IR PLUS IR Plus Service ผู้ให้บริการนักลงทุนสัมพันธ์
แบบ One Stop Service

IR Plus Service ผู้ให้บริการนักลงทุนสัมพันธ์ แบบ One Stop Service ที่ให้บริการด้านเว็บไซต์ นักลงทุนสัมพันธ์ และ ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ รวมถึงงานด้านนักลงทุน สัมพันธ์แบบครบวงจร หรือ Investors Relation of Things โดยยึดถือในการเพิ่มคุณภาพการทํางานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยบริการนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations Service) ตั้งแต่ปี 2549 ภายใต้ชื่อบริการ IRPLUS ได้รับความไว้วางใจในการบริการจากบริษัทจดทะเบียนมากกว่า 100 บริษัท

การให้บริการ
IR Plus ONE STOP SERVICE บริการนักลงทุนสัมพันธ์แบบครบวงจร
IR E-AGM การประชุมผู้ถือหุ้นผ่าน Application ที่แรก ที่เดียวในประเทศไทย ที่ทันสมัย สะดวก และปลอดภัย เหมาะสําหรับการจัดประชุมผู้ถือหุ้น หรือจัดประชุมนิติบุคคล บ้านจัดสรร คอนโด หรือสมาคมต่างๆ ที่ช่วยเพิ่มช่องทางอํานวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นติดตามการประชุมได้แม้ว่า จะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วย ตนเอง ทั้งการเกาะติดการประชุม เอกสารที่ใช้ประกอบการประชุม การออกเสียงลงคะแนน สามารถตรวจนับได้อย่างรวดเร็ว แม่นยํา โปร่งใส ตลอดจนการสื่อสารกับผู้ร้บมอบฉันทะของตนโดยสะดวก ทันต่อเหตุการณ์ ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ทําให้การลงทะเบียนสะดวก รวดเร็ว
IRPLUS IPO SERVICE บริการที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์สำหรับบริษัทที่จะเข้าจดทะเบียน
IRPLUS IR WEBSITE บริการจัดทำเมนูนักลงทุนสัมพันธ์แบบครบวงจร
IRPLUS MARKETING SERVICE บริการด้านการตลาดแบบครบวงจร

Readyplanet เปิดตัว Hotel Loyalty by Pointspot ปลดล็อกโรงแรมไทย เพิ่มยอดจองตรง ลดพึ่งพา OTAบริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด (...
23/09/2026

