สภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา

สภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา ภารกิจมุ่งช่วยเหลือเด็กและเยาวชนท?

จังหวัดยะลา แจ้งเส้นทางเดิน  วิ่ง ปั่น  ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันเสาร์ที...
31/10/2024

จังหวัดยะลา แจ้งเส้นทางเดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 10 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวันเสาร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2567
#เดินวิ่งปั่นป้องกันอัมพาตครั้งที่10
#จังหวัดยะลา
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน  เพิ่มศักยภาพ การพัฒนาเมือง ภายใต้ความต้องการจริง ที่สนองต่อการแก้ปัญหาตรงตามต้องการของประช...
31/10/2024

กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน เพิ่มศักยภาพ การพัฒนาเมือง ภายใต้ความต้องการจริง ที่สนองต่อการแก้ปัญหาตรงตามต้องการของประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (วันที่ 31 ตุลาคม 2567) นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ที่ห้องประชุมพญาตานี ศาลากลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่าคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ให้ความสำคัญการเพิ่มระยะทางการวิ่งของขบวนรถไฟทักษิณารัถย์ จากที่ปัจจุบันขบวนรถเส้นทางสิ้นสุดที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ ขอให้ไปสิ้นสุดสถานีปลายทางที่สถานีสุไหงโก-ลก พร้อมการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่จากสถานีสุโหงโก-ลกถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ และดำเนินการระบบการขนส่งผู้โดยสารเชื่อมโยงภายในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ระบบเชื่อมโยง InterCity Link นอกจากนั้นให้ความสำคัญการ.ปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน (Soft Loan)และเพิ่มศักยภาพที่พัก โรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Hotel)
นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวเพิ่มเติมว่ากลุ่มจังหวัดภาคใต้
ชายแดนเร่งผลักดันด้านการท่องเที่ยวและแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และการบูรณาการงานวิจัย การใช้เทคโนโลยี e-Wallet ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และการจัดมหกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้มีรายได้เพิ่ม
#จามรี อนุรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลารายงาน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน  เพิ่มศักยภาพ การพัฒนาเมือง ภายใต้ความต้องการจริง ที่สนองต่อการแก้ปัญหาตรงตามต้องการของประช...
31/10/2024

กรอ.กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน เพิ่มศักยภาพ การพัฒนาเมือง ภายใต้ความต้องการจริง ที่สนองต่อการแก้ปัญหาตรงตามต้องการของประชาชน
เมื่อเวลา 10.30 น.วันนี้ (วันที่ 31 ตุลาคม 2567) นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ที่ห้องประชุมพญาตานี ศาลากลางจังหวัดปัตตานี อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี
นายอำพล พงศ์สุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่าคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ให้ความสำคัญการเพิ่มระยะทางการวิ่งของขบวนรถไฟทักษิณารัถย์ จากที่ปัจจุบันขบวนรถเส้นทางสิ้นสุดที่สถานีชุมทางหาดใหญ่ ขอให้ไปสิ้นสุดสถานีปลายทางที่สถานีสุไหงโก-ลก พร้อมการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่จากสถานีสุโหงโก-ลกถึงสถานีชุมทางหาดใหญ่ และดำเนินการระบบการขนส่งผู้โดยสารเชื่อมโยงภายในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ระบบเชื่อมโยง InterCity Link นอกจากนั้นให้ความสำคัญการ.ปรับปรุงหลักเกณฑ์การดำเนินโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการใน 3 จังหวัดภาคใต้ชายแดน (Soft Loan)และเพิ่มศักยภาพที่พัก โรงแรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Hotel)
นอกจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา กล่าวเพิ่มเติมว่ากลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดนเร่งผลักดันด้านการท่องเที่ยวและแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เร่งแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ และการบูรณาการงานวิจัย การใช้เทคโนโลยี e-Wallet ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน และการจัดมหกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน กลุ่มจังหวัดภาคใต้ชายแดน ที่จะช่วยพี่น้องประชาชนให้มีรายได้เพิ่ม
#จามรี อนุรัตน์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลารายงาน
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

ประกาศ  ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาเรื่อง  การรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการการ...
29/10/2024

ประกาศ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลาเรื่อง การรับสมัครบุคคลเข้ารับการสรรหาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา
#รับสมัคร
#องค์การบริหารส่วนจังหวัดยะลา

ข่าวดี....กระทรวงแรงงานหนุนผู้ประกันตนมีบ้านเป็นของตนเอง สปส. จับมือ ธอส. จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกัน...
29/10/2024

ข่าวดี....
กระทรวงแรงงานหนุนผู้ประกันตนมีบ้านเป็นของตนเอง สปส. จับมือ ธอส. จัดทำโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน ม.33 39 และ 40 กรอบวงเงิน 10,000 ล้านบาท
#สปสจับมือธอสออกโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อผู้ประกันตน
#สำนักงานประกันสังคม

29/10/2024

ตรวจสอบสิทธิและผลการโอนเงิน 10000 บาท https://govwelfare.cgd.go.th/welfare/check10000 , สอบถาม ข้อมูลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โทร. 0 2109 2345 กด 1 กด 5 (ไม่มีวันหยุด 24 ชม.), สอบถามข้อมูลคนพิการ พม. สายด่วน 1300

This website is using a security service to protect itself from online attacks. The action you just performed triggered the security solution. There are several actions that could trigger this block including submitting a certain word or phrase, a SQL command or malformed data.

