เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

  • Home
  • เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

เชียงใหม่เมืองปราบเซียน Insight ธุรกิจเมืองเหนือ x งานวิจัย x เทคโนโลยี 💡
เพจของคนทำธุรกิจในเชียงใหม่และเมืองเหนือ ที่ตั้งใจทำการบ้าน We dream of creating positive change for society.

ดาต้า เป็นเครื่องมือที่มีคุณค่า...
เฉพาะเมื่อมันอยู่ในมือของคนที่เห็นคุณค่าของมัน

เราฝันที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้สังคม เราค้นคว้าและวิเคราะห์งานวิจัยทางธุรกิจจาก Management Innovation Center, Chiang Mai University Business School ค้นหาแง่มุมธุรกิจในเชียงใหม่ที่น่าสนใจ ทั้งโอกาสและความท้าทาย

ถ่ายทอดเรื่องราวเหล่านั้นสู่สาธารณะ ให้ทุกคนเข้าถึงและเข้าใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ประกอบ

การและนักลงทุน ได้มองเห็นศักยภาพทางเศรษฐกิจและสังคมของเมืองเชียงใหม่ได้ชัดเจนขึ้น

ด้วยพลังของของดาต้า เชียงใหม่เมืองปราบเซียน...อยากชวนทุกคนที่มีฝันมาร่วมกันสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลง เปิดมุมมองใหม่จากงานวิจัย สร้างพลังใหม่ให้คนทำธุรกิจในเมืองเชียงใหม่ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นและคุณภาพชีวิตของชุมชนเชียงใหม่ให้เติบโตก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

Data is a valuable tool...only when it is in the hands of those who see its value. We research and analyze business studies from the Management Innovation Center, Chiang Mai University Business School, and explore exciting business perspectives in Chiang Mai, both opportunities and challenges. Convey those stories to the public, making them accessible and understandable, to inspire entrepreneurs and investors to see Chiang Mai’s economic and social potential. Empowered by the insights from our research, Chiang Mai Challenger beckons all dreamers to unite to catalyze change. Our findings will open new vistas, infuse fresh vigor into Chiang Mai's businesses, and propel the local economy and quality of life in Chiang Mai communities towards sustainable growth.

#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

Jobsdb by SEEK ชวนผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้ที่กำลังสร้างทีม มาร่วมฟังมุมมองและประสบการณ์จริงจากนักธุรก...
05/06/2026

Jobsdb by SEEK ชวนผู้ประกอบการ เจ้าของธุรกิจ ผู้บริหาร และผู้ที่กำลังสร้างทีม มาร่วมฟังมุมมองและประสบการณ์จริงจากนักธุรกิจชั้นนำในงาน

🔥 SEEK TALKS: Business Survival Playbook
ฝ่าวิกฤต ธุรกิจต้องรอดพบกับ Speaker จากภาคธุรกิจตัวจริง

• คุณพิชัย จาวลา จาก B2 Hotel
• คุณต่อ ธนิต สุวณิชย์ จาก The Baristro
• คุณอ้วน กฤษฏิภาชย์ ทองคำคูณ จาก Green bus และ Green Park
และเตรียมพบกับ Speaker จากภาคธุรกิจชั้นนำอีกหลายท่าน

📅 วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2569
🕐 เวลา 13:00 – 16:30 น.
📍 Nimman Convention Centre, Chiang Mai

ลงทะเบียนฟรี🔗 https://forms.gle/qUu77uV3m4L9fxJF9

ที่นั่งมีจำำนวนจำำกัด สำำรองที่นั่งล่วงหน้าได้แล้ววันนี้ #เชียงใหม่ธุรกิจ #เชียงใหม่เมืองปราบ

Mercurian Womanซอมพอ ผู้ไม่ยอมเป็นฟันเฟืองในระบบ แต่ขอเลือกบทบาทใหม่ให้ชีวิตตัวเองซอมพอ ปาลิตา ชาลีพจน์ จากอดีตคนกองถ่าย...
05/06/2026

Mercurian Woman
ซอมพอ ผู้ไม่ยอมเป็นฟันเฟืองในระบบ แต่ขอเลือกบทบาทใหม่ให้ชีวิตตัวเอง
ซอมพอ ปาลิตา ชาลีพจน์

จากอดีตคนกองถ่ายผู้เป็นเพียงฟันเฟืองในระบบ สู่เถ้าแก่ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่คราฟต์ที่ตั้งใจให้เป็นงานที่อยู่ด้วยกันไปจนแก่ เบื้องหลังกลยุทธ์ทลายกำแพงเมืองปราบเซียนด้วยถ้วยเล็กราคาย่อมเยา และการเปิดใจตามหาจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญเพื่อเปลี่ยนตัวเองจาก “คนเฝ้าร้าน” สู่ “ผู้ประกอบการ” ที่ยั่งยืน

เมืองที่ปราบเซียน และฟันเฟืองที่ขอเลือกบทบาทชีวิตตัวเอง

หากคุณลองกางแผนที่ประเทศไทยแล้วจิ้มหาเมืองที่ปราบเซียนที่สุดสำหรับการปั้นแบรนด์ร้านอาหาร เชื่อว่าเชียงใหม่ จะต้องติดอยู่ในอันดับต้น ๆ อย่างแน่นอน เมืองนี้เปี่ยมด้วยเสน่ห์ดึงดูด โรแมนติก ทว่าในมิติของการทำธุรกิจ มันคือสมรภูมิปราบเซียนที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ และเต็มไปด้วยข้อจำกัดเฉพาะตัวที่ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากต้องม้วนเสื่อกลับบ้านไปอย่างเงียบเชียบ ในเมืองที่กระแสมาไวไปไวเช่นนี้ การสร้างแบรนด์ให้มีตัวตนและยืนหยัดอยู่ได้นาน จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการทำคอนเทนต์ฉาบฉวย แต่ต้องการผู้ประกอบการที่เป็น “คนทำจริง” กล้าลุกขึ้นมาสร้างจุดยืนและบอกคนในเมืองว่าเรากำลังทำสิ่งนี้เพื่ออะไร

ในซอยเล็ก ๆ ของเชียงใหม่ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ที่ชื่อว่า "ความลับของก๋วยเตี๋ยวไก่" กำลังเป็นที่จับตามองในฐานะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่หาญกล้าท้าทายสมรภูมินี้ เบื้องหลังแบรนด์ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวนี้คือ คุณซอมพอ ปาลิตา ชาลีพจน์ หญิงสาวชาวลำพูนวัย 33 ปีที่มาเติบโตและใช้ชีวิตในเชียงใหม่ เธอจบการศึกษาจากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมีภูมิหลังการทำงานในสายงานวิดีโอโปรดักชันรวมถึงการเป็น AE (Account Executive) มาก่อน

จุดเปลี่ยนของชีวิตเธอเริ่มต้นขึ้นเมื่อความทุ่มเทและอินกับงานประจำจนเกินขีดจำกัดทำให้เธอต้องเสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ ความจริงที่เจ็บปวดในโลกของพนักงานบริษัทคือ ไม่ว่าเราจะเหนื่อยสายตัวแทบขาดเพียงใด สุดท้ายเราก็เป็นเพียง “ฟันเฟืองตัวหนึ่ง” ที่หากวันใดวันหนึ่งเราหยุดพักหรือหยุดทำงานไป บริษัทก็สามารถหาคนอื่นมาเปลี่ยนแทนได้ในทันที บทเรียนนั้นกลายเป็นแรงผลักดันและคำถามสำคัญในใจเธอว่า

“ถ้าเราสามารถทุ่มเทชีวิตและพลังงานทั้งหมดให้คนอื่นได้ขนาดนั้น ทำไมเราถึงไม่ลองทำแบบนั้นเพื่อสร้างสิ่งที่เป็นของตัวเองบ้างล่ะ?”

