ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลเอือดใหญ่

ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลเอือดใหญ่ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเก?

13/08/2022

รอติดตาม "การทำนาแบบไม่ไถ ไม่ดำ ไม่หว่าน" ตามแนวคิด ของ Masanobu Fukuoka.
🌾 “ไม่ไถไม่พรวน…ไม่วางยาฆ่าแมลง คนพืชมดแมง…ร่วมมือทำนา” 🌾
“ปฏิวัติยุคสมัยด้วยฟางเส้นเดียว” บทบันทึกของชาวนาญี่ปุ่น Masanobu Fukuoka ผู้ได้รับการยกย่องจากแวดวงกสิกรรมทั่วโลก จนได้รับรางวัล The Ramon Magsaysay Award หรือ “รางวัลแม็กไซไซ” สาขาบริการสาธารณะ ประจำปี ค.ศ. 1988 ซึ่งเทียบได้กับ The Asia’s Nobel Prize หรือ “รางวัลโนเบลแห่งทวีปเอเชีย”

🤠 ธาตุอาหารในดินธาตุไนโตรเจนธาตุไนโตรเจนปกติจะมีอยู่ในอากาศในรูปของก๊าซไนโตรเจนเป็นจำนวนมาก แต่ไนโตรเจนในอากาศในรูปของก๊...
03/07/2022

🤠 ธาตุอาหารในดิน

ธาตุไนโตรเจน
ธาตุไนโตรเจนปกติจะมีอยู่ในอากาศในรูปของก๊าซไนโตรเจนเป็นจำนวนมาก แต่ไนโตรเจนในอากาศในรูปของก๊าซนั้น พืชนำเอาไปใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ (ยกเว้นพืชตระกูลถั่วเท่านั้น ที่มีระบบรากพิเศษ สามารถแปรรูปก๊าซไนโตรเจนจากอากาศ เอามาใช้ประโยชน์ได้) ธาตุไนโตรเจนที่พืชทั่วๆ ไปดึงดูดขึ้นมาใช้ประโยชน์ได้นั้น จะต้องอยู่ในรูปของอนุมูลของสารประกอบ เช่น แอมโมเนียมไอออน (NH4+) และไนเทรตไอออน (No3-) ธาตุไนโตรเจนในดินที่อยู่ในรูปเหล่านี้จะมาจากการสลายตัวของสารอินทรียวัตถุในดิน โดยจุลินทรีย์ในดินจะเป็นผู้ปลดปล่อยให้ นอกจากนั้นก็ได้มาจากการที่เราใส่ปุ๋ยเคมีลงไปในดินด้วย พืชโดยทั่วไปมีความต้องการธาตุไนโตรเจนเป็นจำนวนมาก เป็นธาตุอาหารที่สำคัญมาก ในการส่งเสริมการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของพืช พืชที่ได้รับไนโตรเจนอย่างเพียงพอ ใบจะมีสีเขียวสด มีความแข็งแรง โตเร็ว และทำให้พืชออกดอกและผลที่สมบูรณ์ เมื่อพืชได้รับไนโตรเจนมากๆ บางครั้งก็ทำให้เกิดผลเสียได้เหมือนกัน เช่น จะทำให้พืชอวบน้ำมาก ต้นอ่อน ล้มง่าย โรคและแมลงเข้ารบกวนทำลายได้ง่าย คุณภาพ ผลิตผลของพืชบางชนิดก็จะเสียไปได้ เช่น ทำให้ ต้นมันไม่ลงหัว มีแป้งน้อย อ้อยจืด ส้มเปรี้ยว และมีกากมาก แต่บางพืชก็อาจทำให้คุณภาพดี ขึ้น โดยเฉพาะพวกผักรับประทานใบ ถ้าได้รับไนโตรเจนมากจ ะอ่อน อวบน้ำ และกรอบ ทำให้มีเส้นใยน้อย และมีน้ำหนักดี แต่ผักมักจะเน่าง่าย และแมลงชอบรบกวน พืชเมื่อขาดไนโตรเจนจะแคระแกร็น โตช้า ใบเหลือง โดยเฉพาะใบล่างๆ จะแห้ง ร่วงหล่นเร็ว ทำให้แลดูต้นโกร๋น การออกดอกออกผลจะช้า และไม่ค่อยสมบูรณ์นัก ดินโดยทั่ว ๆ ไปมักจะมีไนโตรเจนไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช ดังนั้นเวลาปลูกพืชจึงควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยเคมี เพิ่มเติมให้กับพืชด้วย

