต้องขออภัยด้วย
จะแสดงถึงความมั่นใจและช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพของคุณได้เป็นอย่างดี
-------------------------------
คุณมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
โดยส่วนใหญ่ผู้สัมภาษณ์ที่ดีนั้นจะทำการอ่านข้อมูลของเรามาก่อนแล้ว ดังนั้นเค้าจะเน้นถามในส่วนขยายหรือสิ่งที่เค้าอยากรู้จากที่คุณเขียนเอาไว้มากกว่า
ดังนั้นการใส่ข้อมูลอะไรต้องระวังด้วย อย่าเขียนเกินจริง ซึ่งจากประสบการณ์ของพ่อบ้านในการทำงานกับคนเยอรมันและคำถามของคนเยอรมัน มักจะชอบถามในเรื่องของอดีตจนมาถึงปัจจุบันของคุณอาทิ
สิ่งที่ท้าทายที่สุดในชีวิตที่ผ่านมาของคุณคือ?
ในตอนเรียนวิชาที่ยากที่สุดสำหรับคุณคือ?
คุณคิดว่าจากประสบการณ์ของคุณที่เขียนมาให้เราเหมาะสมกับตำแหน่งงานหรือไม่อย่างไร?
อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนของคุณ?
คำถามพวกนี้ถือว่าเป็นคำถามที่ถามง่ายๆ แต่ตอบได้ยากมากๆ เพราะแนวทางการตอบนั้นจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เราสมัครด้วยแต่พ่อบ้านเชื่อว่าไม่ยากเกินลูกเพจของพ่อบ้านแน่นอนน
-------------------------------
เรื่องราวในอนาคตของคุณ
คำถามยากๆ ที่คุณมักจะต้องเจอก็คือคำถามในอนาคต เพราะเนื่องจากการจ้างงานที่นี่จำไว้เลยว่าเหมือนเป็นการจ้างงานตลอดชีวิต
เพราะถ้าคุณผ่านโปรแล้วการที่นายจ้างจะไล่คุณออกนั้นยากมาก ยิ่งถ้าเกิดคุณมีลูกหรือทำงานมานานๆ แล้วนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยนอกจากคุณจะปิดบริษัทดังนั้นเค้าจึงค่อนข้างให้ความสนใจมากๆ โดยคำถามที่คุณมักจะเจอคือ
คุณคิดว่าถ้าเราจ้างคุณแผนในอีก 5 ปีข้างหน้าแล้วคุณจะเป็นอย่างไร?
อะไรคือเป้าหมายของคุณในอนาคต?
คำถามชุดนี้เป็นคำถามเพื่อดูว่าคุณมีแผนการให้กับตัวเองอย่างไร เพราะโดยวิสัยของคนเยอรมันนั้นคือชอบวางแผนคนเยอรมันหลายคนนั้นถ้าโดนถามคำถามนี้เค้าสามารถตอบคุณได้ยันเค้าเกษียนเลยทีเดียว ดังนั้นเตรียมแผนให้ดีคำนึงถึงความเป็นไปได้ก็จะทำให้คุณประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
-------------------------------
เทคนิคการต่อรองเงินเดือน
สำหรับข้อนี้นั้นต้องแยกเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มสายอาชีพ และกลุ่มสายวิชาการ ซึ่งจะมีมุมมองแตกต่างกันโดยสายอาชีพมักจะหางานได้ง่ายแต่นั้นเรื่องการต่อรองเงินเดือนนั้นจะค่อนข้างทำได้ยากกว่านิดหน่อยเพราะจะจ่ายกันตามเรทปกติและค่าเฉลี่ยของแต่ละอาชีพนั้นๆ โดยจะไม่ได้แตกต่างกันมากนักกันในแต่ละรัฐ
อาจจะตกๆ โดยจะขึ้นอยู่กับบริษัทและรัฐ และก็จะมีเงินค่าประสบการณ์ให้อีกนิดหน่อยโดยที่ไม่ได้กระโดดมาก ดังนั้นสิ่งที่คุณอาจจะต่อรองได้คือพวกสวัสดิการที่ไม่ใช่ตัวเองมากนัก เช่นวันหยุด วันลา หรืออื่นๆ
แต่สำหรับของสายวิชาการนั้นมุมมองจะแตกต่างกัน เพราะคุณจะหางานได้ยากกว่าสายอาชีพ หากแต่ว่าเงินเดือนคุณจะแตกต่างกับสายอาชีพค่อนข้างมาก และต่อรองได้มาก
ยิ่งถ้าคุณมีประสบการณ์และมีผลงานที่ชัดเจน ก็จะมีการซื้อตัวกันมันส์เลยทีเดียว ยกตัวอย่างเพื่อนพ่อบ้านหลายคนที่เปลี่ยนงานใหม่ก็สามารถต่อรองเงินเดือนเพิ่มได้กว่าที่เก่าถึง 15 -20% โดยเทคนิคในการต่อรองเงินเดือนที่เยอรมันนั้นก็คือ!!!!
"ขายตัวคุณเอง"
ใช่แล้วครับตั้งแต่การเขียน Lebenslauf(Resume) เลยคุณต้องโชว์ว่าจะขายตัวเองได้อย่างไร(เดี๋ยวมาบอกในบทความถัดไป)
แต่การขายตัวเองนั้นคือคุณต้องบอกได้ว่าคุณผ่านอะไรมาบ้างแล้วถ้าบริษัทจ้างคุณเค้าจะได้ประโยชน์อะไร เพื่อนพ่อบ้านบอกว่าเวลาเค้าต่อรองเค้ามักจะทำ Presentation เพื่อบอกว่าอดีตที่ผ่านมาเค้าทำอะไรมาบ้าง
ประสบการณ์ที่ผ่านมาเค้ามีเท่าไหร่ แล้วเค้ามาที่บริษัทคุณเพื่อต้องการจะทำอะไรซึ่งถ้าบริษัท Happy กับผลงานของคุณ เค้าจะบอกเลยว่า Rate ที่เค้าให้คุณเพิ่มได้จากที่เก่าคือเท่าไหร่ นั่นแหล่ะคือการเจรจาเริ่มต้นขึ้นแล้ว
-------------------------------
การรอฟังผล
โดยปกติถ้าการสมัครงานที่เยอรมัน ไม่ได้มีบังคับว่าเค้าจะแจ้งผลการสัมภาษณ์หรือไม่แต่โดยมารยาทแล้วเค้าจะแจ้งผลให้คุณหลังจากการสัมภาษณ์ประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์
หรือถ้านานกว่านั้นและคุณต้องการทราบผลก็สามารถส่งเมลล์หรือโทรไปสอบถามได้ครับ
-------------------------------
เป็นยังไงบ้างครับนี่คือเทคนิคการสัมภาษณ์งานในเยอรมันเบื้องต้นเฉยๆ จริงๆ มีรายละเอียดยิบย่อย อีกพอสมควร
ซึ่งใครเคยมีประสบการณ์หรือมีข้อแนะนำอะไรมาแชร์กันเลยดีกว่า 👌
#พ่อบ้านเยอรมัน #เยอรมนี #เยอรมัน