29/10/2024

คืบหน้าโครงการเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจโอนแล้ว 14.4 ล้านคน พบตกค้างกว่า 6 หมื่นคน เร่งให้รีบผูกพร้อมเพย์ ก่อน 21 ธ.ค. 67
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการโอนเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท ว่ารอบที่ผ่านมาได้มีการดำเนินการโอนเงินไปแล้วให้กับกลุ่มเปราะบาง สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับเงินจะดำเนินการโอนเงินเพิ่มในอีก 2 รอบ คือรอบวันที่ 21 พ.ย. และ วันที่ 21 ธ.ค. 67
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการโอนเงินให้กลุ่มเปราะบางรอบที่ 2 (21 ต.ค.) ได้โอนเงินให้ 2 กลุ่ม คือ
• กลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 371,591 คน โอนสำเร็จแล้ว 311,751 คน
• กลุ่มผู้พิการคงค้าง 43,317 คน โอนสำเร็จ 38,265 คน
• ยังมีการคงค้างโอนให้สำเร็จอีก 64,892 คน กลุ่มนี้ร้อยละ 90 มีปัญหาเรื่องการผูกพร้อมเพย์
ขอฝากประชาสัมพันธ์ไปยังประชาชนให้รีบดำเนินการ เพราะจะ มีการโอนซ้ำอีก 2 ครั้ง ในวันที่ 21 พ.ย. และวันที่ 21 ธ.ค. รอบสุดท้าย หากไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนวันที่ 21 ธ.ค. จะถือว่าสละสิทธิ และเงินจะส่งคืนคลัง
ส่วนการดำเนินการที่ผ่านมา ทั้งรอบแรกและรอบเก็บตก 14.55 ล้านคน สำเร็จไปแล้วร้อยละ 99.5 ถือเป็นตัวเลขที่น่าพึงพอใจหรือว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการเติมเงิน 10,000 บาท ให้กับกลุ่มเปราะบางถึงมือครบถ้วนแล้ว
โครงการเงินหมื่นฟื้นเศรษฐกิจส่วนมากใช้อุปโภคบริโภค
รมช.คลัง กล่าวว่า จากการประมาณการสามารถกระตุ้นเศรษฐกิได้จริงหรือไม่นั้น ต้องรอตัวเลขประมาณการที่แท้จริงปลายปีอีกครั้งซึ่งต้องมองภาวะเศรษฐกิจโดยรวมเนื่องจากในไตรมาสที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หลายอย่างทั้งน้ำท่วม และปัญหาอื่น ๆ ยังสามารถประคองสภาวะการเศรษฐกิจให้ตัวเลข (Gross Domestic Product: GDP) หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ อยู่ที่ 2.7 ยังคงตรึงอยู่ได้ด้วยกลไกที่กระตุ้นเข้าไป และกระบวนการที่ผ่านมาจากการประเมินด้วยผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อเติมเงินลงไปแล้ว มีการนำไปใช้ในการลงทุนประกอบอาชีพ มากที่สุดคือการอุปโภคบริโภค ซึ่งการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ทุกประการ
ความคืบหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567
นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผย ความคืบหน้าการจ่ายเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ มีกลุ่มเป้าหมายโครงการรวมประมาณ 14.55 ล้านคน กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางได้จ่ายเงิน 10,000 บาทต่อราย ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ในระหว่างวันที่ 25-27 และ 30 ก.ย. 67 แล้วรวม 14,438,628 คน แบ่งเป็นจ่ายสำเร็จ 14,057,341 คน และจ่ายไม่สำเร็จ 381,287 คน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 67 กรมบัญชีกลางได้สั่งจ่ายเงินในรอบการจ่ายเงินซ้ำ (Retry) ให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการที่มีสิทธิจำนวน 414,908 คน โดยประกอบด้วยการจ่ายเงินให้แก่ผู้มีสิทธิที่ยังจ่ายเงินไม่สำเร็จในรอบการจ่ายเงินที่ผ่านมา และการจ่ายเงินให้แก่คนพิการที่ได้ดำเนินการต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการหรือทำบัตรประจำตัวคนพิการหรือแก้ไขข้อมูลบัตรประจำตัวคนพิการเรียบร้อยแล้ว พบว่าในรอบการจ่ายเงินซ้ำดังกล่าว ยังมีการจ่ายเงินไม่สำเร็จจำนวน 64,892 คน
