สวท.สตูล

สวท.สตูล เพจของหน่วยราชการ ให้บริการด้านข่าวสาร

17/09/2026

รายการมุสลิมสัมพันธ์ ++ วันที่ 17 กันยายน 2569

17/09/2026

ข่าวท้องถิ่น สวท.สตูล ประจำวันที่ 17 กันยายน 2569

เมื่อมรดกทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับเวทีสนทนาระดับโลก 🌍🤝เปิด 5 วัดไฮไลต์ที่ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ควรพลาดในช่วงการประชุมประจำป...
17/09/2026

เมื่อมรดกทางวัฒนธรรม เชื่อมโยงกับเวทีสนทนาระดับโลก 🌍🤝
เปิด 5 วัดไฮไลต์ที่ผู้เข้าร่วมประชุมไม่ควรพลาดในช่วงการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร การเดินทางที่ถ่ายทอดเรื่องราวของวัฒนธรรม ศรัทธา และความงดงามที่คงอยู่เหนือกาลเวลา ✨
🌐 ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.am2026thailand.go.th/explore-bangkok
#กระทรวงการคลัง #ธนาคารแห่งประเทศไทย #ประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ
Where cultural heritage meets global dialogue. 🌍🤝
Discover 5 iconic temples across the city not to be missed during the 2026 Annual Meetings of the International Monetary Fund and the World Bank Group, held on 12–18 October 2026 in Bangkok. Embark on a journey of rich history, faith, and timeless beauty. ✨
🌐Learn more at: www.am2026thailand.go.th/explore-bangkok

17/09/2026

รายการ อบจ.พบประชาชน ++ วันที่ 17 กันยายน 2569

ครม. ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองบ้านราว 30 ล้านหลัง เริ่ม 1 ต.ค. 69 ชดเชยสูงสุด 1 แสนบาท–เสียชีวิต 2 ล้านบาท...
17/09/2026

ครม. ไฟเขียวประกันภัยพิบัติแห่งชาติ คุ้มครองบ้านราว 30 ล้านหลัง เริ่ม 1 ต.ค. 69 ชดเชยสูงสุด 1 แสนบาท–เสียชีวิต 2 ล้านบาท

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เผยคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” พร้อมอนุมัติกรอบวงเงินค่าเบี้ยประกันภัยรวม 15,500 ล้านบาท คุ้มครองความเสียหายจากอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว ครอบคลุมที่อยู่อาศัยประมาณ 30 ล้านหลังคาเรือน โดยกรมธรรม์มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ถึงวันที่ 1 ตุลาคม 2570

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม และกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามที่กระทรวงมหาดไทย โดย ปภ. เสนอ แบ่งเป็นค่าเบี้ยประกันภัยที่อยู่อาศัยกลุ่ม 15,000 ล้านบาท และค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม 500 ล้านบาท

ระบบดังกล่าวมุ่งปรับการช่วยเหลือจากการเยียวยาหลังเกิดภัย สู่การบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า โดยใช้ระบบประกันภัยกระจายและถ่ายโอนความเสี่ยงบางส่วน ช่วยให้ภาครัฐวางแผนภาระงบประมาณได้ชัดเจนขึ้น และประชาชนเข้าถึงเงินชดเชยความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น

สำหรับความคุ้มครองที่อยู่อาศัย กำหนดวงเงินสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือนต่อภัยที่เกิดขึ้น ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ได้แก่
อุทกภัย ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 10,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 90,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

วาตภัยและแผ่นดินไหว ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 5,000 บาท และเพิ่มเติมสูงสุด 95,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน

กรณีเสียชีวิตจากทั้ง 3 ภัย วงเงินความคุ้มครอง 2,000,000 บาทต่อคน
ผู้ได้รับความคุ้มครองด้านที่อยู่อาศัย ได้แก่ เจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เอาประกันภัยซึ่งเป็นบ้านตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนราษฎร รวมถึงผู้ครอบครองที่พักอาศัยที่ไม่เป็นบ้านตามกฎหมายดังกล่าว แต่ได้รับการรับรองจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีคนอาศัยอยู่ประจำ ส่วนความคุ้มครองกรณีเสียชีวิต ครอบคลุมบุคคลสัญชาติไทยที่มีเลขประจำตัวประชาชน