คำถามสั้น ๆ นั้นกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ที่ทำให้ซอมพอตัดสินใจก้าวออกจากเซฟโซน มาสู่การเป็นเถ้าแก่เนี้ยหน้าร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ งานที่เธอตั้งใจจะลงหลักปักฐานและอยู่ร่วมกับมันไปจนแก่
------------------------

กลยุทธ์ชามละ 25 บาท พื่อขอโอกาสและเอาชนะใจคนเมือง

ในเชียงใหม่ ร้านก๋วยเตี๋ยวไก่มีอยู่แทบทุกมุมถนน การจะทำให้ร้านน้องใหม่กลายเป็นตัวเลือกในใจผู้บริโภคเป็นโจทย์ที่ยากราวกับเข็นครกขึ้นภูเขา ซอมพอใช้สัญชาตญาณแบบนักโฆษณาเก่าฉีกรูปแบบเดิม ๆ ของตลาดด้วยกลยุทธ์ “ก๋วยเตี๋ยวไก่ถ้วยเล็ก ราคา 25 บาท”

ปกติแล้ว ก๋วยเตี๋ยวรูปแบบชามเล็กราคาย่อมเยามักจะจำกัดอยู่แค่ในกลุ่มก๋วยเตี๋ยวเรือหรือก๋วยเตี๋ยวต้มยำโบราณ แต่เธอเลือกที่จะนำมันมาปรับใช้กับก๋วยเตี๋ยวไก่ ราคา 25 บาทไม่ใช่การตัดราคาเพื่อทำลายตลาด แต่คือการดีไซน์ “Low Barrier to Entry” หรือการทลายกำแพงความลังเลในใจของลูกค้า ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน การที่ลูกค้าจะก้าวขาเข้าร้านใหม่สักร้านหนึ่งมีความลังเลเรื่องความคุ้มค่า ชามละ 25 บาทจึงเป็นการส่งสารไปถึงลูกค้าอย่างอ่อนน้อม

“ทำยังไงก็ได้ ให้เขาเปิดใจลองมาชิมร้านเราดูสักทีหนึ่งเถอะ” และเมื่อลูกค้าก้าวข้ามความไม่มั่นใจเข้ามา นั่งลง และคีบเส้นเข้าปาก รสชาติอาหารที่เธอคราฟต์มาอย่างตั้งใจจะทำหน้าที่มัดใจและดึงดูดให้พวกเขากลับมาซ้ำเองในระยะยาว
------------------------

เมื่อมองตัวตนและกลยุทธ์ทางธุรกิจของคุณซอมพอผ่านเลนส์ THE MADE OF คนของเมือง โดย Story Lab 2026 เธอเปรียบได้กับธาตุปรอท (Mercury - Hg) ตัวแทนของ "ความยืดหยุ่นและการปรับตัว"

ธาตุปรอทเป็นโลหะเพียงชนิดเดียวที่เป็นของเหลว ณ อุณหภูมิห้อง ซึ่งสะท้อนคุณสมบัติเด่นของคุณซอมพอในเรื่อง ความลื่นไหล แม้จะมีความยืดหยุ่นสูงเหมือนของเหลว ปรอทมีแรงตึงผิวที่ทำให้มันเกาะกลุ่มกันได้ดี มีตัวตนและแพชชั่นเป็นศูนย์กลางในการยึดโยงทุกอย่างที่เธอทำเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างจุดยืนที่แตกต่างในเมืองปราบเซียน

ต้นทุนที่ล้ำค่าที่สุดที่คุณซอมพอนำมาจากกองถ่ายไม่ใช่เงินทุนก้อนโต แต่คือ ความอึดและทนทานในงานโปรดักชันเคยเคี่ยวกรำให้เธอต่อแรงกดดัน สภาพแวดล้อม และเวลาทำงานที่ลากยาว เมื่อต้องมาเปลี่ยนสายงานมายืนหน้าเตาร้อน ๆ ในร้านอาหารใช้ทั้งแรงกายและแรงสมอง ขีดจำกัดความอดทนของเธอที่สูงกว่ามาตรฐานทั่วไปอยู่แล้ว จึงกลายเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้เธอยืนระยะได้โดยไม่มีเสียงบ่น

เธอไม่ใช่เชฟมือทองระดับมิชลิน และไม่ใช่ปรมาจารย์ด้านการเงิน แต่เธอเหมือน “เป็ด” ที่เรียนรู้ไว ปรับตัวเก่งตามสถานการณ์ และมีจิตวิญญาณการเอาตัวรอดที่แข็งแกร่งเป็นเลิศ

คุณซอมพอนิยามตัวเองว่าเป็นเป็ดที่สามารถเรียนรู้และทำสิ่งใหม่ได้เสมอ แม้สิ่งที่ทำไม่เป็นในวันนี้ก็สามารถทำให้เป็นได้ในวันหน้า การลงมือทำร้านอาหารจริงสอนให้เธอรู้ว่า โลกหน้างานไม่ได้สวยงามและราบรื่นเหมือนทฤษฎีในห้องเรียน

“บางอย่าง ChatGPT หรือ AI มันก็ตอบเราได้ไม่หมดหรอก”

รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างอุณหภูมิที่เหมาะสมในการเคี่ยวน้ำซุปในแต่ละวัน การจัดการกับเนื้อไก่ที่นุ่มพอดี หรือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ายามวัตถุดิบขาดแคลน สิ่งเหล่านี้ไม่มีคำตอบสำเร็จรูปในโลกออนไลน์ แต่มันต้องอาศัยทักษะแบบเป็ดที่เน้นการลงมือทำจริง เจ็บจริง และเรียนรู้ผ่านประสบการณ์หน้าร้านเท่านั้น
------------------------

น้ำซุปหม้อแรก และวินัยที่ว่า “ถ้าหยุดเดินคือตาย”

ในเมืองปราบเซียนที่มีร้านรวงหน้าใหม่เกิดขึ้นและดับไปเป็นว่าเล่น Mindset ที่ตรึงให้ซอมพอยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้คือสัจธรรมที่ว่า “ถ้าหยุดทำเมื่อไหร่คือตาย”

คำว่าหยุดในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการห้ามพักผ่อน แต่หมายถึงการหยุดพัฒนา มาตรฐานตก หรือการปล่อยปละละเลย ในโลกธุรกิจทุกวันนี้ กระแสในโซเชียลมีเดียอาจช่วยดึงคนให้มาแน่นร้านในเดือนแรก ๆ แต่หากเจ้าของร้านหยุดนิ่ง ไม่รักษาคุณภาพน้ำซุปหรือบริการ ลูกค้าที่พร้อมจะเปลี่ยนใจไปลองร้านใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันก็พร้อมจะหายไปในพริบตา วินัยและความสม่ำเสมอจึงเป็นคาถาหัวใจสำคัญของการอยู่รอด

แรงกระเพื่อมจากหม้อแรกสู่เหตุผลใหม่ของผู้คนในการมาเที่ยวเชียงใหม่

ความน่าภาคภูมิใจที่สุดของการเดินทางตลอด 10 เดือนแรกของร้าน "ความลับของก๋วยเตี๋ยวไก่" ไม่ใช่ตัวเลขผลกำไรที่หวือหวา แต่มันคือการสร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกที่ส่งผลต่อคนรอบข้างที่เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ

น้ำซุปหม้อแรกที่เธอเคี่ยวด้วยความตั้งใจ สามารถพิสูจน์ตัวเองและทลายกำแพงความไม่เห็นด้วยของคนในครอบครัวที่เคยต่อต้านไม่อยากให้เธอมาทำอาชีพนี้ ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเปลี่ยนจากร้านค้าตัวคนเดียวให้กลายเป็นธุรกิจครอบครัวที่ดึงเอาทักษะของแต่ละคนมาต่อเป็นจิ๊กซอว์ โดยมีแฟนและคุณแม่เข้ามาช่วยอุดรอยรั่วในเรื่องระบบบัญชีและรายรับ-รายจ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอสารภาพตรง ๆ ว่าไม่ถนัด

บัดนี้ "ความลับ" ของเธอเริ่ม Viral ไปไกลกว่าเชียงใหม่ สตอรี่ของความตั้งใจและรสชาติอาหารคราฟต์ที่กินได้ทุกวัน เริ่มกลายเป็นเหตุผลใหม่ ๆ ที่ทำให้คนอยากเดินทางมาท่องเที่ยวและเช็คอินที่เมืองนี้ ขณะเดียวกัน เรื่องราวของเธอก็กลายเป็นต้นแบบ Use Case ที่ Story Lab 2026 และเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียนมองว่า มันสร้างแรงบันดาลใจให้คนตัวเล็กในเมืองได้ แบรนด์ที่มีตัวตนชัดเจนสามารถหยั่งรากและเติบโตในเมืองนี้ได้จริง
------------------------