เหตุโอนจ่ายเงินไม่สำเร็จ เพราะไม่ได้ผูกพร้อมเพย์
1. คนพิการ จ่ายเงินไม่สำเร็จจำนวน 5,052 คน มีสาเหตุจากบัญชีเงินฝากธนาคารถูกปิด เลขบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง และรวมถึงกรณีคนพิการที่ไม่เคยลงทะเบียนขอรับเบี้ยความพิการมาก่อนทำให้ไม่มีเลขบัญชีเงินฝากธนาคารสำหรับรับเงิน กรมบัญชีกลางจึงได้จ่ายเงินให้คนพิการกลุ่มนี้ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน แต่พบว่าปลายทางยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์จึงยังจ่ายเงินไม่สำเร็จเป็นจำนวน 4,646 คน
2. ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่ายเงินไม่สำเร็จจำนวน 59,840 คน มีสาเหตุหลักเนื่องจากยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน บัญชีไม่มีการเคลื่อนไหว บัญชีเงินฝากธนาคารถูกปิด และเลขบัญชีเงินฝากธนาคารไม่ถูกต้อง ในจำนวนนี้รวมถึงกรณีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีบัตรประจำตัวคนพิการด้วยแต่บัตรประจำตัวคนพิการหมดอายุและยังไม่ได้ต่ออายุบัตรภายในวันที่ 31 ส.ค. 67 ซึ่งกลุ่มนี้จะได้รับการจ่ายเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์ตามสิทธิของผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ดังนั้น เมื่อพบว่าปลายทางยังไม่ได้ผูกบัญชีพร้อมเพย์จึงยังจ่ายเงินไม่สำเร็จ
จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ผู้มีสิทธิดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขประจำตัวประชาชน หรือติดต่อธนาคารเพื่อแก้ไขบัญชีเงินฝากธนาคารที่มีปัญหาข้างต้นโดยเร็ว นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมีคนพิการอีกจำนวน 40,658 คน ที่กรมบัญชีกลางยังไม่เคยสั่งจ่ายเงินให้ เนื่องจากจะต้องต่ออายุบัตรประจำตัวคนพิการ ทำบัตรประจำตัวคนพิการ หรือแก้ไขข้อมูลประจำตัวคนพิการที่ศูนย์บริการคนพิการทั่วประเทศให้ถูกต้องเสียก่อนตามเงื่อนไขของโครงการฯ โดยขอให้ผู้มีสิทธิทุกกลุ่มที่ยังไม่ได้รับเงินเร่งดำเนินการภายในกำหนดเวลา
กระทรวงการคลังย้ำ เมื่อพ้นกำหนดการ Retry ครั้งที่ 3 แล้ว จะยุติการจ่ายเงินให้แก่กลุ่มเป้าหมาย และถือว่ากลุ่มเป้าหมายไม่ประสงค์ รับเงินภายใต้โครงการฯ
มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้าน
ขณะนี้ ภาครัฐได้จ่ายเงิน 10,000 บาท ให้แก่กลุ่มเป้าหมายแล้วรวมทั้งสิ้น 14,407,357 คน ทำให้มีเม็ดเงินจากโครงการฯ หมุนเวียน สู่ระบบเศรษฐกิจจำนวน 144,073.57 ล้านบาท ขอให้พี่น้องประชาชน ที่ได้รับเงินส่วนนี้แล้ว วางแผนการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อตนเองและครอบครัวต่อไป
ช่องทางการติดต่อสื่อสาร
1. ตรวจสอบสิทธิและผลการโอนเงิน: เว็บไซต์ https://govwelfare.cgd.go.th/welfare/check10000 (ตรวจสอบผลการโอนเงินได้ในวันถัดไป หลังจากวันที่จ่ายเงิน)
2. สอบถามข้อมูลผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติ โทรศัพท์หมายเลข 0 2109 2345 กด 1 กด 5 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชม.
3. สอบถามข้อมูลคนพิการ: ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
#ประเด็นIOC
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