Readyplanet เปิดตัว Hotel Loyalty by Pointspot ปลดล็อกโรงแรมไทย เพิ่มยอดจองตรง ลดพึ่งพา OTA
บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด (มหาชน) หรือ READY ผู้นำแพลตฟอร์มการขายและการตลาดดิจิทัลแบบครบวงจร (All-in-One Sales and Marketing Platform) ประกาศเปิดตัวโซลูชันเฉพาะกลุ่มธุรกิจโรงแรม “Hotel Loyalty Program by Pointspot” ระบบบริหารความสัมพันธ์และสร้างความผูกพันสำหรับธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และที่พัก ออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point สำคัญของผู้ประกอบการไทยที่มีภาระต้นทุนค่าคอมมิชชันจากตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agency - OTA) สูงถึง 15–25% มุ่งเปลี่ยนแขกผู้เข้าพักทั่วไปให้กลายเป็นลูกค้าประจำที่จองห้องพักตรงกับโรงแรมอย่างต่อเนื่อง
นายทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรดดี้แพลนเน็ต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจโรงแรมและที่พักในปัจจุบันเผชิญกับความท้าทายในการรักษาความสามารถในการทำกำไร แม้ปริมาณการเข้าพักจะฟื้นตัว แต่สัดส่วนการจองส่วนใหญ่ยังคงผ่านแพลตฟอร์ม OTA ส่งผลให้โรงแรมต้องจ่ายค่าธรรมเนียมจำนวนมาก ขณะเดียวกันการทำระบบสะสมแต้มหรือบัตรสมาชิกของโรงแรมแบบเดิมมักล้มเหลว เนื่องจากความยุ่งยากที่ต้องบังคับให้ลูกค้าดาวน์โหลดแอปพลิเคชันใหม่ ส่งผลให้อัตราการสมัครและการกลับมาพักซ้ำ (Repeat Stay) ต่ำกว่าเป้าหมาย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว Readyplanet จึงได้พัฒนาโซลูชัน Hotel Loyalty Program by Pointspot โดยใช้จุดเด่นของระบบ Loyalty ดิจิทัลที่ไม่ต้องพึ่งพาแอปพลิเคชัน (No-app Loyalty) ช่วยให้โรงแรมสามารถสร้างระบบสมาชิกและกระตุ้นยอดจองตรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี 4 จุดเด่นสำคัญ ได้แก่
1.สมัครและสะสมพอยท์ง่ายผ่านเบอร์โทรศัพท์ (Frictionless Member Onboarding) : แขกผู้เข้าพักสามารถลงทะเบียนเป็นสมาชิกได้ทันทีที่จุดเช็กอิน (Front Desk) หรือขณะจองห้องพัก เพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์ โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันหรือกรอกเอกสาร ลดแรงต้านของลูกค้า และช่วยให้พนักงานต้อนรับทำงานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
2.ระบบระดับสมาชิกและสิทธิพิเศษห้องพัก (Tier & VIP Privileges) : โรงแรมสามารถกำหนดระดับสมาชิก (เช่น Silver, Gold, Platinum) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์นักเดินทาง เช่น สิทธิ์อัปเกรดห้องพัก (Room Upgrade), เลทเช็กเอาต์ (Late Check-out), ส่วนลดค่าอาหารและสปา หรือบริการ Welcome Drink พิเศษ สร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าเลือกจองตรงในครั้งถัดไป
3.คูปองอิเล็กทรอนิกส์และแพ็กเกจเวาเชอร์ (Digital Coupons & e-Vouchers) : ส่งมอบ e-Coupon ส่วนลดหรือคูปองเงินสดเข้าสู่เบอร์โทรศัพท์ของลูกค้าโดยตรง เพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับการเข้าพักครั้งต่อไป หรือกระตุ้นการใช้จ่ายเสริมภายในรีสอร์ต พร้อมระบบส่ง SMS/LINE อวยพรวันเกิดและแจ้งเตือนสิทธิพิเศษล่วงหน้าอัตโนมัติ
4.ผสานการจองตรงอย่างไร้รอยต่อ (Seamless Direct Booking Connection) : เชื่อมโยงระบบสมาชิกเข้ากับระบบจองห้องพักบนเว็บไซต์ (Direct Booking Engine) แขกสามารถล็อกอินด้วยเบอร์โทรเพื่อใช้คะแนนสะสมแลกเป็นส่วนลดค่าห้องพักได้ทันที ช่วยดึงดูดทราฟฟิกให้จองผ่านช่องทางตรงของโรงแรมแทนการจองผ่าน OTA
โดยโซลูชัน Hotel Loyalty Program by Pointspot พร้อมเปิดให้บริการแก่ผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ต และธุรกิจบริการแล้ววันนี้ โรงแรมที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและนัดหมายเพื่อรับคำปรึกษาพร้อมชมการสาธิตระบบได้ที่ www.pointspot.co หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-016-6900
“หัวใจสำคัญของการเพิ่มกำไรสุทธิให้ธุรกิจโรงแรมในยุคนี้ ไม่ใช่แค่การหาลูกค้าใหม่เข้ามาพัก แต่คือการรักษาลูกค้าที่เคยมาพักแล้วให้กลับมาจองตรงกับโรงแรมในครั้งต่อไป ที่ผ่านมาโรงแรมส่วนใหญ่ยังมีข้อจำกัดเพราะขาดเครื่องมือสร้าง Loyalty ที่ใช้งานง่ายและเข้าถึงลูกค้าได้จริง โซลูชัน Hotel Loyalty Program บนระบบ Pointspot จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้โรงแรมทุกระดับ ตั้งแต่บูทีคโฮเทลไปจนถึงเชนโรงแรม สามารถสร้างฐานสมาชิกประจำของตนเอง ลดการสูญเสียรายได้จากค่าคอมมิชชัน และสามารถสร้างความผูกพันระยะยาวกับผู้เข้าพักได้อย่างยั่งยืน” นายทรงยศ กล่าวทิ้งท้าย
#เพิ่มยอดจองตรง #ระบบสะสมแต้มโรงแรม #ลดค่าคอมOTA

บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) ชวนนักลงทุนร่วมงาน IPO Roadshow 28 ก.ย. นี้ ชูความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแ...
23/09/2026

บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK) ชวนนักลงทุนร่วมงาน IPO Roadshow 28 ก.ย. นี้ ชูความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันแบบครบวงจร
บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ QUICK ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการที่ปรึกษาและติดตั้งระบบดิจิทัลแบบครบวงจร (End-To-End Digital Transformation Provider) รวมถึงได้รับการแต่งตั้งเป็น Microsoft Partner อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 32 ล้านหุ้น ตามแผนการระดมทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพื่อเสริมศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ และรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมในยุคดิจิทัล
บมจ.ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น เตรียมจัดงาน "QUICK IPO Press Conference & Retail Investor Roadshow" ในรูปแบบ Hybrid นำเสนอข้อมูลสรุปการซื้อขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน แบบลงลึกทุกประเด็นที่นักลงทุนสนใจ โดยทีมผู้บริหารระดับสูง ร่วมโชว์วิสัยทัศน์ ทิศทางในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงฉายภาพอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ที่ใช้ความเร็วและดิจิทัลโซลูชันในการขับเคลื่อนธุรกิจ นำโดย คุณไพศาล แซ่ลี้ CEO, คุณประภาภรณ์ วัฒนวรางศิกูร CFO บริษัท ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณจิรยง อนุมานราชธน บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และ คุณยอดฤดี สันตติกุล บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ร่วมนำเสนอข้อมูล
โดยนักลงทุนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมเสรี จินตนเสรี 704 ชั้น 7 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ที่ https://forms.gle/Radmh7TR89spf1446 หรือรับชมผ่านการถ่ายทอดสดแบบเกาะติดชิดจอทาง Facebook: IR PLUS https://www.facebook.com/irplus งานนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังมองหาหุ้น IPO พื้นฐานดี มีศักยภาพที่โดดเด่นในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตไปกับ QUICK เทคคอมพานีที่พร้อมเดินหน้าธุรกิจสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคดิจิทัล อย่างมั่นคงและยั่งยืน
#หุ้นQUICK #หุ้นIPO