หา “คนที่ใช่” มาร่วมต่อระบบ

แม้แบรนด์ "ความลับของก๋วยเตี๋ยวไก่" จะสร้างรากฐานได้อย่างมั่นคงในช่วง 10 เดือนแรก แต่สำหรับมิติของศักยภาพ วิสัยทัศน์ของคุณซอมพอยังคงมีความฝันที่อยากไปต่อ นั่นคือการเพิ่มจำนวนสาขาในเชียงใหม่และขยายตัวออกไปสู่ระดับประเทศอย่างกรุงเทพฯ

ทว่า สิ่งที่เป็นคอขวดสำคัญในฐานะผู้ประกอบการมือใหม่คือสภาวะ "ปล่อยมือไม่ได้"

ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ซอมพอแทบจะไม่ได้ก้าวขาออกจากร้านไปไหน เพราะห่วงหน้างานและต้องการควบคุมคุณภาพด้วยตัวเองทั้งหมด เธอยอมรับว่าเธอยังติดกับดักของการเป็น “เถ้าแก่เนี้ย” ที่ต้องเฝ้าหน้าร้าน มากกว่าการเป็น “เจ้าของธุรกิจ” ที่มองภาพกว้างและวางระบบบริหารจัดการ นอกจากนี้ ระบบหลังบ้านในการคำนวณอายุการเก็บรักษาวัตถุดิบ และการควบคุมอุณหภูมิน้ำซุปในปริมาณมาก ๆ เธอยังใช้วิธีลองผิดลองถูกและ "สุ่ม ๆ ทำเอา" ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการสเกลธุรกิจไปสู่สาขาถัดไป

การตระหนักรู้ในจุดอ่อนและยอมรับว่า “คนเดียวมันไม่ได้เก่งไปทุกอย่าง” คุณซอมพูจึงไม่ได้แบกความกดดันไว้คนเดียว แต่เธอกำลังมองหากลุ่มคนที่เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่จะร่วมสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน คนที่มีประสบการณ์หน้างานจริง มีความรู้เฉพาะทางในการคำนวณอายุวัตถุดิบ (Shelf Life) ระบบการสต็อก และควบคุมอุณหภูมิในครัวหลังบ้านให้เป็นวิทยาศาสตร์และมีระบบมาตรฐานสากล คนทำจริงที่เคยผ่านสมรภูมิการจัดการร้านอาหารหลายแห่งพร้อมกัน เพื่อร่วมกันวางโครงสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแรงพอจะทำให้ธุรกิจเติบโตได้โดยไม่ต้องให้เจ้าของเฝ้าหน้าร้านตลอดเวลา

ซอมพอเปรียบเปรยการตามหาจิ๊กซอว์ธุรกิจในครั้งนี้ว่าเหมือนกับการจับคู่ในแอป Tinder มันไม่ใช่แค่การจ้างพนักงานตามตำแหน่งหน้าที่ทั่วไป แต่คือการมองหาคนที่มีเคมีตรงกัน มีความเชี่ยวชาญ และมีความเชื่อในคุณค่าของแบรนด์ร่วมกัน เพื่อเข้ามาประกอบกันสร้างโอกาสและอนาคตใหม่ ๆ ที่ไม่มีใครสามารถทำได้สำเร็จเพียงลำพัง

เรื่องราวของ "ซอมพอ" และก๋วยเตี๋ยวไก่ราคา 25 บาท จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของการขายของถูกเพื่อเอาชีวิตรอดในตลาดที่แออัด แต่คือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ที่กล้ากำหนดจุดยืน เปลี่ยนตัวเองจากฟันเฟืองในระบบของคนอื่น มาเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตและสร้างระบบที่ยั่งยืนของตัวเองในเมืองปราบเซียนแห่งนี้
------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

CARBON OF LIFEไผ่ ประณัศเดช ตันติพงศ์ชุบชีวิตความทรงจำในบ้านพ่ออุ้ยไกรสร สู่สมรภูมิร้านอาหารที่ขับเคลื่อนด้วย ความรักในส...
02/06/2026

CARBON OF LIFE
ไผ่ ประณัศเดช ตันติพงศ์

ชุบชีวิตความทรงจำในบ้านพ่ออุ้ยไกรสร สู่สมรภูมิร้านอาหารที่ขับเคลื่อนด้วย ความรัก

ในสมรภูมิธุรกิจที่ใคร ๆ ต่างขนานนามว่า "เชียงใหม่เมืองปราบเซียน" พื้นที่ที่ธุรกิจมากมายเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และค่อย ๆ เลือนหายไปจากแผนที่อย่างรวดเร็ว การจะหยั่งรากและยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งนั้น ลำพังเพียงแค่การมีทุนหนาหรือแผนการตลาดที่หวือหวาอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป

THE MADE OF คนของเมือง by Story Lab 2026 ขอพาทุกคนไปสกัดสูตรลับ กะเทาะเปลือกตัวตนของ คุณไผ่ ประณัศเดช ตันติพงศ์ ผู้ประกอบการหนุ่มฝีมือดีที่ผันตัวจากผู้กำกับโฆษณาแถวหน้ามาสู่เจ้าของแบรนด์ร้านอาหาร "ไท่ไท่ทองอินทร์" และ "Healthy Thongin by Taitai Thongin" เพื่อค้นหาว่าอะไรทำให้เขาสามารถเปลี่ยนบ้านไม้เก่าของอดีตนักการเมืองชื่อดัง ให้กลายมาเป็นพื้นที่คอมมูนิตี้สเปซรสชาติอบอุ่นที่พร้อมโอบรับคนทุกศาสนิกในเมืองแห่งนี้

คาร์บอนแห่งชีวิต
หากเปรียบเทียบคุณไผ่เป็นหนึ่งใน "ตารางธาตุแห่งชีวิต" ธาตุที่อธิบายเนื้อแท้ของเขาได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น ธาตุคาร์บอน (Carbon - C)

คาร์บอนคือธาตุพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต เช่นเดียวกับวิธีคิดของคุณไผ่ที่ไม่เคยเริ่มธุรกิจจากความว่างเปล่า แต่เลือกสำรวจ DNA และขุดค้นคุณค่าจากอดีตของบรรพบุรุษขึ้นมาเป็นรากฐาน แม้พื้นเพของเขาจะเป็นอยู่กรุงเทพฯ แต่สายเลือดและรากเหง้าครึ่งหนึ่งผูกพันกับเชียงใหม่อย่างลึกซึ้ง

ชีวิตพาร์ทแรกของคุณไผ่ในอุตสาหกรรมโฆษณาที่เน้นความคิดสร้างสรรค์มาตลอด 15 ปีในฐานะ Creative และผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา ทว่าเมื่อเจอกับแรงเค้นและประสบการณ์ คาร์บอนก้อนนี้ก็เปลี่ยนรูปกลายร่างเป็นเพชรที่แข็งแกร่ง ในฐานะผู้ประกอบการร้านอาหารที่ลุยหน้างานมายาวนานกว่า 13 ปี บริหารร้านริมแม่น้ำในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมาแล้วกว่า 9 ร้าน

เมื่อตัดสินใจกลับมาทำร้านอาหารบนที่ดินของครอบครัว คุณไผ่ไม่ได้หยิบเอาความถนัดของตัวเองมาสวมทับทันที แต่ศึกษาบริบทโดยรอบจนพบว่า เชียงใหม่ยังขาดร้านอาหารเหนือแบบฮาลาล (Muslim Friendly) ที่มีมาตรฐานและมีรสชาติลงลึก ร้านไท่ไท่ทองอินทร์จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อสร้างความต่างในตลาด และตอบโจทย์ย่านวัดเกตุ ที่มีความหลากหลายทางศาสนาได้อย่างกลมกลืน
------------------------

ปรัชญา "ไม่เกินตัว" และวิชาการไปเป็นลูกน้องคนก่อนลงมือปั้นธุรกิจของตัวเอง

การเอาตัวรอดในเมืองปราบเซียนของคุณไผ่ ไม่ได้ใช้สูตรสำเร็จจากตำราการตลาดเล่มไหน แต่เกิดจากการตกผลึกที่ผสมผสานระหว่างสัญชาตญาณและคำสอนของครอบครัว

"อย่าทำอะไรให้มันเกินตัว และอย่าทำอะไรให้มันเวอร์"
คำสอนของพ่ออุ้ยไกรสร ตันติพงศ์ อดีต ส.ส. เชียงใหม่ 7 สมัย กลายมาเป็นเข็มทิศหลัก ในการทำแบรนด์ แบรนด์ของคุณไผ่จึงไม่เน้นความลักชูรีขั้นสุด แต่เน้นความเรียบง่าย เข้าถึงได้ และพร้อมเปิดประตูต้อนรับทุกคน