ธาตุฟอสฟอรัส
ธาตุฟอสฟอรัสในดินมีกำเนิดมาจากการสลายตัวผุพังของแร่บางชนิดในดิน การสลายตัวของสารอินทรียวัตถุในดิน ก็จะสามารถปลดปล่อยฟอสฟอรัสออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชที่ปลูกได้ เช่นเดียวกับไนโตรเจน ดังนั้น การใช้ปุ๋ยคอก นอกจากจะได้ธาตุไนโตรเจนแล้ว ก็ยังได้ฟอสฟอรัสอีกด้วย ธาตุฟอสฟอรัสในดินที่จะเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ จะต้องอยู่ในรูปของอนุมูลของสารประกอบที่เรียกว่า ฟอสเฟตไอออน (H2PO4- และ HPO4-) ซึ่งจะต้องละลายอยู่ในน้ำ ในดิน สารประกอบของฟอสฟอรัสในดินมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ละลายน้ำยาก ดังนั้นจึงมักจะมีปัญหาเสมอว่า ดินถึงแม้จะมีฟอสฟอรัสมากก็จริง แต่พืชก็ยังขาดฟอสฟอรัส เพราะส่วนใหญ่อยู่ในรูปที่ ละลายน้ำยากนั่นเอง นอกจากนั้นแร่ธาตุต่างๆ ในดินชอบที่จะทำปฏิกิริยากับอนุมูลฟอสเฟตที่ ละลายน้ำได้ ดังนั้นปุ๋ยฟอสเฟตที่ละลายน้ำได้เมื่อ ใส่ลงไปในดินประมาณ 80-90% จะทำปฏิกิริยา กับแร่ธาตุในดินกลายเป็นสารประกอบที่ละลาย น้ำยากไม่อาจเป็นประโยชน์ต่อพืชได้ ดังนั้นการ ใส่ปุ๋ยฟอสเฟตจึงไม่ควรคลุกเคล้าให้เข้ากับดิน เพราะยิ่งจะทำให้ปุ๋ยทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุต่างๆ ในดินได้เร็วยิ่งขึ้น แต่ควรจะใส่แบบเป็นจุดหรือ โรยเป็นแถบให้ลึกลงไปในดินในบริเวณรากของพืช ปุ๋ยฟอสเฟตนี้ถึงแม้จะอยู่ใกล้ชิดกับรากก็จะไม่ เป็นอันตรายแก่รากแต่อย่างใด ปุ๋ยคอกจะช่วย ป้องกันไม่ให้ปุ๋ยฟอสเฟตทำปฏิกิริยากับแร่ธาตุใน ดินและสูญเสียความเป็นประโยชน์ต่อพืชเร็วจน เกินไป พืชเมื่อขาดฟอสฟอรัสจะมีต้นแคระแกร็น ใบมีสีเขียวคล้ำ ใบล่างๆ จะมีสีม่วงตามบริเวณขอบใบ รากของพืชชะงักการเจริญเติบโต พืชไม่ออกดอกและผล พืชที่ได้รับฟอสฟอรัสอย่างเพียงพอ จะมีระบบรากที่แข็งแรงแพร่กระจายอยู่ในดินอย่างกว้างขวาง สามารถดึงดูดน้ำและธาตุอาหารได้ดี การออกดอกออกผลจะเร็วขึ้น