“กลุ่มบริษัทเทวกรรมโอสถ” คว้า 3 รางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 ตอกย้ำมาตรฐานสถานประกอบการดีเด่นบริษัท เทวกรรมโอส...
23/09/2026

“กลุ่มบริษัทเทวกรรมโอสถ” คว้า 3 รางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 ตอกย้ำมาตรฐานสถานประกอบการดีเด่น
บริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด และบริษัท ดีวีเค เฮลท์แคร์ จำกัด บริษัทในกลุ่มธุรกิจ Healthcare ของ บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC ได้รับ 3 รางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 “เทวกรรมโอสถ” ได้รับ 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านยา และรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร “ดีวีเค เฮลท์แคร์” ได้รับรางวัลสถานประกอบการดีเด่นด้านเครื่องมือแพทย์ ในพิธีมอบรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 (FDA Quality Award 2026) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยกระทรวงสาธารณสุข
การได้รับรางวัล อย.ควอลิตี้ อวอร์ด ในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของเทวกรรมโอสถในการตอกย้ำมาตรฐานและความน่าเชื่อถือขององค์กร พร้อมสะท้อนศักยภาพของธุรกิจ Healthcare ภายใต้กลุ่ม SELIC ที่เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ แบรนด์ และการตลาด เพื่อสร้างการเติบโตควบคู่กับการส่งมอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพให้แก่ผู้บริโภคอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน กลุ่ม SELIC ถือหุ้นในบริษัท เทวกรรมโอสถ จำกัด โดยเทวกรรมโอสถถือเป็นหนึ่งในธุรกิจสำคัญที่ช่วยต่อยอดการเติบโตของ SELIC เข้าสู่ตลาด Consumer Healthcare และขยายฐานธุรกิจจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่ตลาดผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Healthcare มีแบรนด์ผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพที่เป็นที่รู้จักในตลาด ได้แก่ นีโอบัน (Neobun), นีโอพลาส (Neoplast) และมวย (Muay/น้ำมันมวย) ซึ่งครอบคลุมผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลสุขภาพ การปฐมพยาบาล และบรรเทาอาการปวดจากการใช้ชีวิตประจำวัน ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่มีโอกาสต่อยอดไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ ๆ
#กลุ่มบริษัทเทวกรรมโอสถ #อยควอลิตี้อวอร์ด2569 #น้ำมันมวย

TBSP รุก AI ค้าปลีก ชูป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ESL) สู่ร้านค้าอัจฉริยะ ร่วม Wonder AI ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่นบริษัท ทีบีเ...
22/09/2026