คุณไผ่แชร์ 3 สูตรลับสำคัญสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่เอาไว้ว่า

ความอินและ Passion ต้องมาก่อนตัวเลขผลกำไร
คุณไผ่เลือกทำธุรกิจจากสิ่งที่ทำให้ "ใจเต้นแรง" เป็นอันดับหนึ่ง หากสำรวจตัวเองแล้วพบว่าไม่อิน ต่อให้ตัวเลขมาร์จิ้นจะสวยหรูหรือมีโอกาสเติบโตแค่ไหน เขาก็เชื่อว่าจะอยู่กับมันได้ไม่นาน

ศึกษานิสัยคู่ค้า พาร์ทเนอร์ ก่อนศึกษาแผนการตลาด

ความพลาดครั้งใหญ่ตอนไปเปิดร้านอาหารที่โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ช่วงเริ่มการระบาดแรก ๆ ของโควิด 19 ทำให้ได้รับบทเรียนที่จำฝังใจ ปัญหาไม่ได้เกิดจากการจัดการ แต่เกิดจากสไตล์การทำงานที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง ระหว่างตัวเขาที่เป็นสาย "เถ้าแก่สั่งลุย" คลุกหน้างานตอนตั้งไข่ กับพาร์ทเนอร์ชาวเวียดนามที่อยากเจอแค่วันเซ็นสัญญาและประชุมปีละไม่กี่ครั้ง ตั้งแต่นั้นมา บรรทัดฐานใหม่ของคุณไผ่คือการศึกษา "นิสัยสันดาน" ของคนที่จะมาร่วมทุนให้ถ่องแท้ก่อนจะคุยเรื่อง Marketing

วิชา "การเป็นลูกน้องคนก่อน"

สำหรับใครที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง คุณไผ่แนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่าควรไปเริ่มจากการเป็นลูกจ้างให้โดนกด โดนข่ม โดนขี่ และเผชิญเลเยอร์ความกดดันของงานมาก่อนสัก 2 ปี เพราะการโดนเค้นโดนเขี่ยวเข็ญในวันที่เป็นลูกน้อง จะช่วยทลายขีดจำกัด ทำให้เราเห็นศักยภาพที่แท้จริงของตัวเอง และทำให้เราเข้าใจหัวอกของคนทำงานทุกระดับ ตั้งแต่งานคนงานไปจนถึงระดับผู้บริหารในวันที่เราเติบโตไปเป็นเจ้าของกิจการเอง
------------------------

คืนชีวิตให้บ้านที่ไม่เคยปิดประตู และรสชาติแห่งความรัก ของ Healthy Thongin by Taitai Thongin

เรื่องที่สร้างความภาคภูมิใจให้คุณไผ่มากที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขผลกำไร แต่คือการได้ชุบชีวิตจิตวิญญาณของพื้นที่บ้านเก่าให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง

ในอดีต บ้านหลังนี้เคยเป็นบ้านของ ส.ส. ที่เปิดต้อนรับชาวบ้านอยู่เสมอ การกลับมาเปิดประตูร้านไท่ไท่ทองอินทร์ทำให้คนเฒ่าคนแก่ในย่านนี้ได้แวะเวียนเข้ามาพูดถึงความประทับใจที่มีต่อคุณปู่คุณย่า หรือแม้กระทั่งมีลูกค้าจากสุราษฎร์ธานีที่ยอมขับรถมาไกลเพื่อจะได้เห็นห้องทำงานของคุณปู่ไกรสร เพราะความรักและความศรัทธาในสายสัมพันธ์ทางการเมืองยุคเก่า สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จที่คุณไผ่เรียกว่า "การทำให้ความทรงจำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง"

นอกเหนือจากอาหารเหนือฮาลาลแล้ว ความลึกซึ้งของแบรนด์ไท่ไท่ทองอินทร์ ยังแตกไลน์ออกมาเป็น "Healthy Thongin by Taitai Thongin" แบรนด์อาหารสุขภาพที่มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องราวในครอบครัว เมื่อคุณพ่อตรวจพบมะเร็งไตเมื่อ 2 ปีก่อนจนต้องผ่าตัดไตออกไปหนึ่งข้าง ส่งผลให้ชีวิตหมดสนุกกับการกินอาหารเพราะต้องคุมโซเดียมอย่างหนัก

ด้วยความรัก แม่บ้านและคนในครอบครัวจึงช่วยกันศึกษาและปรับเปลี่ยนส่วนผสมของเมนูอาหาร จนคุณพ่อสามารถกลับมาทานอาหารสุขภาพที่ "อร่อย" ได้อีกครั้ง คุณไผ่จึงหยิบเอาเรื่องราวของคุณพ่อ ความใส่ใจและการดูแลคนในบ้านนี้ มาเปลี่ยนเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสุขภาพเพื่อส่งต่อความหวังในการกินอย่างมีความสุขให้กับผู้ป่วยโรคไตและคนรักสุขภาพคนอื่น ๆ ในสังคม
------------------------

ทลายรั้วเพื่อรวมแผ่นดินบรรพบุรุษ และการปักหมุดสู่มาตรฐานระดับสากล

เมื่อมองไปข้างหน้า ความฝันและวิสัยทัศน์ที่คุณไผ่ตั้งใจจะทำให้สำเร็จในอนาคตคือภารกิจรวมผืนที่ดินในอดีต และ มาตรฐาน Michelin Guide

หากเดินเข้าไปในร้านไท่ไท่ทองอินทร์ จะสังเกตเห็นที่ดินว่างเปล่าด้านข้างฝั่งซ้ายมือ ในอดีตที่ดินผืนนี้เคยเป็นผืนเดียวกันขนาดใหญ่ราว 2 ไร่ และเคยใช้ทำเป็นหอพักสตรี แต่ในวันที่คุณปู่เลิกเล่นการเมือง ด้วยความที่เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีอุดมการณ์ซื่อสัตย์ ประหยัดมัธยัต และไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจซ้อนทับอื่น ๆ ครอบครัวจึงจำเป็นต้องเฉือนขายที่ดินครึ่งหนึ่งนั้นไปเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่าย ความฝันของคุณไผ่คือการเก็บเงิน เพื่อซื้อที่ดินผืนนั้นกลับคืนมา แล้วทลายรั้วกั้นออก รวมผืนดินบรรพบุรุษให้กลับมาสมบูรณ์และทำธุรกิจที่เอื้อหนุนกันเหมือนในอดีตจริงๆ

เพื่อให้ความฝันในการซื้อที่ดินคืน ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึงหลายสิบล้านบาทสำเร็จได้เร็วขึ้น คุณไผ่ตั้งใจจะยกระดับร้าน ไท่ไท่ทองอินทร์ ให้ได้มาตรฐาน Michelin Guide เช่นเดียวกับร้านอาหารอีก 2 ร้านในเครือของเขาที่กรุงเทพฯ ที่เคยคว้าใบรับรองสากลนี้มาแล้ว เขาเชื่อว่ามาตรฐานนี้จะเป็นเครื่องมือการประชาสัมพันธ์ที่ทรงพลังในการดึงดูดนักท่องเที่ยว และสร้างแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน
------------------------

แม้คุณไผ่จะมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการระบบหลังบ้านของธุรกิจ ทั้งเรื่องโครงสร้างร้านอาหาร การบริการ และการควบคุมคุณภาพอาหารได้อย่างไร้ที่ติ แต่ในมิติของการขยายแบรนด์ท่ามกลางความท้าทายในปัจจุบัน เขาก็ยังมองหา "คนที่ใช่" มาร่วมเป็นพันธมิตร

สิ่งที่คุณไผ่ยอมรับว่ายังขาดและกำลังมองหา คือกลุ่ม Influencers, Content Creators และกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นกระบอกเสียงช่วยประชาสัมพันธ์และบอกเล่าความตั้งใจลึกๆ ของแบรนด์นี้ออกไปในวงกว้าง เขาไม่ได้มองหาเพียงแค่การทำการตลาดเพิ่มยอดขาย แต่ต้องการคนที่มีสัญชาตญาณ ความอิน และชื่นชมในคุณค่าของรากเหง้าของไท่ไท่ทองอินทร์อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เขายังเปิดกว้างสำหรับการพูดคุยสร้างโอกาสใหม่ ๆ กับองค์กร หน่วยงาน และพันธมิตรที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุน ส่งเสริมธุรกิจท้องถิ่น หรือร่วมสร้างช่องทางรายได้ใหม่ในช่องทางออนไลน์ เพื่อช่วยทลายข้อจำกัดเรื่องฤดูกาลท่องเที่ยวที่ผันผวนของเชียงใหม่