ธาตุโพแทสเซียม
ธาตุโพแทสเซียมในดินที่พืชนำเอาไปใช้เป็นประโยชน์ได้ มีกำเนิดมาจากการสลายตัวของหินและแร่มากมายหลายชนิดในดิน โพแทสเซียมที่อยู่ในรูปอนุมูลบวก หรือโพแทสเซียมไอออน (K+) เท่านั้น ที่พืชจะดึงดูดไปใช้เป็นประโยชน์ได้ ถ้าธาตุโพแทสเซียมยังคงอยู่ในรูปของสารประกอบ ยังไม่แตกตัวออกมาเป็นอนุมูลบวก (K+) พืชก็ยัง ดึงดูดไปใช้เป็นประโยชน์อะไรไม่ได้ อนุมูลโพแทสเซียมในดินอาจจะอยู่ในน้ำ ในดิน หรือดูดยึดอยู่ที่พื้นผิวของอนุภาคดินเหนียวก็ได้ ส่วนใหญ่จะดูดยึดที่พื้นผิวของอนุภาคดินเหนียว ดังนั้นดินที่มีเนื้อดินละเอียด เช่น ดินเหนียว จึงมีปริมาณของธาตุนี้สูงกว่าดินพวกเนื้อหยาบ เช่น ดินทราย และดินร่วนปนทราย ถึงแม้โพแทสเซียมไอออน จะดูดยึดอยู่ที่อนุภาคดินเหนียว รากพืชก็สามารถดึงดูดธาตุนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย ๆ พอกันกับ เมื่อมันละลายอยู่ในน้ำ ในดิน ดังนั้นการใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมอาจจะใส่แบบคลุกเคล้าให้เข้ากับดินก่อนปลูกพืชได้ หรือจะใส่โดยโรยบนผิวดิน แล้วพรวนกลบก็ได้ถ้าปลูกพืชไว้ก่อนแล้ว ธาตุ โพแทสเซียมมีความสำคัญในการสร้างและการ เคลื่อนย้ายอาหารพวกแป้งและน้ำตาลไปเลี้ยง ส่วนที่กำลังเติบโต และส่งไปเก็บไว้เป็นเสบียงที่ หัวหรือที่ลำต้น ดังนั้นพืชพวกอ้อย มะพร้าว และ มัน จึงต้องการโพแทสเซียมสูงมาก ถ้าขาดโพแทสเซียมหัวจะลีบ มะพร้าวไม่มัน และอ้อยก็ไม่ค่อยมีน้ำตาล พืชที่ขาดโพแทสเซียมมักเหี่ยวง่าย แคระแกร็น ใบล่างเหลือง และเกิดเป็นรอยไหม้ตามขอบใบ พืชที่ปลูกในดินทรายที่เป็นกรดรุนแรงมักจะมีปัญหาขาดโพแทสเซียม แต่ถ้าปลูกในดินเหนียวมักจะมีโพแทสเซียมพอเพียง และไม่ค่อยมีปัญหาที่จะต้องใส่ปุ๋ยนี้เท่าใดนัก เนื่องจากเหตุผลที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้นว่า ธาตุไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัส (P) และ โพแทสเซียม (K) ดินมักจะมีไม่พอ ประกอบกับพืชดึงดูดจากดินขึ้นมาใช้แต่ละครั้งเป็นปริมาณมาก จึงทำให้ดินสูญเสียธาตุเหล่านี้ หรือที่เรียกว่า เสียปุ๋ยในดินไปมาก ซึ่งเป็นผลทำให้ดินที่เราเรียกว่า “ดินจืด” เพื่อเป็นการปรับปรุงระดับธาตุอาหารพืช N P และ K ที่สูญเสียไป เราจึงต้องใช้ปุ๋ย เพื่อความเข้าใจเรื่องของปุ๋ย จึงใคร่ขอกล่าวถึงชนิดของปุ๋ย และหลักการใช้ปุ๋ยแต่โดยย่อ ๆ ดังนี้
มูลสัตว์ต่างๆ เช่น สุกร สามารถนำมาใช้เป็นปุ๋ยคอกที่ดีได้ ซึ่งควรเก็บสะสมไว้ไม่ควรปล่อยให้สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์

21/06/2022

วิธีทำน้ำยาเร่งรากก่อนปักชำ
อุปกรณ์
1. M150
2. กะปิ
วิธีทำ
ผสม M150 กับ กะปิ เข้ากัน แล้วนำท่อนพันธ์ที่ตัดชำมาแช่ แล้วนำไปปักลงในถุงเพาะที่เตรียมไว้แล้ว