This website is using a security service to protect itself from online attacks. The action you just performed triggered the security solution. There are several actions that could trigger this block including submitting a certain word or phrase, a SQL command or malformed data.

29/10/2024

นายกฯ สั่งทุกภาคส่วนสางปมคดีดิไอคอน สร้างความรู้ประชาชนป้องกันถูกหลอกธุรกิจขายตรง พร้อมวางมาตรการปิดช่องขบวนการ แชร์ลูกโซ่
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการหารือเรื่องของการขายตรงและสินค้าออนไลน์ (The iCon Group) ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ได้สั่งการและมอบหมาย ดังนี้
• ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดให้มีช่องทางให้ประชาชนเข้าแจ้งเบาะแสและแจ้งความได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะลดความเข้าใจผิดของพี่น้องประชาชน
• ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งกำหนดมาตรการและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงให้ความรู้กับประชาชนในธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการหลอกลวง
• ให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เร่งตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้มีการนำสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองมาจำหน่ายในระบบของการขายตรง หรือการขายออนไลน์
• ให้กระทรวงการคลัง เข้าไปตรวจสอบและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทำธุรกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นอีก
นายกฯ ระบุว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่ทางรัฐบาลและ สตช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และต้องมีการสอบสวนต่อว่าเป็นใครอย่างไร และทำอะไรบ้าง ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จริงจังในเรื่องนี้รวมถึงเรื่องการรับส่วย ส่วนเรื่องทางคดีหากเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเข้ามารับเรื่องทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่อยากให้มีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก
ธุรกิจขายตรงตามกฎหมาย
สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545
• มาตรา 3
"ขายตรง" หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะ ของการนำเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ โดยผ่านตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระชั้นเดียว หรือหลายชั้นแต่ไม่รวมถึงนิติกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
"ตลาดแบบตรง" หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่จะรายตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น ส่วนการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
หลักการและวิธีการของธุรกิจขายตรง
1) เป็นการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคอีกช่องทางหนึ่ง (นอกจากช่องทางค้าปลีก) โดยมีการรับประกันคุณภาพและความพึงพอใจของผู้บริโภค (แข่งขันด้านคุณภาพ)
2) การกระจายสินค้า กระทำผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือนักธุรกิจอิสระ นักขาย หรือ บางบริษัทเรียกว่าสมาชิก
3) ลักษณะการทำธุรกิจ มีการแนะนำสินค้าและเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิก โดยจะไม่โน้มน้าวให้ต้องลงทุนหรือซื้อสินค้าจำนวนมากเกินความจำเป็นในการบริโภคของผู้ซื้อ
4) นักธุรกิจขายตรงจะมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและการสร้างทีมงานด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เช่น การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกให้รู้จักทำงานการขายตรงอย่างถูกต้อง (ไม่ใช่ชักชวนให้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากโดยไม่ต้องทำงานแล้วจะรวยเอง) และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ร่วมทำธุรกิจ
5) รายได้ที่บริษัทนำมาจ่ายให้กับผู้ร่วมทำธุรกิจหรือสมาชิกมาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่บริษัทไม่ต้องจ่ายไปในช่องทางการค้าปลีก ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกปันผลกลับสู่ผู้ร่วมทำธุรกิจ หรือสมาชิก ในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามผลงานและระดับตำแหน่งของสมาชิก
6) วิธีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจะขึ้นอยู่กับแผนการจ่ายผลตอบแทนที่แต่ละบริษัทออกแบบไว้ และจะต้องขอจดทะเบียนและได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อนนำไปใช้
• มาตรา 19
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรง หรือในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น
 ผู้ประกอบการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่าย โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น : หากมีการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย กรณีฝ่าฝืนลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
 ผู้ประกอบการไม่ดำเนินกิจการตามแผนการจ่ายค่าตอบแทน : มีโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท
 ผู้ประกอบการเรียกเก็บค่าสมาชิกในอัตราที่สูงเกินกำหนด : กรณีฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ ไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รูปแบบธุรกิจแชร์ลูกโซ่
แชร์ลูกโซ่ คือ การฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหลอกลวงให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิกร่วมลงทุนในธุรกิจที่คล้ายคลึงกับการทำธุรกิจแบบขายตรง แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ แชร์ลูกโซ่จะไม่เน้นการจำหน่ายสินค้าคุณภาพหรือถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะโน้มน้าวชักจงให้เข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น และต่อมาจะหยุดการจ่ายค่าตอบแทนและปิดกิจการหอบเงินหนีไป ทำให้เกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โตในเวลาอันรวดเร็ว การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีความผิดทางอาญาตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
ลักษณะของธุรกิจแชร์ลูกโซ่
• โฆษณาชักชวนหาสมาชิกมาร่วมทำธุรกิจ แล้วบังคับให้จ่ายค่าสมาชิกและบังคับซื้อสินค้าราคาแพงหรือจำนวนมากเกินความจำเป็นในการบริโภคของสมาชิกหรือผู้ซื้อโดยอ้างว่า ขายตรงและขายส่ง
• โฆษณาสรรพคุณสินค้าเกินความเป็นจริง หรือเหนือกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่กระจายอยู่ในตลาด
• เสนอจ่ายผลตอบแทนที่สูง เร้าใจ ผู้เข้าร่วมธุรกิจ รวยไว มีรายได้สูงในเวลาอันรวดเร็ว
 ผลตอบแทนสูงในระยะแรก
 จ่ายเงินไม่ตรงต่อเวลา ผู้ประกอบการมักอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุน
 จดทะเบียนขายตรงถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย
 ทำธุรกิจหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้ทรัพย์ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากประชาชนพบเห็นธุรกิจที่อาจเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สตช. สถานีตำรวจทั่วประเทศ (สน.) หรือ สายด่วน DSI 1202
#ประเด็นIOC
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