คุณไผ่เชื่อเสมอว่า ความฝันและการชุบชีวิตย่านนี้ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งนั้น ไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว แต่เกิดจากการประกอบกันของ ผู้คน คอนเนคชัน และโอกาส หากคุณมีความเชื่อ มีเป้าหมาย และเคมีตรงกัน ประตูบ้าน ส.ส. เก่าหลังนี้ก็พร้อมเปิดต้อนรับและเติบโตไปด้วยกัน
------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

BLACK IRONเชฟแบล็ก ภานุภน บุลสุวรรณวิศวกรหลังเขียงแห่งเมืองปราบเซียนที่แค่ Passion อย่างเดียวไม่เคยพอจากวิศวกรเงินเดือนห...
24/05/2026

BLACK IRON
เชฟแบล็ก ภานุภน บุลสุวรรณ
วิศวกรหลังเขียงแห่งเมืองปราบเซียนที่แค่ Passion อย่างเดียวไม่เคยพอ

จากวิศวกรเงินเดือนหลักแสนสู่เชฟผู้พลิกฟื้นระบบนิเวศอาหารไทย เบื้องหลังธุกิจร้านอาหารที่ยืนหยัดผ่านวิกฤตด้วยสมการตัวเลข เทคนิคการบริหารทีมแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา และจิ๊กซอว์การศึกษาชิ้นสุดท้ายที่เขาอยากส่งมอบให้คนรุ่นหลัง

ถ้าถามว่าเมืองไหนในประเทศไทยที่ปราบเซียนที่สุดสำหรับคนทำธุรกิจ ร้านอาหารล้มหายตายจากไปไวที่สุด ชื่อของ "เชียงใหม่" คงติดอยู่ในอันดับต้น ๆ เมืองที่มีทั้งฤดูกาลท่องเที่ยวที่เหวี่ยงอย่างรุนแรง และวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้อย่าง PM 2.5

แต่ในตรอกเล็ก ๆ ของนิมมานเหมินท์ ร้านอาหารขนาดไม่กี่ที่นั่งชื่อ Blackitch Artisan Kitchen กลับยืนหยัดอย่างมั่นคงมานานกว่า 13 ปี

ผู้ชายหลังครัวคนนี้ไม่ได้เริ่มชีวิตจากการเรียนทำอาหาร เขาเคยเป็นวิศวกรรายได้หลักแสนในต่างประเทศ ชีวิตที่ดูเหมือนจะมั่นคงและสมบูรณ์แบบในสายตาคนนอก กลับเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนจากข้างในว่ามันไม่ใช่ตัวตน ทุกเช้าที่ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกไร้ความสุข กลายเป็นแรงผลักดันจนกระทั่งวันหนึ่งตัดสินใจทิ้งงานประจำมาจับมีดทำครัวทั้งที่ไม่มีทักษะติดตัว

อะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาไม่เพียงแค่รอดในเมืองปราบเซียน แต่ยังสร้างแรงกระเพื่อมระดับประเทศให้กับวงการเนื้อและปลาไทย? คำตอบนั้นไม่ได้ซ่อนอยู่ในสูตรอาหารลับที่ไหน หากแต่อยู่ในวิถีคิดที่มองธุรกิจผ่านตรรกะ ตัวเลข และภาพรวมของระบบนิเวศอันยั่งยืน

"ผมจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ยังไงว่า การที่เปลี่ยนสายอาชีพจากวิศวะที่รายได้ดี... มาทำอาหารโดยที่ไม่มีสกิล ไม่มีความรู้ ไม่ได้เรียนมา แล้วเราจะทำยังไงให้เลี้ยงอาชีพตัวเองได้... มันต้องใช้ Passion คู่กับสมอง"
------------------------

หากเปรียบผู้ประกอบการในเชียงใหม่เป็นธาตุต่าง ๆ ในตารางธาตุ ที่เชื่อว่ามนุษย์แต่ละคนล้วนมีเคมีเฉพาะตัว ตัวตนเนื้อแท้ของเชฟแบล็กคงหนีไม่พ้น ธาตุเหล็ก (Iron/Fe) แห่ง The Made of คนของเมือง ใน Story Lab 2026

เหล็ก คือ โครงสร้างหลักที่ค้ำจุนสิ่งก่อสร้างให้ทนทานต่อแดดลมฝน เชฟแบล็กถอดหมวกวิศวกรออกก็จริง แต่เขาไม่เคยทิ้งวิธีคิดเชิงวิศวกรรมไปจากสมอง เขาใช้เอาตรรกะ การคำนวณ ความหลงใหลในตัวเลข และการวางโครงสร้างเชิงระบบมาเป็นฐานรากในการทำร้านอาหาร ในขณะที่คนทำร้านอาหารส่วนใหญ่ขับเคลื่อนร้านด้วยอารมณ์ความรู้สึกและความชอบ เชฟแบล็กควบคุม Passion เหล่านั้นไว้ด้วยข้อมูล ตัวเลข แผนงาน เวลา และกำลังแรงงานอย่างแม่นยำ เพื่อให้รากฐานของธุรกิจมั่นคงพอที่จะไม่มีวันพังทลายลงง่าย ๆ

แต่คุณสมบัติของธาตุนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อค้ำจุนตัวเองเพียงอย่างเดียว ในอีกมิติหนึ่ง เชฟแบล็กคือตัวเร่งปฏิกิริยาที่คอยดึงดูดผู้เชี่ยวชาญจากหลากสายงานมาร่วมสร้างสรรค์สิ่งใหม่

สำหรับเขา ร้าน Blackitch Artisan Kitchen จึงไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงร้านอาหารที่มุ่งเน้นการตักตวงผลกำไรสูงสุด แต่ที่นี่คือโชว์รูม และ ตัวกลางที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ผลิตต้นทาง ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรบนดอยสูงหรือชาวประมงพื้นบ้านจาก 77 จังหวัดทั่วไทย ให้มาเจอกับผู้บริโภคปลายทาง อาหารแต่ละจานที่ยกเสิร์ฟเป็นเสมือนการสื่อสารเรื่องราวของวัตถุดิบและฤดูกาล เป็นเคมีแห่งการแบ่งปันที่สกัดเอาความรู้มาค้ำจุนระบบนิเวศอาหารให้เติบโตไปด้วยกัน
------------------------

สมองต้องเดินทางไปพร้อมกับ Passion

“คุณต้องวางแผน Passion คุณให้ดี คุณต้องไม่ใช้ Passion เป็นตัวนำทางอย่างเดียวแล้วทำให้ทุกอย่างมันพัง” นี่คือปรัชญาการบริหารของเชฟแบล็ก

ในโลกธุรกิจที่มักบอกให้เราก้าวเดินด้วยหัวใจ เชฟแบล็กกลับเตือนให้ใช้สมองและตรรกะไปด้วยเสมอ และนี่คือสูตรลับที่เขาใช้เอาตัวรอดและยืนหยัดในเมืองปราบเซียน

[ Passion + ตรรกะทางการเงิน ] x การปรับตัวแบบสลับขั้วภูมิศาสตร์ = ความยั่งยืนของธุรกิจ

1. ตรรกะการเงินและหุ้นส่วนที่ซื่อสัตย์ที่สุด

หลักสูตรเชฟทั่วไปมักจบลงที่วิธีทำอาหารให้อร่อยและหน้าตาสวยงาม แต่สำหรับเชฟแบล็ก ทักษะนอกครัวที่เชฟยุคใหม่ขาดไม่ได้เลยคือ ทักษะการคิดต้นทุน (Costing) และการทำบัญชี เพื่อให้เข้าใจโลกแห่งความเป็นจริง ทุกเรื่องต้องผ่านการคิดคำนวณอย่างรอบคอบ ตั้งแต่การประเมินค่าเช่าพื้นที่เทียบกับรายได้ที่จะหาได้จริง ไปจนถึงการบริหารบัตรเครดิตและการสะสมแต้มเพื่อลดต้นทุนการเดินทาง