ทั้งนี้ หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่รัฐมอบหมายจะเป็นผู้ถือกรมธรรม์ โดยคณะรัฐมนตรีมอบหมายให้ ปภ. เป็นหน่วยรับงบประมาณและเบิกจ่ายแก่บริษัทประกันวินาศภัยที่ผ่านการคัดเลือก ตามการจัดหาผู้รับประกันภัยและสัดส่วนวงเงินที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) และสมาคมประกันวินาศภัยเป็นผู้คัดเลือก เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดสาธารณภัยเป็นระบบ รวดเร็ว และทั่วถึง
//////////////////////////////////

ที่มา : กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

17/09/2026
NEWS UPDATE : รัฐบาลเผยผลเก็บอากรสินค้านำเข้าออนไลน์ “ตั้งแต่บาทแรก” 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท ลดความได้เปรียบด้านภาษีร้...
17/09/2026

NEWS UPDATE : รัฐบาลเผยผลเก็บอากรสินค้านำเข้าออนไลน์ “ตั้งแต่บาทแรก” 11 เดือนกว่า 4 พันล้านบาท ลดความได้เปรียบด้านภาษีร้านต่างประเทศ–เร่งตรวจสวมสิทธิ Made in Thailand
วันที่ 17 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามผลมาตรการจัดเก็บภาษีสินค้านำเข้าออนไลน์ตั้งแต่บาทแรก ซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 หลังยกเลิกการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท เพื่อให้สินค้านำเข้ามูลค่าต่ำเข้าสู่ระบบภาษี ลดความได้เปรียบด้านภาษี และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้นกับผู้ประกอบการไทย
กรมศุลกากรรายงานผลในช่วง 11 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 พบว่า มีสินค้านำเข้าภายใต้มาตรการดังกล่าวประมาณ 225 ล้านชิ้น มูลค่าการนำเข้าราว 41,000 ล้านบาท และสามารถจัดเก็บอากรขาเข้าได้มากกว่า 4,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน การสั่งซื้อสินค้าชิ้นเล็กจากต่างประเทศมีแนวโน้มชะลอลง และผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าจากร้านค้าที่มีสต็อกอยู่ภายในประเทศมากขึ้น
นางสาวลลิดา กล่าวว่า เป้าหมายของมาตรการไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มรายได้รัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการแก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมด้านภาษี เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ผลิตและผู้ค้าในประเทศไทยมีภาระภาษีและต้นทุนจากการปฏิบัติตามกฎหมาย ขณะที่สินค้านำเข้าออนไลน์มูลค่าต่ำบางส่วนได้รับยกเว้นอากร ทำให้เกิดความแตกต่างด้านต้นทุนในการแข่งขัน
“ของนำเข้าราคาถูกแข่งขันได้ แต่ต้องแข่งขันภายใต้กติกาภาษีเดียวกัน การเก็บอากรตั้งแต่บาทแรกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องรายได้กว่า 4 พันล้านบาท แต่คือการลดช่องว่างที่ทำให้ร้านค้าและผู้ประกอบการไทยเสียเปรียบ เพื่อให้การแข่งขันเป็นธรรมขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว
ขณะเดียวกัน รัฐบาลเดินหน้าปิดช่องการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า โดยกรมศุลกากรอยู่ระหว่างประสานกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบสินค้าที่อ้างว่าเป็น Made in Thailand หรือผลิตในประเทศไทย แต่มีข้อสงสัยว่าอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตในประเทศอย่างแท้จริง เพื่อป้องกันการใช้ประเทศไทยเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจกระทบต่อผู้ผลิตไทยที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องและความน่าเชื่อถือของสินค้าไทยในตลาดต่างประเทศ
“Made in Thailand ต้องมีที่มาและตรวจสอบย้อนกลับได้ รัฐบาลจึงไม่ได้หยุดแค่การเก็บอากรสินค้านำเข้า แต่จะตรวจสอบการสวมสิทธิแหล่งกำเนิดสินค้า เพื่อไม่ให้คนที่ทำผิดกติกาใช้ชื่อประเทศไทยสร้างความเสียหายให้ผู้ประกอบการไทยทั้งระบบ” นางสาวลลิดา กล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า การเสียอากรกับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าเป็นคนละเรื่องกัน การที่สินค้านำเข้าเสียภาษีและอากรแล้ว ไม่ได้หมายความว่าสินค้านั้นผ่านมาตรฐานหรือได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยทุกประเภท ประชาชนจึงควรตรวจสอบผู้ขาย ฉลาก คำเตือน การรับประกัน และเครื่องหมายมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนซื้อสินค้าออนไลน์
ทั้งนี้ ตัวเลขประมาณ 225 ล้านชิ้น หมายถึงสินค้านำเข้าที่เข้าสู่ฐานการจัดเก็บตามมาตรการ ไม่ใช่จำนวนสินค้าผิดกฎหมาย ขณะที่รายได้มากกว่า 4,000 ล้านบาทเป็นอากรขาเข้าตามรายงานของกรมศุลกากร ไม่ใช่ยอดภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด และไม่ได้หมายถึงรายได้จากสินค้านำเข้าจากประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้น

