สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี

วันนี้ (วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๙) เวลา  ๑๕.๐๗  น. (เวลาท้องถิ่น)  สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต...
18/10/2026

วันนี้ (วันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๙) เวลา ๑๕.๐๗ น. (เวลาท้องถิ่น) สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง จากโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล ซัปโปโร (InterContinental Sapporo) โรงแรมที่ประทับ เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ไปทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย ๒๐๒๗ (The 2027 IIHF Ice Hockey Women’s Asia Championship) ณ สนามแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งสึคิซามุ (Tsukisamu Gymnasium) เมืองซัปโปโร จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง เสด็จเข้าภายในอาคารสนามแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งสึคิซามุ ทอดพระเนตรการแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย ๒๐๒๗ (The 2027 IIHF Ice Hockey Women’s Asia Championship) ระหว่างทีมชาติญี่ปุ่น กับทีมชาติสาธารณรัฐเกาหลี เมื่อจบการแข่งขันแล้ว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นักกีฬาที่ทำผลงานได้ดีที่สุดของทีมชาติญี่ปุ่นและทีมชาติสาธารณรัฐเกาหลี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานรางวัล “เบสท์ เพลเยอร์ อะวอร์ดส์” (Best Player Awards) สมควรแก่เวลา จึงประทับรถยนต์พระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินกลับ

#ทรงพระเจริญ #สืบสานรักษาต่อยอด
#เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศญี่ปุ่น
#การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งหญิงชิงแชมป์เอเชีย๒๐๒๗
#กรมประชาสัมพันธ์ #พระลาน

https://www.facebook.com/share/p/19yKv5TKaw/

“ศุภมาส” มอบกรมประชาสัมพันธ์-อสมท ขยายผลเวที IMF-World Bank สื่อสารให้ชัด “คนไทยได้อะไร” ชูโอกาสลงทุน งาน และรายได้วันนี...
17/10/2026

“ศุภมาส” มอบกรมประชาสัมพันธ์-อสมท ขยายผลเวที IMF-World Bank สื่อสารให้ชัด “คนไทยได้อะไร” ชูโอกาสลงทุน งาน และรายได้

วันนี้ (17 ตุลาคม 2569) นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์และบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ร่วมกันขยายผลการสื่อสารจากการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 หรือ IMF-World Bank Group Annual Meetings โดยเน้นให้ประชาชนเข้าใจว่า ประเด็นเศรษฐกิจโลกที่กำลังหารือกันเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันอย่างไร และประเทศไทยจะต่อยอดโอกาสด้านการลงทุน การสร้างงาน และรายได้ของประชาชนได้อย่างไร

นางสาวศุภมาสกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 ถึง 18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร เป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพของไทยในรอบ 35 ปี โดยเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดการประชุมใหญ่เต็มคณะ ถือเป็นโอกาสที่ไทยได้แสดงศักยภาพและนำเสนอทิศทางการพัฒนาประเทศต่อผู้นำด้านเศรษฐกิจและการเงินจากทั่วโลก พร้อมสร้างความร่วมมือเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า

สำหรับประเด็นที่ต้องนำมาขยายผลให้ประชาชนเข้าใจ ได้แก่ การดึงดูดการลงทุนด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานไทย การระดมทุนสนับสนุนเศรษฐกิจสีเขียวและพลังงานสะอาด รวมถึงความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่ไทยนำเสนอและหารือในช่วงการประชุม โดยให้สื่อสารเชื่อมโยงกับเรื่องใกล้ตัว เช่น ทักษะที่คนทำงานต้องเตรียมพร้อม การปรับตัวของผู้ประกอบการ SME และโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อให้ประชาชนใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอาชีพและการดำเนินธุรกิจได้

นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ทั้งสองหน่วยงานนำข้อมูลจากกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาจัดทำเนื้อหาที่ถูกต้อง กระชับ และเข้าใจง่าย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านข่าว บทสัมภาษณ์ อินโฟกราฟิก คลิปสั้น และรายการพิเศษ เผยแพร่ทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ รวมถึงเครือข่ายส่วนภูมิภาค เพื่อให้เข้าถึงทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และนักลงทุนต่างชาติ พร้อมนำเสนอศักยภาพด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย

ทั้งนี้ ให้ติดตามความคืบหน้าของความร่วมมือและผลที่เกิดขึ้นภายหลังการประชุมอย่างต่อเนื่อง โดยอธิบายให้ชัดเจนถึงโอกาส ประโยชน์ และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนรับรู้ความคืบหน้า และเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างนโยบายเศรษฐกิจกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต

“สิ่งที่ต้องสื่อสารให้ชัดคือ คนไทยได้อะไรจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ผู้ประกอบการจะต่อยอดโอกาสทางธุรกิจได้อย่างไร และคนทำงานควรเตรียมทักษะอะไรเพื่อรองรับการลงทุนใหม่ ดิฉันจึงกำชับให้กรมประชาสัมพันธ์และ อสมท ทำเรื่องเศรษฐกิจที่ซับซ้อนให้เข้าใจง่าย ใช้ข้อมูลที่ถูกต้อง และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลที่นำไปใช้ประโยชน์ได้ และร่วมภาคภูมิใจในศักยภาพของประเทศไทย” นางสาวศุภมาสกล่าว

อำเภอบุณฑริก สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาบ้าซุกซ่อนในป่า กว่า 200,000 เม็ด เร่งขยายผลติดตามขบวนการวันที่ 16 ตุล...
17/10/2026

อำเภอบุณฑริก สนธิกำลังหน่วยงานความมั่นคง ตรวจยึดยาบ้าซุกซ่อนในป่า กว่า 200,000 เม็ด เร่งขยายผลติดตามขบวนการ

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 14.30 น. ภายใต้การอำนวยการของนายอมร พรมสอน นายอำเภอบุณฑริก และ พ.ต.อ.ภาคภูมิ อุตนอก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบุณฑริก โดยมีนายประกิต ใจยาว ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง สั่งการให้นายทองสันต์ คำอินทร์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร้อย อส.อำเภอบุณฑริก ที่ 7 บูรณาการร่วมกับผู้บังคับกองร้อยเฉพาะกิจตำรวจตระเวนชายแดนที่ 225 หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป่าช่องตาอู เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 22 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บุณฑริก และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบและตรวจยึดยาเสพติดบริเวณป่าบนภูเขาทางทิศตะวันออกของบ้านโนนน้อย ตำบลโพนงาม อำเภอบุณฑริก จังหวัดอุบลราชธานี

การปฏิบัติการครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีการลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในพุ่มไม้บริเวณดังกล่าว และมีกลุ่มวัยรุ่นประมาณ 4–5 คน กำลังเดินทางขึ้นไปเพื่อนำยาเสพติดออกมาจำหน่าย เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังเข้าตรวจสอบและดักซุ่มในพื้นที่ แต่ไม่พบกลุ่มบุคคลตามที่ได้รับแจ้ง จึงดำเนินการลาดตระเวนตรวจสอบบริเวณโดยรอบ กระทั่งพบยาเสพติดซุกซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ จึงเข้าตรวจยึดและนำของกลางมาตรวจนับ ณ ที่ว่าการอำเภอบุณฑริก

ผลการตรวจยึด พบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุในถุงพลาสติกสีดำ จำนวน 2 ถุง ซุกซ่อนอยู่ภายในกระสอบปุ๋ยสูตร 46-0-0 สีฟ้า จำนวน 1 กระสอบ จากการตรวจนับเบื้องต้นพบยาบ้าประมาณ 100 มัด รวมประมาณ 200,000 เม็ด

ภายหลังการตรวจยึด เจ้าหน้าที่ได้นำของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบุณฑริก เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยคดีนี้ยังไม่มีผู้ต้องหา และอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามกลุ่มบุคคลและขบวนการค้ายาเสพติดที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

'มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ'ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาคุณค่าของชีวิตหัตถศิลป์สิ่งทอไทยเคยเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติอุตสา...
17/10/2026

'มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ'
ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาคุณค่าของชีวิต

หัตถศิลป์สิ่งทอไทยเคยเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและกระแสแฟชั่นสมัยใหม่ จนงานทอผ้าหลายประเภทมีแนวโน้มลดลง และองค์ความรู้บางอย่างก็มีความเสี่ยงที่จะขาดผู้สืบทอด