เชฟแบล็กเสนอแนวคิดว่า “ธนาคารคือหุ้นส่วนที่ดีที่สุดและซื่อสัตย์ที่สุด” เพราะธนาคารมีระบบที่ชัดเจน ตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องการให้เงินและการทวงถามตามเวลาที่กำหนด การรู้จักใช้เครื่องมือทางการเงินจากธนาคารมาเป็นเงินหมุนเวียน (Circulating Capital) แทนการใช้เงินเก็บส่วนตัวทั้งหมด คือกลยุทธ์สำคัญในการกระจายความเสี่ยงและช่วยให้ธุรกิจขับเคลื่อนได้อย่างคล่องตัวเป็นระบบ

2. โมเดลเหนือ-ใต้ อพยพหลบฝุ่นพิษไปพึ่งมรสุม

เมืองเชียงใหม่มีข้อจำกัดทางธรรมชาติที่แปรผันตามฤดูกาลอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วง Low Season และเมืองต้องเผชิญกับวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 จนผู้คนไม่ยากเดินทางมาเที่ยว แทนที่จะฝืนสู้กับสิ่งที่ควบคุมไม่ได้จนสุขภาพพนักงานย่ำแย่และแบกรับการขาดทุน เชฟแบล็กเลือกใช้วิธี "ปิดร้านที่เชียงใหม่ตลอดทั้งเดือนเมษายน" แล้วยกทีมงานทั้งหมดลงใต้ไปสร้างธุรกิจและเก็บรายได้ที่ภูเก็ตแทน ซึ่งเป็นช่วงหน้าท่องเที่ยว (High Season) ของฝั่งทะเลอันดามันพอดี

เมื่อฝั่งใต้เข้าสู่หน้ามรสุมซึ่งเป็นช่วง Low Season ของที่นั่น ฝั่งเหนือก็เริ่มเข้าสู่หน้าหนาวอันเป็นช่วง High Season ของเชียงใหม่ เขาก็ยกทีมกลับมา การสลับทำเลตามจังหวะเวลาธรรมชาตินี้ ช่วยรักษาโครงสร้างรายได้หล่อเลี้ยงธุรกิจไว้ได้ตลอดทั้งปีโดยไม่ยึดติดอยู่กับพื้นที่เดียว

3. วินาทีแห่งการ Cut Loss และสัญชาตญาณความไว

ความอยู่รอดในเมืองปราบเซียนขึ้นอยู่กับว่าเรา "รู้ตัวไวและกล้าตัด" แค่ไหน ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่หน้าร้านอาหารถูกสั่งปิดอย่างกะทันหัน เชฟแบล็กไม่ได้นั่งรอความหวัง เขาใช้เวลาเพียง 7 วันในการระดมทรัพยากรที่มี นำของหมักดองในร้านมาสร้างแบรนด์ใหม่จำหน่ายทันที ควบคู่ไปกับการทำไอศกรีมและอาหารกล่องส่งตรงถึงหน้าบ้านเพื่อสร้างกระแสเงินสดหล่อเลี้ยงระบบ

เขาย้ำเสมอว่า ผู้นำต้องไม่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปจนมองข้ามความเป็นจริง แต่ดูข้อมูลตัวเลขและสภาวะตลาด หากสิ่งไหนเริ่มดิ่งลงหรือมองเห็นแล้วว่าไปต่อไม่ได้ ต้องกล้าตัดสินใจหยุดและตัดขาดทุน (Cut Loss) ทันทีเพื่อเซฟระบบโครงสร้างหลักทั้งหมดไว้
------------------------

ครอบครัวหลังเขียงที่ไม่มีพีระมิด

ในอุตสาหกรรมร้านอาหาร ปัญหาพนักงานเข้าออกบ่อย (Staff Turnover) เป็นเรื่องที่ชวนปวดหัวที่สุด แต่ที่ Blackitch Artisan Kitchen มีทีมงานรุ่นบุกเบิกที่อยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมานานถึง 13 ปีเต็มจำนวน 4 คน และพนักงานรุ่นใหม่ ๆ ก็อยู่กันนานถึง 5-6 ปี

สูตรลับในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เกิดจากหัวใจที่บริหารด้วยความแฟร์และความเข้าใจในความเป็นมนุษย์

ปรัชญา "ดุแล้วต้องสอน"
เชฟแบล็กยอมรับว่าตนเองเป็นคนทำงานดุและเข้มงวดมาก แต่การดุของเขาไม่ใช่การใช้อารมณ์โวยวายหรือขว้างปาข้าวของใส่กัน “ดุแล้วต้องสอนว่าสิ่งที่เป็นระเบียบที่ถูกต้องคืออะไร อะไรคือสิ่งที่ผิด อะไรคือสิ่งที่ถูก ทำดีก็ชม ทำผิดก็ต้องดุ แต่ต้องให้โอกาสในการแก้ตัวเสมอ”

การวางคนให้ตรงกับจริต
ผู้นำต้องสังเกตและมองศักยภาพของลูกน้องให้ออกอย่างทะลุปรุโปร่งว่าธรรมชาติของเขาเป็นอย่างไร บางคนชอบและมีความสุขกับการเตรียมของเงียบ ๆ แต่เรากลับไปบังคับให้เขาไปยืนหน้าเตาใหญ่ที่เต็มไปด้วยความกดดัน เมื่อเขาทำผิดพลาดซ้ำ ๆ เราก็ไปตราหน้าว่าเขาไม่พัฒนา ทั้งที่จริง ๆ แล้วเกิดจากการวางคนไม่ตรงกับจริตตัวตน

ลดหัวโขน ผู้นำต้องกล้าขอโทษ
ในฐานะหัวหน้า หากตนเองเป็นฝ่ายทำผิดพลาด ก็ต้องรู้จักขอโทษลูกน้องให้เป็นและยอมรับความจริง ไม่ใช้ความเป็นผู้นำบังคับสั่งการให้ทุกคนเดินไปในทิศทางที่ผิดเพียงเพราะอยากเอาชนะ “ถ้าลูกน้องถูก เราก็ต้องให้เขาถูก สำหรับผมมันเป็นเรื่องที่แฟร์ ๆ”

ไม่มีพีระมิดหลังครัว
จริตการทำงานของ Blackitch Artisan Kitchen ไม่ใช่การมองว่าหัวหน้าคือผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดเพียงผู้เดียว แต่คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา ประคองและพาทีมเดินไปข้างหน้าพร้อม ๆ กันโดยไม่ทำร้ายจิตใจหรือทำลายชีวิตใคร

วิถีคิดที่เปลี่ยนไปตามประสบการณ์ยังลามไปถึงเรื่องหุ้นส่วนธุรกิจในอดีต เชฟแบล็กยอมรับว่าเขาเคยเลือกหุ้นส่วนจากความรู้สึกถูกคอหรือชอบพอกันจากการพูดคุย แต่บทเรียนราคาแพงตลอด 13 ปีสอนให้เขารู้ว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนต้องการความชัดเจนที่มากกว่าอารมณ์ การระบุหน้าที่ความรับผิดชอบ (Role) และผลประโยชน์ (Benefit) อย่างตรงไปตรงมาตั้งแต่แรกคือสิ่งสำคัญที่สุด

ในปัจจุบัน เขาจึงมองหาหุ้นส่วนที่จะเข้ามาเติมเต็มจุดบอดที่ตัวเองขาดหายไป เช่น การจับคู่กันระหว่างคนที่มีองค์ความรู้แต่ไม่มีทุน กับคนที่มีทุนแต่ไม่มีองค์ความรู้ และเปลี่ยนมาใช้วิธีเปิดเผยเป้าหมาย และคุณค่าของชีวิตอย่างชัดเจน ให้ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นเครื่องคัดกรองที่จะดึงดูดกลุ่มคนที่มีความเชื่อแบบเดียวกันให้มาเจอกันในระยะยาว
------------------------

สำหรับเชฟแบล็ก ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของธุรกิจไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขยอดขายที่พุ่งทะลุเป้าหรือจำนวนสาขาที่ขยายไปทั่วเมือง แต่คือแรงกระเพื่อมที่แผ่กระจายออกไป เปลี่ยนระบบนิเวศอาหารของไทยผ่านความเชี่ยวชาญและการแบ่งปันความรู้ เช่น

วงการเนื้อไทย
พิสูจน์และควบคุมคุณภาพเนื้อวัวไทยอย่างลึกซึ้ง จนตลาดระดับบนและร้านอาหารระดับ Fine Dining ยอมรับการใช้เนื้อไทย 100% แทนการนำเข้า ปลุกกระแสให้ "ไทยวากิว" และเนื้อวัวท้องถิ่นกลับมาบูมและสร้างมูลค่ามหาศาลในระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นอีกครั้ง