TBSP รุก AI ค้าปลีก ชูป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์ (ESL) สู่ร้านค้าอัจฉริยะ ร่วม Wonder AI ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมอื่น
บริษัท ทีบีเอสพี จำกัด (มหาชน) หรือ TBSP เดินหน้าต่อยอดศักยภาพด้านเทคโนโลยีและโซลูชันสำหรับภาคธุรกิจ จับมือ บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด ผู้ให้บริการระบบ Wonder AI พัฒนาและต่อยอดโซลูชัน Smart Retail สำหรับธุรกิจค้าปลีก ชูจุดแข็ง TBSP ด้าน Electronic Shelf Label (ESL) หรือป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์ และความเชี่ยวชาญด้าน System Integration เชื่อมโยงระบบ AI เข้ากับเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐานเดิมของลูกค้า ตั้งเป้านำร่องกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ก่อนต่อยอดสู่หลากหลายอุตสาหกรรม รองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจและผู้บริโภคในยุค AI ไร้พรมแดน
นายวิเลิศ อรวรรณวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีบีเอสพี จำกัด (มหาชน) หรือ TBSP ผู้ประกอบธุรกิจผลิตบัตรพลาสติกและงานพิมพ์ความปลอดภัยสูงในระดับสากล สู่การเป็น “Tech-Driven Manufacturing Platform” เปิดเผยว่า การเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโซลูชันร่วมกับ Wonder AI ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ TBSP ในการต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและการเชื่อมโยงระบบ เพื่อตอบโจทย์องค์กรที่กำลังปรับตัวเข้าสู่ยุค Digital และ AI โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกซึ่งมีการแข่งขันสูง และต้องการใช้ข้อมูลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารร้านค้า ลดต้นทุน และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้แก่ผู้บริโภค
หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของ TBSP คือ Electronic Shelf Label หรือ ESL เทคโนโลยีป้ายราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการราคา โปรโมชั่น และข้อมูลสินค้าบริเวณหน้าชั้นวางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ลดขั้นตอนการเปลี่ยนป้ายราคาแบบเดิม และช่วยให้ข้อมูลหน้าร้านสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ทางการตลาดและสถานการณ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อ ESL ทำงานร่วมกับข้อมูลและการวิเคราะห์จาก Wonder AI จะช่วยต่อยอดการบริหารร้านค้าให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ตั้งแต่การทำความเข้าใจจำนวนลูกค้า ช่วงเวลาที่ลูกค้าเข้าร้าน เส้นทางการเดิน ความสนใจต่อสินค้า ไปจนถึงผลตอบรับของพื้นที่ขายและโปรโมชั่น ซึ่งเป็นข้อมูลที่สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนด้านราคา โปรโมชั่น การจัดวางสินค้า และการบริหารพื้นที่ภายในร้านได้
ขณะเดียวกัน TBSP ยังมีบทบาทสำคัญในด้าน System Integration หรือการเชื่อมโยงระบบ เพื่อทำให้ Wonder AI สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีและระบบที่ลูกค้ามีอยู่แล้ว ช่วยลดข้อจำกัดในการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งาน และเพิ่มความคล่องตัวในการติดตั้งและขยายระบบจากสาขานำร่องไปสู่หลายสาขาในอนาคต
นายวิเลิศ กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการนำ AI มาใช้ในภาคธุรกิจไม่ใช่เพียงการมีเทคโนโลยี AI แต่คือการทำให้ AI สามารถเชื่อมต่อกับระบบและกระบวนการทำงานจริงขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ TBSP จึงนำความเชี่ยวชาญด้าน Electronic Shelf Label และ System Integration เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Ecosystem เพื่อเชื่อมข้อมูล การวิเคราะห์ และการนำผลลัพธ์ไปใช้จริงหน้าร้านให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ”
ความร่วมมือดังกล่าวมีเป้าหมายเริ่มต้นจากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านและหลายสาขา อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้าปลีกเฉพาะทาง ร้านสุขภาพและความงาม และศูนย์การค้า ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีข้อมูลจากการดำเนินงานจำนวนมาก และมีความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารพื้นที่ โปรโมชั่น สินค้า และบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ระบบ Wonder AI จะเข้ามาช่วยเปลี่ยนข้อมูลภาพจากกล้อง CCTV ที่ธุรกิจมีอยู่แล้วให้กลายเป็นข้อมูลเชิงธุรกิจ โดยสามารถวิเคราะห์จำนวนลูกค้า ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น เส้นทางการเดิน พื้นที่หรือสินค้าที่ได้รับความสนใจ ระยะเวลาในการเลือกซื้อ ตลอดจนพฤติกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารและผู้จัดการร้าน
ด้านนายวรกฤต ชัยสถาพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วันเดอร์ เอไอ จำกัด กล่าวว่า Wonder AI มีแนวทางพัฒนาระบบให้เป็นมากกว่าเทคโนโลยีวิเคราะห์ภาพ โดยมุ่งสู่การเป็น Business Solution ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลจากพื้นที่จริงมาใช้ในการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีเป้าหมายพัฒนาจากระบบ Wonder Insight ไปสู่ AI Store Manager หรือผู้ช่วยผู้จัดการร้านอัจฉริยะในอนาคต
“การมีพันธมิตรอย่าง TBSP จะช่วยเติมเต็ม Ecosystem ของ Smart Retail โดยเฉพาะความสามารถด้าน ESL และ System Integration ซึ่งมีความสำคัญต่อการนำข้อมูลที่ AI วิเคราะห์ได้ไปเชื่อมต่อกับระบบและการดำเนินงานจริงของลูกค้า ทำให้เทคโนโลยีสามารถนำไปใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรม และรองรับการขยายระบบในระดับองค์กรได้มากขึ้น” นายวรกฤตกล่าว
สำหรับแนวทางการพัฒนาตลาด จะเริ่มจากการสร้างกรณีศึกษากับกลุ่มธุรกิจค้าปลีก ผ่านโครงการ POC (Proof of Concept) และโครงการต้นแบบ เพื่อพิสูจน์ผลลัพธ์ทางธุรกิจก่อนขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์และต่อยอดจากสาขานำร่องไปสู่เครือข่ายหลายสาขา นอกจากนี้ ความร่วมมือระหว่าง TBSP และ Wonder AI ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอื่นที่มีพื้นที่ให้บริการลูกค้า พนักงาน หรือผู้ใช้งานจำนวนมาก อาทิ ร้านอาหาร คาเฟ่ โชว์รูม โรงพยาบาล คลินิก ธนาคาร สนามบิน สถานีขนส่ง สถานศึกษา อาคารสำนักงาน โรงงาน และคลังสินค้า โดยสามารถประยุกต์ AI เพื่อวิเคราะห์การใช้พื้นที่ จำนวนผู้รับบริการ ระยะเวลารอคอย ช่วงเวลาที่มีผู้ใช้งานหนาแน่น และประสิทธิภาพการดำเนินงานให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละองค์กร
นายวิเลิศ กล่าวทิ้งท้ายว่า “TBSP มองว่า AI จะเข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจในอนาคต แต่คุณค่าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อ AI สามารถเชื่อมโยงกับระบบเดิม ข้อมูล และกระบวนการทำงานขององค์กรได้จริง ความร่วมมือกับ Wonder AI จึงเป็นอีกก้าวในการนำศักยภาพของ TBSP ทั้งด้าน ESL และ System Integration มาสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้า ตั้งแต่ธุรกิจค้าปลีกไปจนถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ และรองรับการเติบโตของธุรกิจไทยในยุค AI ไร้พรมแดน”
#ร้านค้าอัจฉริยะ