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเห็นถึงความสำคัญขององค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์ จึงมีพระราชดำริในการฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นบ้านและสร้างโอกาสให้ราษฎรสามารถนำทักษะที่มีอยู่กลับมาใช้สร้างรายได้

การจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานดังกล่าว โดยมูลนิธิไม่ได้ส่งเสริมเพียงการทอผ้า แต่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงการฟื้นฟูเทคนิคการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เช่น มัดหมี่ จก ขิด และยกทอง

งานทอผ้ายังเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ให้ครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูเพาะปลูก หรือเมื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วม ราษฎรสามารถใช้เวลาว่างทำงานหัตถกรรมและนำผลงานออกจำหน่ายได้ ทำให้ทักษะที่เคยมีอยู่ในชุมชนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพอีกครั้ง

ผลที่ได้จึงไม่ใช่แค่ผืนผ้าที่ได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังสร้างรายได้และโอกาสทางอาชีพให้คนในชนบท ขณะเดียวกัน ช่างทอและชุมชนยังมีเหตุผลและพลังใจที่จะรักษาวิธีการทำงานที่สืบทอดกันมา เพราะยังสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้ครอบครัว

การฟื้นฟูผ้าไทยจึงเป็นทั้งเรื่องของงานช่างและการดำรงอยู่ของชุมชน เมื่อความรู้ยังถูกใช้และมีคนเรียนรู้ต่อ งานหัตถกรรมก็ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่เพียงในอดีต แต่สามารถปรับตัวและดำรงอยู่ในสังคมร่วมสมัยได้

#สืบสานรักษาต่อยอด

https://www.facebook.com/share/p/19ix3gfdqR/

'มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ'
ต่อยอดภูมิปัญญา พัฒนาคุณค่าของชีวิต

หัตถศิลป์สิ่งทอไทยเคยเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมและกระแสแฟชั่นสมัยใหม่ จนงานทอผ้าหลายประเภทมีแนวโน้มลดลง และองค์ความรู้บางอย่างก็มีความเสี่ยงที่จะขาดผู้สืบทอด

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเห็นถึงความสำคัญขององค์ความรู้ด้านหัตถศิลป์ จึงมีพระราชดำริในการฟื้นฟูงานหัตถกรรมพื้นบ้านและสร้างโอกาสให้ราษฎรสามารถนำทักษะที่มีอยู่กลับมาใช้สร้างรายได้

การจัดตั้งมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นส่วนสำคัญของการดำเนินงานดังกล่าว โดยมูลนิธิไม่ได้ส่งเสริมเพียงการทอผ้า แต่ให้ความสำคัญกับกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม การสาวไหม การย้อมสีจากวัสดุธรรมชาติ ไปจนถึงการฟื้นฟูเทคนิคการทอผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เช่น มัดหมี่ จก ขิด และยกทอง

งานทอผ้ายังเป็นทางเลือกในการสร้างรายได้ให้ครัวเรือน โดยเฉพาะในช่วงที่ไม่ใช่ฤดูเพาะปลูก หรือเมื่อพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วม ราษฎรสามารถใช้เวลาว่างทำงานหัตถกรรมและนำผลงานออกจำหน่ายได้ ทำให้ทักษะที่เคยมีอยู่ในชุมชนกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพอีกครั้ง

ผลที่ได้จึงไม่ใช่แค่ผืนผ้าที่ได้รับการอนุรักษ์ แต่ยังสร้างรายได้และโอกาสทางอาชีพให้คนในชนบท ขณะเดียวกัน ช่างทอและชุมชนยังมีเหตุผลและพลังใจที่จะรักษาวิธีการทำงานที่สืบทอดกันมา เพราะยังสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันและสร้างรายได้ให้ครอบครัว

การฟื้นฟูผ้าไทยจึงเป็นทั้งเรื่องของงานช่างและการดำรงอยู่ของชุมชน เมื่อความรู้ยังถูกใช้และมีคนเรียนรู้ต่อ งานหัตถกรรมก็ไม่จำเป็นต้องหยุดอยู่เพียงในอดีต แต่สามารถปรับตัวและดำรงอยู่ในสังคมร่วมสมัยได้

#สืบสานรักษาต่อยอด

ขอเชิญร่วมการเสวนาความรู้และนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันเชิดชูเกียรติและรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ท.จ. ประจำปี ๒๕๖๙...
17/10/2026