29/10/2024

นายกฯ สั่งทุกภาคส่วนสางปมคดีดิไอคอน สร้างความรู้ประชาชนป้องกันถูกหลอกธุรกิจขายตรง พร้อมวางมาตรการปิดช่องขบวนการ แชร์ลูกโซ่
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีการหารือเรื่องของการขายตรงและสินค้าออนไลน์ (The iCon Group) ที่เป็นข่าวในขณะนี้ ได้สั่งการและมอบหมาย ดังนี้
• ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จัดให้มีช่องทางให้ประชาชนเข้าแจ้งเบาะแสและแจ้งความได้อย่างรวดเร็ว เพื่อจะลดความเข้าใจผิดของพี่น้องประชาชน
• ให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เร่งกำหนดมาตรการและการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงให้ความรู้กับประชาชนในธุรกิจ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการหลอกลวง
• ให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เร่งตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้มีการนำสินค้าที่ไม่ผ่านการรับรองมาจำหน่ายในระบบของการขายตรง หรือการขายออนไลน์
• ให้กระทรวงการคลัง เข้าไปตรวจสอบและกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดการทำธุรกิจลักษณะแชร์ลูกโซ่เกิดขึ้นอีก
นายกฯ ระบุว่า ถือเป็นเรื่องใหญ่ทางรัฐบาลและ สตช. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และต้องมีการสอบสวนต่อว่าเป็นใครอย่างไร และทำอะไรบ้าง ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) จริงจังในเรื่องนี้รวมถึงเรื่องการรับส่วย ส่วนเรื่องทางคดีหากเข้าข่ายเป็นคดีพิเศษทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะเข้ามารับเรื่องทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่อยากให้มีผู้เสียหายเพิ่มเติมอีก
ธุรกิจขายตรงตามกฎหมาย
สำนักงานกิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545
• มาตรา 3
"ขายตรง" หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการนำเสนอขายต่อผู้บริโภคโดยตรง ณ ที่อยู่อาศัยหรือสถานที่ทำงานของผู้บริโภคหรือของผู้อื่น หรือสถานที่อื่นที่มิใช่สถานที่ประกอบการค้าเป็นปกติธุระ โดยผ่านตัวแทนขายตรงหรือผู้จำหน่ายอิสระชั้นเดียวหรือหลายชั้นแต่ไม่รวมถึงนิติกรรมตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
"ตลาดแบบตรง" หมายความว่า การทำตลาดสินค้าหรือบริการในลักษณะของการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายสินค้าหรือบริการโดยตรงต่อผู้บริโภคซึ่งอยู่ห่างโดยระยะทางและมุ่งหวังให้ผู้บริโภคแต่จะราย ตอบกลับเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงนั้น ส่วนการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถือว่าเป็นตลาดแบบตรง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด ในกฎกระทรวง
หลักการและวิธีการของธุรกิจขายตรง
1) เป็นการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภคอีกช่องทางหนึ่ง (นอกจากช่องทางค้าปลีก) โดยมีการรับประกันคุณภาพและความพึงพอใจ ของผู้บริโภค (แข่งขันด้านคุณภาพ)
2) การกระจายสินค้า กระทำผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือนักธุรกิจอิสระ นักขาย หรือ บางบริษัทเรียกว่าสมาชิก
3) ลักษณะการทำธุรกิจ มีการแนะนำสินค้าและเชิญชวนให้สมัครเป็นสมาชิก โดยจะไม่โน้มน้าวให้ต้องลงทุนหรือซื้อสินค้าจำนวนมากเกินความจำเป็นในการบริโภคของผู้ซื้อ
4) นักธุรกิจขายตรงจะมีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและการสร้างทีมงานด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เช่น การฝึกอบรมและถ่ายทอดความรู้ให้กับสมาชิกให้รู้จักทำงานการขายตรงอย่างถูกต้อง (ไม่ใช่ชักชวน ให้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมากโดยไม่ต้องทำงานแล้วจะรวยเอง) และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ร่วมทำธุรกิจ
5) รายได้ที่บริษัทนำมาจ่ายให้กับผู้ร่วมทำธุรกิจหรือสมาชิก มาจากค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่บริษัทไม่ต้องจ่ายไปในช่องทางการค้าปลีก ซึ่งเงินจำนวนนี้จะถูกปันผลกลับสู่ผู้ร่วมทำธุรกิจ หรือสมาชิก ในสัดส่วนที่แตกต่างกันตามผลงานและระดับตำแหน่งของสมาชิก
6) วิธีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจะขึ้นอยู่กับแผนการจ่ายผลตอบแทนที่แต่ละบริษัทออกแบบไว้ และจะต้องขอจดทะเบียนและได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ก่อนนำไปใช้
• มาตรา 19
ห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงและผู้ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรง หรือในการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น
 ผู้ประกอบการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่าย โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่าย ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น : หากมีการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมาย กรณีฝ่าฝืนลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 5 แสนบาท
 ผู้ประกอบการไม่ดำเนินกิจการตามแผนการจ่ายค่าตอบแทน : มีโทษปรับไม่เกิน 3 แสนบาท
 ผู้ประกอบการเรียกเก็บค่าสมาชิกในอัตราที่สูงเกินกำหนด : กรณีฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับ ไม่เกิน 5 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รูปแบบธุรกิจแชร์ลูกโซ่
แชร์ลูกโซ่ คือ การฉ้อโกงประชาชน ซึ่งหลอกลวงให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิกร่วมลงทุนในธุรกิจที่คล้ายคลึงกับการทำธุรกิจแบบขายตรง แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ แชร์ลูกโซ่จะไม่เน้นการจำหน่ายสินค้าคุณภาพหรือถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะโน้มน้าวชักจงให้เข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงในระยะเวลาอันสั้น และต่อมาจะหยุดการจ่ายค่าตอบแทนและปิดกิจการหอบเงินหนีไป ทำให้เกิดความเสียหายลุกลามใหญ่โตในเวลาอันรวดเร็ว การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นคดีความผิดทางอาญาตามบัญชีแนบท้าย พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
ลักษณะของธุรกิจแชร์ลูกโซ่
• โฆษณาชักชวนหาสมาชิกมาร่วมทำธุรกิจ แล้วบังคับให้จ่ายค่าสมาชิกและบังคับซื้อสินค้าราคาแพงหรือจำนวนมากเกินความจำเป็นในการบริโภคของสมาชิกหรือผู้ซื้อโดยอ้างว่า ขายตรงและขายส่ง