ไทย เอเอเอ็ม ส่งโดรนโชว์ 1,000 ลำ ร่วมสร้างสีสันบนท้องฟ้า ในงาน “Bangkok Flower Festival 2026”บริษัท ไทย เอเอเอ็ม จำกัด ...
22/09/2026

ไทย เอเอเอ็ม ส่งโดรนโชว์ 1,000 ลำ ร่วมสร้างสีสันบนท้องฟ้า ในงาน “Bangkok Flower Festival 2026”
บริษัท ไทย เอเอเอ็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนของ บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP นำโดรนจำนวน 1,000 ลำ ร่วมสร้างสีสันบนท้องฟ้าเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ในงาน “Bangkok Flower Festival 2026” ณ ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค กับการแสดง Drone Show : BLOOM ACROSS THE SKY ถ่ายทอดความงดงามของดอกไม้และเสน่ห์ของกรุงเทพฯ ผ่านการแปรอักษร แสง สี และ เทคโนโลยี สร้างประสบการณ์การชมเทศกาลดอกไม้ในมิติใหม่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน
ในโอกาสนี้ นายวิโรจน์ พรประกฤต รองประธานกรรมการบริษัท (ที่ 1 จากขวา) และ นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (ที่ 2 จากซ้าย) พร้อมด้วย นายนิธาน ชัยเนตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (ที่ 1 จากซ้าย) ร่วมชมการแสดงและถ่ายภาพร่วมกันภายในงาน
สำหรับการแสดง Drone Show จะจัดขึ้น 2 รอบ ในวันที่ 19 และ 26 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 20.30 น. รอบละประมาณ 15 นาที ณ ยอดพิมาน ริเวอร์วอล์ค โดยเป็นหนึ่งในไฮไลต์ของงาน “Bangkok Flower Festival 2026” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18–27 กันยายน 2569
การแสดงโดรนโชว์ครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ ไทย เอเอเอ็ม ในการนำเทคโนโลยี Drone Show มาต่อยอดสู่การให้บริการและขยายโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มอีเวนต์ การท่องเที่ยว และอุตสาหกรรม สร้างสรรค์ สอดคล้องกับแนวทางของ GCAP ในการพัฒนาธุรกิจใหม่ในอนาคต

SNPS รับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2569 สะท้อนภาพองค์กรดีเด่นด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร  ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บ...
22/09/2026

SNPS รับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด 2569 สะท้อนภาพองค์กรดีเด่นด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SNPS ผู้ผลิตและจำหน่ายสารสกัดสมุนไพรมาตรฐาน รวมถึงรับจ้างพัฒนาและผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ความงาม และสุขอนามัย ภายใต้ตราสินค้าของลูกค้าและภายใต้ตราสินค้าของกลุ่มบริษัทฯ ขึ้นรับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด ประจำปี 2569 สาขาสถานประกอบการดีเด่น ด้านผลิตภัณฑ์สมุนไพร จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข การมอบรางวัลในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องสถานประกอบการและผลิตภัณฑ์สุขภาพดีเด่น ที่มีคุณภาพมาตรฐานตามหลักเกณฑ์ พร้อมกับสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ประกอบการ และส่งเสริมให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบการรายอื่นต่อไป
อีกทั้งยังสะท้อนภาพลักษณ์ของ SNPS ในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมจากธรรมชาติไทย ที่สามารถเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ครอบคลุมการคัดสรรวัตถุดิบธรรมชาติ การวิจัยและพัฒนา การผลิตสารสกัดมาตรฐาน ไปจนถึงการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามสำหรับตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับเกียรติจาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้มอบรางวัลและเป็นประธานในพิธี โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 21 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นนทบุรี
#อยควอลิตี้อวอร์ด2569 #ผลิตภัณฑ์สมุนไพร #นวัตกรรมสมุนไพรไทย

efin Group เปิดตัว “IRplus Copilot” ตอกย้ำ First Mover วงการ IR นำ AI ยกระดับงานนักลงทุนสัมพันธ์ สู่การสื่อสารที่แม่นยำ ...
22/09/2026