ขอเชิญร่วมการเสวนาความรู้และนิทรรศการพิเศษ เนื่องในวันเชิดชูเกียรติและรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ท.จ. ประจำปี ๒๕๖๙ เรื่อง “ญอแญง แพรผ้าญาแม่คืนโฮง” วันอังคารที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๙ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี

ร่วมเรียนรู้เรื่องราวผ้าและแฟชั่นเครื่องแต่งกายในสมัยหม่อมเจียงคำ ผ่านนิทรรศการพิเศษและการเสวนาความรู้ โดยมีรายละเอียดกิจกรรมดังนี้

เวลา ๐๙.๐๐–๐๙.๓๐ น. เปิดนิทรรศการพิเศษเนื่องในวันเชิดชูเกียรติและรำลึกหม่อมเจียงคำ ชุมพล ณ อยุธยา ท.จ. เรื่อง “ญอแญง แพรผ้าญาแม่คืนโฮง”

เวลา ๑๓.๓๐–๑๖.๓๐ น. เสวนาความรู้ เรื่อง “ญอแญงผ้า ญาแม่เจียงคำ” และ “แฟชั่นเครื่องแต่งกายสมัยญาแม่เจียงคำ”

วิทยากร
๑. รองศาสตราจารย์วิศปัตย์ ชัยช่วย อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
๒. ดร.คำล่า มุสิกา อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
๓. เชาวนี เหล็กกล้า หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี
๔. ศิรินทร์ทิพย์ แสงสว่าง ผู้ชื่นชอบงานด้านศิลปวัฒนธรรมอีสานและผู้ประกอบการผ้าทอพื้นถิ่น จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้ดำเนินรายการ: ปัญญา แพงเหล่า ผู้ทรงคุณวุฒิ/นักวิชาการท้องถิ่น

ขอเชิญประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์ ผ้า และศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วมกิจกรรมตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
หมายเหตุ: กำหนดการอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
#พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี #หม่อมเจียงคำชุมพลณอยุธยา #ญอแญงแพรผ้าญาแม่คืนโฮง #ศิลปวัฒนธรรมอีสาน #ผ้าทอพื้นถิ่น #อุบลราชธานี

16/10/2026

พาทุกท่าน.. มาทำความรู้จักกับ
"บ้านมั่นคงชายแดน รั้วชุมชนที่มีชีวิต"

ไปติดตามกันค่ะ...

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 16 ตุล...
16/10/2026

อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดกิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ น้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00 น. ณ พุทธอุทยานที่พักสงฆ์วัดป่าบ่อน้ำพระอินทร์ ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธาน นางสาวบุปผา เรืองสุด อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานเปิด “กิจกรรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อน้อมถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ซึ่งจัดขึ้นโดยสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับมูลนิธิแม่ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อแม่ทั้งแผ่นดิน และศิษยานุศิษย์หลวงตาสินทรัพย์ จรณธมฺโม

ในโอกาสนี้ หลวงตาสินทรัพย์ จรณธมฺโม ประธานฝ่ายสงฆ์ ได้เมตตาแสดงสัมโมทนียกถาและให้โอวาทธรรมแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ในหัวข้อ “ความกตัญญูกตเวทีและการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ” เพื่อส่งเสริมให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที และร่วมกันน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

จากนั้น ประธานในพิธีและคณะได้เยี่ยมชมการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ พร้อมพบปะพูดคุยกับผู้เข้าร่วมกิจกรรม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความจงรักภักดี ความสามัคคี และความตั้งใจในการร่วมกันประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อน้อมถวายความอาลัยและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี

เลื่อนการแข่งขันกีฬา!! รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 สำหรับการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 42 "ดอกบัวเกมส์" เลื่อนเป็นวัน...
16/10/2026

เลื่อนการแข่งขันกีฬา!! รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 สำหรับการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 42 "ดอกบัวเกมส์" เลื่อนเป็นวันที่ 5-15 มกราคม 2570 ส่วนกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 9 "อุบลราชธานีเกมส์" เลื่อนเป็นวันที่ 24-30 มกราคม 2570...//

(16 ต.ค.2569) ที่ห้องประชุม UBNSS 2 โรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี โดยมี ร้อยตรีสรมงคล มงคละสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 42 "ดอกบัวเกมส์" รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 9 "อุบลราชธานีเกมส์ " รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 ณ จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 3/2569