17/09/2026

รายการห้องข่าวเช้านี้//วันที่ 17 กันยายน 2569

รัฐบาลย้ำ 6 จุดยืนไทย บนเวทีประนอมไทย–กัมพูชา “พร้อมเจรจา แต่ไม่ยอมเสียสิทธิ” ยืนยัน เรื่องทะเลไม่เกี่ยวเกาะกูด ไทยต้องป...
16/09/2026

รัฐบาลย้ำ 6 จุดยืนไทย บนเวทีประนอมไทย–กัมพูชา “พร้อมเจรจา แต่ไม่ยอมเสียสิทธิ” ยืนยัน เรื่องทะเลไม่เกี่ยวเกาะกูด ไทยต้องปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ
วันนี้ (16 ก.ย.69) นายเอกภพ เพียรพิเศษ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมครั้งแรกกับคณะกรรมาธิการประนอมระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ณ สิงคโปร์ โดยย้ำสาระสำคัญจากถ้อยแถลงของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนประเทศไทย สรุปเป็น 6 จุดยืนสำคัญของประเทศไทย ดังนี้
1. ไทยต้องการสันติภาพ แต่สันติภาพต้องไม่แลกกับอธิปไตย
ประเทศไทยยึดแนวทางสันติและการเจรจามาโดยตลอด เพราะไทยกับกัมพูชาเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องอยู่ร่วมกันต่อไป แต่ในเวลาเดียวกัน ไทยมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย สิทธิอธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มที่ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
“ไทยพร้อมคุย พร้อมหาทางออก และพร้อมเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แต่เรื่องอธิปไตยและสิทธิของประเทศไทย เราต้องรักษาอย่างเต็มที่”
2. “เขตแดนทางทะเล” ไม่ใช่ “เขตแดนทางบก” และไม่เกี่ยวกับเกาะกูด
ฝ่ายไทยยืนยันชัดเจนต่อคณะกรรมาธิการว่า กระบวนการประนอมครั้งนี้มีขอบเขตเฉพาะการกำหนดเขตทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาในอ่าวไทยเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับอธิปไตยเหนือดินแดนทางบก รวมถึงเกาะกูด
ไทยยืนยันเขตทางทะเลตามพระบรมราชโองการลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2516 และปฏิเสธเส้นเขตไหล่ทวีปที่กัมพูชาอ้างสิทธิฝ่ายเดียวเมื่อปี 2515 ซึ่งฝ่ายไทยยืนยันว่าไม่มีพื้นฐานทางกฎหมาย
3. ไทยพร้อมใช้กฎหมายระหว่างประเทศ แต่กฎหมายต้องอยู่บนข้อเท็จจริง
ประเทศไทยยึดมั่นใน UNCLOS และกฎหมายระหว่างประเทศ และเข้าร่วมกระบวนการประนอมด้วยความสุจริตใจ แต่การใช้กฎหมายระหว่างประเทศต้องอยู่บนข้อเท็จจริง ไม่ใช่การกล่าวอ้างฝ่ายเดียวหรือใช้เวทีระหว่างประเทศสร้างความชอบธรรมให้ตนเอง
4. MOU 2544 ไม่ใช่ข้ออ้างว่าไทยปิดประตูการเจรจา