efin Group เปิดตัว “IRplus Copilot” ตอกย้ำ First Mover วงการ IR นำ AI ยกระดับงานนักลงทุนสัมพันธ์ สู่การสื่อสารที่แม่นยำ รวดเร็ว และน่าเชื่อถือ
อีฟิน กรุ๊ป (efin Group) โดย IR PLUS เปิดตัว “IRplus Copilot – The IR Game Changer” เดินหน้า First Mover วงการ IR นำ AI พลิกบทบาทนักลงทุนสัมพันธ์จาก “ผู้จัดการข้อมูล” สู่ “Strategic Intelligence” ขององค์กร เชื่อมโยงข้อมูลบริษัท ข้อมูลตลาด ข่าวสาร และ Sentiment ภายใต้แนวคิด “CLARITY – DEPTH – CONFIDENCE” ช่วยทีม IR และผู้บริหารค้นหา ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกและรวดเร็วขึ้น เพิ่มความแม่นยำในการสื่อสาร พร้อมสนับสนุนการตัดสินใจบนข้อมูลที่รอบด้าน
งานในครั้งนี้จัดขึ้นในรูปแบบ Exclusive Seminar สำหรับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ได้รับเกียรติจาก นายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด หรือ efin Group พร้อมคณะผู้บริหารในเครือ ร่วมเปิดตัว IRplus Copilot พร้อมด้วย ผศ.ดร.พัฒนรี ธีรมงคล ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI Strategy จาก Sasin School of Management ร่วมถ่ายทอดมุมมองด้านการเตรียมความพร้อมขององค์กรในยุค AI และการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับการบริหารองค์กรและตลาดทุน
นายพรเลิศ เปิดเผยภายในงาน “IRplus Copilot – The IR Game Changer” ว่า การจัดงานครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวคิด “นำด้วยข้อมูลอัจฉริยะ สร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุน” สะท้อนมุมมองของ efin Group ที่เห็นว่าตลาดทุนกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ เมื่อ AI ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่กำลังเข้ามามีบทบาททั้งในฝั่งบริษัทจดทะเบียนและนักลงทุน ตั้งแต่การค้นหา วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล ไปจนถึงการติดตามความเคลื่อนไหวของบริษัทในวงกว้างขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทจดทะเบียนเองต้องรับมือกับทั้งปริมาณข้อมูล กฎเกณฑ์ และความคาดหวังด้านการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มดังกล่าวทำให้โจทย์ของงานนักลงทุนสัมพันธ์เปลี่ยนจาก “จะใช้ AI หรือไม่” ไปสู่ “จะใช้ AI อย่างไร” ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาความถูกต้อง ความโปร่งใส และความน่าเชื่อถือของข้อมูล เพราะสำหรับตลาดทุน ความเร็วเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากข้อมูลที่สื่อสารออกไปคลาดเคลื่อนแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนได้ การนำ AI มาใช้จึงต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับกระบวนการที่ตรวจสอบย้อนกลับได้และมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน
จากประสบการณ์กว่า 20 ปีของ efin Group ใน Ecosystem ตลาดทุนไทย ทั้งด้านข้อมูล แพลตฟอร์มการลงทุน และบริการสำหรับบริษัทจดทะเบียน ทำให้บริษัทเห็นโจทย์ของทีม IR มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาระงานที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางข้อจำกัดด้านบุคลากร จึงนำองค์ความรู้และประสบการณ์ดังกล่าวมาต่อยอดด้วย AI ภายใต้ 3 แนวคิดสำคัญ ได้แก่ “CLARITY” ความแม่นยำในการสื่อสาร “DEPTH” การมองเห็นข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของตลาดและ Sentiment ได้ลึกขึ้น และ “CONFIDENCE” การควบคุมและตรวจสอบกระบวนการได้อย่างเป็นระบบ
ทิศทางดังกล่าวนำมาสู่การพัฒนา IRplus Copilot ให้เป็น AI ผู้ช่วยสำหรับงานนักลงทุนสัมพันธ์ยุคใหม่ เชื่อมโยงข้อมูลตลาด เสียงของนักลงทุน และมุมมองของผู้บริหาร เพื่อให้ทีม IR เห็นประเด็นสำคัญได้เร็วและรอบด้านขึ้น พร้อมรองรับงานตั้งแต่การจัดการคลังความรู้ การจัดทำและตรวจสอบเอกสาร การตอบคำถามนักลงทุน การติดตาม Compliance ไปจนถึง Market Intelligence เพื่อเท่าทันความเคลื่อนไหวที่อาจมีผลต่อบริษัท
ระบบยังออกแบบภายใต้หลัก Human-in-the-Loop โดยให้ผู้บริหารหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติข้อมูลก่อนเผยแพร่ มี Approval Workflow และ Audit Log สำหรับตรวจสอบย้อนหลัง รวมถึงการอ้างอิงแหล่งข้อมูล เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากข้อมูลคลาดเคลื่อนและรักษามาตรฐานการสื่อสารของบริษัทจดทะเบียน
ในระยะต่อไป efin Group มุ่งต่อยอด IRplus Copilot ให้เชื่อมโยงข้อมูล เทคโนโลยี และ Ecosystem ของกลุ่มมากขึ้น เพื่อเปลี่ยนข้อมูลและเสียงของนักลงทุนให้เป็น Insight ที่องค์กรนำไปใช้ได้จริง พร้อมผลักดันให้งานนักลงทุนสัมพันธ์เป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงบริษัท ผู้บริหาร นักลงทุน และตลาดทุนในยุค AI
สำหรับบริษัทจดทะเบียนที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ IRplus Copilot ได้ที่ www.irpluscopilot.com หรือติดต่อ IR PLUS เพื่อรับข้อมูลและนัดหมาย Demo เพิ่มเติมได้ที่ 02-022-6200
#นักลงทุนสัมพันธ์

KOAN ยกทัพเคสและฟิล์มแบรนด์ดังระดับโลก รับกระแส iPhone 18 Series พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้บริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ในเค...
21/09/2026