เนื่องจากปลายเดือนกันยายน 2569 ได้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานครทำให้เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณสนามกีฬาหัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งมีผลกระทบต่อสถานที่จัดเก็บอุปกรณ์และวัสดุชำรุด จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อความพร้อมในการจัดการแข่งขัน ตามกำหนดเดิม และจำเป็นต้องพิจารณาเลื่อนการจัดการแข่งขันฯ ออกไป ซึ่งในที่ประชุมมีมติ ดังนี้

การแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 42 "ดอกบัวเกมส์ " รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 ระหว่างวันที่ 9-19 พ.ย. 69 เลื่อนเป็นวันที่ 5-15 มกราคม 2570

การกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 9 "อุบลราชธานีเกมส์" รอบคัดเลือกตัวแทนภาค 3 ระหว่างวันที่ 24-30 พ.ย. 69 เลื่อนเป็นวันที่ 24-30 มกราคม 2570 (เฉพาะกีฬาชนิดกรีฑา จะได้หารือกันอีกครั้ง เนื่องจากห้วงเวลาดังกล่าวติดการแข่งขันกรีฑาสูงอายุชิงชนะเลิศประเทศไทย ที่ จ.เพชรบูรณ์)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 42 (ระดับชาติ) "สุรินทร์เกมส์" ระหว่างวันที่ 19-30 มีนาคม 2570 และกีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 9 (ระดับชาติ) "เมืองช้างเกมส์" ระหว่างวันที่ 3-10 เมษายน 2570 ณ จังหวัดสุรินทร์ ต่อไป

☎️สอบถามรายละเอียด ได้ที่ สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จ.อุบลราชธานี 045-841655

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร ประชาสัมพันธ์ เรื่อง การปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลโดยมีเนื้อหา ...
16/10/2026

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร ประชาสัมพันธ์ เรื่อง การปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล
โดยมีเนื้อหา ระบุว่า

ตามที่ จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดประชุมคณะทำงานบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี ครั้งที่ 4/2569 ในวันพุธที่ 14 ตุลาคม 2569 เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมปทุมวรราช ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ ประเสริฐวงษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธ่านี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นักวิชาการ ผู้นำชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาการบริหารจัดการน้ำเขื่อนปากมูลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันนั้น

ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาสถานการณ์สภาพระดับน้ำและอัตราการไหลของน้ำในลำน้ำมูลที่สถานีวัดระดับน้ำสะพานเสรีประชาธิปไตย (M.7) และระดับน้ำในแม่น้ำโขงมีแนวโน้มลดลงเช่นเดียวกัน

ที่ประชุมจึงได้มีมติเห็นชอบให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กองโรงไฟฟ้าเขื่อนสิรินธร ดำเนินการแจ้งประชาสัมพันธ์ประชาชนในพืนที่ ระหว่างวันที่ 14-16 ตุลาคม 2569 และดำเนินการปิดบานประตูระบายน้ำเขือนปากมูล ทั้ง 8 บาน ในวันที่ 17 ตลาคม 2569 ตามเทคนิคปฏิบัติงานของ กฟผ. พร้อมทั้งดำเนินการควบคุมระดับน้ำบริเวณหน้าเขื่อนปากมูลให้อยู่ที่ระดับ 108.00 ม.รทก. เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ รวมถึงการ อุปโภคบริโภคของประชาชนต่อไป

เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบจากการดำเนินงานดังกล่าวต่อประชาชนที่มีเรือ แพ หรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ริมตลิ่ง และป้องกันทรัพย์สินต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบจากการปิดประตูระบายน้ำและเพิ่มระดับกักเก็บน้ำในครั้งนี้ ได้รับทราบ

The Golden Girl “สุวรรณเทวีแห่งสยาม”“พระราชินีแห่งความงาม ทรงมีพระฉวีวรรณล้ำเลิศ ทรงแย้มพระสรวลเสมอ ทรงมีพระเกศาและพระเน...
16/10/2026

The Golden Girl “สุวรรณเทวีแห่งสยาม”