วงการสัตว์น้ำไทย
เขาลงไปคลุกคลีทำเรือประมงของตัวเองที่พังงาและเรียนรู้เทคนิคการจัดการปลาหลังการจับจากญี่ปุ่น เขาใช้เวลากว่า 2 ปีเดินทางเก็บข้อมูลจนสามารถสกัดออกมาเป็น "ตำราปลาไทย" รวบรวมปลากว่า 100 ชนิด พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในสังคมไทยว่า "ปลาไทยกินดิบได้" หากผ่านกระบวนการแพ็ค (Packing) การขนส่ง (Delivery) และการควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control) ที่แม่นยำและถูกวิธี สอนให้ชุมชนเข้าใจหลักการ "จับน้อยแต่ได้มาก" เพื่อความยั่งยืนของท้องทะเล

การส่งต่อองค์ความรู้
เปลี่ยนบทบาทจากคนทำอาหารอยู่หน้าเตา สู่การเป็น "ครู" และอาจารย์พิเศษ ปัจจุบันตำราปลาไทยฉบับสองภาษา (ไทย-อังกฤษ) ของเขาถูกนำไปใช้บรรจุเป็นหลักสูตรการสอนจริงในสถาบัน Gourmet School ที่กรุงเทพฯ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่เชฟรุ่นต่อไป
------------------------

Make it Mass
จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย และความฝันเพื่อสุขภาพของผู้คน

เมื่อมองไปข้างหน้าในระยะ 5-10 ปี ความฝันสูงสุดที่รอการปลดปล่อยของเชฟแบล็กไม่ใช่การทำร้าน Blackitch Artisan Kitchen ให้โด่งดังในระดับโลกหรือทำกำไรมหาศาล แต่คือการเดินทางไปสู่จุดที่เรียกว่า "หลุดพ้นด้านการเงิน" เพื่อที่เขาจะสามารถส่งมอบร้านและธุรกิจนี้ให้คนรุ่นใหม่ในทีมที่เขาสร้างมากับมือได้ดูแลและเติบโตต่อไปในฐานะเจ้าของกิจการ

เมื่อไม่มีภาระผูกพันเชิงตัวเลข เขาตั้งใจจะใช้เวลาและศักยภาพทั้งหมดในบั้นปลายชีวิตผันตัวไปเป็นอาจารย์ ทำงานขับเคลื่อนชุมชนและสังคมอย่างเต็มตัวโดยไม่ต้องคิดเรื่องเงินอีกต่อไป

เขามุ่งมั่นอยากทำให้สำเร็จคือโปรเจกต์ "Make it Mass" เพื่อสุขภาพ เชฟแบล็กต้องการทำลายกำแพงความเชื่อเดิม ๆ ที่ว่า อาหารที่ดี วัตถุดิบคุณภาพสูง หรือผักออร์แกนิคนั้นจะต้องหาซื้อยากและมีราคาแพงสำหรับคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น

วิสัยทัศน์ของเขาคือการคิดค้นกระบวนการและระบบจัดการที่ทลายกำแพงเหล่านั้นลง ทำให้ผักออร์แกนิคและวัตถุดิบปลอดภัยกลายเป็นของที่ "ราคาถูกและหาซื้อง่าย" เพื่อให้ผู้คนทุกระดับในสังคมสามารถเข้าถึงอาหารที่ดีต่อสุขภาพได้เป็นปกติในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องรอให้ตัวเองล้มป่วยก่อนแล้วถึงค่อยหันมาดูแลตัวเอง

ตามหาจิ๊กซอว์ร่วมปฏิรูปหลักสูตรเชฟรุ่นใหม่

“เราไม่สามารถทำสิ่งนี้คนเดียวได้” เชฟแบล็กพูดถึงภารกิจที่กำลังตามคนมาร่วมเดินทาง

เขากำลังเปิดกว้างเพื่อตามหาองค์กร หรือสถาบันการศึกษาด้านอาหารที่มีวิสัยทัศน์ก้าวหน้าและเชื่อในอุดมการณ์เดียวกัน สถาบันที่พร้อมจะเปิดใจก้าวข้ามตำราเรียนเล่มเก่าที่ล้าสมัย ร่วมมือกันคิดค้นและออกแบบ "โมดูลการเรียนรู้ใหม่ ๆ ที่ทำให้เด็กได้เห็นชีวิตจริง"

จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เชฟแบล็กต้องการนำไปเติมเต็มในหลักสูตรคือ การไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่ทักษะหน้าเตา แต่ต้องการบรรจุวิชา survival skills นอกครัวที่จำเป็นต่อการอยู่รอดในโลกธุรกิจปัจจุบันและอนาคต ไม่ว่าจะเป็นวิชาการบัญชี การเงิน การคิดต้นทุน (Costing) ตรรกะการบริหารหนี้และเครื่องมือทางการเงิน ไปจนถึงการฝึกฝนทักษะการลงพื้นที่จริง (Fieldwork) เพื่อออกไปพบปะผู้ผลิต เกษตรกร และชาวประมงต้นน้ำ เรียนรู้ที่จะลดอัตตา (Ego) ของตนเองลง และเชื่อมโยงศาสตร์ข้ามสายงานมาบริหารธุรกิจให้รอดพ้นจากทุกวิกฤตความผันผวน

หากวิชาการเงินไม่ได้อยู่เพียงแค่ในสมุดบัญชีที่น่าเบื่อ แต่ถูกสกัดออกมาเป็นเครื่องมือสร้างความยั่งยืนให้กับชีวิต และหากระบบการศึกษาพร้อมจะเปลี่ยนห้องเรียนให้กลายเป็นห้องทดลองของชีวิตจริง เชฟแบล็กพร้อมแล้วที่จะยกเอาทั้ง ”ตำรา” และ ”บทเรียนชีวิต” ที่สกัดจากความสำเร็จและคราบน้ำตาตลอด 13 ปี มาร่วมต่อจิ๊กซอว์สร้างภูมิคุ้มกันให้คนรุ่นใหม่ยึดครองพื้นที่ทำกินและยืนหยัดได้อย่างสง่างามในทุกสมรภูมิธุรกิจ

คุณหรือองค์กรของคุณ พร้อมที่จะก้าวเข้ามาเป็นสารประกอบชิ้นสำคัญชิ้นนี้ในเมืองปราบเซียนแล้วหรือยัง?
------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน See less

หลักสูตรที่บ่มเพาะผู้ประกอบการปั้นเซียนตัวจริงในเชียงใหม่ ❤️
07/05/2026

หลักสูตรที่บ่มเพาะผู้ประกอบการปั้นเซียนตัวจริงในเชียงใหม่ ❤️

การตลาดยุคใหม่ ไม่ได้มีแค่ทางเดียว
แต่เป็นโลกที่ Data, Technology และ Creativity มาบรรจบกัน

หลักสูตรปริญญาโทการตลาดที่ CMUBS (คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ออกแบบมาเพื่อรองรับนักการตลาดหลากหลายสาย
ไม่ว่าคุณจะอยากเป็น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักวางกลยุทธ์ นักสร้างแบรนด์ หรือผู้ประกอบการ

🔹 เรียนรู้การผสาน MarTech + Data + Strategy
🔹 พัฒนาทักษะที่ใช้ได้จริงในโลกธุรกิจ
🔹 ออกแบบเส้นทางอาชีพของคุณเองได้

เลือก Persona ของคุณ แล้วสร้างอนาคตในแบบที่ใช่

ปริญญาโทการตลาด CMUBS
รุ่นที่ 21 (ปีการศึกษา 2569) รอบที่ 3 รับสมัครถึง 14 พฤษภาคม 2569 นี้เท่านั้น
https://www.cmubs.cmu.ac.th/program/master/master-of-business-mba-marketing/

📍 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
📩 FB Messenger
📱 Line ID: mbamarketing
📞 Tel: 081-1650112

#ปโทการตลาด #ปโทการตลาดมช

ROI of Sustainabilityความยั่งยืน… ไม่ใช่แค่เรื่องของโลกสวย แต่ต้องกำไรให้ธุรกิจได้ด้วยเวลาที่เราพูดถึงคำว่า “ความยั่งยืน...
04/05/2026

ROI of Sustainability
ความยั่งยืน… ไม่ใช่แค่เรื่องของโลกสวย แต่ต้องกำไรให้ธุรกิจได้ด้วย

เวลาที่เราพูดถึงคำว่า “ความยั่งยืน” (Sustainability) ในภาคธุรกิจ ภาพแรกที่ผู้ประกอบการหลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้นการทำ CSR ปลูกป่า หรือกิจกรรมเพื่อสังคมที่มักจะตามมาด้วยคำถามในใจว่า "แล้วมันคุ้มเหนื่อยไหม?" หรือ "นี่คือภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นหรือเปล่า?"