KOAN ยกทัพเคสและฟิล์มแบรนด์ดังระดับโลก รับกระแส iPhone 18 Series พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้
บริษัท โคแอน จำกัด (KOAN) ในเครือ CPW ตอกย้ำความแข็งแกร่งในตลาดสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ยกทัพเคสและฟิล์มคอลเลกชันใหม่จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกรับกระแส iPhone 18 Series มาแรง พร้อมวางจำหน่ายอย่างครบครัน ทั้งเคส ฟิล์มกันรอยหน้าจอ และฟิล์มกันรอยเลนส์ เอาใจผู้บริโภคที่มองหาอุปกรณ์เสริมซึ่งตอบโจทย์ทั้งการปกป้อง ดีไซน์ และไลฟ์สไตล์การใช้งาน
นายลักษณ์วัตร์ เหรียญเจริญสุข กรรมการบริหาร บริษัท โคแอน จำกัด ในเครือ บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW เปิดเผยว่า การมาถึงของ iPhone รุ่นใหม่ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาดอุปกรณ์เสริมกลับมาคึกคัก เนื่องจากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเลือกเคสและฟิล์มเพื่อปกป้องตัวเครื่องตั้งแต่วันแรก ควบคู่กับการเลือกดีไซน์ที่สะท้อนสไตล์ของตนเอง KOAN จึงเตรียมผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ชั้นนำไว้อย่างหลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่เหมาะกับการใช้งานได้อย่างครบถ้วน พร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงวางจำหน่าย iPhone 18 Series
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่นำมาจำหน่าย ครอบคลุมเคสจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ Kate Spade, Torras, Spigen, Mous, ZAGG, Raptic และ Power Support รวมถึงฟิล์มกันรอยหน้าจอและฟิล์มกันรอยเลนส์จาก PanzerGlass, imos, ZAGG และ BodyGuardz ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องการปกป้อง และดีไซน์สวยงาม เหมาะสำหรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของผู้ใช้งาน
ทั้งนี้ KOAN ยังคงมุ่งมั่นขยายพอร์ตไปยังสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง ด้วยการนำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์อุปกรณ์เสริมชั้นนำระดับโลก เพื่อสร้างทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ผู้บริโภค และรองรับการเติบโตของตลาดสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์ในประเทศไทย
สำหรับคอลเลคชันเคส และฟิล์มสำหรับ iPhone 18 Series นี้ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อกันได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ อาทิ AIS Shop, BEtrend, iStudio by copperwired, iStudio by SPVi, iStudio by UFicon, JIB, Powerbuy, The Gadget, True Shop, 425 Degree และสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ KOAN บน Lazada และ Shopee สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LINE:
#ฟิล์มiPhone18

“สยามอินเตอร์ การประมูล” ยื่นไฟลิ่งขาย IPO ไม่เกิน 94.10 ล้านหุ้น ระดมทุนเข้าตลาด mai ต่อยอดผู้นำธุรกิจประมูลยานยนต์รายใ...
21/09/2026

“สยามอินเตอร์ การประมูล” ยื่นไฟลิ่งขาย IPO ไม่เกิน 94.10 ล้านหุ้น ระดมทุนเข้าตลาด mai ต่อยอดผู้นำธุรกิจประมูลยานยนต์รายใหญ่ของประเทศ
บมจ.สยามอินเตอร์ การประมูล หรือ SIA (ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “SIAA”) หนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการประมูลสินทรัพย์สำหรับยานยนต์ใช้แล้วและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร เดินหน้าแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ล่าสุดยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 94.10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 32% โดยมี บล.หยวนต้าเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เตรียมนำเงินระดมทุนต่อยอดโครงสร้างพื้นฐานและลานประมูล พร้อมลงทุนเทคโนโลยี AI, IoT และ Automation เสริมศักยภาพการให้บริการและรองรับการเติบโตในอนาคต
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์และร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก จำนวนไม่เกิน 94,100,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นสัดส่วนไม่เกิน 32.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ว่า “SIAA”
โดย บมจ.สยามอินเตอร์ การประมูล มีแผนนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ (SERVICE) โดยบริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและเงินสำรองต่าง ๆ ตามที่กฎหมายและบริษัทฯ กำหนด
ด้วยจุดแข็ง ในด้านประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจประมูลรถใช้แล้วที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ประกอบกับเครือข่ายสาขาและลานประมูลที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วประเทศ รวมถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรทั้งฝั่งผู้ส่งรถและผู้ซื้อ ทำให้บริษัทฯ สามารถพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เรามองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับกระบวนการดำเนินงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
นายกาย นันต์ธนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามอินเตอร์ การประมูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจให้บริการประมูลสินทรัพย์สำหรับยานยนต์ใช้แล้วและสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องแบบครบวงจร โดยทรัพย์สินหลักที่นำมาประมูลประกอบด้วย รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และยานยนต์ประเภทอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่เป็นนิติบุคคล อาทิ สถาบันการเงิน บริษัทลิสซิ่งและสินเชื่อยานยนต์ บริษัทให้บริการรถเช่า รวมถึงผู้ประกอบการสินเชื่อทะเบียนรถ
ตลอดระยะเวลากว่า 22 ปี บริษัทได้พัฒนาเครือข่ายและระบบการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขาสำหรับจัดเก็บรถรอประมูลรวม 47 สาขา และลานประมูล 8 แห่งทั่วประเทศ ช่วยรองรับทรัพย์สินจากคู่ค้าในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมเชื่อมโยงผู้ขายเข้ากับฐานผู้ซื้อทั้งผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วและผู้ซื้อรายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงปี 2566–2568 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการเท่ากับ 475.18 ล้านบาท 608.01 ล้านบาท และ 604.44 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่งวด 6 เดือนแรกของปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ 240.70 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจให้บริการประมูลยานยนต์ประเภทต่าง ๆ ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 70% - 75% ของรายได้ค่าบริการ สะท้อนฐานรายได้หลักจากธุรกิจที่บริษัทฯ มีความเชี่ยวชาญมาอย่างยาวนาน
เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทมีแผนนำไปใช้เพื่อขยายโครงสร้างพื้นฐานและลานประมูล รองรับการขยายตัวของปริมาณรถและการให้บริการในอนาคต รวมถึง ลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้าน AI, IoT และ Automation เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานและยกระดับการให้บริการ ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว
“ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจประมูลยานยนต์ใช้แล้วยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ ผสานเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมฐานผู้ซื้อทั้งผู้ประกอบการรถยนต์มือสองและผู้ซื้อรายย่อยที่แข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตผ่าน Digital Platform และ Social Media เพื่อขยายฐานผู้ซื้อและสร้างการรับรู้แบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมีผู้ติดตามรวมมากกว่า 4.5 ล้านบัญชี ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ พร้อมพัฒนารูปแบบการประมูลทั้ง Onsite Live, Online Real-time และ Proxy Bidding ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงการประมูลได้สะดวกจากทุกพื้นที่และต่อยอด SIA จากธุรกิจลานประมูลสู่แพลตฟอร์มประมูลยานยนต์ที่ผสานเครือข่ายออฟไลน์และดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร โดยการระดมทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมศักยภาพในการขยายโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเทคโนโลยี และรองรับการเติบโตของธุรกิจในระยะต่อไป” นายกาย กล่าวทิ้งท้าย
#สยามอินเตอร์การประมูล #ประมูลรถมือสอง