“พระราชินีแห่งความงาม ทรงมีพระฉวีวรรณล้ำเลิศ ทรงแย้มพระสรวลเสมอ ทรงมีพระเกศาและพระเนตรสีนิล”
“ราชินีที่สดใสท่ามกลางสายพระพิรุณ”
“ทรงเป็นพระราชินีที่สิริโสภาที่สุดในโลก”

เมื่อนานาผู้นำต่างประเทศและสื่อมวลชนต่างให้การยอมรับและสดุดีพระสิริโฉมของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นความภาคภูมิใจแห่งสยามประเทศที่ได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

ครั้งหนึ่ง ประธานาธิบดีซูการ์โนแห่งอินโดนีเซียได้กล่าวสดุดีว่า “ทรงเป็นพระราชินีที่สิริโสภาที่สุดในโลก” และตีพิมพ์ถวายพระเกียรติยศของพระองค์ในหนังสือพิมพ์ดิโพลแมต ของสหรัฐอเมริกา ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังงานเลี้ยงรับรอง ณ โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. ซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่บรรดาทูตานุทูตต่างประเทศและผู้มีเกียรติ เมื่อเสด็จฯ ถึง ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ทรงยืนให้แขกกว่าพันคนเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระหัตถ์ให้สัมผัสทีละคน โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงปรากฏพระองค์ด้วยฉลองพระองค์ชุดไทยประยุกต์เป็นฉลองพระองค์กระบอกไหมไทย พระภูษาจีบยกไหมเชิงสีทอง ทั้งพระองค์และทรงกลัดเข็มกลัดประดับเพชรรูปครุฑบนพระอังสา ผู้ที่ได้ชมพระบารมีต่างสดุดีว่าพระองค์ทรงสิริโสภาพรรณวิไล ทำให้นักข่าวสังคมของวอชิงตันผู้หนึ่งถวายพระสมัญญาแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่าทรงเป็น “สุวรรณเทวี” (The Golden Girl) และยังกล่าวว่าดาราฮอลลีวูดสมควรยิ่งที่จะเข้าโรงเรียนสิริกิติ์ เพื่อยิ้มอย่างธรรมชาติ เพราะ “ทรงยิ้มเรียบร้อยละมุนละไม ไม่ปรากฏความเหนื่อยหน่ายแม้แต่น้อย”
รวมทั้งหนังสือพิมพ์ในกรุงลอนดอนสดุดีว่า พระองค์ทรงเป็น “ราชินีที่สดใสท่ามกลางสายพระพิรุณ” และหนังสือพิมพ์อังกฤษระบุว่าพระองค์ทรงเป็น “พระราชินีแห่งความงาม...ทรงมีพระฉวีวรรณล้ำเลิศ ทรงแย้มพระสรวลเสมอ ทรงมีพระเกศาและพระเนตรสีนิล” ขณะที่สื่ออิตาลีระบุว่า พระองค์มีพระชนม์ ๒๘ ปี แต่ดูเหมือนน้อยกว่า ๑๐ ปี ส่วนสื่อฝรั่งเศสได้พาดหัวว่า “ปารีสรักสิริกิติ์-พระราชินีผู้ทรงยิ้ม” และอีกฉบับกล่าวว่า ประเทศไทยใช้อาวุธคือความงามของพระองค์ ขณะที่สื่อจากโฮโนลูลูยกย่องว่า พระองค์ทรงมีความงามประหนึ่งตุ๊กตา
ฉลองพระองค์ชุดไทยประยุกต์ไหมไทยเชิงสีทองที่สะท้อนถึงงานหัตถศิลป์อันล้ำค่า และรอยพระสรวลอันเป็นเอกลักษณ์ของกุลสตรีไทยในค่ำคืนนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพความทรงจำของงานเลี้ยงรับรอง ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เท่านั้น หากแต่เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล และจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การตามเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอันสมพระเกียรติยศกับพระสมัญญา “The Golden Girl สุวรรณเทวีแห่งสยาม”

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
#สุวรรณเทวีแห่งสยาม

https://www.facebook.com/share/19eFK5F8gh/

The Golden Girl “สุวรรณเทวีแห่งสยาม”

“พระราชินีแห่งความงาม ทรงมีพระฉวีวรรณล้ำเลิศ ทรงแย้มพระสรวลเสมอ ทรงมีพระเกศาและพระเนตรสีนิล”
“ราชินีที่สดใสท่ามกลางสายพระพิรุณ”
“ทรงเป็นพระราชินีที่สิริโสภาที่สุดในโลก”