เวลาที่เราได้ยินคำว่าความยั่งยืน (Sustainability) หรือความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักจะมองว่านี่คืองบประมาณสำหรับการคืนกำไรสู่สังคม ซึ่งมักจะแยกส่วนออกจากเป้าหมายการทำกำไรของบริษัทอย่างชัดเจน แต่วันนี้ บริบทของโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว

แต่ข้อมูลล่าสุดจากโครงการวิจัยเชิงลึก Chiang Mai Challenger รายงานวิจัยภายใต้โครงการวิจัยนี้ด้วยความร่วมมือของเหล่าฟันเฟืองสำคัญอย่าง คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMUBS) โดย ศูนย์นวัตกรรมการจัดการ (MIC), เพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน และ หอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อถอดรหัส 'ภูมิทัศน์ผู้ประกอบการ' ในอุตสาหกรรม Wellness อย่างเป็นระบบ ผ่านการเก็บข้อมูลเชิงลึกและการระดมสมองกับผู้เชี่ยวชาญ (Focus Group) กำลังสะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เพราะในสมรภูมิธุรกิจ SME ของเชียงใหม่ ณ ปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดทางจริยธรรม หรือแค่กิจกรรมเสริมเพื่อภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่มันได้กลายร่างเป็น Core Strategy ที่ชี้วัดการอยู่รอด และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่จับต้องได้จริง
------------------------

เมื่อ “ความยั่งยืน” คือทางรอด ไม่ใช่แค่ทางเลือก หากให้เดาเหตุผลที่ผู้ประกอบการลุกขึ้นมาปรับธุรกิจให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะกระแสรักษ์โลก แต่งานวิจัยกลับเผยข้อค้นพบที่น่าประหลาดใจว่า แรงขับเคลื่อนหลักที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องจริยธรรมเพียงอย่างเดียว แต่คือ ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ

แรงจูงใจทางเศรษฐกิจ ทำไมธุรกิจถึงต้องตื่นตัว?
หากเราตั้งคำถามว่า อะไรคือแรงผลักดันที่แท้จริงที่ทำให้ผู้ประกอบการหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม? หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพราะกระแสรักษ์โลก แต่ข้อมูลสถิติกลับเผยให้เห็นความจริงที่น่าสนใจกว่านั้น ว่าเหตุผลหลักคือ ความอยู่รอดทางธุรกิจ

กว่า 55% ของผู้ประกอบการเชียงใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่พักและร้านอาหารที่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ตัดสินใจใช้แนวคิดความยั่งยืนเพื่อ “ลดต้นทุน” เป็นอันดับแรก ตามมาติดๆ ด้วยเหตุผลด้านการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ 54.9% ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่า ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มพรีเมียมคาดหวังไปแล้ว ลูกค้าพร้อมจะสนับสนุนและจ่ายเงินให้กับแบรนด์ที่มีจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมที่ชัดเจน
------------------------

กำไรที่งอกเงยจากการประหยัด สถิติเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีบนหน้ากระดาษ เพราะมีธุรกิจถึง 45.6% ที่ยืนยันว่าพวกเขาได้เห็นผลลัพธ์ในการลดต้นทุนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพียงไม่กี่อย่าง

ธุรกิจที่สามารถลดบิลค่าไฟรายเดือนลงได้ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ที่ส่งผลโดยตรงต่อการลดค่าใช้จ่ายประจำ (Energy Efficiency) หรือร้านอาหารที่สามารถลดต้นทุนวัตถุดิบจากการจัดการลดปริมาณขยะ การรีไซเคิล (Waste Reduction) ได้อย่างเป็นระบบ การอุดรอยรั่วไหลของทรัพยากรเหล่านี้ ส่งผลโดยตรงต่อตัวเลขบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) หรือกำไรสุทธิของบริษัทอย่างปฏิเสธไม่ได้

มากไปกว่านั้น การปรับตัวครั้งนี้ยังเปรียบเสมือนกุญแจไขประตูบานใหม่ เมื่อธุรกิจถึง 33.8% ระบุว่าความยั่งยืนช่วยเปิดโอกาสให้พวกเขาเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ ที่ไม่เคยเข้าถึงมาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและตลาด Medical Wellness ที่มีกำลังซื้อ
------------------------

ต้นทุนและนโยบายรัฐ
แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ทำไมธุรกิจอีกจำนวนมากถึงยังไม่ก้าวเข้าสู่สนามนี้?

ประการแรกคือ ต้นทุนเริ่มต้นที่สูง (53.4%) การลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด แผงโซลาร์เซลล์ หรือบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มักต้องการเม็ดเงินก้อนใหญ่ในระยะแรก ซึ่งเป็นภาระที่หนักหนาสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม

ประการที่สองคือ การขาดแคลนแรงจูงใจจากภาครัฐ (53.4%) เมื่อไม่มีมาตรการลดหย่อนภาษี หรือเงินทุนสนับสนุนที่เข้าถึงง่าย ธุรกิจจำนวนมากจึงเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน

เมื่อการต่อสู้เพียงลำพังอาจต้องจ่ายแพงเกินไป ทางออกเชิงยุทธศาสตร์ที่งานวิจัยชี้แนะเพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดนี้คือ การสร้าง "ระบบนิเวศความยั่งยืนแบบเครือข่าย" (Collaborative Sustainability Ecosystems) ในพื้นที่

การที่ธุรกิจจับกลุ่มกันเป็น Business Clusters เพื่อทำการจัดซื้อร่วม (Collaborative Sourcing) เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองและแบ่งปันทรัพยากรในการหาวัตถุดิบที่ยั่งยืน การจัดซื้อวัตถุดิบที่ยั่งยืนร่วมกันเป็นลอตใหญ่ วิธีนี้จะช่วยทลายกำแพงต้นทุนเริ่มต้นที่สูงลิ่วลงได้ สิ่งนี้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ประกอบการกว่า 50% ที่ระบุว่า สิ่งที่พวกเขาต้องการมากที่สุดคือ การสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงกับซัพพลายเออร์ที่ยั่งยืน ซึ่งจะสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าการขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐเพียงอย่างเดียว

เมื่อธุรกิจต่างๆ เลิกมองกันเป็นเพียงคู่แข่ง แต่หันมาเป็นพาร์ทเนอร์ในระบบนิเวศเดียวกัน การก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องงบประมาณก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
------------------------

การทำธุรกิจอย่างยั่งยืนได้เดินทางก้าวพ้นจุดที่เป็นเพียงภาระค่าใช้จ่ายมาสู่การเป็นอาวุธเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างเต็มรูปแบบ และหากภาคส่วนต่างๆ ในเชียงใหม่สามารถถักทอเครือข่ายความร่วมมือนี้ให้แข็งแกร่งเป็นระบบนิเวศได้ ความยั่งยืนก็จะเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ให้กลายเป็นกำไรที่ยั่งยืน สำหรับทุกคนต่อไป

ท้ายที่สุดแล้ว ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เรื่องของการเสียสละกำไรเพื่อช่วยโลก แต่คือการลงมือทำไปด้วยกันเพื่อช่วยโลกและรักษาผลกำไรของธุรกิจไปพร้อมๆ กัน
------------------------

ติดตามมุมมองใหม่จากงานวิจัยเพื่อคนทำธุรกิจจากเพจเชียงใหม่เมืองปราบเซียน ได้ 4 ช่องทาง
1. Facebook: fb.com/chiangmaichallenger/
2. Instagram: https://www.instagram.com/chiangmaichallenger/
3. YouTube Podcast: https://www.youtube.com/
4. Website: https://chiangmaichallenger.com/
#ธุรกิจเชียงใหม่
#เชียงใหม่เมืองปราบเซียน

Address

Tasala, Muang

50000

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when เชียงใหม่เมืองปราบเซียน posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

Contact The Business

Send a message to เชียงใหม่เมืองปราบเซียน:

  • Want your business to be the top-listed Advertising & Marketing Company?

Share