วิธีทำน้ำหมักไล่แมลง : ส่วนผสม : ยาเส้น  มะพร้าวขูด พริ๊ก หอมแดง กะปิ น้ำต้มร้อน เหล้าขาวภาชนะ : กะละมัง  ผ้ากรองวิธีทำ ...
13/06/2022

วิธีทำน้ำหมักไล่แมลง :
ส่วนผสม : ยาเส้น มะพร้าวขูด พริ๊ก หอมแดง กะปิ น้ำต้มร้อน เหล้าขาว
ภาชนะ : กะละมัง ผ้ากรอง
วิธีทำ :
- นำพริ๊ก 5 เม็ด หอมแดง 5 เม็ด มาตำใส่ครกให้ละเอียด
แล้วนำ กะละมังเอายาเส้นใส่ 1 กรัม และ มะพร้าวขูด 1 กรัม
นำกะปิ 50 กรัม มาคลุกรวมใส่กันกับ พริ๊ก และ หอมแดง ที่ตำไว้แล้วเทใส่กะละมัง
นำยาเส้น และ มะพร้าวขูด มาคลุกรวมกันทั้งหมด
เมื่อคลุกรวมกันแล้ว นำน้ำต้มร้อน 1 ลิตร เทลงในกะละมัง แล้วคนทิ้งไว้ให้น้ำที่ร้อน เย็นลง ทิ้งไว้ 3 ชั่วโมง
- นำมากรองเอาแต่น้ำหมักออกมา เทใส่ขวดน้ำ 1.5 ลิตร นำเหล้าขาวมาผสม อัตราส่วน น้ำหมัก 1 ลิตร เหล้าขาว 5 มล.
เขย่าให้เข้ากันทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำมาฉีดพ้นไล่แมลงได้เลย
ปล. กากที่เหลือจากน้ำหมักนำไปทำเป็นปุ๋ยต่อไปได้

วิธีทำ : ใช้ตาข่ายไนล่อนหรือตาข่ายเหล็กก็ได้ ยาว 3 เมตร เอามาทำเป็นวงเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 1 เมตร วางเศษพืชหนาชั้นล...
13/06/2022

วิธีทำ : ใช้ตาข่ายไนล่อนหรือตาข่ายเหล็กก็ได้ ยาว 3 เมตร เอามาทำเป็นวงเส้นผ่านศูนย์กลางได้ประมาณ 1 เมตร วางเศษพืชหนาชั้นละ 5-10 ซม. สัดส่วนใบไม้ต่อมูลสัตว์ = 3 : 1 โดยปริมาตร สัดส่วนหญ้าสดต่อมูลสัตว์ = 4 : 1 สัดส่วนหยวกกล้วยต่อมูลสัตว์ = 4 : 1 ทำเป็นชั้นๆแล้วรดน้ำ การวางเศษพืชให้วางเบา ๆไม่ทำให้แน่น ทำเป็นชั้น ๆ แบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนเศษพืชหมดหรือเต็มวง
วิธีดูแล : น้ำตลอด 2 เดือน รดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวัน แล้วทุก 7-10 วันให้เจาะกองกรอกน้ำโดยใช้ไม้แหลมหรือเหล็กแหลมแทงเป็นรูแล้วกรอกน้ำ ระยะห่างแต่ละรู 10 ซม.ใช้เวลากรอกน้ำประมาณ 10 วินาที พอครบกำหนดปุ๋ยก็จะยุบเหลือครึ่งเดียว แล้วแกะวงตาข่ายออกหลังจากนั้นก็ทำให้แห้งก่อนใช้หรือเก็บการผึ่งลมให้แห้งในร่มเป็นวิธีที่ดีที่สุดโดยให้มีความชื้นประมาณว่าถ้าบีบไว้ในมือ พอคลายมือปุ๋ยจะแตกออกเป็นส่วนใหญ่เหลือเป็นเป็นก้อนบ้างเล็กน้อย

ที่อยู่

ตำบลเอือดใหญ่
Si Muang Mai

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์การเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ตำบลเอือดใหญ่ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์