เมื่อนานาผู้นำต่างประเทศและสื่อมวลชนต่างให้การยอมรับและสดุดีพระสิริโฉมของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นับเป็นความภาคภูมิใจแห่งสยามประเทศที่ได้รับการบันทึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์

ครั้งหนึ่ง ประธานาธิบดีซูการ์โนแห่งอินโดนีเซียได้กล่าวสดุดีว่า “ทรงเป็นพระราชินีที่สิริโสภาที่สุดในโลก” และตีพิมพ์ถวายพระเกียรติยศของพระองค์ในหนังสือพิมพ์ดิโพลแมต ของสหรัฐอเมริกา ประจำเดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปยังงานเลี้ยงรับรอง ณ โรงแรมเมย์ฟลาวเวอร์ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๓ เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น. ซึ่งโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่บรรดาทูตานุทูตต่างประเทศและผู้มีเกียรติ เมื่อเสด็จฯ ถึง ล้นเกล้าฯ ทั้งสองพระองค์ทรงยืนให้แขกกว่าพันคนเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระหัตถ์ให้สัมผัสทีละคน โดยสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงปรากฏพระองค์ด้วยฉลองพระองค์ชุดไทยประยุกต์เป็นฉลองพระองค์กระบอกไหมไทย พระภูษาจีบยกไหมเชิงสีทอง ทั้งพระองค์และทรงกลัดเข็มกลัดประดับเพชรรูปครุฑบนพระอังสา ผู้ที่ได้ชมพระบารมีต่างสดุดีว่าพระองค์ทรงสิริโสภาพรรณวิไล ทำให้นักข่าวสังคมของวอชิงตันผู้หนึ่งถวายพระสมัญญาแด่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงว่าทรงเป็น “สุวรรณเทวี” (The Golden Girl) และยังกล่าวว่าดาราฮอลลีวูดสมควรยิ่งที่จะเข้าโรงเรียนสิริกิติ์ เพื่อยิ้มอย่างธรรมชาติ เพราะ “ทรงยิ้มเรียบร้อยละมุนละไม ไม่ปรากฏความเหนื่อยหน่ายแม้แต่น้อย”
รวมทั้งหนังสือพิมพ์ในกรุงลอนดอนสดุดีว่า พระองค์ทรงเป็น “ราชินีที่สดใสท่ามกลางสายพระพิรุณ” และหนังสือพิมพ์อังกฤษระบุว่าพระองค์ทรงเป็น “พระราชินีแห่งความงาม...ทรงมีพระฉวีวรรณล้ำเลิศ ทรงแย้มพระสรวลเสมอ ทรงมีพระเกศาและพระเนตรสีนิล” ขณะที่สื่ออิตาลีระบุว่า พระองค์มีพระชนม์ ๒๘ ปี แต่ดูเหมือนน้อยกว่า ๑๐ ปี ส่วนสื่อฝรั่งเศสได้พาดหัวว่า “ปารีสรักสิริกิติ์-พระราชินีผู้ทรงยิ้ม” และอีกฉบับกล่าวว่า ประเทศไทยใช้อาวุธคือความงามของพระองค์ ขณะที่สื่อจากโฮโนลูลูยกย่องว่า พระองค์ทรงมีความงามประหนึ่งตุ๊กตา
ฉลองพระองค์ชุดไทยประยุกต์ไหมไทยเชิงสีทองที่สะท้อนถึงงานหัตถศิลป์อันล้ำค่า และรอยพระสรวลอันเป็นเอกลักษณ์ของกุลสตรีไทยในค่ำคืนนั้น จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพความทรงจำของงานเลี้ยงรับรอง ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เท่านั้น หากแต่เป็นความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำเสนอเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในระดับสากล และจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การตามเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอันสมพระเกียรติยศกับพระสมัญญา “The Golden Girl สุวรรณเทวีแห่งสยาม”

#คณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ
#สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
#สุวรรณเทวีแห่งสยาม

ที่อยู่

ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี ชั้น 2 ถ. แจ้งสนิท ต. แจระแม อ. เมืองอุบลราชธานี จ. อุบลราชธานี
Ubon Ratchathani
34000

เบอร์โทรศัพท์

+6645344583

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานี:

ทางลัด

แชร์