ฝ่ายไทยชี้แจงว่า ข้อกล่าวอ้างที่ว่า เมื่อไทยยกเลิก MOU 2544 แล้ว กัมพูชาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าสู่กระบวนการประนอม ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงตามจุดยืนของไทย
ตลอดระยะเวลา 25 ปี มีการประชุมอย่างเป็นทางการภายใต้กลไกดังกล่าวเพียงสองครั้ง และไม่สามารถสร้างความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน ไทยเคยเสนอให้ทั้งสองประเทศกลับมาเจรจาเรื่องเขตทางทะเลโดยตรง
ดังนั้น ไทยไม่ได้ปิดประตู แต่เสนอทางออกและเปิดประตูการเจรจามาโดยตลอด
5. ไทยเลือก “การทูต + กฎหมาย” ไม่เลือกการกล่าวหากัน
แนวทางของไทยคือ ใช้กฎหมายระหว่างประเทศเพื่อรักษาสิทธิของประเทศ และใช้การทูตเพื่อหาทางออกระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เพราะความขัดแย้งไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นการแข่งขันว่าใครกล่าวหาอีกฝ่ายได้มากกว่า หรือใครสร้างภาพว่าตนเป็นผู้ถูกกระทำได้มากกว่า
ไทยพร้อมพูดคุยบนพื้นฐานของความจริงใจ แต่ความจริงใจต้องเกิดจากทั้งสองฝ่าย และการฟื้นความสัมพันธ์จะเกิดขึ้นได้เมื่อมีความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน
6. เวทีนี้ไม่ควรมีผู้ชนะหรือผู้แพ้ แต่ประเทศไทยต้องไม่เป็นฝ่ายเสียสิทธิ
เป้าหมายของไทยคือการหาข้อยุติเรื่องเขตทางทะเลที่เป็นธรรม ใช้ได้จริง และยั่งยืน เพราะไม่ว่ากระบวนการนี้จะจบลงอย่างไร ไทยกับกัมพูชายังคงเป็นประเทศเพื่อนบ้านกันต่อไป
รัฐบาลจึงต้องการให้ปัญหาที่มีอยู่ได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้อง ไม่ทิ้งความขัดแย้งไว้ให้คนรุ่นต่อไป แต่ในกระบวนการดังกล่าว ผลประโยชน์ของประเทศ อธิปไตย และสิทธิอันชอบธรรมของไทยต้องได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่
จุดยืนที่นายสีหศักดิ์นำเสนอต่อคณะกรรมาธิการสะท้อนหลักการสำคัญของรัฐบาลว่า สิ่งที่ไทยต้องการมีเพียงการรักษาสิ่งที่เป็นสิทธิของประเทศไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ
“ไทยเลือกสันติภาพ แต่ไม่ใช่สันติภาพที่ต้องแลกด้วยอธิปไตย ไทยเลือกการเจรจา แต่การเจรจาต้องอยู่บนข้อเท็จจริง และไทยพร้อมเป็นเพื่อนบ้านที่ดี แต่เมื่อมีข้อกล่าวหาที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ไทยก็มีหน้าที่ชี้แจงและปกป้องประเทศอย่างเต็มที่ นี่คือจุดยืนของรัฐบาลไทย”

ที่อยู่

ต. คลองขุด
Satun
91000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สวท.สตูลผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สวท.สตูล:

ทางลัด

แชร์