• โฆษณาสรรพคุณสินค้าเกินความเป็นจริง หรือเหนือกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่กระจายอยู่ในตลาด
• เสนอจ่ายผลตอบแทนที่สูง เร้าใจ ผู้เข้าร่วมธุรกิจ รวยไว มีรายได้สูงในเวลาอันรวดเร็ว
 ผลตอบแทนสูงในระยะแรก
 จ่ายเงินไม่ตรงต่อเวลา ผู้ประกอบการมักอ้างว่าจะนำเงินไปลงทุน
 จดทะเบียนขายตรงถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย
 ทำธุรกิจหลอกลวงประชาชนเพื่อให้ได้ทรัพย์ ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสน หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากประชาชนพบเห็นธุรกิจที่อาจเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สตช. สถานีตำรวจทั่วประเทศ (สน.) หรือ สายด่วน DSI 1202
#ประเด็นIOC
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

29/10/2024

ครม. เร่งมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยทุกมิติ แบ่งเบาภาระ ฟื้นฟู และเสริมสภาพคล่อง
นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการเยียวยาให้กับผู้ประสบอุทกภัยในทุกมิติ ทั้งในส่วนของการช่วยเหลือฟื้นฟู การแบ่งเบาภาระด้านค่าใช้จ่าย และการเสริมสภาพคล่องในการดำรงชีวิตและฟื้นฟูกิจการที่ได้รับผลกระทบ โดยนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงมาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน “ลดภาษี ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มสินเชื่อฟื้นฟูบ้านเรือน” สำหรับช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มที่ประสบอุทกภัย ที่ประกาศและมีผลบังคับใช้แล้ว ดังนี้
ช่วยเหลือมาตรการด้านภาษี และลดภาระค่าเช่าที่ราชพัสดุ
1. ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคล เท่ากับจำนวนเงินชดเชยที่ได้รับจากรัฐบาล
2. ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แก่บริษัทและห้างหุ้นส่วนสำหรับค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทประกันเพื่อชดเชยความเสียหายจากอุทกภัย
ทั้งนี้ กล่าวโดยสรุปคือเงินช่วยเหลือที่ได้รับจากรัฐบาล และเงินชดเชย ที่ได้จากบริษัทประกันภัย ไม่ต้องนำไปนับรวมเป็นรายได้ เพื่อคำนวณภาษี นอกจากนั้นยังมีการยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับสิ่งของที่นำเข้ามาเพื่อบริจาคแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย สำหรับในพื้นที่ต่างจังหวัดที่มีการเช่าพื้นที่ของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์จะลดค่าเช่าให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ตามเกณฑ์ดังนี้
1. การเช่าเพื่ออยู่อาศัย หากที่พักเสียหายบางส่วน ยกเว้นค่าเช่า 1 ปี แต่หากที่พักเสียหายทั้งหลัง ยกเว้นค่าเช่าให้ 2 ปี
2. การเช่าเพื่อการเกษตร ยกเว้นค่าเช่าให้ 1 ปี
3. การเช่าเพื่อประโยชน์อย่างอื่น หากไม่สามารถทำกิจการได้ตามปกติเกิน 3 วัน ก็จะพิจารณายกเว้นค่าเช่าเป็นรายเดือน และยกเว้นการคิดเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้เช่าที่จ่ายค่าเช่าไม่ได้ เนื่องจากประสบอุทกภัยด้วย
เสริมสภาพคล่อง เพิ่มสินเชื่อฟื้นฟูบ้านเรือน และช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs
กระทรวงการคลังออกสินเชื่อ Soft Loan เพื่อช่วยเหลือ ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารบ้านเรือน และกิจการ ตลอดจนลดภาระหนี้สิน ลดอัตราดอกเบี้ย และพักหนี้ให้แก่ผู้กู้ที่ประสบอุทกภัย ดังนี้
• โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3.5 % ต่อปี ระยะเวลา 2 ปี โดยให้วงเงินรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยสามารถขอรายละเอียดของสินเชื่อนี้ได้จากธนาคารที่ใช้บริการอยู่ ซึ่งขณะนี้มีธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ รวม 16 ธนาคาร ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
• โครงการ SMEs No One Left Behind ของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่เป็นวงเงินค้ำประกันสินเชื่อรวม 1,000 ล้านบาท โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อราย 10,000 – 2 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 1.25 % ต่อปี และระยะเวลาค้ำประกันไม่เกิน 10 ปี
• ธนาคารออมสิน ช่วยเหลือลูกหนี้เดิม ด้วยการพักชำระหนี้เงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย 6 เดือน สำหรับสินเชื่อวงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท
• ช่วยเหลือผู้ถือบัตรเครดิต ด้วยการปรับลดอัตราชำระขั้นต่ำเป็น 3% ให้ 3 รอบบัญชี
• ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สำหรับลูกหนี้ที่ยังมีสถานะปกติ หรือค้างชำระไม่เกิน 3 เดือน สามารถขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้สูงสุดถึง 20 ปี โดยมีระยะปลอดชำระเงินต้นไม่เกิน 3 ปี และยกเว้นดอกเบี้ยปรับทั้งจำนวน
• มาตรการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน สำหรับเสริมสภาพคล่องและใช้จ่ายค่าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี โดย 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% หลัง 6 เดือนไปแล้วคิดอัตราดอกเบี้ยตาม MRR
• มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต เพื่อเป็นค่าลงทุนซ่อมแซมบ้าน ค่าซ่อมเครื่องมือและอุปกรณ์การเกษตรที่ได้รับความเสียหาย ตลอดจนเป็นค่าใช้จ่ายในการทำการเกษตรรอบใหม่ วงเงินต่อรายไม่เกิน 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี ระยะเวลากู้ไม่เกิน 15 ปี
• ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้การช่วยเหลือแก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ด้วยการลดเงินงวดที่ชำระ 50% และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 2% เป็นเวลา 6 เดือน
- สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่หลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี 6 เดือน โดย 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% ระยะเวลาที่เหลืออัตราดอกเบี้ย 1%
- สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ให้ประนอมหนี้ไม่เกิน 1 ปี โดย 6 เดือนแรกอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อน 1,000 บาทต่องวด ระยะเวลาที่เหลืออัตราดอกเบี้ย 1%
- สำหรับการขอสินเชื่อใหม่หรือสินเชื่อเพิ่มเติมเพื่อซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย สามารถขอกู้ได้ถึง 2 ล้านบาทต่อ 1 หลักประกัน อัตราดอกเบี้ย 3 เดือนแรก 0% ระยะเวลาที่เหลือตามเงื่อนไขของการผ่อนชำระ (โดยมีตั้งแต่ 2% - 6%) และยังมีการให้ค่าสินไหมทดแทนเร่งด่วนแก่ผู้ทำกรมธรรม์ประกันภัยที่อยู่อาศัย โดยจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 20,000 บาท
• ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย มีมาตรการพักหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะอัตรากำไร ระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน
• ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) มีมาตรการพักชำระหนี้เงินต้นและดอกเบี้ย กรณีกู้ยืมเงิน Fixed Loan พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด ไม่เกิน 12 เดือน ในกรณีตั๋วสัญญาใช้เงิน จะขยายระยะเวลาชำระตั๋วสัญญาใช้เงินไปอีกไม่เกิน 180 วัน และยังมีมาตรการเติมทุนฉุกเฉินฟื้นฟูกิจการ หากมีธุรกิจอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมให้วงเงินเพิ่ม 10% ของวงเงินอนุมัติสินเชื่อ
• ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) ขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงินสูงสุด 180 วัน
นโยบายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาออกระเบียบกฎหมายเพิ่มเติมก่อนนำเข้า ครม. อีกครั้ง
1. มาตรการลดหย่อนภาษี โดยจะกำหนดให้รายจ่ายการซื้ออุปกรณ์และวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านในพื้นที่น้ำท่วม สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน
2. มาตรการขยายระยะเวลาการยื่นแบบชำระภาษี รวมถึงการยกเว้นอากรขาเข้า สำหรับเครื่องจักรและชิ้นส่วน ที่เกิดจากการลงทุนเพื่อทดแทนความเสียหายจากน้ำท่วม
3. มาตรการสินเชื่อ Soft Loan เพิ่มเติมอีก 50,000 ล้านบาทเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม โดยเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยวและบริการ เพื่อให้ฟื้นฟูทันช่วง High Season
โดยทั้ง 3 มาตรการ อยู่ระหว่างการออกประกาศพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) และประกาศ BOI คาดว่าจะสามารถนำเสนอเข้า ครม. ได้ภายในเดือนตุลาคม
นายกฯ กำชับเร่งจ่ายเงินเยียวยาฯ ให้แล้วเสร็จภายในตุลาคมนี้
นายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยที่ลงพื้นที่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมที่ลงไปอยู่ในพื้นที่อยู่กับประชาชน ทำให้ประชาชนรู้สึกมั่นใจ และสามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ปัจจุบันนี้สถานการณ์คลี่คลายไปมากแล้ว และได้กำชับในที่ประชุม ครม. ให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยให้แล้วเสร็จภายในตุลาคมนี้
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้เร่งฟื้นฟู บรรเทาปัญหาต่าง ๆ และอนุมัติเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ซึ่งอยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทยขณะนี้ ประกอบด้วย
• การจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในฤดูฝน ปี 2567 ใน 57 จังหวัด ที่ ครม. อนุมัติให้ช่วยเหลือครัวเรือนละ 9,000 บาท ขณะนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ทยอยรวบรวมข้อมูลและจ่ายเงิน
• การช่วยเหลือค่าล้างดินโคลนในที่อยู่อาศัยหลังละ 10,000 บาท ซึ่งใช้เงินทดรองราชการของจังหวัด โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทยได้มอบหมายให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดพื้นที่ภัยพิบัติ เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือแก่พี่น้องประชาชนโดยเร็วต่อไป
• ยกเว้นการเก็บค่าน้ำประปา และค่าไฟฟ้า สำหรับทำความสะอาดบ้านเรือนประชาชน ซึ่งคาดว่าภายในสัปดาห์หน้าจะสามารถลงรายละเอียดได้ว่ามีจำนวนกี่ครัวเรือน
#ประเด็นIOC
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