Jaymart Mobile คึกคักรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max กระแสจองดี รับเทรนด์ AI หนุนรอบเปลี่ยนเครื่องช่วงไฮซีซันJay...
21/09/2026

Jaymart Mobile คึกคักรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max กระแสจองดี รับเทรนด์ AI หนุนรอบเปลี่ยนเครื่องช่วงไฮซีซัน
Jaymart Mobile ยิ้มรับกระแส iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max หลังได้รับความสนใจอย่างดีตั้งแต่ช่วงเปิดจอง ต่อเนื่องถึงวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 18 กันยายน 2569 สะท้อนความต้องการเปลี่ยนเครื่องของผู้บริโภคและตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมที่ยังคึกคัก พร้อมรับช่วงไฮซีซันปลายปี
นายดุสิต สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด (Jaymart Mobile) เปิดเผยว่า “การเปิดตัว iPhone 18 Series ในปีนี้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้รุ่นก่อน และเข้ามาในจังหวะไฮซีซันของธุรกิจโทรศัพท์มือถือช่วงไตรมาส 3–4 ซึ่งมีผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ทยอยเปิดตัวและผู้บริโภคมีแนวโน้มเปลี่ยนเครื่องเพิ่มขึ้น โดยสมาร์ตโฟนระดับกลางถึงพรีเมียม รวมถึงฟังก์ชัน AI จะเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อรอบการเปลี่ยนเครื่อง ขณะที่โปรแกรม Trade-in ทางเลือกการผ่อนชำระ และสิทธิประโยชน์จาก Jaymart Member จะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อในช่วงโค้งสุดท้ายของปี”
สำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อมดีไซน์ระดับพรีเมียม ชิป A20 Pro ที่ยกระดับประสิทธิภาพการประมวลผลและรองรับการใช้งาน AI พร้อมกล้อง Fusion Main ความละเอียด 48MP ตอบโจทย์ทั้งการทำงาน การสร้างคอนเทนต์ และความบันเทิง เหมาะสำหรับผู้บริโภคที่มองหาสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงและต้องการก้าวสู่เทคโนโลยีรุ่นล่าสุด
Jaymart Mobile จัดเต็มข้อเสนอพิเศษ ทั้งฟรีประกันเครื่องนาน 2 ปี ผ่อนเริ่มต้น 1,358 บาทต่อเดือน เทรดเครื่องเก่ารับส่วนลดสูงสุด 38,000 บาท และสิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก Jaymart Member รับส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท ชำระผ่าน J Wallet รับส่วนลดทันที 3% พิเศษ! สำหรับลูกค้า AIS 5G รับส่วนลดสูงสุด 7,000 บาท พร้อมทางเลือกผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตนานสูงสุด 36 เดือน หรือผ่อนโดยไม่ใช้บัตรเครดิตนานสูงสุด 48 เดือน เพิ่มความยืดหยุ่นในการเป็นเจ้าของและกระตุ้นตลาดเปลี่ยนเครื่องช่วงปลายปี
ผู้สนใจสามารถสัมผัสและเป็นเจ้าของ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ได้แล้ววันนี้ที่ร้าน Jaymart ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ุดคุ้ม

ที่อยู่

466 ถนนรัชดาภิเษก แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
Bangkok
13010

เบอร์โทรศัพท์

+6620226200

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ IR PLUSผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง IR PLUS:

ทางลัด

แชร์