29/10/2024

ครม. เห็นชอบลดส่งเงินสมทบประกันสังคม ม.33 ม.39 ยาว 6 เดือน ถึงงวด มี.ค. 68
ช่วยนายจ้าง ลูกจ้างผู้ประกันตน ในพื้นที่น้ำท่วม 42 จังหวัด
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงแรงงานขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ และการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ พ.ศ. .... และร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. …. มีรายละเอียด ดังนี้
1. ร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติ พ.ศ. ... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบของนายจ้างและการนำส่งเงินสมทบของนายจ้างตามมาตรา 47 วรรคสอง และการนำส่งเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรงจากวาตภัยและอุทกภัยในงวดเดือนกันยายน พ.ศ. 2567 ถึงงวดเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่นายจ้างและผู้ประกันตน (เดิม ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่มีการหักเงินสมทบไว้) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1) ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2567
2) จังหวัดที่ได้รับการขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการฯ และการนำส่งเงินสมทบตามมาตรา 47 มี 42 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดกระบี่ กาญจนบุรี กาฬสินธุ์ กำแพงเพชร ขอนแก่น ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย เชียงใหม่ ตรัง ตาก นครนายก นครปฐม นครพนม นครราชสีมา นครศรีธรรมราช นครสวรรค์ น่าน บึงกาฬ พะเยา พังงา พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ แพร่ ภูเก็ต มหาสารคาม มุกดาหาร แม่ฮ่องสอน ร้อยเอ็ด ลำปาง ลำพูน เลย สตูล สระบุรี สุโขทัย สุราษฎร์ธานี หนองคาย หนองบัวลำภู อ่างทอง อุดรธานี และอุตรดิตถ์
3) บุคคลที่จะต้องยื่นแบบรายการฯ และการนำส่งเงินสมทบในงวดเดือนที่ขยายกำหนดเวลายื่นแบบฯ นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างตามมาตรา 34 และขึ้นทะเบียนลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33
• ค่าจ้างงวดเดือนกันยายน 2567 ให้ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 มกราคม 2568
• ค่าจ้างงวดเดือนตุลาคม 2567 ให้ยื่นแบบรายการ แสดงการส่งเงินสมทบ และการนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568
• ค่าจ้างงวดเดือนพฤศจิกายน 2567 ให้ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 มีนาคม 2568
• ค่าจ้างงวดเดือนธันวาคม 2567 ให้ยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 เมษายน 2568
4) บุคคลที่จะต้องนำส่งเงินสมทบในงวดเดือนที่ขยายกำหนดเวลานำส่งเข้ากองทุน ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งมีทะเบียนประกันตนในท้องที่ที่กำหนดตามข้อ 2 ได้รับการขยายกำหนดเวลานำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามมาตรา 39 ดังนี้
• เงินสมทบงวดเดือนกันยายน 2567 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนภายในวันที่ 15 มกราคม 2568
• เงินสมทบงวดเดือนตุลาคม 2567 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568
• เงินสมทบงวดเดือนพฤศจิกายน 2567 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนภายในวันที่ 15 มีนาคม 2568
• เงินสมทบงวดเดือนธันวาคม 2567 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ภายในวันที่ 15 เมษายน 2568
2. ร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการลดหย่อนการออกเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของนายจ้าง ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง โดยให้การลดหย่อน การออกเงินสมทบมีผลใช้บังคับในงวดเดือนตุลาคม พ.ศ. 2567 ถึงงวดเดือนมีนาคม พ.ศ. 2568 ดังนี้
1) กรณีนายจ้างซึ่งขึ้นทะเบียนนายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน ในท้องที่ที่กำหนดในข้อ 1. ให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยให้นายจ้าง และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 นำส่งเงินสมทบจากเดิมอัตราฝ่ายละร้อยละ 5 เป็นอัตราฝ่ายละร้อยละ 3 ของค่าจ้างผู้ประกันตน
2) กรณีผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ซึ่งมีทะเบียนผู้ประกันตน ในท้องที่ที่กำหนดในข้อ 1. ให้ปรับลดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 39 โดยนำส่งเงินสมทบ จากเดิมอัตราร้อยละ 9 เป็นอัตราร้อยละ 5.90 ของค่าจ้างของผู้ประกันตน คิดเป็นจำนวนเงิน จากเดือนละ 432 บาท เป็นเดือนละ 283 บาท ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของ รง. ครั้งที่ 14/2567 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2567 มีมติเห็นชอบร่างประกาศทั้ง 2 ฉบับแล้ว
#ประเด็นIOC
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดยะลา

ที่อยู่

1 ถนนวงเวียน 2 ตำบลสะเตง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา
Yala
95000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 02:30 - 02:00

เบอร์โทรศัพท์

+66977578233

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สภาการศึกษาเชิงพื้นที่จังหวัดยะลา:

แชร์